นกเขาไม่ขัน

การมีและการคงไว้ซึ่งการแข็งตัวของอวัยวะเพศชายไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องซับซ้อน

คุณสามารถดูแลและบริหารสุขภาพทางเพศของตนเองได้อย่างเหมาะสม ด้วยทางเลือกในการดูแลภาวะนกเขาไม่ขัน (Erectile Dysfunction: ED) ที่หลากหลาย เพื่อช่วยให้สามารถเกิดและคงการแข็งตัวของอวัยวะเพศชายได้ในช่วงเวลาที่จำเป็น

✔️ ทางเลือกการดูแลที่หลากหลาย

เลือกแนวทางการดูแลภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ (ED) จากตัวเลือกที่หลากหลาย เพื่อให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์และสุขภาพทางเพศของคุณ

🚚 จัดส่งรวดเร็ว ปลอดภัย และเป็นความลับ

บริการจัดส่งรวดเร็ว ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม พร้อมรักษาความลับของผู้ใช้

หากคุณต้องการตัวช่วยเรื่องการแข็งตัว ไม่ว่าจะแข็งไม่เต็มที่หรือแข็งได้ไม่นาน เรามียาช่วยเรื่องนี้หลากหลายตัวเลือก ทั้ง Viagra, Viagra Connect และ Cialis ที่ได้รับความนิยมและมีประสิทธิภาพ

อาการนกเขาไม่ขัน (ED) คือภาวะที่ไม่สามารถแข็งตัวได้เต็มที่หรือคงการแข็งตัวไว้ได้นานพอสำหรับการมีเพศสัมพันธ์ เป็นปัญหาที่พบได้บ่อย โดยผู้ชายอายุ 40-70 ปี มากถึง 52% เคยประสบปัญหานี้ แต่สามารถรักษาและจัดการได้ ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการและสาเหตุที่แท้จริง

สาเหตุของอาการแข็งไม่เต็มร้อยอาจมาจากปัญหาทางกาย เช่น เบาหวาน หรือปัญหาทางจิตใจ เช่น ความเครียด ซึมเศร้า หรือความกังวลเรื่องสมรรถภาพทางเพศ ไม่ว่าสาเหตุจะเป็นอะไร ยารักษา ED สามารถช่วยได้ สำหรับผู้ที่อายุ 18 ปีขึ้นไปและไม่มีข้อห้ามในการใช้ยา

เกี่ยวกับสมรรถภาพทางเพศชาย

นกเขาไม่ขันคืออะไร

สมรรถภาพทางเพศชาย (Erectile Dysfunction หรือ ED) หมายถึงความสามารถในการเกิดและคงการแข็งตัวของอวัยวะเพศที่เพียงพอสำหรับการมีเพศสัมพันธ์อย่างสม่ำเสมอ หากเกิดความยากลำบาก เช่น ไม่สามารถแข็งตัวได้หรือคงการแข็งตัวไม่นานพอ นั่นอาจถือเป็นภาวะ ED ซึ่งเป็นภาวะที่พบได้บ่อยและมีสาเหตุหลากหลาย ทั้งปัจจัยทางร่างกาย (เช่น ปัญหาหลอดเลือด โรคเบาหวาน ปัญหาทางระบบประสาท หรือฮอร์โมนผิดปกติ) ปัจจัยทางจิตใจ (เช่น ความวิตกกังวล ความเครียด หรือภาวะซึมเศร้า) รวมถึงสาเหตุจากยาบางชนิดและพฤติกรรม/lifestyle (เช่น การสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์มาก น้ำหนักเกิน หรือขาดการออกกำลังกาย)

ระดับความพบบ่อยของ ED เพิ่มขึ้นตามอายุ แต่ก็สามารถเกิดในผู้ชายทุกช่วงอายุได้ โดยงานวิจัยชี้ว่าประมาณครึ่งหนึ่งของผู้ชายช่วงอายุ 40–70 ปีอาจเคยประสบกับปัญหาสมรรถภาพทางเพศในบางช่วง ขณะเดียวกันผู้ชายบางคนในวัย 30 ปีก็อาจมีประสบการณ์เช่นนี้ได้เช่นกัน

