สิวอักเสบ รักษายังไงให้ยุบไว ไม่ทิ้งรอย?

สิวอักเสบ รักษายังไงให้ยุบไว ไม่ทิ้งรอย?

สิวอักเสบรักษายังไง?

  • สิวอักเสบ (papule/pustule) → ยาแต้ม Benzoyl Peroxide หรือ Clindamycin เป็น first-line ลดอักเสบได้ภายใน 3–5 วัน
  • สิวหัวหนอง → แผ่นแปะสิว hydrocolloid ดูดหนองออกกลางคืน + ยาแต้มสิวระหว่างวัน
  • สิวหัวช้าง (nodule/cyst) → ต้องใช้ retinoid (Adapalene/Tretinoin) หรือ Azelaic Acid ต่อเนื่อง 8–12 สัปดาห์ ห้ามบีบเด็ดขาด
  • ห้ามทำ: บีบแกะ, ขัดหน้า, ทาครีมหนาทับสิวอักเสบ
  • กันรอยดำ: ทา SPF 30+ ทุกเช้า + niacinamide หลังสิวยุบ
  • สิวอักเสบรุนแรง ไม่ดีขึ้นใน 8 สัปดาห์ → ปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์
Supatcheree A., Pharmacist

ตรวจสอบทางการแพทย์โดย

Supatcheree A., Pharmacist | แหล่งข้อมูล: AAD, DermNet, NHS, NCBI StatPearls, MedlinePlus

อัปเดตล่าสุด: 2026-06-10

สิวอักเสบรักษายังไง?

สิวอักเสบ รักษาได้ด้วยการเลือกใช้ยาแต้มสิวที่เหมาะกับระดับความรุนแรง ร่วมกับการดูแลที่ถูกวิธี และ ห้ามบีบหรือแกะสิวเด็ดขาด เพราะทำให้อักเสบรุนแรงขึ้นและเพิ่มโอกาสทิ้งรอย

หลักการรักษาสิวอักเสบ 3 ขั้น

  • ขั้นที่ 1 ลดอักเสบ — ยาแต้มสิว BP หรือ Clindamycin แต้มตรงสิวทันที
  • ขั้นที่ 2 เร่งการหาย — แผ่นแปะสิวกลางคืน สำหรับสิวที่มีหัว (สิวหัวหนอง)
  • ขั้นที่ 3 กันรอย — SPF + niacinamide หลังสิวยุบ ป้องกันรอยดำ

สิวอักเสบคืออะไร มีกี่ระดับ?

สิวอักเสบ คือสิวที่มีการอักเสบร่วมด้วย มีอาการบวม แดง เจ็บ เกิดจากการที่แบคทีเรีย Cutibacterium acnes (C. acnes) เพิ่มจำนวนภายในรูขุมขนที่อุดตัน จนกระตุ้นการอักเสบ แตกต่างจากสิวอุดตัน (blackhead/whitehead) ที่ไม่มีการอักเสบ

ระดับชื่อลักษณะความลึกวิธีรักษาหลัก
Grade 1Papule (สิวอักเสบไม่มีหัว)ตุ่มแดง แข็ง เจ็บ ไม่มีหนองชั้นผิวตื้นBP 2.5–5% หรือ Clindamycin
Grade 2Pustule (สิวหัวหนอง)ตุ่มแดง มีหนองขาว/เหลืองที่หัวชั้นผิวตื้น-กลางแผ่นแปะสิว + BP/Clindamycin
Grade 3Nodule (สิวหัวช้าง)ก้อนแข็งใหญ่ >5 มม. เจ็บมาก ไม่มีหัวชั้นผิวลึกAdapalene / Tretinoin / Azelaic
Grade 4Cyst (ถุงหนองสิว)ก้อนนิ่มใหญ่ มีหนองสะสมใต้ผิวชั้นผิวลึกมากIsotretinoin / ฉีดยาโดยแพทย์

สิวอักเสบเกิดจากอะไร?

