ยาคุมฉุกเฉิน (Levonorgestrel 1.5 มก.) ควรกิน “ให้เร็วที่สุด” หลังมีเพศสัมพันธ์—ยิ่งเร็ว ยิ่งได้ผล โดยประสิทธิภาพสูงสุดมักอยู่ใน 24 ชม.แรก และไม่ควรเกิน 72 ชั่วโมง ทั้งนี้ไม่ได้ป้องกันได้ 100% และไม่ควรใช้แทนยาคุมรายเดือน
• กิน 1 เม็ดทันทีเมื่อพร้อม (กลืนพร้อมน้ำเปล่า ก่อน/หลังอาหารได้)
• ถ้าอาเจียนภายใน 2 ชม. ควรกินซ้ำ 1 เม็ด และปรึกษาเภสัชกร/แพทย์เพื่อความชัวร์
• ไม่แนะนำให้ใช้บ่อย (ไม่เกิน 2 ครั้ง/รอบเดือน) และครั้งถัดไปควรใช้วิธีคุมกำเนิดประจำ + ถุงยาง
• ถ้าประจำเดือนช้ากว่าเดิมมากกว่า 7 วัน หรือปวดท้องน้อยรุนแรง/เลือดออกผิดปกติ ควรตรวจครรภ์และพบแพทย์
⚠️ ข้อจำกัดความรับผิดชอบ
เนื้อหาในบทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาทดแทนคำแนะนำ การวินิจฉัย หรือการรักษาจากแพทย์หรือเภสัชกรผู้เชี่ยวชาญ หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการหรือการใช้ยา ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ
ยาคุมฉุกเฉิน ต้องกินภายในกี่ชั่วโมง? — ตารางประสิทธิภาพตามเวลา
หลักการสำคัญที่สุดของยาคุมฉุกเฉินคือ "ยิ่งเร็ว ยิ่งดี" — ไม่ต้องรอจนถึงเช้าวันถัดไป ถ้าพร้อมกินได้เลย ให้กินทันที
ยาคุมฉุกเฉินชนิด Levonorgestrel 1.5 มก. ได้รับการรับรองจาก WHO และ FDA ให้ใช้ภายใน 72 ชั่วโมง (3 วัน) หลังมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน แต่ประสิทธิภาพจะลดลงตามเวลาที่ผ่านไป
| ช่วงเวลาหลังมีเพศสัมพันธ์ | ประสิทธิภาพโดยประมาณ | ระดับความเร่งด่วน |
|---|---|---|
| ภายใน 12 ชั่วโมง | สูงสุด (ดีที่สุด) | ⚡ กินทันทีที่ทำได้ |
| ภายใน 24 ชั่วโมง | ~85-95% | 🟢 ยังอยู่ในช่วงที่ดีมาก |
| 24-48 ชั่วโมง | ~80-85% | 🟡 ยังได้ผล แต่เริ่มลดลง |
| 48-72 ชั่วโมง | ~52-75% | 🟠 ประสิทธิภาพลดลงชัดเจน |
| เกิน 72 ชั่วโมง | ต่ำมาก / ไม่แนะนำ | 🔴 ควรปรึกษาแพทย์ |
📌 สถิติสำคัญ: งานวิจัยจาก Cleveland Clinic ระบุว่า Levonorgestrel มีประสิทธิภาพสูงถึง ~94% หากกินภายใน 24 ชั่วโมงแรก แต่ลดเหลือเพียง ~58% เมื่อเข้าสู่ชั่วโมงที่ 72 ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ทุกชั่วโมงที่ล่าช้า ลดโอกาสป้องกันลงอย่างมีนัยสำคัญ
💡 ทำไมถึงต้องเร็ว? ยาคุมฉุกเฉินทำงานโดยการ ยับยั้งหรือชะลอการตกไข่ — ถ้าไข่ตกไปแล้ว ยาจะไม่สามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้ ดังนั้นยิ่งกินเร็ว ยิ่งมีโอกาสยับยั้งการตกไข่ได้ทัน
สถานการณ์ไหนบ้างที่ควรใช้ยาคุมฉุกเฉิน?
