Amoxicillin (อะม็อกซีซิลลิน)
Amoxicillin (อะม็อกซีซิลลิน) — ยาฆ่าเชื้อ ยาแก้อักเสบ ยาปฏิชีวนะ
Amoxicillin หรืออะม็อกซีซิลลิน เป็นยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย (ยาปฏิชีวนะ) ที่ใช้กันแพร่หลายมากที่สุดในโลก หลายคนรู้จักในชื่อ "ยาแก้อักเสบ" ใช้รักษาการติดเชื้อแบคทีเรียได้หลากหลาย ตั้งแต่ทางเดินหายใจ ทางเดินปัสสาวะ ไปจนถึงแผลติดเชื้อ Intimo Life มียา Amoxicillin ให้เลือกทั้งแบบเดี่ยวและแบบผสมกรดคลาวูลานิก
💊 ยาฆ่าเชื้อ Amoxicillin ให้เลือกทั้งสูตรมาตรฐานและสูตรเสริมประสิทธิภาพ เลือกแบบที่เหมาะกับอาการของคุณ
👨⚕️ ปรึกษาเภสัชกรออนไลน์ได้ทันที ไม่ต้องเดินทาง ไม่ต้องรอคิว สะดวกและเป็นส่วนตัว
🚚 จัดส่งเร็ว เป็นความลับ บรรจุภัณฑ์ไม่ระบุชื่อสินค้า ถึงมือคุณอย่างปลอดภัย
Amoxicillin (อะม็อกซีซิลลิน) เป็นยาปฏิชีวนะกลุ่ม Penicillin ที่ใช้รักษาการติดเชื้อแบคทีเรียมากที่สุดทั่วโลก คนไทยหลายคนรู้จักในชื่อ "ยาแก้อักเสบ" หรือ "ยาฆ่าเชื้อ"
📊 ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับ Amoxicillin
- เป็นหนึ่งในยาปฏิชีวนะที่ WHO จัดอยู่ในบัญชียาจำเป็น ของโลก
- ครอบคลุมเชื้อแบคทีเรียได้กว้าง ทั้งแกรมบวกและแกรมลบบางชนิด
- เมื่อผสมกับ กรดคลาวูลานิก (Clavulanic Acid) จะเพิ่มประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อดื้อยาบางชนิดได้ดีขึ้น
💊 ที่ Intimo Life มียา Amoxicillin ให้เลือก 2 แบบ
- Amoxicillin เดี่ยว — สำหรับการติดเชื้อทั่วไป
- Amoxicillin + Clavulanic Acid (Augmentin) — สำหรับการติดเชื้อที่รุนแรงกว่าหรือเชื้อที่ดื้อต่อ Amoxicillin เดี่ยว
⚠️ ยาปฏิชีวนะต้องทานให้ครบตามที่เภสัชกรสั่ง ไม่ควรหยุดยาเองแม้อาการจะดีขึ้นแล้ว เพราะอาจทำให้เชื้อดื้อยา
ตัวยาที่มีจำหน่าย
เกี่ยวกับ Amoxicillin (อะม็อกซีซิลลิน)
Amoxicillin (อะม็อกซีซิลลิน) คืออะไร?
Amoxicillin เป็นยาปฏิชีวนะ (ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย) ในกลุ่ม Penicillin ออกฤทธิ์โดยการยับยั้งการสร้างผนังเซลล์ของแบคทีเรีย ทำให้แบคทีเรียไม่สามารถเจริญเติบโตและแบ่งตัวได้จนตายไปในที่สุด
สิ่งที่ต้องเข้าใจคือ Amoxicillin เป็น "ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย" ไม่ใช่ "ยาแก้อักเสบ" ในความหมายของยาแก้ปวดลดอักเสบ (NSAIDs) แต่คนไทยหลายคนเรียกยาปฏิชีวนะว่า "ยาแก้อักเสบ" จนเป็นที่เข้าใจกันทั่วไป ยานี้ใช้ได้ผลเฉพาะการติดเชื้อแบคทีเรียเท่านั้น ไม่มีผลต่อเชื้อไวรัส (เช่น หวัดธรรมดา ไข้หวัดใหญ่)
Amoxicillin ใช้รักษาอะไรได้บ้าง?
