ยาปลูกผม
อาการผมร่วง ผมบาง
สั่งซื้อตัวช่วยดูแลผมบางที่มีประสิทธิภาพ เพื่อช่วยชะลอการผมร่วงและกระตุ้นให้ผมใหม่งอกขึ้นมา
ตัวช่วยดูแลผมบางที่ผ่านการรับรองทางคลินิก
ช่วยป้องกันผมร่วงเพิ่มเติมและกระตุ้นการงอกของเส้นผมใหม่อย่างมีประสิทธิภาพ
✔️ ทางเลือกที่ตอบโจทย์ทุกปัญหาผม
เลือกจากตัวเลือกที่หลากหลายเพื่อแก้ปัญหาผมบางและผมร่วง ออกแบบมาให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของคุณและช่วยเรียกความมั่นใจในเส้นผมกลับมา
🚚 จัดส่งรวดเร็ว ปลอดภัย และเป็นความลับ
บริการจัดส่งรวดเร็วไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม พร้อมบรรจุภัณฑ์ที่มิดชิดเพื่อรักษาความลับและความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ 100%
ผมร่วงเยอะมาก — ควรทำยังไงดี?
อาการผมบางในผู้ชายเป็นเรื่องปกติและมักไม่ได้บ่งบอกถึงปัญหาสุขภาพร้ายแรง — แต่ก็เข้าใจได้ว่าหลายคนรู้สึกมั่นใจน้อยลงเมื่อเจอปัญหานี้ ผมร่วงจากพันธุกรรม (Androgenic Alopecia) พบได้มากถึง 80% ของผู้ชาย และเป็นสาเหตุหลักของปัญหาเรื่องผม
แม้ยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด แต่มีตัวเลือกมากมายที่ช่วยชะลอหรือป้องกันผมร่วงเพิ่มได้ ตั้งแต่ยาที่ต้องสั่งโดยแพทย์สำหรับผลลัพธ์ที่ตรงจุด ไปจนถึงผลิตภัณฑ์ดูแลผมทั่วไปอย่างแชมพูสูตรพิเศษที่บำรุงและเสริมความแข็งแรงให้เส้นผมจากภายนอก
ตัวช่วยดูแลอาการผมบางสำหรับผู้ชาย
ภาวะผมร่วงคืออะไร?
ผมร่วงเป็นเรื่องที่พบได้บ่อย โดยคนที่สุขภาพปกติมักมีผมร่วงประมาณ 50–100 เส้นต่อวัน ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่จะเริ่มน่ากังวลเมื่อร่างกาย ผมร่วงเยอะมาก จน “ผมที่ร่วง” มากกว่า “ผมที่งอกใหม่” ทำให้ผมดูบางลงเรื่อยๆ
ผมร่วงสามารถแสดงออกได้หลายรูปแบบ เช่น:
- ผมค่อยๆ บางลง แบบสังเกตได้ทีละนิด
- แนวผมร่น หน้าผากกว้างขึ้น
- หัวล้านเป็นหย่อมๆ หรือเป็นวงๆ
หลายคนสงสัยว่า ผมร่วงเกิดจากอะไร ซึ่งปัจจัยที่ทำให้ผมร่วงมีได้หลายอย่าง เช่น:
- พันธุกรรม โดยเฉพาะผมบางแบบผู้ชาย/ผู้หญิง (pattern baldness)
- การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เช่น ฮอร์โมนขึ้นลงช่วงตั้งครรภ์หรือวัยหมดประจำเดือน ซึ่งกระตุ้นให้ผมร่วงได้
- ยาบางชนิด เช่น เคมีบำบัด หรือยาละลายลิ่มเลือด ที่อาจทำให้ผมร่วงเป็นผลข้างเคียง
- ความเครียด ทั้งทางร่างกายและจิตใจ ซึ่งอาจทำให้วงจรการงอกของเส้นผมสะดุด ส่งผลให้ผมร่วงมากขึ้น
