ยาเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ
ทาดาลาฟิล
💊 Tadalafil (ทางเลือกของไวอากร้า) — ยาแก้ปัญหาการแข็งตัวแบบออกฤทธิ์ยาวนานและคุ้มค่า
⏱️ เริ่มออกฤทธิ์ภายใน 30–60 นาที
⏳ ออกฤทธิ์ได้นานถึง 24–36 ชั่วโมง ขึ้นกับแต่ละบุคคล
✅ ให้ผลกับผู้ใช้ประมาณ 86% ที่ทดลองใช้
⚖️ เหมาะกับคนที่ไม่อยากกะเวลาเป๊ะ ต้องการความยืดหยุ่น เช่น วันหยุดหรือค้างคืน
⚠️ หลีกเลี่ยงการใช้ร่วมกับยากลุ่มไนเตรต และควรปรึกษาแพทย์หากมีโรคหัวใจ/ความดัน/ตับไต
Tadalafil หรือที่เรียกกันว่า "ยาวันหยุดสุดสัปดาห์" คือตัวช่วยที่ทำให้การแข็งตัวและการรักษาสมรรถภาพทางเพศง่ายขึ้นนานถึง 36 ชั่วโมง ยาทำงานโดยการเพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปยังอวัยวะเพศชายเมื่อได้รับการกระตุ้นทางเพศ ทำให้การแข็งตัวเกิดขึ้นได้ง่ายและมั่นคงมากขึ้น
Tadalafil เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการรักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ (ED) โดยมีผู้ใช้ประมาณ 86% รายงานว่าได้ผลลัพธ์ที่ดีและพึงพอใจ สิ่งที่ทำให้ Tadalafil พิเศษคือความยืดหยุ่นที่เข้ากับไลฟ์สไตล์ของคุณ คุณสามารถเลือกระหว่างแบบ "ใช้ประจำวัน" ที่ทำให้คุณพร้อมตลอดเวลา หรือแบบ "ใช้เมื่อต้องการ" ที่รับประทานประมาณ 30-60 นาทีก่อนมีกิจกรรม ให้อิสระในการวางแผนและควบคุมเวลาได้
สำหรับคนที่มองหาทางเลือกอื่นนอกจาก Viagra ที่ยืดหยุ่นและใช้งานง่าย Tadalafil คือตัวเลือกที่เหมาะสม ช่วยให้คุณรู้สึกมั่นใจในทุกช่วงเวลาพิเศษของชีวิต
สินค้าที่มี Tadalafil
เกี่ยวกับทาดาลาฟิล
ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Tadalafil
ทาดาลาฟิล (Tadalafil) คืออะไร?
ทาดาลาฟิล เป็นตัวยาที่ต้องสั่งโดยผู้เชี่ยวชาญ ใช้สำหรับดูแลปัญหาการแข็งตัวของอวัยวะเพศชาย (ED) โดยตัวนี้เป็นยาในกลุ่มเดียวกับ ไวอากร้า แต่มาในรูปแบบ Generic (ยาที่ใช้ตัวยาสำคัญเดียวกันแต่ราคาเข้าถึงง่ายกว่า) ซึ่งเป็นตัวยาชนิดเดียวกับแบรนด์ดังอย่าง Cialis นั่นเองครับ
ตัวยาตัวนี้จัดอยู่ในกลุ่มที่เรียกว่า PDE-5 inhibitor ซึ่งทำงานโดยการเข้าไปช่วยปรับปรุงการไหลเวียนของเลือดให้ไปเลี้ยงบริเวณอวัยวะเพศได้ดีขึ้น ช่วยให้คุณสามารถแข็งตัวได้ดีเมื่อมีการกระตุ้นทางเพศ แม้ในเวลาปกติร่างกายอาจจะทำได้ยากหรือไม่เต็มที่ก็ตามครับ
ทาดาลาฟิลทำงานอย่างไร?