ยาคุมฉุกเฉินเป็น ทางเลือกสำรอง สำหรับกรณีฉุกเฉินเท่านั้น ไม่ใช่วิธีคุมกำเนิดประจำ สถานการณ์ที่ควรพิจารณาใช้ ได้แก่:
| สถานการณ์ | รายละเอียด |
|---|---|
| ถุงยางแตก/หลุด | ถุงยางอนามัยฉีกขาดหรือหลุดระหว่างมีเพศสัมพันธ์ |
| ไม่ได้ใช้การป้องกัน | มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกันใดๆ |
| ลืมกินยาคุมรายวัน | ลืมกินยาคุมกำเนิดรายวันหลายเม็ดติดต่อกัน |
| คำนวณวันปลอดภัยผิด | ประเมินช่วงเวลาปลอดภัยผิดพลาด |
| ถูกล่วงละเมิดทางเพศ | กรณีถูกล่วงละเมิดทางเพศ ควรพบแพทย์ร่วมด้วย |
⚠️ ยาคุมฉุกเฉิน ไม่ใช่ยาทำแท้ง — ไม่สามารถยุติการตั้งครรภ์ที่เกิดขึ้นแล้วได้ หากไข่ฝังตัวในมดลูกแล้ว ยาจะไม่มีผล
ยาคุมฉุกเฉิน 1 เม็ด จะท้องไหม?
คำตอบสั้นๆ คือ มีโอกาสท้องได้ แต่โอกาสต่ำมากถ้ากินเร็ว
ยาคุมฉุกเฉิน 1 เม็ด (Levonorgestrel 1.5 มก.) สามารถลดโอกาสตั้งครรภ์ได้สูงสุดถึง ~85-95% หากกินภายใน 24 ชั่วโมง แต่ ไม่มียาคุมฉุกเฉินตัวไหนที่ป้องกันได้ 100%
กลไกการทำงาน
ยาคุมฉุกเฉินทำงานหลายทาง:
- ยับยั้ง/ชะลอการตกไข่ — กลไกหลักที่สำคัญที่สุด
- ทำให้มูกปากมดลูกข้นขึ้น — อสุจิเคลื่อนที่ผ่านได้ยากขึ้น
- ปรับเปลี่ยนเยื่อบุโพรงมดลูก — ลดโอกาสการฝังตัวของไข่
สัญญาณที่ควรตรวจครรภ์หลังกินยาคุมฉุกเฉิน
- ประจำเดือนช้ากว่าปกติ มากกว่า 7 วัน
- ปวดท้องน้อยรุนแรงผิดปกติ
- เลือดออกผิดปกติ (อาจเป็นสัญญาณของการตั้งครรภ์นอกมดลูก — ภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์)
น้ำหนักตัวมีผลต่อประสิทธิภาพยาคุมฉุกเฉินหรือไม่?
นี่เป็นประเด็นที่มีการศึกษาวิจัยอย่างต่อเนื่อง:
- งานวิจัยจาก PubMed พบว่าผู้หญิงที่มี BMI > 30 อาจมีอัตราการตั้งครรภ์สูงขึ้นหลังใช้ Levonorgestrel โดยอัตราการตั้งครรภ์เพิ่มจาก ~1.4% (น้ำหนัก 65-75 กก.) เป็น ~6% (น้ำหนัก >80 กก.)