สิวอักเสบ เกิดจาก 3 ปัจจัยหลักที่ทำงานร่วมกัน:

1. แบคทีเรีย C. acnes

แบคทีเรีย Cutibacterium acnes ที่อยู่บนผิวหนังตามปกติ จะเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็วเมื่อรูขุมขนอุดตันและมีไขมันสะสม ร่างกายส่งเม็ดเลือดขาวเข้ามากำจัดแบคทีเรีย → เกิดการอักเสบ บวม แดง เจ็บที่เรียกว่า สิวอักเสบ

2. ฮอร์โมน Androgen

ฮอร์โมน androgen (โดยเฉพาะในช่วงวัยรุ่น รอบเดือน หรือความเครียด) กระตุ้นต่อมไขมันให้ผลิตน้ำมันมากขึ้น → รูขุมขนอุดตันง่าย → เชื้อ C. acnes เพิ่มจำนวน → สิวอักเสบ ขึ้นเป็นกลุ่ม

3. การบีบแกะสิว

การบีบหรือแกะสิวด้วยมือทำให้แบคทีเรียลามไปยังรูขุมขนใกล้เคียง และดันการอักเสบเข้าสู่ชั้นผิวลึก ทำให้ สิวอักเสบ รุนแรงขึ้นและเสี่ยงทิ้งรอยแผลเป็นถาวร

สิวหัวช้างเกิดจากอะไร ต่างยังไง?

สิวหัวช้าง (Nodular Acne) คือ สิวอักเสบระดับ Grade 3 ที่อักเสบลึกถึงชั้น dermis ลักษณะเป็นก้อนแข็งใหญ่ ขนาดมากกว่า 5 มม. เจ็บมาก ไม่มีหัว และต่างจากสิวปกติอย่างชัดเจน

สิวหัวช้าง vs สิวอักเสบทั่วไป

  • ขนาด: สิวหัวช้าง >5 มม. / สิวอักเสบทั่วไป (papule) <5 มม.
  • ความลึก: สิวหัวช้างลึกถึงชั้น dermis / สิวทั่วไปอยู่แค่ชั้น epidermis
  • หัวสิว: สิวหัวช้างไม่มีหัว / สิวหัวหนองมีหนองที่หัว
  • เวลาหาย: สิวหัวช้าง 4–8 สัปดาห์ / สิวอักเสบทั่วไป 1–2 สัปดาห์
  • รอยที่ทิ้ง: สิวหัวช้างเสี่ยงเป็นหลุมสิวสูงกว่ามาก

สิวหัวช้างเกิดจากอะไร?

สิวหัวช้างเกิดจากการที่ สิวอักเสบธรรมดาลุกลามเข้าชั้นผิวลึก เนื่องจากการบีบแกะ ฮอร์โมนสูง หรือร่างกายมีการตอบสนองภูมิคุ้มกันรุนแรงผิดปกติ — รักษาด้วยยาทา retinoid เป็นหลัก ไม่ควรพยายามบีบออกเด็ดขาด

📖 อ่านเพิ่มเติม: สิวไม่มีหัวนูนๆ ต่างจากสิวหัวช้างยังไง — สิวไม่มีหัว นูนๆ เกิดจากอะไร รักษายังไง?

รักษาสิวอักเสบยังไงให้ยุบไว?

เลือกยาแต้มสิวตามระดับ สิวอักเสบ เพื่อให้ได้ผลเร็วและไม่ทิ้งรอย:

Benzoyl Peroxide (BP) — ยาแต้มสิวสำหรับสิวอักเสบระดับ 1-2

BP ฆ่าเชื้อ C. acnes โดยตรง ลดการอักเสบใน 3–5 วัน ใช้ความเข้มข้น 2.5–5% แต้มเฉพาะจุด วันละ 1–2 ครั้ง — เหมาะกับ สิวอักเสบ ระดับ papule และ pustule Benzac เป็นตัวเลือกที่มีจำหน่าย

Clindamycin — ยาแต้มสิว antibiotic ลดการอักเสบ

Clindamycin ออกฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของ C. acnes ลด สิวอักเสบ ได้ดี มักใช้คู่กับ BP เพื่อป้องกันการดื้อยา Clinda-M เป็นตัวเลือกที่ใช้บ่อย