ทาดาลาฟิลทำงานคล้ายกับไวอากร้าและซิอาลิส โดยมีตัวยาสำคัญคือทาดาลาฟิล ซึ่งเป็นสารในกลุ่มฟอสโฟไดเอสเตอเรสชนิดที่ 5 (PDE-5 inhibitor) สารนี้ช่วยให้หลอดเลือดในอวัยวะเพศชายคลายตัว ส่งผลให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น โดยการยับยั้งเอนไซม์ที่จำกัดการไหลเวียนของเลือด ทำให้คุณแข็งตัวได้ง่ายขึ้นเมื่อมีการกระตุ้นทางเพศ
เหมือนกับยารักษาอาการเสื่อมสมรรถภาพอื่น ๆ ทาดาลาฟิลจะไม่ออกฤทธิ์หากไม่มีการกระตุ้นทางเพศ คุณสามารถช่วยให้ยาทำงานได้ดีขึ้นด้วยการมีการกระตุ้นหรือเล่นก่อนมีเพศสัมพันธ์
ทาดาลาฟิลออกฤทธิ์นานแค่ไหน?
ผลของทาดาลาฟิลสามารถอยู่ได้นานถึง 36 ชั่วโมง จึงถูกเรียกว่า “ยาเสริมสมรรถภาพช่วงวันหยุด” หมายความว่ายาจะช่วยให้คุณแข็งตัวได้เมื่อมีการกระตุ้นทางเพศในช่วงเวลานี้ แต่ไม่ได้หมายความว่าคุณจะมีอาการแข็งตัวตลอด 36 ชั่วโมง
สำหรับขนาดยาต่ำ (2.5 มก. หรือ 5 มก.) จะทานเป็นประจำทุกวัน เพื่อให้ยาทำงานอย่างต่อเนื่องและพร้อมใช้งานเมื่อคุณต้องการ
อย่างไรก็ตาม ทาดาลาฟิลไม่มีผลต่อระยะเวลาการถึงจุดสุดยอด หากคุณมีปัญหาการหลั่งเร็ว อาจต้องพิจารณาวิธีหรือการรักษาเฉพาะสำหรับภาวะหลั่งเร็ว ซึ่งบางครั้งอาการเสื่อมสมรรถภาพและหลั่งเร็วอาจเกี่ยวข้องกัน
ทาดาลาฟิลเริ่มออกฤทธิ์เมื่อไหร่?
ทาดาลาฟิลจะเริ่มออกฤทธิ์ภายใน 30–60 นาที ควรทานยาพร้อมน้ำก่อนมีกิจกรรมทางเพศประมาณ 30–60 นาที เพื่อให้ยาเริ่มทำงานได้เต็มที่
ถ้าคุณมีเพศสัมพันธ์มากกว่าสองครั้งต่อสัปดาห์ อาจพิจารณาทานขนาดยาต่ำแบบรายวัน (2.5 มก. หรือ 5 มก.) ซึ่งทานในเวลาเดียวกันทุกวัน เพื่อให้ยาทำงานตลอดเวลาและพร้อมใช้งานเมื่อคุณกระตุ้นทางเพศ
หากไม่แน่ใจว่าขนาดยาใดเหมาะกับคุณ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้
ทาดาลาฟิลมีประสิทธิภาพแค่ไหน?
งานวิจัยทางคลินิกยืนยันว่าทาดาลาฟิลเป็นการรักษาที่ได้ผลสำหรับอาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ โดยผลการศึกษาพบว่า:
- ผู้ป่วยที่มีอาการเสื่อมสมรรถภาพเล็กน้อย 86% รายงานว่ามีการปรับปรุง
- ผู้ป่วยที่มีอาการปานกลาง 83% รายงานว่ามีการปรับปรุง
- ผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง 72% รายงานว่ามีการปรับปรุง
- ในการศึกษานี้ 75% ของความพยายามมีเพศสัมพันธ์ประสบความสำเร็จในกลุ่มที่ใช้ทาดาลาฟิล เทียบกับ 32% ในกลุ่มที่ใช้ยาหลอก (placebo)
งานวิจัยอื่นพบว่า 70% ของผู้ใช้ทาดาลาฟิลรายวันพึงพอใจกับการรักษา และ 83.1% รู้สึกว่ายารายวันสะดวกต่อการใช้ชีวิตประจำวัน
ทาดาลาฟิลควรทานอย่างไร?