- อย่างไรก็ตาม งานวิจัยอีกชิ้นจาก WHO ที่วิเคราะห์ข้อมูลจาก 5,812 คน ไม่พบความสัมพันธ์ที่ชัดเจน ระหว่างน้ำหนักตัว/BMI กับการลดประสิทธิภาพของยา
- WHO ยืนยันว่า ไม่ควรจำกัดการเข้าถึงยาคุมฉุกเฉิน ไม่ว่าน้ำหนักตัวจะเท่าไหร่
| น้ำหนักตัว | ข้อควรรู้ |
|---|---|
| < 70 กก. | ประสิทธิภาพปกติ |
| 70-80 กก. | อาจลดลงเล็กน้อย — ยังแนะนำให้ใช้ได้ |
| > 80 กก. | บางงานวิจัยพบว่าประสิทธิภาพลดลง — ควรปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์เพื่อพิจารณาทางเลือกเพิ่มเติม |
📌 สรุป: ไม่ว่าน้ำหนักตัวจะเท่าไหร่ ยังแนะนำให้ใช้ยาคุมฉุกเฉินได้ เพราะยังดีกว่าไม่ใช้เลย แต่ถ้ากังวล ควรปรึกษาเภสัชกรเพื่อพิจารณาทางเลือกอื่น
วิธีกินยาคุมฉุกเฉินให้ได้ผลสูงสุด
📖 อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: วิธีกินยาคุมฉุกเฉิน 1 เม็ด กินอย่างไรให้ได้ผล
ขั้นตอนสำคัญ
- กิน 1 เม็ดทันที ที่พร้อม — ไม่ต้องรอจนถึงเช้า
- กลืนทั้งเม็ด พร้อมน้ำเปล่า ไม่ต้องบดหรือเคี้ยว
- กินก่อนหรือหลังอาหารก็ได้ — ถ้าคลื่นไส้ง่าย แนะนำกินหลังอาหาร
- ถ้าอาเจียนภายใน 2 ชม. หลังกิน → ต้องกินเม็ดใหม่อีก 1 เม็ด
ยาคุมฉุกเฉินแบบ 1 เม็ด vs 2 เม็ด
| รายละเอียด | แบบ 1 เม็ด | แบบ 2 เม็ด |
|---|---|---|
| ตัวยา | Levonorgestrel 1.5 มก. | Levonorgestrel 0.75 มก. × 2 |
| วิธีกิน | กิน 1 เม็ดทันที | กินเม็ดแรกทันที + เม็ดที่สองอีก 12 ชม. |
| ประสิทธิภาพ | เทียบเท่ากัน | เทียบเท่ากัน |
| ข้อดี | สะดวก จบในเม็ดเดียว | ราคาถูกกว่าบางยี่ห้อ |
| สินค้าที่มีใน Intimo Life | Levonorgestrel, Tansy One (แทนซี่ วัน) | Postinor (โพสตินอร์) |
📌 งานวิจัยจาก PubMed ยืนยันว่า ทั้งสองแบบมีประสิทธิภาพเทียบเท่ากัน — เลือกแบบไหนก็ได้ตามความสะดวก
ผลข้างเคียงยาคุมฉุกเฉิน
📖 อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลข้างเคียงยาคุมทุกชนิดได้ที่: ผลข้างเคียงยาคุมกำเนิด มีอะไรบ้าง?
ผลข้างเคียงส่วนใหญ่ ไม่รุนแรงและหายได้เอง ภายใน 1-2 วัน:
- คลื่นไส้/อาเจียน — พบได้บ่อยที่สุด ถ้าอาเจียนภายใน 2 ชม. ต้องกินยาซ้ำ
- ปวดศีรษะ/เวียนศีรษะ
- เจ็บคัดเต้านม
- อ่อนเพลีย
- ปวดท้องน้อย
- ประจำเดือนมาผิดปกติ — อาจมาเร็วหรือช้ากว่าปกติ 1-2 สัปดาห์ หรือมีเลือดออกกะปริดกะปรอย
| อาการ | ระยะเวลาที่มักหาย | ควรพบแพทย์เมื่อ |
|---|---|---|
| คลื่นไส้ | 1-2 วัน | อาเจียนรุนแรงไม่หยุด |
| ปวดศีรษะ | 1-2 วัน | ปวดรุนแรงผิดปกติ |
| ประจำเดือนผิดปกติ | 1-2 รอบเดือน | ช้ากว่าปกติ >7 วัน |
| ปวดท้องน้อย | 1-2 วัน | ปวดรุนแรงมาก (อาจเป็นสัญญาณท้องนอกมดลูก) |
หลังกินยาคุมฉุกเฉินแล้ว ต้องทำอะไรต่อ?
ยาคุมฉุกเฉินป้องกันได้เฉพาะ การมีเพศสัมพันธ์ครั้งนั้น เท่านั้น ไม่ได้ป้องกันครั้งถัดไป
สิ่งที่ควรทำหลังกินยาคุมฉุกเฉิน
- ใช้ถุงยางอนามัย ทุกครั้งจนกว่าจะเริ่มใช้ยาคุมกำเนิดประจำ
- เริ่มหรือกลับมากินยาคุมรายวัน ได้ทันทีในวันถัดไป → อ่านเพิ่ม: ยาคุมกำเนิด ยี่ห้อไหนดี?
