ข้ามไปยังเนื้อหา
Intimo LifeIntimo Life
0
ยาคุมฉุกเฉิน ต้องกินภายในกี่ชั่วโมง?

ยาคุมฉุกเฉิน ต้องกินภายในกี่ชั่วโมง?

ยาคุมฉุกเฉิน (Levonorgestrel 1.5 มก.) ควรกิน “ให้เร็วที่สุด” หลังมีเพศสัมพันธ์—ยิ่งเร็ว ยิ่งได้ผล โดยประสิทธิภาพสูงสุดมักอยู่ใน 24 ชม.แรก และไม่ควรเกิน 72 ชั่วโมง ทั้งนี้ไม่ได้ป้องกันได้ 100% และไม่ควรใช้แทนยาคุมรายเดือน

• กิน 1 เม็ดทันทีเมื่อพร้อม (กลืนพร้อมน้ำเปล่า ก่อน/หลังอาหารได้)

• ถ้าอาเจียนภายใน 2 ชม. ควรกินซ้ำ 1 เม็ด และปรึกษาเภสัชกร/แพทย์เพื่อความชัวร์

• ไม่แนะนำให้ใช้บ่อย (ไม่เกิน 2 ครั้ง/รอบเดือน) และครั้งถัดไปควรใช้วิธีคุมกำเนิดประจำ + ถุงยาง

• ถ้าประจำเดือนช้ากว่าเดิมมากกว่า 7 วัน หรือปวดท้องน้อยรุนแรง/เลือดออกผิดปกติ ควรตรวจครรภ์และพบแพทย์

ทีมเนื้อหา Intimo Life

ตรวจสอบทางการแพทย์โดย

ทีมเนื้อหา Intimo Life | แหล่งข้อมูล: NHS, Mayo Clinic, WHO, PubMed

อัปเดตล่าสุด: 2026-01-25

⚠️ ข้อจำกัดความรับผิดชอบ

เนื้อหาในบทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาทดแทนคำแนะนำ การวินิจฉัย หรือการรักษาจากแพทย์หรือเภสัชกรผู้เชี่ยวชาญ หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการหรือการใช้ยา ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ยาคุมฉุกเฉิน ต้องกินภายในกี่ชั่วโมง? — ตารางประสิทธิภาพตามเวลา

หลักการสำคัญที่สุดของยาคุมฉุกเฉินคือ "ยิ่งเร็ว ยิ่งดี" — ไม่ต้องรอจนถึงเช้าวันถัดไป ถ้าพร้อมกินได้เลย ให้กินทันที

ยาคุมฉุกเฉินชนิด Levonorgestrel 1.5 มก. ได้รับการรับรองจาก WHO และ FDA ให้ใช้ภายใน 72 ชั่วโมง (3 วัน) หลังมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน แต่ประสิทธิภาพจะลดลงตามเวลาที่ผ่านไป

ช่วงเวลาหลังมีเพศสัมพันธ์ ประสิทธิภาพโดยประมาณ ระดับความเร่งด่วน
ภายใน 12 ชั่วโมง สูงสุด (ดีที่สุด) ⚡ กินทันทีที่ทำได้
ภายใน 24 ชั่วโมง ~85-95% 🟢 ยังอยู่ในช่วงที่ดีมาก
24-48 ชั่วโมง ~80-85% 🟡 ยังได้ผล แต่เริ่มลดลง
48-72 ชั่วโมง ~52-75% 🟠 ประสิทธิภาพลดลงชัดเจน
เกิน 72 ชั่วโมง ต่ำมาก / ไม่แนะนำ 🔴 ควรปรึกษาแพทย์

📌 สถิติสำคัญ: งานวิจัยจาก Cleveland Clinic ระบุว่า Levonorgestrel มีประสิทธิภาพสูงถึง ~94% หากกินภายใน 24 ชั่วโมงแรก แต่ลดเหลือเพียง ~58% เมื่อเข้าสู่ชั่วโมงที่ 72 ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ทุกชั่วโมงที่ล่าช้า ลดโอกาสป้องกันลงอย่างมีนัยสำคัญ

💡 ทำไมถึงต้องเร็ว? ยาคุมฉุกเฉินทำงานโดยการ ยับยั้งหรือชะลอการตกไข่ — ถ้าไข่ตกไปแล้ว ยาจะไม่สามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้ ดังนั้นยิ่งกินเร็ว ยิ่งมีโอกาสยับยั้งการตกไข่ได้ทัน

สถานการณ์ไหนบ้างที่ควรใช้ยาคุมฉุกเฉิน?