ถ้าใช้ทาดาลาฟิลขนาด 10 มก. หรือ 20 มก. ให้กลืนยาเม็ดหนึ่งเม็ดพร้อมน้ำทั้งเม็ด ประมาณ 30–60 นาที ก่อนมีกิจกรรมทางเพศ เพื่อให้ยามีเวลาทำงาน หากทานก่อนเวลาน้อยกว่านี้ยาอาจยังไม่ออกฤทธิ์เต็มที่
สำหรับขนาดต่ำกว่า (2.5 มก. หรือ 5 มก.) จะทานเป็นประจำทุกวัน เวลาเดิมของทุกวัน (daily dose) ซึ่งทำให้ยาทำงานต่อเนื่องและคุณพร้อมใช้งานเมื่อมีการกระตุ้นทางเพศ โดยไม่ต้องคำนวณเวลาทานก่อนมีเพศสัมพันธ์ เหมาะกับคนที่มีเพศสัมพันธ์เป็นประจำหรือชอบความเป็นไปได้แบบทันทีทันใด
เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ควรหลีกเลี่ยง:
- การทานอาหารมื้อหนักหรืออาหารมันก่อนทานยา เพราะจะทำให้ออกฤทธิ์ช้าลง
- การดื่มแอลกอฮอล์มาก ๆ เพราะอาจลดประสิทธิภาพยาและเพิ่มโอกาสเกิดผลข้างเคียง
อย่าลืมว่าแม้ทาดาลาฟิล (เช่น ทางเลือกของไวอากร้า) จะช่วยให้เลือดไหลได้ดีขึ้น แต่ยาไม่ใช่ “ยาปลุกอารมณ์” — ต้องมีการกระตุ้นทางเพศ (เช่น การเล่นหน้า/foreplay) จึงจะช่วยให้การแข็งตัวเกิดขึ้นได้
ควรทานทาดาลาฟิลบ่อยแค่ไหน?
มีสองรูปแบบการใช้หลัก ๆ:
- ขนาดรายวัน (2.5 มก. / 5 มก.): ทานเวลาเดียวกันทุกวัน เหมาะกับผู้ที่มีเพศสัมพันธ์อย่างน้อยสองครั้งต่อสัปดาห์ หรือชอบความเป็นธรรมชาติและพร้อมเสมอ
- ขนาดตามต้องการ (10 มก. / 20 มก.): ทาน 30–60 นาที ก่อนที่คุณวางแผนจะมีกิจกรรมทางเพศ
ห้ามทานเกินวันละ 1 เม็ดโดยเด็ดขาด การทานมากกว่าหนึ่งเม็ดต่อวันจะไม่ช่วยให้ผลดีขึ้น แต่เพิ่มความเสี่ยงของผลข้างเคียงรุนแรง หากไม่แน่ใจเรื่องขนาดยาที่เหมาะสม ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ
ขนาดยาทาดาลาฟิล
ทาดาลาฟิลมีขนาดยาหลัก 4 แบบ แบ่งเป็น 2 ขนาดทานรายวัน และ 2 ขนาดทานก่อนมีกิจกรรม (on‑demand) หากคุณมีเพศสัมพันธ์มากกว่า 2 วันต่อสัปดาห์ ขนาดรายวันอาจเหมาะกว่า แต่ถ้าทำเป็นบางครั้ง ขนาดตามต้องการอาจตอบโจทย์มากกว่า
หากไม่แน่ใจว่าขนาดใดเหมาะกับคุณ ควรปรึกษาแพทย์ก่อน และต้องตรวจสอบกับแพทย์ก่อนเปลี่ยนขนาดยาทุกครั้ง
ขนาดทานรายวัน (Daily dosages)
- ทาดาลาฟิล 2.5 มก.
ขนาดต่ำสุดคือ 2.5 มก. เหมาะกับผู้ที่เคยลองทาน 5 มก. แล้วได้ผลแต่มีอาการข้างเคียงเล็กน้อย ขนาดนี้มีประสิทธิภาพน้อยกว่า 5 มก. เล็กน้อย แต่มีโอกาสเกิดผลข้างเคียงน้อยลงโดยรวม - ทาดาลาฟิล 5 มก.
ขนาดมาตรฐานสำหรับการทานรายวันคือ 5 มก. แพทย์มักจะแนะนำขนาดนี้เป็นตัวเลือกแรกหากคุณไม่เคยใช้ขนาดรายวันมาก่อน
ขนาดทานก่อนมีเพศสัมพันธ์ (Before‑sex / On‑demand dosages)
- ทาดาลาฟิล 10 มก.
