กลากเกลื้อน ต่างกันยังไง? รักษาแบบไหนหาย

กลากเกลื้อน ต่างกันยังไง? รักษาแบบไหนหาย

กลากกับเกลื้อนต่างกันยังไง รักษายังไงให้หาย?

  • กลาก (Ringworm) เกิดจากเชื้อราเดอร์มาโตไฟต์ (dermatophyte) ส่วนเกลื้อน (Tinea versicolor) เกิดจากเชื้อรายีสต์ Malassezia — คนละเชื้อ คนละยา
  • กลาก: ผื่นแดงวงกลมขอบชัด คันมาก ลามได้ทั่วตัว
  • เกลื้อน: ผื่นด่างขาว/น้ำตาล/ชมพู ไม่ค่อยคัน มักขึ้นที่ลำตัว หลัง ไหล่
  • ผื่นเล็ก จำกัดบริเวณ → ทายาฆ่าเชื้อรา (Ketoconazole, Clotrimazole) 2-4 สัปดาห์มักหาย
  • ลุกลามกว้าง เป็นที่เล็บ เป็นซ้ำบ่อย หรือทาแล้วไม่ดีขึ้นใน 2 สัปดาห์ → ต้องกินยาฆ่าเชื้อรา (เช่น Itraconazole) ร่วมด้วย
  • เชื้อราที่เล็บ (onychomycosis) ส่วนใหญ่ต้องกินยา เพราะยาทาซึมเข้าเล็บไม่พอ
Supatcheree A., Pharmacist

ตรวจสอบทางการแพทย์โดย

Supatcheree A., Pharmacist | แหล่งข้อมูล: NHS, DermNet NZ, MedlinePlus (NIH), NCBI StatPearls

อัปเดตล่าสุด: 2026-07-09

กลากเกลื้อน คืออะไร?

“กลากเกลื้อน” ไม่ใช่โรคเดียว แต่เป็นคำเรียกรวมของโรคผิวหนังจากเชื้อรา 2 ชนิดที่คนไทยมักพูดคู่กัน ทั้งที่จริงแล้วเป็นเชื้อราคนละกลุ่ม คนละกลไก และรักษาต่างกัน

กลาก (Ringworm / Tinea)

เกิดจากเชื้อรากลุ่มเดอร์มาโตไฟต์ (dermatophyte) ที่กินเคราติน (keratin) บนผิวหนัง เส้นผม และเล็บเป็นอาหาร ทำให้เกิดผื่นวงแดงคันที่ลามออกเป็นวงกลมคล้ายแหวน จึงถูกเรียกว่า “ringworm” ในภาษาอังกฤษ ทั้งที่ไม่เกี่ยวข้องกับหนอนพยาธิใด ๆ

เกลื้อน (Tinea Versicolor / Pityriasis Versicolor)

เกิดจากเชื้อรายีสต์Malassezia ซึ่งเป็นเชื้อประจำถิ่นที่อาศัยอยู่บนผิวหนังคนปกติอยู่แล้ว แต่เมื่อเจริญเติบโตมากเกินไป (จากความร้อน เหงื่อ หรือผิวมัน) จะทำให้เกิดผื่นด่างสีผิดปกติ ไม่นูน และไม่ค่อยคัน

กลากกับเกลื้อน ต่างกันอย่างไร?

แม้ชื่อจะพ้องเสียงกัน แต่กลากกับเกลื้อนแยกออกจากกันได้ชัดเจนถ้าดูจากลักษณะผื่น สี อาการคัน และตำแหน่งที่ขึ้น ดังตารางสรุปนี้:

ลักษณะกลาก (Ringworm)เกลื้อน (Tinea Versicolor)
เชื้อก่อโรคเชื้อราเดอร์มาโตไฟต์ (dermatophyte)เชื้อรายีสต์ Malassezia
ลักษณะผื่นวงแดงขอบชัด นูนเล็กน้อย ตรงกลางอาจจางลงปื้นด่างสีเรียบ ไม่นูน ขอบไม่ชัดเจน
สีผื่นแดงหรือชมพูขาว น้ำตาล หรือชมพูอ่อน (สลับกันได้ในคนเดียว)
อาการคันคันมาก โดยเฉพาะขอบผื่นคันน้อยหรือแทบไม่คัน
ตำแหน่งที่พบบ่อยลำตัว ขาหนีบ หนังศีรษะ ฝ่าเท้าลำตัว หลัง ไหล่ คอ
ติดต่อคนอื่นได้ไหมติดต่อได้ง่ายจากการสัมผัสไม่ค่อยติดต่อ (เชื้อประจำถิ่นบนผิวคนนั้นเอง)
ยาทาหลักClotrimazole, Ketoconazole, TerbinafineKetoconazole, Selenium sulfide

อาการกลาก เป็นยังไง?

อาการกลากเริ่มจากผื่นแดงเล็ก ๆ แล้วค่อย ๆ ขยายวงกว้างออกด้านนอก โดยมีลักษณะเฉพาะดังนี้:

  • วงแหวนขอบชัด — ขอบนูนแดงแดง ตรงกลางอาจจางลงจนดูเหมือนผิวเกือบปกติ
  • คันมาก โดยเฉพาะบริเวณขอบผื่นที่กำลังขยาย
  • ลามออกด้านนอกเรื่อย ๆ ถ้าไม่รักษา วงจะใหญ่ขึ้นเป็นเซนติเมตรภายในไม่กี่สัปดาห์
  • พบบ่อยที่ ขาหนีบ (สังคัง), หนังศีรษะ, ฝ่าเท้า/ซอกนิ้วเท้า (โรคน้ำกัดเท้า/tinea pedis) และ เล็บ
  • ถ้าเกาบ่อย อาจเกิดผิวหนังอักเสบซ้อน หรือติดเชื้อแบคทีเรียตามมา

อาการเกลื้อน เป็นยังไง?

เกลื้อนมักถูกสังเกตเห็นตอนผิวไม่เรียบสม่ำเสมอ โดยเฉพาะหลังโดนแดด เพราะบริเวณที่เป็นเชื้อราจะไม่ดำเท่าผิวรอบข้าง:

  • ปื้นด่างสีไม่สม่ำเสมอ — อาจเป็นสีขาว น้ำตาลอ่อน หรือชมพู ขึ้นอยู่กับสีผิวเดิมและการโดนแดด
  • ผิวเรียบ ไม่นูน ต่างจากกลากที่ขอบจะนูนชัดเจน
  • แทบไม่คัน หรือคันเล็กน้อยเวลาเหงื่อออกมาก
  • พบบ่อยที่ หน้าอก หลัง ไหล่ คอ — บริเวณที่มีต่อมไขมันเยอะ
  • เป็นซ้ำง่ายในหน้าร้อนหรือช่วงที่เหงื่อออกมาก และรอยด่างอาจใช้เวลาหลายเดือนกว่าสีผิวจะกลับมาสม่ำเสมอหลังรักษาหาย

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เชื้อราขึ้นง่าย

ปัจจัยที่ทำให้เชื้อรากลากและเกลื้อนเจริญเติบโตง่ายมีจุดร่วมกันหลายอย่าง:

  • อากาศร้อนชื้น — เชื้อราเติบโตดีในสภาพอากาศแบบไทย
  • เหงื่อออกมาก โดยเฉพาะคนที่ออกกำลังกายหนักหรือทำงานกลางแจ้ง
  • ใส่เสื้อผ้ารัดแน่น ระบายอากาศไม่ดี ทำให้ผิวอับชื้น
  • ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ เช่น เบาหวานคุมไม่ดี หรือกินยากดภูมิ
  • ผิวมัน — เกลื้อนพบบ่อยในคนผิวมันเพราะ Malassezia ชอบกินไขมันเป็นอาหาร
  • สัมผัสใกล้ชิดกับคน สัตว์เลี้ยง หรือใช้ของร่วมกัน เช่น ผ้าเช็ดตัว หวี รองเท้า (เสี่ยงติดกลากมากกว่าเกลื้อน)

เชื้อราที่เล็บ ต่างจากกลากผิวหนังยังไง?

