คลื่นไส้อาเจียน เกิดจากอะไร? ยาช่วยได้ไหม

คลื่นไส้อาเจียน เกิดจากอะไร? ยาช่วยได้ไหม

คลื่นไส้อาเจียน เกิดจากอะไร?

  • อาหารไม่ย่อย/อาหารเป็นพิษ → คลื่นไส้ไม่กี่ชั่วโมงหลังกิน มักหายเองใน 1-2 วัน
  • เมารถ เมาเรือ เมาเครื่องบิน → ระบบทรงตัวในหูชั้นในขัดแย้งกับสิ่งที่ตาเห็น
  • ตั้งครรภ์ (แพ้ท้อง) → ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง พบมากช่วง 3 เดือนแรก
  • ติดเชื้อในทางเดินอาหาร (gastroenteritis) → มักมีท้องเสียร่วมด้วย
  • บรรเทาเบื้องต้น: จิบน้ำทีละน้อย พักผ่อน หลีกเลี่ยงอาหารมันจัด
  • ยาแก้อาเจียน เช่น domperidone ช่วยกระตุ้นการบีบตัวของกระเพาะ — ควรปรึกษาเภสัชกรก่อนใช้ โดยเฉพาะผู้มีโรคหัวใจ
  • อาเจียนเป็นเลือด หรือมีสัญญาณขาดน้ำรุนแรง → พบแพทย์ทันที
Supatcheree A., Pharmacist

ตรวจสอบทางการแพทย์โดย

Supatcheree A., Pharmacist | แหล่งข้อมูล: NHS, Cleveland Clinic, MedlinePlus (NIH), NCBI StatPearls, MHRA, WHO

อัปเดตล่าสุด: 2026-07-09

คลื่นไส้อาเจียน เกิดจากอะไร? (ภาพรวมสาเหตุ)

คลื่นไส้ (nausea) คือความรู้สึกอยากอาเจียนที่เกิดจากสมองส่วนที่ควบคุมการอาเจียน (vomiting center) ถูกกระตุ้น ส่วน อาเจียน (vomiting) คือการขับเนื้อหาในกระเพาะออกทางปาก ทั้งสองอาการเป็นกลไกป้องกันตัวของร่างกายเมื่อรับรู้ว่ามีสิ่งผิดปกติ ไม่ว่าจะเป็นสารพิษ การติดเชื้อ หรือสัญญาณจากระบบทรงตัว

สาเหตุที่พบบ่อยที่สุด 4 กลุ่ม

  • อาหารไม่ย่อย/อาหารเป็นพิษ — พบบ่อยที่สุด เกิดจากกินอาหารที่ปนเปื้อนหรือย่อยยาก
  • เมารถ เมาเรือ เมาเครื่องบิน — ระบบการทรงตัวในหูชั้นในขัดแย้งกับภาพที่ตาเห็น
  • ตั้งครรภ์ (แพ้ท้อง) — ฮอร์โมน hCG และเอสโตรเจนเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
  • การติดเชื้อในทางเดินอาหาร — ไวรัสหรือแบคทีเรียกระตุ้นการอักเสบของเยื่อบุกระเพาะ

นอกจากนี้ยังมีสาเหตุอื่น เช่น ไมเกรน เวียนศีรษะ ผลข้างเคียงจากยาบางชนิด หรือความเครียด/วิตกกังวล ซึ่งพบได้แต่น้อยกว่า 4 กลุ่มหลักข้างต้น

อาหารไม่ย่อยและอาหารเป็นพิษ — สาเหตุที่พบบ่อยที่สุด

อาหารไม่ย่อย (Indigestion)

เกิดจากกินอาหารมันจัด รสจัด กินเร็วเกินไป หรือกินมากเกินไป ทำให้กระเพาะบีบตัวช้าลง อาหารค้างอยู่นาน เกิดความรู้สึกอึดอัด แน่นท้อง และคลื่นไส้ตามมา มักดีขึ้นภายในไม่กี่ชั่วโมง

อาหารเป็นพิษ (Food poisoning)