ขนาดมาตรฐานสำหรับการทานตามต้องการคือ 10 มก. แพทย์อาจแนะนำขนาดนี้หากคุณไม่เคยใช้ทาดาลาฟิลมาก่อน - ทาดาลาฟิล 20 มก.
ขนาดแรงขึ้นสำหรับการทานตามต้องการ หาก 10 มก. ใช้แล้วไม่ได้ผลและคุณไม่ได้มีอาการข้างเคียงรุนแรง แพทย์อาจพิจารณาขยับขึ้นเป็น 20 มก. ขนาดนี้มีแนวโน้มได้ผลมากกว่า 10 มก. เล็กน้อย แต่มีความเสี่ยงต่อผลข้างเคียงสูงกว่า
ข้อสำคัญ: ห้ามทานทาดาลาฟิลเกินวันละ 1 เม็ด การทานเกินปริมาณที่แนะนำจะไม่ช่วยเพิ่มโอกาสสำเร็จแต่จะเพิ่มความเสี่ยงของผลข้างเคียงร้ายแรง หากสงสัยเรื่องขนาดหรือผลข้างเคียง ควรปรึกษาแพทย์เสมอ
(หมายเหตุ: ทาดาลาฟิลเป็นตัวเลือกหนึ่งของกลุ่มยาที่หลายคนเรียกโดยรวมว่า “ไวอากร้า” แต่แต่ละตัวยา เช่น sildenafil, tadalafil มีคุณสมบัติและระยะเวลาทำงานต่างกัน ควรเลือกให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์และสภาพร่างกายของแต่ละคน)
ผลข้างเคียงของทาดาลาฟิล
เช่นเดียวกับยาทุกชนิด การทาน ทาดาลาฟิล อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงได้ แต่หลายคนมักไม่มีอาการเลยหรือมีเพียงอาการเล็กน้อยเท่านั้นครับ ความเสี่ยงของผลข้างเคียงจะเพิ่มขึ้นตามขนาดยาที่สูงขึ้น หากคุณมีความกังวลเกี่ยวกับผลข้างเคียงเมื่อใช้ ทาดาลาฟิล (หรือยาในกลุ่มเดียวกับ ไวอากร้า) ควรปรึกษาแพทย์เพื่อความสบายใจครับ
ผลข้างเคียงที่พบบ่อย (อาจพบได้ 1 ใน 10 คน):
- ปวดศีรษะ
- ปวดหลัง หรือปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
- ปวดแขนและขา
- หน้าแดง (Facial flushing)
- คัดจมูก
- อาหารไม่ย่อย
ผลข้างเคียงที่พบไม่บ่อย (อาจพบได้ 1 ใน 100 คน):
- เวียนศีรษะ หรือปวดท้อง
- คลื่นไส้ อาเจียน หรือมีอาการกรดไหลย้อน
- ตาพร่ามัว หรือปวดตา
- หายใจลำบาก
- ปัสสาวะมีเลือดปน
- องคชาตแข็งตัวค้างนานผิดปกติ
- ใจสั่น หรือหัวใจเต้นเร็ว
- ความดันโลหิตสูง หรือต่ำผิดปกติ
- เลือดกำเดาไหล หรือมีเสียงในหู
- มือ เท้า หรือข้อเท้าบวม
- รู้สึกเหนื่อยล้า
ผลข้างเคียงของทาดาลาฟิลอยู่นานแค่ไหน?