- โรคบางอย่าง เช่น ความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ หรือโรคภูมิคุ้มกันทำลายตัวเองบางชนิด
สำหรับผู้ชาย ภาวะผมร่วงที่พบได้บ่อยที่สุดคือ ผมบางแบบผู้ชาย หรือที่เรียกว่า male androgenetic alopecia (MAA) ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้มากถึง 80% ของผู้ชายตลอดช่วงชีวิต โดยพบว่า:
- ประมาณ 30% พบภายในอายุ 30 ปี
- ประมาณ 50% พบภายในอายุ 50 ปี
- ประมาณ 80% พบภายในอายุ 70 ปี
งานวิจัยยังระบุว่า โดยเฉลี่ยผู้ชายผิวขาวมีโอกาสเกิดผมบางแบบผู้ชายมากกว่าผู้ชายผิวดำประมาณ 4 เท่า และช่วงอายุที่มักเริ่มมีอาการโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 20–25 ปี
ระยะต่างๆ ของปัญหาผมบาง
ผมบางแบบผู้ชายจะค่อยๆ ดำเนินไปเป็น “ระยะ” ซึ่งมักคาดเดาได้พอสมควร โดยส่วนใหญ่เริ่มจาก แนวผมร่น และ ผมบางบริเวณกลางกระหม่อม จากนั้นค่อยๆ ชัดขึ้นจนเกิดเป็นรูปแบบหัวล้านคล้าย เกือกม้า รอบศีรษะ
การประเมินระยะผมบางแบบผู้ชายที่นิยมใช้คือ Hamilton-Norwood Scale ซึ่งแบ่งระดับผมร่วงออกเป็น 8 ระยะ ตั้งแต่ผมร่นเล็กน้อย ไปจนถึงศีรษะล้านกว้างมาก
8 ระยะของ Hamilton-Norwood Scale
- ระยะที่ 1 – มักเรียกว่า “ระยะเริ่มต้น/ระยะอ้างอิง” เพราะยังไม่เห็นผมร่วงหรือแนวผมร่น และใช้เป็นจุดเปรียบเทียบกับระยะถัดๆ ไป
- ระยะที่ 2 – แนวผมเริ่มร่นเล็กน้อย โดยมักเห็นชัดบริเวณขมับ ระยะนี้มักเรียกว่าแนวผมแบบผู้ใหญ่ (adult/mature hairline)
- ระยะที่ 3 – จัดเป็นระยะที่เริ่ม “หัวล้าน” อย่างเป็นทางการ เพราะเริ่มสังเกตผมร่วงได้ชัดขึ้น แนวผมร่นมากขึ้นบริเวณขมับ ทำให้เกิดรูปทรงคล้ายตัว M, U หรือ V
- ระยะที่ 3 Vertex – คล้ายระยะที่ 3 แต่จะมีอาการผมบางหรือเริ่มมีจุดหัวล้านที่ กลางกระหม่อม ชัดขึ้น
- ระยะที่ 4 – แนวผมร่นถอยไปด้านหลังมากขึ้น และจุดหัวล้านที่กลางกระหม่อมเด่นขึ้น แต่ยังมี “แถบผม” คั่นอยู่ระหว่างแนวผมด้านหน้ากับจุดหัวล้าน
- ระยะที่ 5 – แนวผมยังร่นต่อไปทางด้านหลัง และแถบผมที่คั่นระหว่างบริเวณกลางกระหม่อมกับแนวผมด้านหน้าจะบางลงเรื่อยๆ
- ระยะที่ 6 – ผมบริเวณด้านบนศีรษะเหลือน้อยมากหรือแทบไม่มีแล้ว แต่อาจยังเหลือผมด้านข้างอยู่บ้าง
- ระยะที่ 7 – เริ่มมีผมร่วงที่ด้านข้างมากขึ้น และจะเหลือเป็นวงผมบางๆ รอบศีรษะที่ค่อนข้างบางและโปร่ง
อาการผมร่วงแบบที่พบได้น้อย มีอะไรบ้าง?