Retinoid (Adapalene / Tretinoin) — สำหรับสิวอักเสบระดับ 3-4

Retinoid กระตุ้นการผลัดเซลล์ผิว ป้องกันการอุดตัน และลด สิวอักเสบ เรื้อรัง ต้องใช้ต่อเนื่อง 8–12 สัปดาห์จึงเห็นผล — Differin Gel (Adapalene 0.1%) เหมาะสำหรับผิวแพ้ง่าย / Acnetin-A (Tretinoin) สำหรับผิวทนยามากกว่า

Azelaic Acid — ลดอักเสบ + กันรอยดำพร้อมกัน

Azelaic Acid ลด สิวอักเสบ และยับยั้งเมลานินพร้อมกัน เหมาะกับผิวที่มีทั้งสิวและรอยสิวอยู่ในเวลาเดียวกัน Skinoren (Azelaic Acid 20%) เป็นตัวเลือกยอดนิยม

แผ่นแปะสิว — สำหรับสิวหัวหนอง (pustule)

แผ่นแปะสิว hydrocolloid ดูดหนองออกจาก สิวหัวหนอง ได้ดีข้ามคืน ป้องกันการบีบ ลดการอักเสบ และช่วยให้ สิวอักเสบ ยุบเร็วขึ้น

📖 อ่านเพิ่มเติม: เปรียบเทียบแผ่นแปะสิวทุกยี่ห้อ เลือกแบบไหนดีสำหรับสิวอักเสบ — แผ่นแปะสิว ยี่ห้อไหนดี? เทียบ 4 รุ่นเด่น และ ดูแผ่นแปะสิวทั้งหมด

สิวอักเสบกี่วันหาย?

ระยะเวลาที่ สิวอักเสบ หายขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงและการดูแลที่ถูกวิธี:

Papule (สิวอักเสบไม่มีหัว) — 5–10 วัน

ด้วยการใช้ ยาแต้มสิว BP หรือ Clindamycin อย่างถูกต้อง สิวอักเสบระดับ papule มักยุบภายใน 5–10 วัน หากไม่บีบและดูแลผิวถูกวิธี

Pustule (สิวหัวหนอง) — 3–7 วัน

สิวหัวหนองที่ใช้แผ่นแปะสิวร่วมกับ เจลแต้มสิว มักแฟบลงเร็วกว่า ภายใน 3–7 วัน เพราะ hydrocolloid ดูดหนองออกอย่างมีประสิทธิภาพ

Nodule (สิวหัวช้าง) — 4–8 สัปดาห์

สิวหัวช้างอักเสบลึก ต้องใช้ retinoid ต่อเนื่อง 4–8 สัปดาห์จึงยุบ ห้ามบีบ เพราะจะทำให้ใช้เวลานานขึ้นและเสี่ยงเป็นหลุมสิว

Cyst — 4–12 สัปดาห์ หรือต้องพบแพทย์

Cystic acne อักเสบลึกที่สุด มักต้องได้รับยา isotretinoin หรือการฉีดยาจากแพทย์ ไม่ควรรักษาเองด้วยยาทาอย่างเดียว

เคล็ดลับเร่งให้สิวอักเสบหายเร็ว

  • ประคบเย็น 5–10 นาที ลดบวมชั่วคราว
  • ห้ามบีบ ห้ามแกะ ห้ามขัดหน้า
  • ล้างหน้าเบามือ วันละ 2 ครั้ง ด้วยคลีนเซอร์อ่อนโยน
  • ทา ยาแต้มสิว เฉพาะจุดอักเสบ ไม่ทาทั้งหน้า

ห้ามทำอะไรบ้างเมื่อมีสิวอักเสบ?

สิ่งที่ห้ามทำเมื่อมี สิวอักเสบ มีผลโดยตรงต่อความรุนแรงและโอกาสทิ้งรอย:

  • บีบหรือแกะสิว — ดันแบคทีเรียเข้าชั้นผิวลึก ทำให้ สิวอักเสบ รุนแรงขึ้น เสี่ยงหลุมสิวถาวร
  • ขัดหน้าหรือใช้ scrub — เพิ่มการระคายเคือง กระตุ้นการอักเสบมากขึ้น
  • ทาครีมแป้งหนาทับบนสิวอักเสบ — ปิดทับรูขุมขน อุดตันมากขึ้น ทำให้ สิวอักเสบ รุนแรงขึ้น
  • ใช้ผลิตภัณฑ์หลายชนิดพร้อมกัน — การซ้อนยาแต้มหลายตัว (BP + retinoid + Clindamycin) พร้อมกันทำให้ผิวแห้งแตกและระคายเคืองมากขึ้น
  • ล้างหน้าบ่อยเกิน — เกิน 2 ครั้ง/วัน ทำลาย skin barrier กระตุ้นน้ำมันมากขึ้น
  • ถูหน้าด้วยผ้าขนหนูแรงๆ — ทำให้ สิวอักเสบ ระคายเคืองและอักเสบมากขึ้น

กันรอยดำรอยแผลเป็นยังไง?

รอยดำหลัง สิวอักเสบ (Post-Inflammatory Hyperpigmentation / PIH) และรอยแผลเป็น (atrophic scars) ป้องกันได้หากดูแลถูกวิธีตั้งแต่ช่วงที่สิวกำลังอักเสบ:

ทา SPF 30+ ทุกเช้า

แสง UV กระตุ้นเมลานิน ทำให้รอยดำจาก สิวอักเสบ เข้มขึ้นและอยู่นานกว่า การทา SPF 30+ ทุกเช้าช่วยป้องกันรอยดำไม่ให้เข้มขึ้นและเร่งให้จางลงเร็ว

ใช้ Niacinamide หลังสิวยุบ

Niacinamide (Vitamin B3) ยับยั้งการถ่ายโอนเมลานินไปสู่เซลล์ผิว ช่วยจางรอยดำที่เกิดหลัง สิวอักเสบ ยุบ ใช้ได้ทุกวัน ทาหลังทำความสะอาดก่อนครีมกันแดด

Retinoid เร่งผลัดเซลล์ผิว

Adapalene หรือ Tretinoin ช่วยเร่งการผลัดเซลล์ผิวเก่าออก ทำให้รอยดำจาก สิวอักเสบ จางลงเร็วขึ้น และยังป้องกัน สิวอักเสบ ใหม่พร้อมกัน

ห้ามบีบ — กฎสำคัญที่สุด

การบีบ สิวอักเสบ คือสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดรอยแผลเป็นถาวร (atrophic/ice-pick scars) ซึ่งรักษายากกว่ารอยดำมาก และอาจต้องใช้ laser หรือ microneedling จากแพทย์เท่านั้น

ตอนไหนควรพบแพทย์?

แม้ สิวอักเสบ หลายกรณีรักษาเองได้ แต่มีสัญญาณที่ควรพบแพทย์ผิวหนังหรือเภสัชกรโดยเร็ว:

  • สิวหัวช้าง หรือ cystic acne ขึ้นหลายจุดพร้อมกัน — ยาทาอย่างเดียวไม่พอ
  • สิวอักเสบไม่ดีขึ้นหลังใช้ยาแต้มสิว 8 สัปดาห์ — อาจต้องปรับชนิดยาหรือเพิ่มยากิน
  • สิวอักเสบมาพร้อมรอบเดือนผิดปกติ หรืออาการฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง — อาจเป็นสิวฮอร์โมนที่ต้องรักษาต่างออกไป
  • ผิวแสบ บวม แดงมากขึ้นหลังใช้ยา — อาจแพ้ส่วนผสมยา ควรหยุดใช้และปรึกษา
  • มีรอยแผลเป็นเป็นหลุม เกิดขึ้นแล้ว — ต้องรักษาโดยแพทย์ (laser, chemical peel, microneedling)

📖 อ่านเพิ่มเติม: มีสิวอักเสบที่หลังด้วย? รักษายังไงให้ได้ผล — สิวที่หลังเกิดจากอะไร? วิธีรักษาให้หายจริง

คำถามที่พบบ่อย

ทำทันทีเลย: แผ่นแปะสิว hydrocolloid ก่อนนอน ดูดหนองออกข้ามคืน + ยาแต้มสิว BP 2.5–5% หรือ Clindamycin กลางวัน สิวหัวหนองส่วนใหญ่ยุบภายใน 3–7 วัน ห้ามบีบเด็ดขาด เพราะทำให้เชื้อกระจายและทิ้งรอยดำ