โดยปกติแล้วผลข้างเคียงจะหายไปเองเมื่อคุณหยุดทานยาครับ แต่เนื่องจาก ทาดาลาฟิล สามารถอยู่ในร่างกายได้นานถึง 36 ชั่วโมง ผลข้างเคียงจึงอาจอยู่ได้นานพอกัน แม้อาการจะค่อยๆ ลดลงตามเวลาก็ตาม หากผลข้างเคียงเริ่มรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันหรือไม่ยอมหายไป แนะนำให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรครับ
วิธีรับมือเมื่อเกิดผลข้างเคียง
หากคุณมีอาการเล็กน้อย เช่น ปวดหัว หน้าแดง หรือคัดจมูก อาการเหล่านี้มักจะหายไปเองภายในไม่กี่วันครับ คุณสามารถดูแลตัวเองเบื้องต้นได้ดังนี้:
- หน้าแดง: พยายามอยู่ในที่เย็นๆ จิบน้ำเย็น หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์และเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน
- ปวดหัว: ดื่มน้ำมากๆ และสามารถปรึกษาเภสัชกรเพื่อใช้ยาแก้ปวดทั่วไปได้
- คัดจมูก: ปรึกษาเภสัชกรเพื่อใช้สเปรย์พ่นจมูกบรรเทาอาการ
- รู้สึกคลื่นไส้: หลีกเลี่ยงอาหารรสจัดหรืออาหารมัน และทานอาหารมื้อเล็กลง
ข้อควรระวัง: หากคุณมีอาการปวดกล้ามเนื้อควรปรึกษาเภสัชกร และหากมีอาการรุนแรงดังต่อไปนี้ ต้องรีบพบแพทย์ทันที:
- สูญเสียการมองเห็นหรือการได้ยินอย่างกะทันหัน
- องคชาตแข็งตัวค้างนานและมีอาการปวด (โดยเฉพาะถ้าแข็งค้างนานเกิน 2 ชั่วโมง)
คำเตือนเกี่ยวกับทาดาลาฟิล
คุณควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเริ่มใช้ทาดาลาฟิลทุกครั้ง
ความเสี่ยงสำหรับผู้มีโรคหัวใจ
กิจกรรมทางเพศอาจเพิ่มภาระให้กับหัวใจ ดังนั้นผู้ที่มีโรคหัวใจควรปรึกษาแพทย์ก่อนมีกิจกรรมทางเพศหรือใช้ทาดาลาฟิล
สำหรับทาดาลาฟิล 5 มก. เท่านั้น
แพทย์อาจตรวจหามะเร็งต่อมลูกหมากก่อนเริ่มใช้ยา เนื่องจากอาการของต่อมลูกหมากโตและมะเร็งต่อมลูกหมากอาจคล้ายกัน ทาดาลาฟิลไม่ใช้รักษามะเร็งต่อมลูกหมาก
แจ้งแพทย์หากคุณมีอาการหรือโรคเหล่านี้ก่อนใช้ทาดาลาฟิล:
- โรคโลหิตจางชนิดเคียว
- มะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดหลายชนิด (multiple myeloma)
- โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว (leukaemia)
- ความผิดปกติของอวัยวะเพศชาย
- โรคตับรุนแรง
- โรคไตรุนแรง
ประสิทธิภาพของทาดาลาฟิลในผู้ที่เคยมีประวัติ:
- การผ่าตัดบริเวณอุ้งเชิงกราน
- การผ่าตัดต่อมลูกหมากแบบตัดเส้นประสาท (radical non nerve-sparing prostatectomy)
ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าทาดาลาฟิลมีประสิทธิภาพในกลุ่มนี้หรือไม่
หากคุณมีอาการเหล่านี้ขณะใช้ทาดาลาฟิล ให้หยุดใช้และรีบปรึกษาแพทย์ทันที:
- การมองเห็นลดลง สูญเสียการมองเห็น หรือมองเห็นผิดปกติ
- การได้ยินลดลงหรือสูญเสียการได้ยินอย่างกะทันหัน
ทาดาลาฟิลไม่เหมาะสำหรับ:
- ผู้หญิง
- เด็กและวัยรุ่นอายุต่ำกว่า 18 ปี
ปฏิกิริยาระหว่างทาดาลาฟิลกับยาอื่น ๆ
ทาดาลาฟิลอาจมีปฏิกิริยากับยาบางชนิด ดังนั้นควรแจ้งแพทย์หากคุณกำลังใช้หรือเพิ่งใช้ยาต่อไปนี้:
- ไนเตรต (nitrates เช่น poppers)
- อัลฟาบล็อกเกอร์ (alpha blockers) ใช้รักษาความดันโลหิตสูงหรืออาการปัสสาวะที่เกี่ยวกับต่อมลูกหมากโต
- ยารักษาความดันโลหิตสูงชนิดอื่น ๆ
- ริโอซิกัวต (riociguat)
- 5-อัลฟารีดักเทสรีดักเตอร์ (5-alpha-reductase inhibitors) ใช้รักษาต่อมลูกหมากโต
- เคโตโคนาโซล (ketoconazole) ใช้รักษาเชื้อรา
- โปรตีเอสอินฮิบิเตอร์ (protease inhibitors) ใช้รักษาโรคเอดส์หรือเอชไอวี
- ฟีโนบาร์บิทัล, ฟีนิโทอิน, คาร์บามาซีปีน (ยากันชัก)
- ริแฟมพิซิน, อิริโทรมัยซิน, คลาริโทรมัยซิน, อิทราโคนาโซล
- ยารักษาอาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศชนิดอื่น ๆ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับทาดาลาฟิล
สามารถแบ่งครึ่งเม็ดยาทาดาลาฟิลได้ไหม?