เกิดจากกินอาหารที่ปนเปื้อนแบคทีเรีย (เช่น Salmonella, E. coli) หรือสารพิษจากอาหารที่เก็บไม่ถูกวิธี อาการมักเริ่มภายใน 1-48 ชั่วโมงหลังกิน มีคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้องบิด และอาจมีท้องเสียร่วมด้วย

สังเกตความต่าง

  • อาหารไม่ย่อย — อาการไม่รุนแรง หายเองใน 1-2 วัน ไม่มีไข้
  • อาหารเป็นพิษ — อาการรุนแรงกว่า อาจมีไข้ ปวดท้องบิดรุนแรง ท้องเสีย

ทั้งสองกรณีเบื้องต้นดูแลได้ที่บ้านด้วยการพักกระเพาะและจิบน้ำทีละน้อย หากอาการไม่ดีขึ้นใน 2-3 วัน ควรพบแพทย์

เมารถ เมาเรือ เมาเครื่องบิน — ทำไมถึงคลื่นไส้

อาการเมาการเคลื่อนไหว (Motion sickness) เกิดจาก ความขัดแย้งของสัญญาณ ระหว่างระบบการทรงตัวในหูชั้นใน (vestibular system) ที่รับรู้ว่าร่างกายกำลังเคลื่อนที่ กับดวงตาที่มองเห็นสภาพแวดล้อมนิ่ง (เช่น อ่านหนังสือในรถที่กำลังวิ่ง) สมองสับสนกับสัญญาณที่ขัดแย้งกันนี้ จึงกระตุ้นศูนย์อาเจียนให้ทำงาน

ใครเสี่ยงเมารถง่าย

  • เด็กอายุ 2-12 ปี (ระบบทรงตัวยังพัฒนาไม่เต็มที่)
  • ผู้หญิง โดยเฉพาะช่วงมีประจำเดือนหรือตั้งครรภ์
  • คนที่มีประวัติไมเกรน
  • คนที่นั่งเบาะหลังหรือก้มดูจอมือถือขณะเดินทาง

วิธีลดอาการเมารถ

  • นั่งเบาะหน้า มองไปที่เส้นขอบฟ้าไกลๆ
  • หลีกเลี่ยงการอ่านหนังสือหรือดูจอมือถือขณะเดินทาง
  • เปิดหน้าต่างรับอากาศ หลีกเลี่ยงกลิ่นฉุน
  • กินอาหารมื้อเบาก่อนเดินทาง ไม่ปล่อยท้องว่างหรืออิ่มจัด
  • ยาแก้เมา (เช่น dimenhydrinate) กินก่อนเดินทาง 30-60 นาที ช่วยป้องกันได้

คลื่นไส้ตอนตั้งครรภ์ (แพ้ท้อง) — ปกติแค่ไหน

อาการแพ้ท้อง (morning sickness) พบได้ถึง 70-80% ของหญิงตั้งครรภ์ มักเริ่มช่วงสัปดาห์ที่ 6 ของการตั้งครรภ์และดีขึ้นเมื่อเข้าสู่ไตรมาสที่ 2 (สัปดาห์ 12-14) เกิดจากระดับฮอร์โมน hCG และเอสโตรเจนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

แพ้ท้องแบบปกติ

  • คลื่นไส้ช่วงเช้าหรือตลอดวัน ไม่รุนแรงจนกินอะไรไม่ได้เลย
  • อาเจียนบางครั้งแต่ยังรักษาน้ำหนักและน้ำในร่างกายได้

เมื่อไหร่ที่แพ้ท้องรุนแรงเกินปกติ (Hyperemesis gravidarum)

หากอาเจียนรุนแรงจนกินอะไรไม่ได้เลย น้ำหนักลดมากกว่า 5% ของน้ำหนักก่อนตั้งครรภ์ หรือมีสัญญาณขาดน้ำ (ปัสสาวะน้อยลง เวียนศีรษะรุนแรง) — นี่คือภาวะ Hyperemesis gravidarum ที่ต้องพบแพทย์เพื่อรับสารน้ำและการดูแลเฉพาะทาง