ประคบเย็น สำหรับสิวอักเสบ — น้ำแข็งห่อผ้า หรือผ้าเย็น ประคบ 5–10 นาที ลดบวมและอาการเจ็บชั่วคราวได้ดี ห้ามประคบร้อนบนสิวอักเสบ เพราะจะทำให้บวมแดงมากขึ้นและเสี่ยงอักเสบขยายวงกว้าง

วันละ 1–2 ครั้ง เพียงพอสำหรับยาแต้มสิวส่วนใหญ่ — แต้มมากกว่านั้นไม่ได้เร่งผล แต่ทำให้ผิวแห้งระคายเคืองมากขึ้น สำหรับ BP: แต้มตอนเย็น 1 ครั้ง / Clindamycin: เช้า-เย็น / Retinoid: กลางคืนครั้งเดียว เริ่มจากวันเว้นวันก่อนสำหรับผิวแพ้ง่าย

อาหารที่ช่วย: ผักผลไม้ที่มี antioxidant สูง (โอเมก้า-3 จากปลา, สังกะสีจากถั่ว) ช่วยลดการอักเสบ อาหารที่ควรเลี่ยง: น้ำตาลสูง นมวัว มีงานวิจัยพบว่ากระตุ้นสิวอักเสบในบางคน (ผลต่างกันในแต่ละคน) — สังเกตตัวเองว่ากินอะไรแล้วสิวขึ้น

ได้ผลดีกับ สิวหัวหนอง (pustule) ที่มีหัวแล้ว — แผ่นแปะสิว hydrocolloid ดูดหนองออก ลดการอักเสบ และป้องกันการบีบ แต่สำหรับ สิวหัวช้าง (nodule) ที่ไม่มีหัว แผ่นแปะช่วยลดการระคายเคืองได้บ้าง แต่ต้องใช้ retinoid เป็นหลัก

รอยแดงชั่วคราว (Post-Inflammatory Erythema) หลัง สิวอักเสบ ยุบมักจางลงภายใน 2–6 สัปดาห์ ถ้าไม่โดนแดดจัดและทา SPF ทุกวัน ส่วนรอยดำ (PIH) อาจอยู่ได้ถึง 3–6 เดือน — niacinamide และ retinoid ช่วยเร่งให้จางเร็วขึ้น

สิวฮอร์โมน เป็นประเภทหนึ่งของ สิวอักเสบ — ต่างกันที่ รูปแบบการขึ้น คือมักขึ้นบริเวณขากรรไกร คาง ข้าง jaw และมีวงจรตามรอบเดือน วิธีรักษาคล้ายกัน แต่สิวฮอร์โมนรุนแรงอาจต้องได้รับยาคุมกำเนิดหรือ spironolactone จากแพทย์เพิ่มเติม

ไม่แนะนำให้ใช้พร้อมกัน — การซ้อน BP + Retinoid + Clindamycin ในเวลาเดียวกันทำให้ผิวแห้ง ลอก และระคายเคืองรุนแรง ควรสลับใช้ เช่น BP เช้า, Retinoid กลางคืน หรือถามเภสัชกรก่อนว่าสูตรไหนเหมาะกับผิวของคุณ

⚠️ ข้อจำกัดความรับผิดชอบ

เนื้อหาในบทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาทดแทนคำแนะนำ การวินิจฉัย หรือการรักษาจากแพทย์หรือเภสัชกรผู้เชี่ยวชาญ หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการหรือการใช้ยา ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ส่งไว ภายใน 24 ชม.

สั่งวันนี้ จัดส่งเร็ว ไม่ต้องรอนาน สินค้าพร้อมส่งจากในประเทศ

สินค้าเป็นของแท้

คัดเฉพาะสินค้าของแท้ มีมาตรฐาน มั่นใจได้ในคุณภาพทุกชิ้น

ไม่ระบุสินค้ากับผู้ส่ง

แพ็กแนบเนียน ไม่มีระบุชื่อสินค้า เคารพความเป็นส่วนตัวของลูกค้า

ราคาคุ้มค่า เข้าถึงได้

ราคาสมเหตุสมผล คุ้มค่าเมื่อเทียบกับคุณภาพ เลือกได้สบายใจ

สินค้าที่พึ่งดูมา