นอกจากผมร่วงมากขึ้น ผมบางลง และแนวผมร่นแล้ว อาการที่พบได้น้อยกว่ายังอาจมี เช่น:
- หัวล้านเป็นหย่อมๆ
- ความรู้สึกแสบร้อนหรือเจ็บจี๊ดๆ บริเวณหนังศีรษะ
- คันหนังศีรษะ
- ผิวหนังศีรษะแดง บวม หรือมีแผล ที่อาจคันหรือมีหนองซึม
- การเปลี่ยนแปลงของเล็บ
สาเหตุที่ทำให้ผมร่วงเยอะมาก
หลายคนสงสัยว่า ผมร่วงเกิดจากอะไร ซึ่งความจริงแล้วมีสาเหตุหลากหลาย ดังนี้:
พันธุกรรม
ผมบางแบบผู้ชายและผู้หญิงมักถ่ายทอดทางพันธุกรรม งานวิจัยพบว่าผู้ชายมีโอกาสเกิด ผมร่วงเยอะมาก มากขึ้นถึง 5–6 เท่า หากพ่อมีอาการผมร่วง อย่างไรก็ตาม ยีนที่เกี่ยวข้องกับผมร่วงมีหลายตัว รวมถึงยีนที่ได้รับมาจากฝั่งแม่ด้วย
ฮอร์โมน
การเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมน โดยเฉพาะฮอร์โมนเอสโตรเจนและแอนโดรเจน มีผลต่อการเจริญเติบโตของเส้นผมและอาจทำให้ผมร่วงได้
ตัวอย่างเช่น ในภาวะผมบางแบบผู้ชาย ฮอร์โมน DHT (Dihydrotestosterone) ซึ่งเป็นสารที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน จะจับกับตัวรับแอนโดรเจนและทำให้รูขุมขนหดเล็กลง ทุกครั้งที่เส้นผมผ่านวงจรการเจริญเติบโต รูขุมขนจะเล็กลงเรื่อยๆ ทำให้ผมสั้นลง บางลง และสุดท้ายก็นำไปสู่ ผมร่วงเยอะมาก
อายุที่เพิ่มขึ้น
การมีอายุมากขึ้นเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผมร่วง เพราะกระบวนการแก่ตามธรรมชาติทำให้รูขุมขนทำงานช้าลง ประกอบกับระดับฮอร์โมนที่เปลี่ยนไป ส่งผลให้ผมบางลงและร่วงมากขึ้น
โรคและภาวะสุขภาพบางอย่าง
โรคและการรักษาบางอย่างอาจทำให้ผมร่วงได้ เช่น โรคภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง ความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ ความเครียด และยาบางชนิด โรคที่อาจทำให้ผมร่วงได้ เช่น:
- Alopecia Areata – โรคภูมิคุ้มกันทำลายตัวเองที่ทำให้เกิดหัวล้านเป็นหย่อมๆ เกิดจากเซลล์ภูมิคุ้มกันของร่างกายโจมตีรูขุมขนของตัวเองโดยไม่ตั้งใจ ส่งผลให้ผมร่วง
- ความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ – ต่อมไทรอยด์ผลิตฮอร์โมนที่ควบคุมการทำงานหลายอย่างของร่างกาย รวมถึงการเจริญเติบโตของเส้นผม ดังนั้นหากฮอร์โมนไทรอยด์สูงหรือต่ำเกินไป อาจส่งผลต่อสุขภาพและการเจริญเติบโตของเส้นผม ทำให้ผมบางหรือร่วงได้
- ภาวะขาดธาตุเหล็ก – การได้รับธาตุเหล็กไม่เพียงพออาจทำให้เกิดภาวะที่เรียกว่า Telogen Effluvium ซึ่งทำให้ผมร่วงมากขึ้น หลายคนจึงสงสัยว่า ผมร่วงเยอะมาก ต้องกินอะไร คำตอบคือควรเสริมอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับคำแนะนำเฉพาะบุคคล
- ความเครียด – ความเครียดสามารถกระตุ้นให้เกิดผมร่วงชั่วคราวแบบ Telogen Effluvium ซึ่งทำให้เส้นผมจำนวนมากเข้าสู่ระยะพักตัวพร้อมกัน ส่งผลให้ผมร่วงมากขึ้นในช่วงเวลาสั้นๆ