เชื้อราที่เล็บ (onychomycosis) เป็นกลากชนิดหนึ่งที่เกิดจากเชื้อเดอร์มาโตไฟต์กลุ่มเดียวกัน แต่ต่างจากกลากที่ผิวหนังตรงที่รักษายากกว่ามาก

ทำไมเชื้อราที่เล็บถึงรักษายากกว่า?

เพราะเชื้อราฝังตัวอยู่ใต้แผ่นเล็บที่แข็งและหนา ยาทาซึมผ่านไม่ถึงตัวเชื้อ ต่างจากผิวหนังที่ยาทาซึมเข้าถึงชั้นที่มีเชื้อได้โดยตรง

อาการเชื้อราที่เล็บ (รวมเชื้อราที่เล็บเท้า)

  • เล็บหนาขึ้น เปราะ แตกง่าย
  • สีเล็บเปลี่ยนเป็นเหลือง ขาวขุ่น หรือน้ำตาล
  • เล็บแยกตัวออกจากผิวหนังใต้เล็บ
  • พบบ่อยที่ เล็บเท้า มากกว่าเล็บมือ เพราะอยู่ในรองเท้าที่อับชื้นนานกว่า

รายละเอียดวิธีรักษาทายา vs กินยาสำหรับเชื้อราที่เล็บ อ่านต่อในหัวข้อถัดไป

ยาทาเชื้อรา ใช้เมื่อไหร่ถึงพอ?

ยาทาเชื้อรา เป็นการรักษาหลักสำหรับกลากและเกลื้อนที่ เป็นแค่ที่ผิวหนัง บริเวณจำกัด และยังไม่ลามมาก

ยาทากลุ่มไหนใช้ได้ผล

  • Ketoconazole — ออกฤทธิ์กว้าง ใช้ได้ทั้งกลากและเกลื้อน เช่น Nizoral Cream
  • Clotrimazole — ใช้ได้ผลดีกับกลากทั่วไป เช่น Canesten Cream
  • Terbinafine — เห็นผลเร็วกับกลากที่ผิวหนัง มักใช้ระยะสั้นกว่า

วิธีใช้ให้ได้ผล

  • ทาบาง ๆ ให้คลุมเลยขอบผื่นออกไปประมาณ 1-2 ซม.
  • ทาต่อเนื่องวันละ 1-2 ครั้ง นาน 2-4 สัปดาห์ แม้ผื่นจะดูจางลงแล้วก็ตาม — หยุดเร็วเกินไปทำให้เชื้อกลับมาซ้ำ
  • เกลื้อนอาจต้องทาต่อเนื่องนานกว่า และรอยด่างสีจะค่อย ๆ จางหลังเชื้อหายแล้ว

ทายาเมื่อไหร่ถึง “พอ”?

ยาทาเพียงพอเมื่อ: ผื่นจำกัดบริเวณ (ไม่กี่จุด ไม่ใหญ่มาก), ไม่ใช่ที่เล็บหรือหนังศีรษะ, และไม่ได้เป็นซ้ำบ่อย ถ้าตรงเงื่อนไขนี้ ทายาต่อเนื่องตามคำแนะนำมักหายได้โดยไม่ต้องกินยา

เมื่อไหร่ต้องกินยาฆ่าเชื้อรา ไม่ใช่แค่ทา?

บางกรณี ทายาอย่างเดียวไม่พอ ต้องใช้ยาฆ่าเชื้อราชนิดกินร่วมด้วย เช่น ItraconazoleItraconazole (Spornar 100)

สัญญาณที่บ่งบอกว่าต้องกินยา

  • เป็นที่เล็บ — ยาทาซึมเข้าเล็บไม่พอ เกือบทุกเคสต้องกินยา
  • ลุกลามเป็นบริเวณกว้าง หรือขึ้นหลายจุดทั่วตัว
  • เป็นที่หนังศีรษะ — ยาทาเข้าไม่ถึงรูขุมขนที่เชื้อซ่อนอยู่
  • ทายาต่อเนื่องครบ 2 สัปดาห์แล้วไม่ดีขึ้น หรือลามต่อ
  • เป็นซ้ำบ่อย ภายในไม่กี่เดือนหลังหายจากการทายา
  • ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ เช่น เบาหวาน หรือกินยากดภูมิ ทำให้เชื้อรุนแรงกว่าปกติ