Amoxicillin เป็นยาฆ่าเชื้อที่ครอบคลุมเชื้อได้กว้าง ใช้รักษาการติดเชื้อแบคทีเรียได้หลายระบบ
🫁 ทางเดินหายใจ — ไซนัสอักเสบจากแบคทีเรีย / คออักเสบจากเชื้อสเตร็ป / หลอดลมอักเสบจากแบคทีเรีย / หูชั้นกลางอักเสบ / ปอดอักเสบ (บางกรณี)
🦷 ช่องปากและฟัน — ฝีที่ฟัน การติดเชื้อหลังถอนฟัน เหงือกอักเสบจากแบคทีเรีย
💧 ทางเดินปัสสาวะ — การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะบางชนิด (กระเพาะปัสสาวะอักเสบ)
🩹 ผิวหนังและเนื้อเยื่ออ่อน — แผลติดเชื้อ ฝีหนอง แผลกัดจากสัตว์ (เมื่อใช้ร่วมกับ Clavulanic Acid)
🤢 ระบบทางเดินอาหาร — การติดเชื้อ H. pylori ในกระเพาะอาหาร (ใช้ร่วมกับยาอื่น เช่น ยากลุ่ม PPI สำหรับรักษากรดไหลย้อนและแผลในกระเพาะ)
AMK กับ Augmentin ต่างกันอย่างไร?
ทั้งสองมีตัวยาหลักเป็น Amoxicillin เหมือนกัน แต่มีสูตรต่างกัน
AMK — Amoxicillin เดี่ยว — เป็น Amoxicillin ล้วนๆ ใช้รักษาการติดเชื้อทั่วไปที่เชื้อยังไม่ดื้อยา เช่น คออักเสบจากเชื้อสเตร็ป ไซนัสอักเสบ หูชั้นกลางอักเสบ การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะบางชนิด ราคาเข้าถึงได้
Augmentin — Amoxicillin + Clavulanic Acid — มีกรดคลาวูลานิกเพิ่มเข้ามา ซึ่งทำหน้าที่ยับยั้งเอนไซม์ Beta-lactamase ที่แบคทีเรียบางชนิดผลิตขึ้นมาเพื่อทำลายยา ทำให้ Augmentin สามารถฆ่าเชื้อดื้อยาได้ดีกว่า Amoxicillin เดี่ยว เหมาะกับการติดเชื้อที่รุนแรงกว่า เชื้อดื้อยา หรือแผลกัดจากสัตว์
สรุปง่ายๆ: การติดเชื้อทั่วไป → AMK ก็เพียงพอ / การติดเชื้อรุนแรงกว่าหรือสงสัยเชื้อดื้อ → Augmentin
ทานยา Amoxicillin อย่างไรให้ได้ผลดีที่สุด?