แนวทางการดูแลปัญหาผมร่วงสำหรับผู้ชาย
แนวทางการดูแล ผมบาง และภาวะ ผมร่วงเยอะมาก ในผู้ชายมีหลายแบบ ขึ้นอยู่กับสาเหตุและระยะของอาการ (ถ้าสงสัยว่า ผมร่วงเกิดจากอะไร ควรประเมินร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ) โดยวิธีที่พบได้บ่อยมีดังนี้:
แชมพู
- ยาทา/ผลิตภัณฑ์ทาบนหนังศีรษะ (Topical treatment)
เป็นการทาที่หนังศีรษะและมีตัวยาสำคัญ เช่น minoxidil ซึ่งมักถูกใช้เป็นตัวเลือกแรกๆ สำหรับผมบางแบบผู้ชาย งานวิจัยพบว่า ผู้ใช้ที่ทาต่อเนื่อง 48 สัปดาห์ มี “ความหนาแน่น/การปกคลุมของเส้นผมบนหนังศีรษะ” เพิ่มขึ้นประมาณ 60% เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่มี minoxidil ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 23% - แชมพูคาเฟอีน (Caffeine shampoo)
มักใช้เพื่อช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของเส้นผมในคนที่มีผมร่วงหรือ ผมบาง โดยเชื่อว่าอาจช่วยเสริมความแข็งแรงให้เส้นผมผ่านการกระตุ้นรากผม และมักออกแบบให้ใช้เป็นการดูแลต่อเนื่องทุกวันในระยะยาว
ยาเม็ด (แบบต้องใช้ใบสั่งยา)
ยารับประทานที่ต้องใช้ใบสั่งยา เช่น ยากลุ่มที่มีตัวยาสำคัญ finasteride มักใช้ในภาวะผมบางแบบผู้ชาย และถือเป็นตัวเลือกที่มีประสิทธิภาพ โดยข้อมูลระบุว่าสามารถช่วย “หยุด” การผมร่วงได้ในผู้ชายประมาณ 90%
กลไกหลักคือช่วยลดระดับ DHT บริเวณหนังศีรษะ และยับยั้งการเปลี่ยนเทสโทสเตอโรนไปเป็น DHT ซึ่งช่วยชะลอการผมร่วง สนับสนุนให้เส้นผมดูหนาขึ้น และกระตุ้นการงอกใหม่ได้ในบางคน (สำหรับคนที่ ผมร่วงเยอะมาก วิธีแก้ อาจเริ่มจากการประเมินว่าเหมาะกับยากลุ่มนี้หรือไม่)
อาหารเสริม
อาหารเสริมอาจช่วยได้ โดยเฉพาะกรณีที่ผมร่วงเกี่ยวข้องกับการขาดสารอาหาร ใครที่สงสัยว่า ผมร่วงเยอะมาก ต้องกินอะไร มักเกี่ยวข้องกับสารอาหารเหล่านี้:
- ไบโอติน (Biotin / วิตามิน B7) อาจช่วยกระตุ้นการสร้างเคราติน ซึ่งเป็นโปรตีนโครงสร้างหลักของเส้นผม ทำให้เส้นผมดูหนาและแข็งแรงขึ้น
- ธาตุเหล็ก (Iron) สำคัญต่อวงจรการเจริญเติบโตของเส้นผม เพราะช่วยขนส่งออกซิเจนไปยังรูขุมขน
- สังกะสี (Zinc) ช่วยเกี่ยวข้องกับการควบคุมระดับ DHT หากสังกะสีต่ำ ร่างกายอาจสร้าง DHT มากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้ผมร่วงมากขึ้น
ปลูกผม
การปลูกผมเป็นหัตถการเพื่อความงาม โดยย้ายเส้นผมจากบริเวณที่หนาแน่นไปยังบริเวณที่ ผมบาง หรือเริ่มล้าน ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงและแตกต่างกันมากตามความรุนแรงของอาการ วิธีที่ใช้ และสถานพยาบาล
สิ่งที่ควรรู้ระหว่างการดูแลเส้นผม
หลายคนสงสัยว่า ผมร่วงเกิดจากอะไร ซึ่งความจริงแล้วมีสาเหตุหลากหลาย ดังนี้:
พันธุกรรม