ระยะเวลากินยาโดยประมาณ

เชื้อราที่ผิวหนังลุกลาม มักกินยาสั้นกว่าเชื้อราที่เล็บมาก — เชื้อราที่เล็บมือ ใช้เวลานานหลายสัปดาห์ ส่วนเชื้อราที่เล็บเท้าซึ่งเล็บงอกช้ากว่า มักต้องกินยานานกว่าเล็บมือ โดยแพทย์หรือเภสัชกรจะเป็นผู้กำหนดระยะเวลาที่เหมาะสมตามความรุนแรงของแต่ละคน

ยากินกลุ่มนี้ควรใช้ภายใต้คำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคตับหรือกินยาประจำตัวอื่น ๆ ควรแจ้งก่อนเริ่มใช้

เชื้อราในร่มผ้า ป้องกันยังไง?

เชื้อราในร่มผ้า หมายถึงกลากที่ขึ้นบริเวณที่อับชื้นใต้เสื้อผ้า เช่น ขาหนีบ ใต้ราวนม ซอกพับต่าง ๆ ซึ่งเป็นจุดที่เหงื่อระบายออกยาก

  • เลือกเสื้อผ้าระบายอากาศ — ผ้าฝ้ายหรือผ้าที่ซับเหงื่อดี หลีกเลี่ยงใยสังเคราะห์รัดแน่น
  • เปลี่ยนชุดชั้นในทุกวัน และเปลี่ยนทันทีหลังเหงื่อออกมาก เช่น หลังออกกำลังกาย
  • เช็ดตัวให้แห้งสนิท ก่อนใส่เสื้อผ้า โดยเฉพาะซอกพับและขาหนีบ
  • ไม่ใช้ผ้าเช็ดตัวร่วมกับคนอื่น และซักผ้าเช็ดตัว/เสื้อผ้าด้วยน้ำอุ่นเป็นประจำ
  • หลีกเลี่ยงเสื้อผ้ารัดแน่นเป็นเวลานาน โดยเฉพาะช่วงอากาศร้อน

ป้องกันกลากเกลื้อนไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ

  • ทายาให้ครบคอร์ส แม้ผื่นจะจางแล้วก็ตาม — เชื้อที่เหลืออยู่คือสาเหตุหลักของการเป็นซ้ำ
  • รักษาผิวให้แห้ง โดยเฉพาะจุดอับชื้น เช่น ซอกนิ้วเท้า ขาหนีบ
  • ไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น เช่น หวี รองเท้า ผ้าเช็ดตัว ถุงเท้า
  • ซักเสื้อผ้าที่สัมผัสผื่น ด้วยน้ำร้อนหรือผสมน้ำยาฆ่าเชื้อ
  • ควบคุมโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ที่ทำให้ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ
  • สังเกตสัตว์เลี้ยง — ถ้ามีขนร่วงเป็นหย่อมหรือผิวหนังผิดปกติ ควรพาไปตรวจ เพราะกลากติดจากสัตว์ได้
  • หากเคยเป็นเกลื้อนบ่อย อาจพิจารณาทายาป้องกันเป็นครั้งคราวในช่วงหน้าร้อนตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร

คำถามที่พบบ่อย

กลากเกิดจากเชื้อราเดอร์มาโตไฟต์ เป็นผื่นแดงวงขอบชัด คันมาก ส่วนเกลื้อนเกิดจากเชื้อรายีสต์ Malassezia เป็นปื้นด่างสีขาว/น้ำตาล ไม่ค่อยคัน — คนละเชื้อ คนละยา แม้บางครั้งใช้ยาทาที่มีตัวยา Ketoconazole ได้ผลกับทั้งสองแบบ

กลากเกิดจากเชื้อราเดอร์มาโตไฟต์ที่กินเคราตินบนผิวหนัง เส้นผม และเล็บ ติดต่อได้จากการสัมผัสคน สัตว์เลี้ยงที่ติดเชื้อ หรือใช้ของร่วมกัน เช่น ผ้าเช็ดตัว หวี รองเท้า โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อนชื้นที่เชื้อเจริญเติบโตได้ดี