ยาคุมฉุกเฉินเป็น ทางเลือกสำรอง สำหรับกรณีฉุกเฉินเท่านั้น ไม่ใช่วิธีคุมกำเนิดประจำ สถานการณ์ที่ควรพิจารณาใช้ ได้แก่:

สถานการณ์ รายละเอียด
ถุงยางแตก/หลุด ถุงยางอนามัยฉีกขาดหรือหลุดระหว่างมีเพศสัมพันธ์
ไม่ได้ใช้การป้องกัน มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกันใดๆ
ลืมกินยาคุมรายวัน ลืมกินยาคุมกำเนิดรายวันหลายเม็ดติดต่อกัน
คำนวณวันปลอดภัยผิด ประเมินช่วงเวลาปลอดภัยผิดพลาด
ถูกล่วงละเมิดทางเพศ กรณีถูกล่วงละเมิดทางเพศ ควรพบแพทย์ร่วมด้วย

⚠️ ยาคุมฉุกเฉิน ไม่ใช่ยาทำแท้ง — ไม่สามารถยุติการตั้งครรภ์ที่เกิดขึ้นแล้วได้ หากไข่ฝังตัวในมดลูกแล้ว ยาจะไม่มีผล

ยาคุมฉุกเฉิน 1 เม็ด จะท้องไหม?

คำตอบสั้นๆ คือ มีโอกาสท้องได้ แต่โอกาสต่ำมากถ้ากินเร็ว

ยาคุมฉุกเฉิน 1 เม็ด (Levonorgestrel 1.5 มก.) สามารถลดโอกาสตั้งครรภ์ได้สูงสุดถึง ~85-95% หากกินภายใน 24 ชั่วโมง แต่ ไม่มียาคุมฉุกเฉินตัวไหนที่ป้องกันได้ 100%

กลไกการทำงาน

ยาคุมฉุกเฉินทำงานหลายทาง:

  • ยับยั้ง/ชะลอการตกไข่ — กลไกหลักที่สำคัญที่สุด
  • ทำให้มูกปากมดลูกข้นขึ้น — อสุจิเคลื่อนที่ผ่านได้ยากขึ้น
  • ปรับเปลี่ยนเยื่อบุโพรงมดลูก — ลดโอกาสการฝังตัวของไข่

สัญญาณที่ควรตรวจครรภ์หลังกินยาคุมฉุกเฉิน

  • ประจำเดือนช้ากว่าปกติ มากกว่า 7 วัน
  • ปวดท้องน้อยรุนแรงผิดปกติ
  • เลือดออกผิดปกติ (อาจเป็นสัญญาณของการตั้งครรภ์นอกมดลูก — ภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์)

น้ำหนักตัวมีผลต่อประสิทธิภาพยาคุมฉุกเฉินหรือไม่?

นี่เป็นประเด็นที่มีการศึกษาวิจัยอย่างต่อเนื่อง:

  • งานวิจัยจาก PubMed พบว่าผู้หญิงที่มี BMI > 30 อาจมีอัตราการตั้งครรภ์สูงขึ้นหลังใช้ Levonorgestrel โดยอัตราการตั้งครรภ์เพิ่มจาก ~1.4% (น้ำหนัก 65-75 กก.) เป็น ~6% (น้ำหนัก >80 กก.)
  • อย่างไรก็ตาม งานวิจัยอีกชิ้นจาก WHO ที่วิเคราะห์ข้อมูลจาก 5,812 คน ไม่พบความสัมพันธ์ที่ชัดเจน ระหว่างน้ำหนักตัว/BMI กับการลดประสิทธิภาพของยา
  • WHO ยืนยันว่า ไม่ควรจำกัดการเข้าถึงยาคุมฉุกเฉิน ไม่ว่าน้ำหนักตัวจะเท่าไหร่
น้ำหนักตัว ข้อควรรู้
< 70 กก. ประสิทธิภาพปกติ
70-80 กก. อาจลดลงเล็กน้อย — ยังแนะนำให้ใช้ได้
> 80 กก. บางงานวิจัยพบว่าประสิทธิภาพลดลง — ควรปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์เพื่อพิจารณาทางเลือกเพิ่มเติม