ข่าวดีก็คือ ภาวะ ED สามารถจัดการหรือปรับปรุงได้ในหลายกรณี ด้วยแนวทางตั้งแต่การปรับพฤติกรรม (ปรับน้ำหนัก เลิกบุหรี่ ลดแอลกอฮอล์ ออกกำลังกาย) ไปจนถึงการรักษาทางการแพทย์ เช่น ยากลุ่ม PDE5 inhibitors (เช่น ซิลเดนาฟิล), อุปกรณ์สุญญากาศ, การฉีดหรือฝังอุปกรณ์ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ และการปรึกษาทางจิตวิทยาเมื่อมีสาเหตุด้านจิตใจ หากอาการบ่อยครั้งหรือกระทบคุณภาพชีวิต ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสาเหตุและวางแผนการรักษาที่เหมาะสม — ED เป็นเรื่องปกติที่สามารถขอความช่วยเหลือได้อย่างเป็นความลับและปลอดภัย

สัญญาณที่อาจสะท้อนว่าสมรรถภาพทางเพศลดลง

สัญญาณที่อาจสะท้อนว่าสมรรถภาพทางเพศลดลง

สัญญาณที่พบได้ อาจรวมถึง:

  • สามารถเกิดการแข็งตัวได้เป็นบางครั้งเท่านั้น
  • เกิดการแข็งตัวได้ แต่ไม่สามารถคงอยู่ได้นานพอสำหรับการมีเพศสัมพันธ์
  • ไม่สามารถเกิดการแข็งตัวได้
  • ต้องการการกระตุ้นมากกว่าที่เคยเป็น เพื่อให้เกิดและคงการแข็งตัว
  • การแข็งตัวไม่เต็มที่เท่าที่เคยเป็น

ในบางกรณี สมรรถภาพทางเพศที่ลดลงอาจเกี่ยวข้องกับ ความต้องการทางเพศที่ลดลง ซึ่งอาจเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ส่งผลต่อความมั่นใจและประสบการณ์ทางเพศโดยรวม

สมรรถภาพทางเพศที่ลดลงอาจเป็นอยู่นานแค่ไหน?

ระยะเวลาที่สมรรถภาพทางเพศเปลี่ยนแปลงไป อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ตั้งแต่ช่วงเวลาสั้น ๆ ไปจนถึงหลายเดือนหรือหลายปี ขึ้นอยู่กับปัจจัยที่เกี่ยวข้องและการดูแลที่เหมาะสม

หากพบว่าการแข็งตัวไม่เป็นไปตามที่ต้องการบ่อยครั้ง การขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพสามารถช่วยให้เข้าใจปัจจัยที่อาจส่งผล และเลือกแนวทางดูแลที่เหมาะสมได้ ปัจจุบันยังมีทางเลือกในการดูแลสมรรถภาพทางเพศที่ช่วยให้สามารถใช้ชีวิตคู่ได้อย่างเป็นปกติและมั่นใจมากขึ้น

ใครบ้างที่อาจพบประสบการณ์ด้านสมรรถภาพทางเพศนี้ได้?

ประเด็นด้านสมรรถภาพทางเพศสามารถเกิดขึ้นได้กับผู้ชายทุกช่วงวัย โดยมีแนวโน้มพบได้มากขึ้นในกลุ่มที่มีปัจจัยต่อไปนี้:

  • อายุ 40 ปีขึ้นไป
  • ปั่นจักรยานมากกว่า 3 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
  • มีภาวะสุขภาพบางประการ เช่น ระดับน้ำตาลในเลือดหรือความดันโลหิตสูง
  • มีค่าดัชนีมวลกาย (BMI) สูง
  • สูบบุหรี่
  • มีกิจกรรมทางกายน้อย
  • มีความเครียดสะสม
  • มีภาวะวิตกกังวลหรืออารมณ์ไม่สบายใจเป็นเวลานาน
  • ใช้ยาบางชนิดอย่างต่อเนื่อง
  • รับประทานอาหารที่ไม่สมดุล
  • ดื่มแอลกอฮอล์มากกว่า 14 หน่วยต่อสัปดาห์
  • มีความท้าทายด้านความสัมพันธ์ (โดยเฉพาะกรณีที่เกิดขึ้นเฉพาะกับคู่ของตน แต่สามารถเกิดการแข็งตัวได้เมื่ออยู่คนเดียว)
  • ใช้สารเสพติดเพื่อความบันเทิงเป็นประจำ

ปัจจัยที่อาจส่งผลต่อสมรรถภาพทางเพศชาย

ปัจจัยที่อาจส่งผลต่อสมรรถภาพทางเพศชาย

สมรรถภาพทางเพศชายอาจได้รับอิทธิพลจากหลายปัจจัย ซึ่งโดยทั่วไปสามารถแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มหลัก ได้แก่

ปัจจัยด้านร่างกาย, ด้านจิตใจ, การใช้ยาบางชนิด และไลฟ์สไตล์รวมถึงอายุ

ปัจจัยด้านร่างกาย

ภาวะทางร่างกายบางประการอาจส่งผลต่อการไหลเวียนของเลือดหรือสมดุลของฮอร์โมน ซึ่งมีบทบาทต่อการแข็งตัว เช่น ระดับน้ำตาลหรือไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิต ฮอร์โมนไม่สมดุล ปัญหาการนอนหลับ หรือภาวะที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาทและหลอดเลือด

ปัจจัยด้านจิตใจ

ความเครียด ความวิตกกังวล ภาวะอารมณ์ไม่สบายใจ หรือความกังวลเกี่ยวกับการมีเพศสัมพันธ์ อาจส่งผลต่อความพร้อมทางร่างกายและอารมณ์ รวมถึงความต้องการทางเพศ

การใช้ยาบางชนิด

ยาบางประเภท เช่น ยาที่เกี่ยวข้องกับฮอร์โมน ระบบประสาท หัวใจ หรือยารักษาสิว อาจมีผลต่อสมรรถภาพทางเพศเป็นผลข้างเคียง ควรตรวจสอบข้อมูลกำกับยาหรือขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ

ไลฟ์สไตล์และอายุ

อายุที่เพิ่มขึ้น การดื่มแอลกอฮอล์มาก การสูบบุหรี่ ขาดการออกกำลังกาย น้ำหนักเกิน หรือพฤติกรรมบางอย่างในชีวิตประจำวัน อาจมีส่วนทำให้สมรรถภาพทางเพศเปลี่ยนแปลงได้

ทางเลือกในการดูแลและเสริมสมรรถภาพทางเพศ

ปัจจุบันมีหลายแนวทางในการดูแลสมรรถภาพทางเพศชาย ทั้งยาที่ต้องมีคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ ยาที่หาซื้อได้ทั่วไป และทางเลือกที่ไม่ใช้ยา

ยาที่ใช้ดูแลสมรรถภาพ (กลุ่มรับประทาน)

ยากลุ่มนี้อยู่ในกลุ่ม PDE-5 inhibitors ซึ่งช่วยให้หลอดเลือดคลายตัว เพิ่มการไหลเวียนของเลือด และช่วยให้เกิดการแข็งตัวเมื่อมีการกระตุ้นทางเพศ

ตัวอย่างที่ใช้กันแพร่หลาย ได้แก่:

  • Viagra (ซิลเดนาฟิล) ออกฤทธิ์ประมาณ 30–60 นาที อยู่ได้ราว 4–6 ชั่วโมง
  • Sildenafil สูตรทั่วไป ราคาเข้าถึงง่าย ออกฤทธิ์และระยะเวลาใกล้เคียงกัน
  • Tadalafil สูตรทั่วไปของ Cialis
  • สเปรย์ซิลเดนาฟิลแบบพ่นปาก ดูดซึมเร็ว ใช้งานสะดวก