เกลื้อนเกิดจากเชื้อรายีสต์ Malassezia ซึ่งเป็นเชื้อที่อาศัยอยู่บนผิวหนังคนปกติอยู่แล้ว แต่เจริญเติบโตมากเกินไปเมื่อเจอปัจจัยกระตุ้น เช่น อากาศร้อนชื้น เหงื่อออกมาก หรือผิวมัน จึงไม่ใช่โรคติดต่อจากคนสู่คนแบบกลาก

ผื่นกลากหรือเกลื้อนที่ผิวหนังทั่วไปมักเห็นผลดีขึ้นภายใน1-2 สัปดาห์ แต่ควรทาต่อเนื่องให้ครบ2-4 สัปดาห์แม้ผื่นจะจางแล้ว เพื่อกำจัดเชื้อที่เหลือให้หมด — หยุดยาเร็วเกินไปเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เป็นซ้ำ

ยาทาอย่างเดียวมักไม่พอ เพราะซึมเข้าใต้แผ่นเล็บไม่ถึงตัวเชื้อ เกือบทุกเคสของเชื้อราที่เล็บต้องใช้ยากินร่วมด้วยเพื่อให้ผลการรักษาทั่วถึง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเริ่มยากิน โดยเฉพาะถ้ามีโรคตับหรือกินยาประจำตัวอื่น

เชื้อราที่เล็บเท้าใช้เวลานานกว่าเล็บมือ เพราะเล็บเท้างอกช้ากว่า โดยทั่วไปแพทย์หรือเภสัชกรจะประเมินระยะเวลาที่เหมาะสมตามความรุนแรงของแต่ละคน และนัดติดตามผลเป็นระยะจนกว่าเล็บใหม่ที่ไม่มีเชื้อจะงอกขึ้นมาแทนที่เล็บเดิมทั้งแผ่น

เลือกเสื้อผ้าระบายอากาศ เปลี่ยนชุดชั้นในทุกวันและหลังเหงื่อออกมาก เช็ดตัวให้แห้งสนิทก่อนแต่งตัวโดยเฉพาะขาหนีบและซอกพับ ไม่ใช้ผ้าเช็ดตัวร่วมกับคนอื่น และหลีกเลี่ยงเสื้อผ้ารัดแน่นเป็นเวลานานในอากาศร้อน

จางได้เอง แต่ใช้เวลา — หลังกำจัดเชื้อราหมดแล้ว สีผิวบริเวณที่เคยเป็นเกลื้อนอาจยังไม่สม่ำเสมอไปอีกหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน เพราะเซลล์ผิวต้องใช้เวลาสร้างเม็ดสีกลับมาให้เท่าผิวรอบข้าง การโดนแดดสม่ำเสมอ (ป้องกันแดดควบคู่ไปด้วย) ช่วยให้สีผิวกลับมาเท่ากันเร็วขึ้น

⚠️ ข้อจำกัดความรับผิดชอบ

เนื้อหาในบทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาทดแทนคำแนะนำ การวินิจฉัย หรือการรักษาจากแพทย์หรือเภสัชกรผู้เชี่ยวชาญ หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการหรือการใช้ยา ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ส่งไว ภายใน 24 ชม.

สั่งวันนี้ จัดส่งเร็ว ไม่ต้องรอนาน สินค้าพร้อมส่งจากในประเทศ

สินค้าเป็นของแท้

คัดเฉพาะสินค้าของแท้ มีมาตรฐาน มั่นใจได้ในคุณภาพทุกชิ้น

ไม่ระบุสินค้ากับผู้ส่ง

แพ็กแนบเนียน ไม่มีระบุชื่อสินค้า เคารพความเป็นส่วนตัวของลูกค้า

ราคาคุ้มค่า เข้าถึงได้

ราคาสมเหตุสมผล คุ้มค่าเมื่อเทียบกับคุณภาพ เลือกได้สบายใจ

สินค้าที่พึ่งดูมา