วิธีบรรเทาแพ้ท้องเบื้องต้น

  • กินทีละน้อยแต่บ่อยครั้ง หลีกเลี่ยงท้องว่างนาน
  • กินขนมปังกรอบหรือแครกเกอร์ก่อนลุกจากเตียงตอนเช้า
  • หลีกเลี่ยงกลิ่นอาหารที่กระตุ้นอาการ เช่น ของทอด ของมัน
  • จิบขิงอุ่นหรือชาขิง ช่วยลดคลื่นไส้ได้ในบางคน

สำคัญ: หญิงตั้งครรภ์ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยาแก้อาเจียนใดๆ เสมอ เพราะยาบางชนิดไม่เหมาะกับการตั้งครรภ์

การติดเชื้อในทางเดินอาหาร — เมื่อไวรัสหรือแบคทีเรียเป็นสาเหตุ

กระเพาะและลำไส้อักเสบจากการติดเชื้อ (Gastroenteritis) เป็นสาเหตุคลื่นไส้อาเจียนที่พบบ่อยรองจากอาหารไม่ย่อย เกิดจากไวรัส (เช่น Norovirus, Rotavirus) หรือแบคทีเรียเข้าสู่ทางเดินอาหาร ทำให้เยื่อบุกระเพาะและลำไส้อักเสบ

อาการที่พบร่วม

  • คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสียเป็นน้ำ
  • ปวดท้องบิดเป็นพักๆ
  • ไข้ต่ำถึงปานกลาง อ่อนเพลีย
  • อาการมักเริ่มดีขึ้นภายใน 1-3 วัน

การดูแลเบื้องต้น

  • ดื่มสารละลายเกลือแร่ (ORS) ทดแทนน้ำและเกลือแร่ที่เสียไป
  • พักผ่อน หลีกเลี่ยงอาหารมันหรือรสจัด
  • เริ่มกินอาหารอ่อนย่อยง่าย เช่น ข้าวต้ม โจ๊ก เมื่ออาการดีขึ้น
  • ล้างมือบ่อยๆ ป้องกันการแพร่เชื้อสู่คนในบ้าน

ส่วนใหญ่หายเองได้โดยไม่ต้องใช้ยาปฏิชีวนะ (เพราะสาเหตุหลักคือไวรัส) ยกเว้นกรณีที่แพทย์วินิจฉัยว่าเป็นแบคทีเรียและจำเป็นต้องรักษาเฉพาะ

วิธีบรรเทาคลื่นไส้อาเจียนเบื้องต้นที่บ้าน

การดื่มน้ำอย่างถูกวิธี

จิบน้ำทีละน้อย (1-2 ช้อนโต๊ะ) ทุก 10-15 นาที แทนการดื่มครั้งละมากๆ ซึ่งอาจกระตุ้นให้อาเจียนซ้ำ หากมีท้องเสียร่วมด้วย ควรดื่มสารละลายเกลือแร่ (ORS) เพื่อทดแทนโซเดียมและโพแทสเซียมที่เสียไป

อาหารที่ควรกินและควรเลี่ยง

  • ควรกิน: ข้าวต้ม โจ๊ก แครกเกอร์ ขนมปังกรอบ กล้วยสุก แอปเปิลบด
  • ควรเลี่ยง: อาหารมันจัด ทอด รสจัด กาแฟ แอลกอฮอล์ นมและผลิตภัณฑ์จากนม (ช่วงที่ยังคลื่นไส้)

วิธีอื่นที่ช่วยได้

  • พักผ่อนในท่านั่งหรือกึ่งนอน หลีกเลี่ยงการนอนราบทันทีหลังกินอาหาร
  • สูดอากาศบริสุทธิ์ หลีกเลี่ยงกลิ่นฉุนหรือกลิ่นอาหารที่กระตุ้นอาการ
  • ขิง (ขิงสด ชาขิง หรือลูกอมขิง) มีงานวิจัยสนับสนุนว่าช่วยลดคลื่นไส้ได้ในบางกรณี
  • ฝึกหายใจลึกช้าๆ ช่วยลดความรู้สึกคลื่นไส้จากความเครียด