ผมบางแบบผู้ชายและผู้หญิงมักถ่ายทอดทางพันธุกรรม งานวิจัยพบว่าผู้ชายมีโอกาสเกิด ผมร่วงเยอะมาก มากขึ้นถึง 5–6 เท่า หากพ่อมีอาการผมร่วง อย่างไรก็ตาม ยีนที่เกี่ยวข้องกับผมร่วงมีหลายตัว รวมถึงยีนที่ได้รับมาจากฝั่งแม่ด้วย
ฮอร์โมน
การเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมน โดยเฉพาะฮอร์โมนเอสโตรเจนและแอนโดรเจน มีผลต่อการเจริญเติบโตของเส้นผมและอาจทำให้ผมร่วงได้
ตัวอย่างเช่น ในภาวะผมบางแบบผู้ชาย ฮอร์โมน DHT (Dihydrotestosterone) ซึ่งเป็นสารที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน จะจับกับตัวรับแอนโดรเจนและทำให้รูขุมขนหดเล็กลง ทุกครั้งที่เส้นผมผ่านวงจรการเจริญเติบโต รูขุมขนจะเล็กลงเรื่อยๆ ทำให้ผมสั้นลง บางลง และสุดท้ายก็นำไปสู่ ผมร่วงเยอะมาก
อายุที่เพิ่มขึ้น
การมีอายุมากขึ้นเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผมร่วง เพราะกระบวนการแก่ตามธรรมชาติทำให้รูขุมขนทำงานช้าลง ประกอบกับระดับฮอร์โมนที่เปลี่ยนไป ส่งผลให้ผมบางลงและร่วงมากขึ้น
โรคและภาวะสุขภาพบางอย่าง
โรคและการรักษาบางอย่างอาจทำให้ผมร่วงได้ เช่น โรคภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง ความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ ความเครียด และยาบางชนิด โรคที่อาจทำให้ผมร่วงได้ เช่น:
- Alopecia Areata – โรคภูมิคุ้มกันทำลายตัวเองที่ทำให้เกิดหัวล้านเป็นหย่อมๆ เกิดจากเซลล์ภูมิคุ้มกันของร่างกายโจมตีรูขุมขนของตัวเองโดยไม่ตั้งใจ ส่งผลให้ผมร่วง
- ความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ – ต่อมไทรอยด์ผลิตฮอร์โมนที่ควบคุมการทำงานหลายอย่างของร่างกาย รวมถึงการเจริญเติบโตของเส้นผม ดังนั้นหากฮอร์โมนไทรอยด์สูงหรือต่ำเกินไป อาจส่งผลต่อสุขภาพและการเจริญเติบโตของเส้นผม ทำให้ผมบางหรือร่วงได้
- ภาวะขาดธาตุเหล็ก – การได้รับธาตุเหล็กไม่เพียงพออาจทำให้เกิดภาวะที่เรียกว่า Telogen Effluvium ซึ่งทำให้ผมร่วงมากขึ้น หลายคนจึงสงสัยว่า ผมร่วงเยอะมาก ต้องกินอะไร คำตอบคือควรเสริมอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับคำแนะนำเฉพาะบุคคล
- ความเครียด – ความเครียดสามารถกระตุ้นให้เกิดผมร่วงชั่วคราวแบบ Telogen Effluvium ซึ่งทำให้เส้นผมจำนวนมากเข้าสู่ระยะพักตัวพร้อมกัน ส่งผลให้ผมร่วงมากขึ้นในช่วงเวลาสั้นๆ
ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้
ผลข้างเคียงที่พบบ่อย
ยาเม็ดกลุ่ม finasteride (แบบต้องใช้ใบสั่งยา)
- ภาวะแข็งตัวไม่เต็มที่ (erectile dysfunction)
- ความต้องการทางเพศลดลง
- ปัญหาเกี่ยวกับการหลั่ง
ยาทากลุ่ม minoxidil
- คันหนังศีรษะ หรือผิวหนังอักเสบ (dermatitis)
- มีขนขึ้นในตำแหน่งที่ไม่ต้องการ (นอกเหนือจากหนังศีรษะ)