📌 สรุป: ไม่ว่าน้ำหนักตัวจะเท่าไหร่ ยังแนะนำให้ใช้ยาคุมฉุกเฉินได้ เพราะยังดีกว่าไม่ใช้เลย แต่ถ้ากังวล ควรปรึกษาเภสัชกรเพื่อพิจารณาทางเลือกอื่น

วิธีกินยาคุมฉุกเฉินให้ได้ผลสูงสุด

📖 อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: วิธีกินยาคุมฉุกเฉิน 1 เม็ด กินอย่างไรให้ได้ผล

ขั้นตอนสำคัญ

  1. กิน 1 เม็ดทันที ที่พร้อม — ไม่ต้องรอจนถึงเช้า
  2. กลืนทั้งเม็ด พร้อมน้ำเปล่า ไม่ต้องบดหรือเคี้ยว
  3. กินก่อนหรือหลังอาหารก็ได้ — ถ้าคลื่นไส้ง่าย แนะนำกินหลังอาหาร
  4. ถ้าอาเจียนภายใน 2 ชม. หลังกิน → ต้องกินเม็ดใหม่อีก 1 เม็ด

ยาคุมฉุกเฉินแบบ 1 เม็ด vs 2 เม็ด

รายละเอียด แบบ 1 เม็ด แบบ 2 เม็ด
ตัวยา Levonorgestrel 1.5 มก. Levonorgestrel 0.75 มก. × 2
วิธีกิน กิน 1 เม็ดทันที กินเม็ดแรกทันที + เม็ดที่สองอีก 12 ชม.
ประสิทธิภาพ เทียบเท่ากัน เทียบเท่ากัน
ข้อดี สะดวก จบในเม็ดเดียว ราคาถูกกว่าบางยี่ห้อ
สินค้าที่มีใน Intimo Life Levonorgestrel, Tansy One (แทนซี่ วัน) Postinor (โพสตินอร์)

📌 งานวิจัยจาก PubMed ยืนยันว่า ทั้งสองแบบมีประสิทธิภาพเทียบเท่ากัน — เลือกแบบไหนก็ได้ตามความสะดวก

ผลข้างเคียงยาคุมฉุกเฉิน

📖 อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลข้างเคียงยาคุมทุกชนิดได้ที่: ผลข้างเคียงยาคุมกำเนิด มีอะไรบ้าง?

ผลข้างเคียงส่วนใหญ่ ไม่รุนแรงและหายได้เอง ภายใน 1-2 วัน:

  • คลื่นไส้/อาเจียน — พบได้บ่อยที่สุด ถ้าอาเจียนภายใน 2 ชม. ต้องกินยาซ้ำ
  • ปวดศีรษะ/เวียนศีรษะ
  • เจ็บคัดเต้านม
  • อ่อนเพลีย
  • ปวดท้องน้อย
  • ประจำเดือนมาผิดปกติ — อาจมาเร็วหรือช้ากว่าปกติ 1-2 สัปดาห์ หรือมีเลือดออกกะปริดกะปรอย
อาการ ระยะเวลาที่มักหาย ควรพบแพทย์เมื่อ
คลื่นไส้ 1-2 วัน อาเจียนรุนแรงไม่หยุด
ปวดศีรษะ 1-2 วัน ปวดรุนแรงผิดปกติ
ประจำเดือนผิดปกติ 1-2 รอบเดือน ช้ากว่าปกติ >7 วัน
ปวดท้องน้อย 1-2 วัน ปวดรุนแรงมาก (อาจเป็นสัญญาณท้องนอกมดลูก)

หลังกินยาคุมฉุกเฉินแล้ว ต้องทำอะไรต่อ?

ยาคุมฉุกเฉินป้องกันได้เฉพาะ การมีเพศสัมพันธ์ครั้งนั้น เท่านั้น ไม่ได้ป้องกันครั้งถัดไป

สิ่งที่ควรทำหลังกินยาคุมฉุกเฉิน

  1. ใช้ถุงยางอนามัย ทุกครั้งจนกว่าจะเริ่มใช้ยาคุมกำเนิดประจำ
  2. เริ่มหรือกลับมากินยาคุมรายวัน ได้ทันทีในวันถัดไป → อ่านเพิ่ม: ยาคุมกำเนิด ยี่ห้อไหนดี?
  3. ตรวจครรภ์ ถ้าประจำเดือนช้ากว่าปกติ >7 วัน
  4. ไม่ควรใช้ยาคุมฉุกเฉินบ่อย — ไม่เกิน 2 ครั้งต่อรอบเดือน