หากดูแลเบื้องต้นแล้วอาการไม่ดีขึ้นภายใน 24-48 ชั่วโมง หรือไม่สามารถดื่มน้ำได้เลย ควรพิจารณาใช้ยาแก้อาเจียนหรือพบแพทย์

ยาแก้อาเจียนทำงานอย่างไร — กลไกของ Domperidone

Domperidone เป็นยาแก้อาเจียนกลุ่ม prokinetic ที่ออกฤทธิ์โดยกระตุ้นการบีบตัวของกระเพาะอาหาร (gastric motility) ทำให้อาหารเคลื่อนจากกระเพาะลงสู่ลำไส้เล็กได้เร็วขึ้น ลดอาการอาหารค้างในกระเพาะซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของคลื่นไส้

กลไกการออกฤทธิ์

Domperidone ยับยั้งตัวรับโดปามีน (dopamine D2 receptor) บริเวณ chemoreceptor trigger zone ในสมองและที่กระเพาะอาหาร ทำให้ลดสัญญาณกระตุ้นการอาเจียน พร้อมกับเพิ่มการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อกระเพาะ จึงเหมาะกับอาการคลื่นไส้ที่มาจากอาหารไม่ย่อยและกระเพาะทำงานช้า (delayed gastric emptying)

เหมาะกับใคร

  • คลื่นไส้จากอาหารไม่ย่อย ท้องอืด แน่นท้องหลังกินอาหาร
  • คลื่นไส้จากกระเพาะทำงานช้า (เช่น ในผู้ป่วยเบาหวานบางราย)

ผลิตภัณฑ์ตัวอย่าง

ตัวอย่างยา domperidone ที่มีจำหน่าย เช่น Motilium 10 mg — ควรอ่านฉลากและปรึกษาเภสัชกรก่อนใช้ทุกครั้งเพื่อความปลอดภัย

เลือกยาแก้อาเจียนให้เหมาะกับสาเหตุ — ตารางเปรียบเทียบ

ยาแก้อาเจียนแต่ละกลุ่มออกฤทธิ์ต่างกัน จึงเหมาะกับสาเหตุคลื่นไส้อาเจียนที่ต่างกันด้วย ตารางด้านล่างสรุปแนวทางเบื้องต้น — ควรปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ก่อนเลือกใช้เสมอ

ประเภทอาการยา/วิธีแนะนำกลไกข้อควรระวัง
อาหารไม่ย่อย ท้องอืดDomperidoneกระตุ้นการบีบตัวของกระเพาะระวังหัวใจ (QT)
เมารถ เมาเรือDimenhydrinateลดสัญญาณสับสนของระบบทรงตัวทำให้ง่วงซึม
คลื่นไส้ทั่วไป/หลังผ่าตัดMetoclopramideยับยั้งโดปามีน + กระตุ้นบีบตัวกระเพาะใช้ระยะสั้นเท่านั้น
ท้องเสียร่วมด้วย/ขาดน้ำสารละลายเกลือแร่ (ORS)ทดแทนน้ำและเกลือแร่ไม่ใช่ยาแก้คลื่นไส้โดยตรง

ข้อควรระวังเมื่อใช้ยาแก้อาเจียน

Domperidone และความเสี่ยงต่อหัวใจ (QT prolongation)

หน่วยงานกำกับดูแลยาในต่างประเทศ (เช่น MHRA สหราชอาณาจักร) ออกคำเตือนว่า domperidone อาจเพิ่มความเสี่ยงภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิด QT prolongation โดยเฉพาะในผู้ที่:

  • มีโรคหัวใจอยู่แล้ว หรือมีประวัติหัวใจเต้นผิดจังหวะ
  • อายุมากกว่า 60 ปี
  • ใช้ยาขนาดสูงหรือใช้ต่อเนื่องนาน
  • ใช้ร่วมกับยาอื่นที่มีผลต่อคลื่นไฟฟ้าหัวใจ