แชมพูคาเฟอีน
- ผมดูบางลง/ร่วงเพิ่มขึ้นชั่วคราว
- สีผมเปลี่ยนหรือผมติดสี
- อาการคันหรือระคายเคืองหนังศีรษะ
สำหรับรายการผลข้างเคียงทั้งหมด แนะนำให้ดูเอกสารกำกับยาที่มากับผลิตภัณฑ์ทุกครั้ง
วิธีดูแล/รับมือผลข้างเคียงจากการดูแลผมร่วง
ผลข้างเคียงส่วนใหญ่มักไม่รุนแรงและสามารถดูแลตัวเองที่บ้านได้ เช่น:
- ปรับวิธีดูแลเส้นผมให้เบามือ
ใช้แปรงขนอ่อนหรือหวีอย่างนุ่มนวลกับผมที่บางลง สระผมให้น้อยลงเท่าที่จำเป็น เลือกใช้แชมพูอ่อนๆ และซับผมให้แห้งด้วยผ้าขนหนูนุ่มแทนการถูแรงๆ เพื่อลดการระคายเคือง (เป็นหนึ่งในแนวทางที่ช่วยได้สำหรับคนที่กำลังหาคำตอบว่า ผมร่วง วิธีแก้) - ป้องกันแดดให้หนังศีรษะ
ทาครีมกันแดดบริเวณที่โดนแดด สวมหมวก ผ้าพันคอ หรือที่คลุมศีรษะเมื่อต้องออกแดด เพื่อลดการทำร้ายหนังศีรษะจากแสงแดด - เพิ่มความชุ่มชื้นให้หนังศีรษะ
หากหนังศีรษะแห้งหรือคัน ใช้มอยส์เจอไรเซอร์สูตรอ่อนโยนและไม่มีน้ำหอม เพื่อช่วยลดความแห้งและการคัน (เหมาะกับคนที่ ผมร่วงเยอะมาก วิธีแก้ แบบเริ่มจากดูแลหนังศีรษะร่วมด้วย)
หากมีอาการผิดปกติที่รบกวนชีวิตประจำวัน หรืออาการเกี่ยวกับสมรรถภาพทางเพศหลังเริ่มใช้ยา ควรหยุดใช้และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินความเหมาะสมทันที
ตัวช่วยดูแลผมร่วงเหมาะกับทุกคนไหม?
ไม่เสมอไป ตัวช่วยดูแล ผมบาง และภาวะ ผมร่วงเยอะมาก บางประเภท (โดยเฉพาะยาที่ต้องใช้ใบสั่งยา) อาจไม่เหมาะกับบางคน ขึ้นอยู่กับเพศ อายุ โรคประจำตัว สาเหตุของผมร่วง และยาที่ใช้อยู่
ยาเม็ดกลุ่ม finasteride (แบบต้องใช้ใบสั่งยา) อาจไม่เหมาะ หากคุณ:
- เป็นผู้หญิง
- แพ้ส่วนประกอบใดๆ ในยา
- กำลังใช้ยา finasteride หรือ dutasteride อยู่แล้วเพื่อภาวะต่อมลูกหมากโตชนิดไม่ร้ายแรง (benign prostatic hyperplasia)
ยาทากลุ่ม minoxidil อาจไม่เหมาะ หากคุณ:
- เป็นผู้หญิง
- อายุน้อยกว่า 18 ปี หรือมากกว่า 65 ปี
- เคยมีอาการแพ้/ระคายเคืองจาก minoxidil, ethanol หรือ propylene glycol
- ยังไม่แน่ใจว่าผมร่วงเป็นกรรมพันธุ์หรือไม่
- ผมร่วงที่เกิดจากยา
- ศีรษะล้านทั้งหมด หรือผมร่วงจนหมดทั้งศีรษะ
- มีความดันโลหิตสูง
- ยังไม่แน่ใจว่า ผมร่วงเกิดจากอะไร
- มีปัญหาหนังศีรษะ (เช่น ผื่น อักเสบ แพ้ง่าย)
- กำลังใช้ครีมหรือยาทาภายนอกเพื่อรักษาหนังศีรษะอยู่ (เช่น dithranol, tretinoin, corticosteroids, petrolatum)
ถ้าตอนนี้ ผมร่วงเยอะมาก และยังไม่แน่ใจสาเหตุ แนะนำให้เริ่มจากการประเมินว่า ผมร่วงเกิดจากอะไร ก่อน เพราะการเลือกวิธีดูแลให้ตรงสาเหตุคือ “ผมร่วง วิธีแก้” ที่ได้ผลและปลอดภัยที่สุด
วิธีป้องกันไม่ให้ผมร่วงก่อนวัย