ทางเลือกที่ไม่ใช้ยา

  • ปรับไลฟ์สไตล์
  • ออกกำลังกายเฉพาะกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน
  • การให้คำปรึกษาด้านจิตใจและความสัมพันธ์
  • อุปกรณ์ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือด

แนวทางเหล่านี้สามารถใช้ร่วมกับยาได้ เพื่อผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น

สมรรถภาพทางเพศจะกลับมาดีขึ้นเองได้หรือไม่?

ในบางกรณีอาจดีขึ้นได้เอง แต่ส่วนใหญ่มักต้องอาศัยการดูแลที่เหมาะสม ยาที่ใช้ช่วยให้เกิดและคงการแข็งตัวได้ตามต้องการ แต่การเข้าใจปัจจัยพื้นฐานก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน

จำเป็นต้องใช้ตัวช่วยไปตลอดหรือไม่?

บางคนอาจใช้ในระยะยาว ขณะที่บางคนใช้เฉพาะช่วงที่ต้องการ ทั้งนี้สามารถวางแผนการดูแลร่วมกับผู้เชี่ยวชาญให้เหมาะกับแต่ละบุคคลได้ แม้สมรรถภาพจะดีขึ้นแล้ว ก็ยังควรใส่ใจการดูแลสุขภาพในระยะยาว

สามารถดูแลเพื่อลดโอกาสเกิดปัญหานกเขาไม่ขันได้หรือไม่ ?

การดูแลเพื่อช่วยลดโอกาสเกิดปัญหาด้านสมรรถภาพทางเพศ

แม้ไม่สามารถป้องกันได้ทุกกรณี แต่การดูแลสุขภาพโดยรวมสามารถช่วยลดโอกาสที่สมรรถภาพทางเพศจะเปลี่ยนแปลงได้ แนวทางที่ควรพิจารณา ได้แก่

  • งดสูบบุหรี่ ผู้ที่สูบบุหรี่มีแนวโน้มพบปัญหาด้านสมรรถภาพมากกว่าผู้ที่ไม่สูบ
  • รับประทานอาหารที่สมดุลและมีประโยชน์ ช่วยลดความเสี่ยงของไขมันในเลือดสูง น้ำหนักเกิน ระดับน้ำตาลในเลือดสูง ความดันโลหิต และโรคหัวใจ
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ช่วยควบคุมน้ำหนักและเสริมสุขภาพระบบไหลเวียนเลือด
  • จัดการความเครียด ความเครียดอาจส่งผลต่อฮอร์โมนและความพร้อมทางเพศ
  • หลีกเลี่ยงหรือจำกัดการใช้สารบางชนิด เช่น การดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก หรือการใช้สารเสพติด

การดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวันไม่เพียงช่วยเสริมสมรรถภาพทางเพศ แต่ยังส่งผลดีต่อคุณภาพชีวิตโดยรวมในระยะยาวด้วยค่ะ 🌱

จัดส่งไวภายใน 24 ชม.

สั่งวันนี้ จัดส่งเร็ว ไม่ต้องรอนาน สินค้าพร้อมส่งจากในประเทศ

สินค้าเป็นของแท้

คัดเฉพาะสินค้าของแท้ มีมาตรฐาน มั่นใจได้ในคุณภาพทุกชิ้น

ไม่ระบุสินค้ากับผู้ส่ง

แพ็กแนบเนียน ไม่มีระบุชื่อสินค้า เคารพความเป็นส่วนตัวของลูกค้า

ราคาคุ้มค่า เข้าถึงได้

ราคาสมเหตุสมผล คุ้มค่าเมื่อเทียบกับคุณภาพ เลือกได้สบายใจ

รีวิวจากผู้ใช้สินค้า

สินค้าที่พึ่งดูมา