คำแนะนำ: ใช้ในขนาดต่ำที่สุดที่ได้ผล ระยะเวลาสั้นที่สุดเท่าที่จำเป็น (โดยทั่วไปไม่เกิน 1 สัปดาห์สำหรับอาการทั่วไป) และปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ก่อนใช้เสมอ โดยเฉพาะหากมีโรคประจำตัวเกี่ยวกับหัวใจ

ข้อควรระวังทั่วไปของยาแก้อาเจียนกลุ่มอื่น

  • ยาแก้เมาบางชนิด (dimenhydrinate) ทำให้ง่วงซึม ไม่ควรขับรถหรือใช้เครื่องจักรหลังกิน
  • หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตรควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยาแก้อาเจียนทุกชนิด
  • เด็กเล็กต้องใช้ขนาดยาตามน้ำหนักตัว ไม่ควรใช้ยาผู้ใหญ่โดยไม่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

สัญญาณอันตราย ต้องพบแพทย์ทันที

คลื่นไส้อาเจียนส่วนใหญ่ไม่รุนแรงและหายเองได้ แต่มีสัญญาณบางอย่างที่ห้ามรอ ต้องพบแพทย์หรือไปห้องฉุกเฉินทันที:

  • อาเจียนเป็นเลือด หรืออาเจียนมีลักษณะคล้ายกากกาแฟ
  • ถ่ายอุจจาระเป็นสีดำหรือมีเลือดปน
  • สัญญาณขาดน้ำรุนแรง — ปากแห้งมาก ปัสสาวะน้อยหรือไม่ปัสสาวะเลยเกิน 8 ชั่วโมง เวียนศีรษะรุนแรงเมื่อลุกยืน ใจสั่น
  • อาเจียนต่อเนื่องเกิน 24-48 ชั่วโมง โดยไม่สามารถดื่มน้ำเก็บไว้ได้เลย
  • ปวดท้องรุนแรง ร่วมกับคลื่นไส้อาเจียน โดยเฉพาะปวดเฉพาะจุด
  • ไข้สูงเกิน 39°C ร่วมกับอาเจียน
  • ปวดศีรษะรุนแรงฉับพลัน คอแข็ง หรือสับสน ร่วมกับอาเจียน — สงสัยการติดเชื้อในสมอง/เยื่อหุ้มสมอง
  • หญิงตั้งครรภ์ที่อาเจียนจนกินอะไรไม่ได้เลย น้ำหนักลดเร็ว — สงสัย hyperemesis gravidarum

หากมี 1 ข้อขึ้นไป ควรไปพบแพทย์หรือห้องฉุกเฉินทันที ไม่ควรซื้อยากินเองต่อไป

ป้องกันคลื่นไส้อาเจียนไม่ให้กลับมา

ดูแลเรื่องอาหาร

  • กินอาหารสุกสะอาด เก็บอาหารในอุณหภูมิที่เหมาะสม
  • หลีกเลี่ยงอาหารมันจัด รสจัด หรือกินมากเกินไปในมื้อเดียว
  • กินช้าๆ เคี้ยวให้ละเอียด

สำหรับคนที่เมารถ/เมาเรือง่าย

  • เลือกที่นั่งที่มีการสั่นสะเทือนน้อยที่สุด (เบาะหน้ารถ กลางลำเรือ)
  • กินยาป้องกันก่อนเดินทาง 30-60 นาทีตามคำแนะนำเภสัชกร
  • หลีกเลี่ยงการอ่านหรือดูจอขณะเดินทาง

ล้างมือและสุขอนามัย

ล้างมือก่อนกินอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ ลดความเสี่ยงติดเชื้อไวรัส/แบคทีเรียที่ทำให้คลื่นไส้อาเจียน

จัดการความเครียด

ความเครียดและวิตกกังวลกระตุ้นคลื่นไส้ได้ — ฝึกหายใจลึก พักผ่อนให้เพียงพอ และออกกำลังกายสม่ำเสมอ

