ยาปรับฮอร์โมน
ยาเลื่อนประจำเดือน/ปรับฮอร์โมน
คุณสามารถจัดการรอบเดือนและสมดุลฮอร์โมนได้อย่างเหมาะสม ด้วยตัวเลือกยาเลื่อนประจำเดือนและยาปรับฮอร์โมนที่หลากหลาย ช่วยให้คุณเลื่อนวันมีประจำเดือน ปรับอาการประจำเดือนมาผิดปกติ หรือจัดการปัญหาฮอร์โมนให้กลับมาเป็นปกติได้ตามความต้องการ
✔️ ทางเลือกการดูแลที่ครอบคลุม
เลือกได้ทั้งยาเลื่อนประจำเดือน ยาปรับฮอร์โมนแบบรวม และยาปรับโปรเจสเตอโรนเดี่ยว ที่ตอบโจทย์ทั้งการดูแลระยะสั้นและการปรับสมดุลระยะยาว โดยทีมแพทย์จะประเมินผ่านแบบสอบถามสั้นๆ เพื่อให้แน่ใจว่ายาที่เลือกเหมาะสมกับคุณ
🚚 จัดส่งรวดเร็ว ปลอดภัย และเป็นส่วนตัว
บริการจัดส่งด่วน แพ็กเกจไม่มีเครื่องหมายบ่งชี้รายละเอียดยา เพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวของคุณ พร้อมคำแนะนำและการติดตามผลจากทีมแพทย์/เภสัชกร
ประจำเดือนเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่บางครั้งก็มาไม่ถูกจังหวะ — ไม่ว่าจะเป็นงานกีฬา งานครอบครัว หรือทริปท่องเที่ยว ยาเลื่อนประจำเดือนช่วยให้คุณเลื่อนรอบเดือนออกไปชั่วคราว เพื่อใช้ช่วงเวลาสำคัญได้อย่างไร้กังวล
ยาเลื่อนประจำเดือนมีฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนสังเคราะห์ เช่น Norethisterone หรือ Medroxyprogesterone Acetate ซึ่งช่วยรักษาระดับฮอร์โมนให้สูงอยู่ ป้องกันไม่ให้เยื่อบุมดลูกหลุดลอก เริ่มกินก่อนวันที่คาดว่าประจำเดือนจะมาประมาณ 3 วัน และสามารถเลื่อนได้นานถึง 30 วัน เมื่อหยุดยา ประจำเดือนจะมาภายในไม่กี่วัน
เกี่ยวกับยาปรับฮอร์โมน
วิธีเลื่อนประจำเดือนและปรับสมดุลรอบเดือน
การเลื่อนประจำเดือนเป็นตัวช่วยที่ดีเมื่อคุณมีทริปท่องเที่ยว งานสำคัญ หรือแผนการที่ไม่อยากให้ความไม่สบายตัวจากการมีประจำเดือนมาขัดจังหวะ ซึ่งการใช้ ยาปรับฮอร์โมน เพื่อเลื่อนประจำเดือนเป็นวิธีที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ โดยใช้หลักการทำงานของฮอร์โมนสังเคราะห์
ยาปรับฮอร์โมน เหล่านี้ทำงานโดยการรักษาระดับโปรเจสเตอโรนในร่างกายให้สูงอยู่เสมอ ปกติแล้วเมื่อใกล้สิ้นสุดรอบเดือน ระดับโปรเจสเตอโรนจะลดต่ำลง ส่งผลให้เยื่อบุโพรงมดลูกหลุดลอกออกมาเป็นประจำเดือน แต่การทานยาเพื่อคงระดับฮอร์โมนนี้ไว้ จะช่วยชะลอการหลุดลอกของเยื่อบุโพรงมดลูกออกไปจนกว่าคุณจะหยุดยา
วิธีหลักในการเลื่อนประจำเดือนมี 2 รูปแบบ:
- ยาคุมกำเนิดฮอร์โมนรวม – หากคุณทานยาคุมชนิดเม็ดรวมอยู่แล้ว สามารถเลื่อนประจำเดือนได้โดยการทานแผงใหม่ต่อเนื่องทันทีโดยไม่ต้องเว้นระยะพักยา
- ยาปรับฮอร์โมน (ชนิดโปรเจสเตอโรนเดี่ยว) – สำหรับผู้ที่ไม่ได้ทานยาคุมกำเนิด สามารถใช้ยากลุ่มโปรเจสเตอโรนเดี่ยวเพื่อเลื่อนประจำเดือนเป็นการชั่วคราวได้
การใช้ยาปรับฮอร์โมนเพื่อเลื่อนประจำเดือนปลอดภัยหรือไม่?