มีหลายสิ่งที่คุณสามารถทำได้เพื่อส่งเสริมสุขภาพเส้นผมให้แข็งแรงและป้องกันปัญหาผมร่วง แม้ว่าปัญหาเส้นผมของคุณจะมาจากพันธุกรรม แต่การปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์เหล่านี้จะมีประโยชน์อย่างมากเมื่อทำควบคู่ไปกับ ผมร่วง วิธีแก้ อื่นๆ เพื่อส่งเสริมสุขภาพโดยรวมที่ดีขึ้น:
1. ทานอาหารที่มีประโยชน์
การเลือกทานอาหารที่อุดมไปด้วยสารอาหารจำเป็น เช่น โปรตีน ธาตุเหล็ก และสังกะสี จะช่วยส่งเสริมสุขภาพเส้นผมและบำรุงรูขุมขนให้แข็งแรง ใครที่สงสัยว่า ผมร่วงเยอะมาก ต้องกินอะไร การเน้นสารอาหารเหล่านี้คือจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุด
2. จัดการความเครียด
ความเครียดสะสมเรื้อรังเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ ผมร่วงเยอะมาก การฝึกสติและเทคนิคลดความเครียด เช่น การออกกำลังกาย การทำสมาธิ การออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือการพบปะสังสรรค์ ล้วนส่งผลดีต่อเส้นผม
3. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
การขยับร่างกายเป็นประจำช่วยให้สุขภาพโดยรวมดีขึ้น และอาจช่วยสนับสนุนการงอกของเส้นผมทางอ้อม โดยการเพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปยังหนังศีรษะและรูขุมขน รวมถึงช่วยลดระดับความเครียดได้อีกด้วย
4. เลิกสูบบุหรี่
งานวิจัยระบุว่าผู้ชายที่สูบบุหรี่มีโอกาสเกิดภาวะผมบางแบบผู้ชายมากกว่าคนที่ไม่เคยสูบถึง 1.8 เท่า ดังนั้นการเลิกสูบบุหรี่จึงเป็น ผมร่วงเยอะมาก วิธีแก้ ที่ได้ผลดีและชัดเจนสำหรับผู้ชาย
5. ป้องกันแสงแดด
แม้แสงแดดจะไม่ใช่สาเหตุโดยตรงที่ทำให้ผมร่วง แต่การสัมผัสแดดจัดนานเกินไปอาจทำร้ายเส้นผมและหนังศีรษะ ทำให้ผมเส้นเล็ก เปราะบาง และร่วงง่ายขึ้น ควรทาครีมกันแดด (โดยเฉพาะบริเวณที่ผมบาง) หรือสวมหมวกเพื่อปกป้องหนังศีรษะจากรังสียูวี
6. ดูแลโรคประจำตัว
การจัดการโรคประจำตัวที่อาจเป็นสาเหตุว่า ผมร่วงเกิดจากอะไร เช่น ความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ จะช่วยป้องกันหรือควบคุมอาการผมร่วงได้ ควรเข้ารับการตรวจเช็กสุขภาพและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับยาที่ทานอยู่อย่างสม่ำเสมอ
7. ดูแลเส้นผมอย่างเบามือ
ควรใช้แปรงขนอ่อนหรือหวีในการจัดแต่งทรงผมที่บาง สระผมด้วยแชมพูสูตรอ่อนโยน และใช้วิธีซับผมให้แห้งแทนการถูแรงๆ นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมที่มีสารเคมีรุนแรงหรือการใช้ความร้อนที่อาจทำลายเส้นผม
8. ลองใช้อาหารเสริม
การทานอาหารเสริมเป็นประจำ เช่น ไบโอตินหรือสังกะสี อาจช่วยส่งเสริมการงอกของเส้นผมให้มีสุขภาพดีขึ้น แม้ว่าผลลัพธ์ในแต่ละบุคคลอาจแตกต่างกันไปตามสภาพร่างกายและการตอบสนองของแต่ละคน
คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
ถ้าหยุดใช้ตัวช่วยดูแลผมร่วง จะเกิดอะไรขึ้น?