ไม่ได้ครับ คุณควรกลืนยาลงไปทั้งเม็ดพร้อมน้ำ หากมีข้อสงสัยเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับวิธีการทานยาตัวนี้ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อความปลอดภัยครับ
ควรเก็บรักษาทาดาลาฟิลอย่างไร?
ควรเก็บ ทาดาลาฟิล ไว้ในแผงยาเดิมและใส่ไว้ในกล่องของมันครับ เก็บในที่ที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า 30 องศาเซลเซียส ให้พ้นจากแสงแดดและความชื้น และที่สำคัญคือห้ามใช้ยาหลังจากวันหมดอายุที่ระบุไว้บนกล่องนะครับ
ทาดาลาฟิล ออกฤทธิ์แรงเท่ากับไวอากร้าไหม?
ไวอากร้า มีตัวยาสำคัญคือ ซิลเดนาฟิล (Sildenafil) ส่วน ทาดาลาฟิล ก็มีตัวยาชื่อเดียวกับมันเลยครับ แม้ทั้งคู่จะเริ่มออกฤทธิ์ใน 30-60 นาทีเหมือนกัน แต่ ทาดาลาฟิล จะออกฤทธิ์ได้นานกว่ามาก (สูงสุด 36 ชั่วโมง) เมื่อเทียบกับ ไวอากร้า (สูงสุด 4 ชั่วโมง)
ตัวเลขมิลลิกรัมของซิลเดนาฟิลอาจจะดูสูงกว่า แต่นั่นไม่ได้หมายความว่ามันแรงกว่าเสมอไปครับ หากคุณต้องการยาที่ออกฤทธิ์ยาวนานและไม่ต้องคอยกังวลเรื่องการวางแผนเวลาทานยาก่อนมีเซ็กส์ ทาดาลาฟิล หรือแบบทานรายวันอาจเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คุณมากกว่าครับ
ทาดาลาฟิล ดีกว่า Cialis ไหม?
ทั้ง ทาดาลาฟิล และ Cialis มีตัวยาสำคัญตัวเดียวกันเป๊ะครับ เพียงแต่ Cialis เป็นชื่อแบรนด์ที่มีราคาสูงกว่า ส่วนทาดาลาฟิลเป็นยา Generic ที่ราคาเข้าถึงง่ายกว่า ทั้งคู่มีความปลอดภัยและให้ผลลัพธ์เหมือนกันตราบใดที่ได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญครับ
ดื่มแอลกอฮอล์ขณะทานทาดาลาฟิลได้ไหม?
เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดจาก ทาดาลาฟิล แนะนำว่าไม่ควรดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมากครับ เพราะแอลกอฮอล์อาจทำให้การแข็งตัวทำได้ยากขึ้น และอาจเพิ่มความเสี่ยงของผลข้างเคียงได้ครับ
ทาดาลาฟิลมีผลต่อการมีบุตรไหม?
มีงานวิจัยสองฉบับพบว่าจำนวนอสุจิอาจลดลงเล็กน้อยในผู้ที่ใช้ยาตัวนี้ แต่ผลกระทบนี้มักไม่ส่งผลเสียต่อการมีบุตรในระยะยาวครับ ในทางกลับกัน การที่ยาช่วยให้แข็งตัวได้ดีและรักษาการแข็งตัวไว้ได้นานขึ้นกลับเป็นผลดีมากกว่า โดยเฉพาะสำหรับคู่ที่กำลังวางแผนจะมีลูกครับ หากคุณมีความกังวลเรื่องนี้ สามารถปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพิ่มเติมได้เสมอครับ
เป็นสมาชิกกับทางร้านเพื่อรับข่าวสารและส่วนลดต่างๆ