โดยทั่วไปแล้ว การใช้ ยาปรับฮอร์โมน ภายใต้การดูแลของแพทย์หรือเภสัชกรถือว่ามีความปลอดภัยสูง อย่างไรก็ตาม ไม่แนะนำให้เลื่อนประจำเดือนติดต่อกันบ่อยเกินไปหรือใช้ต่อเนื่องเป็นเวลานานโดยไม่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
นอกจากนี้ ยาปรับฮอร์โมน อาจไม่เหมาะกับทุกคน โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติเกี่ยวกับลิ่มเลือดอุดตันหรือโรคตับ ดังนั้นการปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มใช้งานจึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด
ประจำเดือนจะกลับมาเมื่อไหร่หลังหยุดยา?
หลังจากที่คุณหยุดทาน ยาปรับฮอร์โมน ประจำเดือนมักจะกลับมาภายใน 3 วัน หากประจำเดือนยังไม่มาหลังจากหยุดยาไปแล้วหลายวัน ควรตรวจเช็กการตั้งครรภ์ เนื่องจากยาเลื่อนประจำเดือนหรือยาปรับฮอร์โมนกลุ่มนี้ ไม่มีฤทธิ์ในการคุมกำเนิด หากมีข้อสงสัยควรปรึกษาแพทย์ทันทีครับ
วิธีรับประทานยาเลื่อนประจำเดือน
เพื่อเลื่อนประจำเดือน คุณควรเริ่มรับประทานยาเลื่อนประจำเดือนก่อนวันประจำเดือนมาประมาณ 3 วัน คุณจะต้องรับประทานยาเม็ดละ 1 เม็ด วันละ 3 ครั้ง โดยเว้นช่วงเวลารับประทานยาให้เท่าๆ กัน และควรกลืนยาเม็ดทั้งเม็ดพร้อมน้ำตามคำแนะนำ
ผลข้างเคียงของยาเลื่อนประจำเดือน
เช่นเดียวกับยาทุกชนิด การใช้ยาเลื่อนประจำเดือน (เช่น Provera หรือ Utovlan) อาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงได้ในผู้ใช้บางราย ผลข้างเคียงที่อาจพบได้มีดังนี้:
- อาการคลื่นไส้
- อาการปวดศีรษะ
- อารมณ์แปรปรวน (เช่น รู้สึกหดหู่ หรือภาวะซึมเศร้า)
- ความรู้สึกเหนื่อยล้า
- ผื่นคันตามผิวหนัง
- ความอยากอาหารเปลี่ยนแปลง
- อาการคัดตึงหรือปวดเต้านม
- น้ำหนักตัวเปลี่ยนแปลง
วิธีการจัดการกับผลข้างเคียง
ผลข้างเคียงส่วนใหญ่มักมีอาการไม่รุนแรงและสามารถดูแลเบื้องต้นได้ด้วยตนเอง ดังนี้:
- ลดอาการคลื่นไส้: รับประทานยาพร้อมมื้ออาหาร
- บรรเทาอาการปวดศีรษะ: ดื่มน้ำให้เพียงพอตลอดทั้งวันเพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ
- ควบคุมน้ำหนัก: หมั่นเคลื่อนไหวร่างกายหรือออกกำลังกายเบาๆ เพื่อลดการสะสมของน้ำในร่างกาย (อาการบวมน้ำ)
- สังเกตสภาวะอารมณ์: หากพบว่ามีอารมณ์แปรปรวนรุนแรงหรืออาการไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์
- ความปลอดภัย: หากรู้สึกเวียนศีรษะ ควรหลีกเลี่ยงการขับรถหรือการใช้เครื่องจักร