หากหยุดใช้การดูแลผมร่วง วงจรการงอกผมตามธรรมชาติจะค่อยๆ กลับมาเป็นแบบเดิม ซึ่งหมายความว่าอาจเริ่มมี ผมร่วงเยอะมาก ขึ้นอีกครั้ง และรูปแบบผมร่วง/ผมบางอาจกลับไปใกล้เคียงกับก่อนเริ่มใช้
ถ้าวันหนึ่งลืมใช้ตัวช่วยดูแลผมร่วง ต้องทำอย่างไร?
หากพลาดไป 1 วัน ห้ามเพิ่มขนาดเป็น 2 เท่า เพื่อชดเชย โดยแนวทางทั่วไป (กรณีเป็นยาเม็ดกลุ่ม finasteride) คือ:
- ช้ากว่าเวลาปกติไม่เกิน 6 ชั่วโมง: ให้ทานทันทีที่นึกได้
- ช้ากว่าเวลาปกติเกิน 6 ชั่วโมง: ให้ข้ามโดสนั้นไป แล้วทานโดสถัดไปตามเวลาปกติ
ผมงอกกลับมาได้ไหม?
ได้ มีโอกาสที่ผมจะงอกกลับมา แต่ขึ้นอยู่กับสาเหตุหลักว่า ผมร่วงเกิดจากอะไร เช่น หากเกิดจากปัจจัยที่แก้ไขได้ (เจ็บป่วย ความเครียด ขาดสารอาหาร) หรือเป็นกรรมพันธุ์แต่เริ่มดูแลตั้งแต่เนิ่นๆ ก็มีโอกาสทั้ง “ผมงอกกลับ” หรืออย่างน้อยช่วยชะลอไม่ให้ผมร่วงมากขึ้นได้
ตัวช่วยดูแลผมร่วงทำให้ผมหนาขึ้นไหม?
บางวิธีช่วยให้เส้นผมดูหนาขึ้นได้ โดยเฉพาะยาทาบางชนิด เช่น minoxidil ที่อาจช่วยให้ผมหนาขึ้นและสนับสนุนการงอกใหม่
ขาดวิตามินทำให้ผมร่วงได้ไหม?
ได้ การขาดวิตามินและแร่ธาตุบางชนิดอาจทำให้ผมบางและผมร่วงได้ ตัวอย่างเช่น วิตามิน D, B12 และแร่ธาตุอย่าง ธาตุเหล็ก กับ สังกะสี
ใครที่กำลังคิดว่า ผมร่วงเยอะมาก ต้องกินอะไร อาจเริ่มจากการเช็กเรื่องสารอาหารเหล่านี้ก่อน
รู้ได้อย่างไรว่าผมร่วงเยอะเกินไป?
โดยทั่วไปผมร่วงวันละประมาณ 50–100 เส้น ถือเป็นเรื่องปกติ แต่หากสังเกตว่า:
- มีผมติดหวี/แปรงมากกว่าปกติ
- ผมร่วงในห้องน้ำ/ท่อระบายน้ำเยอะผิดปกติ
- เห็นผมบางลงชัด หรือมีจุดล้านเป็นหย่อมๆ
อาจเป็นสัญญาณของภาวะผมร่วงมากกว่าปกติ แนะนำให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อเริ่มหาแนวทาง ผมร่วง วิธีแก้ ที่เหมาะกับสาเหตุให้เร็วที่สุด
เทสโทสเตอโรนต่ำทำให้ผมร่วงได้ไหม?
ได้ แม้คนส่วนใหญ่มักเชื่อมโยงผมร่วงกับเทสโทสเตอโรนสูง แต่ระดับเทสโทสเตอโรนต่ำก็อาจเกี่ยวข้องกับผมบางหรือผมร่วงได้เช่นกัน อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญไม่ใช่ “เทสโทสเตอโรนมากหรือน้อย” อย่างเดียว แต่เป็น “ความไวของร่างกายต่อ DHT” มากกว่า
หากมี DHT ในร่างกายมากและรูขุมขนไวต่อ DHT อาจทำให้รูขุมขนหดเล็กลง ส่งผลให้ผมบางและ ผมร่วงเยอะมาก ได้
เป็นสมาชิกกับทางร้านเพื่อรับข่าวสารและส่วนลดต่างๆ
สินค้าที่พึ่งดูมา