คำถามที่พบบ่อย

มาตรฐานคือเลือกยาตามสาเหตุ — หากคลื่นไส้จากอาหารไม่ย่อยหรือกระเพาะทำงานช้า domperidone ช่วยกระตุ้นการบีบตัวของกระเพาะ หากเมารถ/เมาเรือ dimenhydrinate เหมาะกว่า ควรปรึกษาเภสัชกรก่อนเลือกใช้ทุกครั้ง โดยเฉพาะหากมีโรคหัวใจหรือกำลังตั้งครรภ์

โดยทั่วไปแนะนำให้กินก่อนอาหาร 15-30 นาที เพื่อให้ยาออกฤทธิ์กระตุ้นกระเพาะทันเวลาที่อาหารเข้าสู่ร่างกาย ควรอ่านฉลากหรือสอบถามเภสัชกรสำหรับขนาดและวิธีใช้ที่เหมาะกับแต่ละคน

เลือกนั่งเบาะหน้า มองเส้นขอบฟ้าไกลๆ หลีกเลี่ยงอ่านหนังสือหรือดูจอมือถือ เปิดหน้าต่างรับอากาศ และกินยาป้องกันเมารถ 30-60 นาทีก่อนเดินทางหากจำเป็น

แพ้ท้องปกติคือคลื่นไส้อาเจียนที่ยังกินอาหารและดื่มน้ำได้บ้าง น้ำหนักไม่ลดมาก ส่วน Hyperemesis gravidarum คืออาเจียนรุนแรงจนกินอะไรไม่ได้เลย น้ำหนักลดเกิน 5% ของน้ำหนักก่อนตั้งครรภ์ หรือมีสัญญาณขาดน้ำ ซึ่งต้องพบแพทย์

ควรเน้นดื่มสารละลายเกลือแร่ (ORS) ทดแทนน้ำและเกลือแร่ที่เสียไป พักผ่อน หลีกเลี่ยงอาหารมันหรือรสจัด และเริ่มกินอาหารอ่อนเมื่ออาการดีขึ้น หากอาการรุนแรงหรือมีสัญญาณขาดน้ำควรพบแพทย์

โดยทั่วไปยาแก้อาเจียนอย่าง domperidone ควรใช้ระยะสั้นที่สุดเท่าที่จำเป็น มักไม่เกิน 1 สัปดาห์สำหรับอาการทั่วไป หากอาการยังไม่ดีขึ้นหรือจำเป็นต้องใช้ต่อเนื่องนานกว่านั้น ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง

อันตราย — อาเจียนเป็นเลือดหรือมีลักษณะคล้ายกากกาแฟเป็นสัญญาณเตือนที่ต้องพบแพทย์หรือไปห้องฉุกเฉินทันที ไม่ควรรอดูอาการหรือซื้อยากินเอง

ไม่ควร — เด็กเล็กต้องใช้ขนาดยาตามน้ำหนักตัวและอายุ ยาแก้อาเจียนบางชนิดไม่เหมาะกับเด็กเล็ก ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยาใดๆ กับเด็ก และเน้นการให้ดื่มสารละลายเกลือแร่ทดแทนน้ำเป็นหลัก

⚠️ ข้อจำกัดความรับผิดชอบ

เนื้อหาในบทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาทดแทนคำแนะนำ การวินิจฉัย หรือการรักษาจากแพทย์หรือเภสัชกรผู้เชี่ยวชาญ หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการหรือการใช้ยา ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ส่งไว ภายใน 24 ชม.

สั่งวันนี้ จัดส่งเร็ว ไม่ต้องรอนาน สินค้าพร้อมส่งจากในประเทศ

สินค้าเป็นของแท้

คัดเฉพาะสินค้าของแท้ มีมาตรฐาน มั่นใจได้ในคุณภาพทุกชิ้น

ไม่ระบุสินค้ากับผู้ส่ง

แพ็กแนบเนียน ไม่มีระบุชื่อสินค้า เคารพความเป็นส่วนตัวของลูกค้า

ราคาคุ้มค่า เข้าถึงได้

ราคาสมเหตุสมผล คุ้มค่าเมื่อเทียบกับคุณภาพ เลือกได้สบายใจ

สินค้าที่พึ่งดูมา