💡 ยาคุมฉุกเฉินไม่ใช่ยาคุมประจำ — ถ้าต้องการคุมกำเนิดระยะยาว ยาคุมรายวันเป็นทางเลือกที่ดีกว่ามาก ทั้งในแง่ประสิทธิภาพ ผลข้างเคียง และค่าใช้จ่าย → อ่านเพิ่ม: ยาคุมฉุกเฉิน vs ยาคุมกำเนิด ต่างกันอย่างไร?

คำถามที่พบบ่อย

ไม่แนะนำให้ใช้เป็นประจำ เพราะอาจทำให้รอบเดือนผิดปกติและมีผลข้างเคียงมากขึ้น ไม่ควรใช้เกิน 2 ครั้งต่อรอบเดือน ถ้าต้องการคุมกำเนิดระยะยาว ควรเปลี่ยนมาใช้ยาคุมกำเนิดรายวัน

ไม่ — ไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ว่ายาคุมฉุกเฉินส่งผลต่อความสามารถในการมีบุตรในอนาคต

ประจำเดือนอาจมาเร็วหรือช้ากว่าปกติได้ประมาณ 1 สัปดาห์ ถ้าช้ากว่าปกติมากกว่า 7 วัน ควรตรวจครรภ์

เลือดออกกะปริดกะปรอยหลังกินยาคุมฉุกเฉินเป็นเรื่องปกติ ไม่ต้องกังวล แต่ถ้าเลือดออกมากผิดปกติหรือปวดท้องรุนแรง ควรพบแพทย์ทันที

ยาคุมฉุกเฉินไม่สามารถยุติการตั้งครรภ์ที่เกิดขึ้นแล้วได้ และจากข้อมูลปัจจุบันไม่พบว่าเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ แต่ไม่แนะนำให้ใช้หากทราบว่าตั้งครรภ์แล้ว

ยาบางชนิดอาจลดประสิทธิภาพของยาคุมฉุกเฉิน เช่น ยากันชัก (Carbamazepine, Phenobarbital), ยาต้านวัณโรค (Rifampicin), สมุนไพร St. John's Wort ควรแจ้งเภสัชกรทุกครั้ง

ได้ — Levonorgestrel ปลอดภัยสำหรับแม่ให้นมบุตร ปริมาณยาที่ผ่านเข้าน้ำนมน้อยมาก (Relative Infant Dose ~8%) ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัย

ประสิทธิภาพเทียบเท่ากัน — แบบ 1 เม็ด (1.5 มก.) สะดวกกว่าเพราะจบในเม็ดเดียว ส่วนแบบ 2 เม็ด (0.75 มก. × 2) ต้องกินเม็ดที่สองอีก 12 ชม. ถัดมา

ในประเทศไทย ยาคุมฉุกเฉินสามารถซื้อได้ที่ร้านขายยาโดยไม่จำกัดอายุ FDA สหรัฐฯ ก็อนุมัติให้ใช้ได้ทุกกลุ่มอายุ

⚠️ ข้อจำกัดความรับผิดชอบ

เนื้อหาในบทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาทดแทนคำแนะนำ การวินิจฉัย หรือการรักษาจากแพทย์หรือเภสัชกรผู้เชี่ยวชาญ หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการหรือการใช้ยา ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ส่งไว ภายใน 24 ชม.

สั่งวันนี้ จัดส่งเร็ว ไม่ต้องรอนาน สินค้าพร้อมส่งจากในประเทศ

สินค้าเป็นของแท้

คัดเฉพาะสินค้าของแท้ มีมาตรฐาน มั่นใจได้ในคุณภาพทุกชิ้น

ไม่ระบุสินค้ากับผู้ส่ง

แพ็กแนบเนียน ไม่มีระบุชื่อสินค้า เคารพความเป็นส่วนตัวของลูกค้า

ราคาคุ้มค่า เข้าถึงได้

ราคาสมเหตุสมผล คุ้มค่าเมื่อเทียบกับคุณภาพ เลือกได้สบายใจ

รถเข็น 0

ไม่มีสินค้าในรถเข็นของคุณ

เลือกซื้อสินค้า