หากผลข้างเคียงใดๆ รบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน หรือคุณมีความกังวลใจ ควรปรึกษาแพทย์ทันที ในกรณีที่พบได้ยากมาก อาจเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรง เช่น สัญญาณของลิ่มเลือดอุดตัน หากคุณมีอาการดังต่อไปนี้ ควรรีบพบแพทย์ฉุกเฉินทันที:
- อาการแพ้ยา: หายใจไม่ออกกะทันหัน หรือหายใจลำบาก
- สัญญาณลิ่มเลือด: ปวดขา บวม หรือมีรอยแดงที่ขาอย่างกะทันหัน
- อาการทางทรวงอก: เจ็บหน้าอก หรือหายใจติดขัด
- อาการอื่นๆ: ไอเป็นเลือด พูดลำบาก หรือมีอาการอ่อนแรง/ชาที่ร่างกายซีกใดซีกหนึ่ง
ข้อควรระวังในการใช้ยาเลื่อนประจำเดือน
โดยทั่วไปแล้วยาเลื่อนประจำเดือนมีความปลอดภัยสำหรับการใช้งานเป็นครั้งคราว อย่างไรก็ตาม ยานี้อาจไม่เหมาะสมสำหรับทุกคน
ห้ามใช้ยาเลื่อนประจำเดือน หากคุณ:
- มีอาการแพ้ส่วนประกอบใดๆ ในตัวยา รวมถึงตัวยา Medroxyprogesterone acetate หรือ Norethisterone
- กำลังตั้งครรภ์ หรือสงสัยว่าอาจมีการตั้งครรภ์
- เป็นหรือเคยเป็นมะเร็งเต้านม
- มีภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำ (Venous Blood Clot)
- เคยมีประวัติลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำโดยไม่ทราบสาเหตุมาก่อน
- มีภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดแดงที่กำลังเป็นอยู่หรือเพิ่งเกิดขึ้น (เช่น อาการเจ็บหน้าอก Angina หรือหัวใจขาดเลือด)
- มีการทำงานของตับผิดปกติ
- เป็นโรคพอร์ฟิเรีย (Porphyria)
- มีเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอดโดยไม่ทราบสาเหตุ
- มีอาการคันอย่างรุนแรง
- เคยมีประวัติเป็นดีซ่านหรือมีผื่นคันที่เรียกว่า Pemphigoid Gestationis ระหว่างการตั้งครรภ์
นอกจากนี้ คุณควรแจ้งให้แพทย์ทราบเกี่ยวกับโรคประจำตัวอื่นๆ รวมถึงยาที่กำลังใช้อยู่หรือวางแผนจะใช้ ไม่ว่าจะเป็นยาที่แพทย์สั่งจ่าย ยาที่ซื้อใช้เอง หรือยาสมุนไพร เนื่องจากยาเหล่านี้อาจเกิดปฏิกิริยากับยาเลื่อนประจำเดือน ซึ่งอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียง หรือลดประสิทธิภาพการทำงานของยาชนิดใดชนิดหนึ่งได้
การใช้ยาเลื่อนประจำเดือนอาจเพิ่มความเสี่ยงเล็กน้อยในการเกิดลิ่มเลือดอุดตัน สิ่งสำคัญคือคุณต้องแจ้งให้แพทย์ทราบเกี่ยวกับสภาวะสุขภาพในปัจจุบัน ประวัติครอบครัวเกี่ยวกับโรคลิ่มเลือดอุดตัน และพฤติกรรมการสูบบุหรี่ เพื่อให้แพทย์สามารถประเมินได้ว่าการใช้ยาเลื่อนประจำเดือนนั้นปลอดภัยสำหรับคุณหรือไม่ครับ
เป็นสมาชิกกับทางร้านเพื่อรับข่าวสารและส่วนลดต่างๆ
สินค้าที่พึ่งดูมา