- ตรวจครรภ์ ถ้าประจำเดือนช้ากว่าปกติ >7 วัน
- ไม่ควรใช้ยาคุมฉุกเฉินบ่อย — ไม่เกิน 2 ครั้งต่อรอบเดือน
💡 ยาคุมฉุกเฉินไม่ใช่ยาคุมประจำ — ถ้าต้องการคุมกำเนิดระยะยาว ยาคุมรายวันเป็นทางเลือกที่ดีกว่ามาก ทั้งในแง่ประสิทธิภาพ ผลข้างเคียง และค่าใช้จ่าย → อ่านเพิ่ม: ยาคุมฉุกเฉิน vs ยาคุมกำเนิด ต่างกันอย่างไร?
คำถามที่พบบ่อย
ไม่แนะนำให้ใช้เป็นประจำ เพราะอาจทำให้รอบเดือนผิดปกติและมีผลข้างเคียงมากขึ้น ไม่ควรใช้เกิน 2 ครั้งต่อรอบเดือน ถ้าต้องการคุมกำเนิดระยะยาว ควรเปลี่ยนมาใช้ยาคุมกำเนิดรายวัน
ไม่ — ไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ว่ายาคุมฉุกเฉินส่งผลต่อความสามารถในการมีบุตรในอนาคต
ประจำเดือนอาจมาเร็วหรือช้ากว่าปกติได้ประมาณ 1 สัปดาห์ ถ้าช้ากว่าปกติมากกว่า 7 วัน ควรตรวจครรภ์
เลือดออกกะปริดกะปรอยหลังกินยาคุมฉุกเฉินเป็นเรื่องปกติ ไม่ต้องกังวล แต่ถ้าเลือดออกมากผิดปกติหรือปวดท้องรุนแรง ควรพบแพทย์ทันที
ยาคุมฉุกเฉินไม่สามารถยุติการตั้งครรภ์ที่เกิดขึ้นแล้วได้ และจากข้อมูลปัจจุบันไม่พบว่าเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ แต่ไม่แนะนำให้ใช้หากทราบว่าตั้งครรภ์แล้ว
ยาบางชนิดอาจลดประสิทธิภาพของยาคุมฉุกเฉิน เช่น ยากันชัก (Carbamazepine, Phenobarbital), ยาต้านวัณโรค (Rifampicin), สมุนไพร St. John's Wort ควรแจ้งเภสัชกรทุกครั้ง
ได้ — Levonorgestrel ปลอดภัยสำหรับแม่ให้นมบุตร ปริมาณยาที่ผ่านเข้าน้ำนมน้อยมาก (Relative Infant Dose ~8%) ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัย
ประสิทธิภาพเทียบเท่ากัน — แบบ 1 เม็ด (1.5 มก.) สะดวกกว่าเพราะจบในเม็ดเดียว ส่วนแบบ 2 เม็ด (0.75 มก. × 2) ต้องกินเม็ดที่สองอีก 12 ชม. ถัดมา
ในประเทศไทย ยาคุมฉุกเฉินสามารถซื้อได้ที่ร้านขายยาโดยไม่จำกัดอายุ FDA สหรัฐฯ ก็อนุมัติให้ใช้ได้ทุกกลุ่มอายุ
⚠️ ข้อจำกัดความรับผิดชอบ
เนื้อหาในบทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาทดแทนคำแนะนำ การวินิจฉัย หรือการรักษาจากแพทย์หรือเภสัชกรผู้เชี่ยวชาญ หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการหรือการใช้ยา ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ
แหล่งอ้างอิง
- Girum T, Wasie A. Return of fertility after discontinuation of contraception: a systematic review and meta-analysis. Contracept Reprod Med. 2018
- NHS — When will my periods come back after I stop taking the pill?
- Mayo Clinic — Getting pregnant after birth control
- ACOG — Fertility Awareness-Based Methods of Family Planning
- WHO — Family Planning/Contraception Methods
- Mikkelsen EM et al. Pre-gravid oral contraceptive use and time to pregnancy. Human Reproduction. 2013
เป็นสมาชิกกับทางร้านเพื่อรับข่าวสารและส่วนลดต่างๆ