💊 วิธีทาน — ทานวันละ 3 ครั้ง (ทุก 8 ชั่วโมง) เช่น เช้า กลางวัน ก่อนนอน เพื่อให้ระดับยาในเลือดสม่ำเสมอ / ทานพร้อมอาหารหรือไม่ก็ได้ แต่ทานพร้อมอาหารช่วยลดอาการคลื่นไส้ / สำหรับ Augmentin แนะนำทานตอนเริ่มมื้ออาหารเพื่อลดอาการท้องเสีย
📅 ระยะเวลา — โดยทั่วไป 5-7 วัน หรือตามที่เภสัชกรสั่ง ขึ้นอยู่กับชนิดและความรุนแรงของการติดเชื้อ
⚠️ สิ่งสำคัญที่สุด — ทานยาให้ครบคอร์สเสมอ แม้จะรู้สึกดีขึ้นภายใน 2-3 วันก็ไม่ควรหยุดยาเอง เพราะเชื้อที่เหลืออาจดื้อยาและกลับมาเป็นซ้ำ ปัญหาเชื้อดื้อยาปฏิชีวนะเป็นวิกฤตสุขภาพระดับโลก การทานยาให้ครบคือสิ่งที่ทุกคนช่วยได้
ข้อห้ามและข้อควรระวังของ Amoxicillin
🚫 ข้อห้ามเด็ดขาด — ผู้ที่แพ้ยากลุ่ม Penicillin ห้ามใช้โดยเด็ดขาด อาการแพ้ได้แก่ ผื่นลมพิษ หน้าบวม ปากบวม หายใจลำบาก หากเคยแพ้ยากลุ่มนี้ต้องแจ้งเภสัชกรทุกครั้ง
ข้อควรระวัง — ผู้ที่มีโรคไตอาจต้องปรับขนาดยา / ยา Amoxicillin อาจลดประสิทธิภาพของ ยาคุมกำเนิด บางชนิด ควรใช้การป้องกันเสริมระหว่างทานยา / แจ้งเภสัชกรเกี่ยวกับยาอื่นที่ทานอยู่ เพราะ Amoxicillin อาจมีปฏิกิริยากับยาบางชนิด
ผลข้างเคียงของ Amoxicillin
Amoxicillin เป็นยาที่มีความปลอดภัยสูง แต่อาจมีผลข้างเคียงบ้าง
ผลข้างเคียงที่พบบ่อย — ท้องเสีย (พบได้บ่อยกว่าในสูตร Augmentin เพราะกรดคลาวูลานิกระคายเคืองลำไส้) / คลื่นไส้ อาเจียน / ผื่นผิวหนัง (ไม่ใช่อาการแพ้ทุกกรณี บางครั้งเป็นผื่นจากยาที่ไม่อันตราย)
อาการแพ้ยาที่ต้องหยุดยาทันที — ลมพิษ ผิวหนังบวม / หน้าบวม ปากบวม ลิ้นบวม / หายใจลำบาก แน่นหน้าอก / หากมีอาการเหล่านี้ หยุดยาทันทีและไปพบแพทย์หรือห้องฉุกเฉิน
ยาฆ่าเชื้อ (ยาปฏิชีวนะ) กับยาแก้อักเสบ ต่างกันอย่างไร?
คนไทยมักเรียกยาปฏิชีวนะว่า "ยาแก้อักเสบ" จนสับสนกันบ่อยมาก ทั้งๆ ที่เป็นยาคนละประเภท
ยาฆ่าเชื้อ / ยาปฏิชีวนะ (Antibiotic) — เช่น Amoxicillin, Ciprofloxacin ออกฤทธิ์ฆ่าหรือยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย ใช้เฉพาะเมื่อมีการติดเชื้อแบคทีเรียจริง ไม่มีผลต่อเชื้อไวรัส
ยาแก้อักเสบ / ยาต้านการอักเสบ (Anti-inflammatory) — เช่น Ibuprofen, Naproxen (กลุ่ม NSAIDs) ออกฤทธิ์ลดการอักเสบ ลดปวด ลดบวม ลดไข้ ใช้ได้ทั้งการอักเสบจากเชื้อและไม่ใช่เชื้อ ดูเพิ่มเติมได้ที่หมวด ยาแก้ปวด
ทำไมถึงสับสน? — เพราะเมื่อติดเชื้อแบคทีเรีย ร่างกายจะอักเสบ (ปวด บวม แดง ร้อน) พอทานยาปฏิชีวนะฆ่าเชื้อ อาการอักเสบก็หายตาม คนจึงเรียกว่า "ยาแก้อักเสบ" แต่จริงๆ แล้วยาฆ่าเชื้อ ไม่ได้แก้อาการอักเสบโดยตรง
เมื่อไหร่ที่ไม่ควรใช้ Amoxicillin?
Amoxicillin ไม่ใช่ยาครอบจักรวาล ไม่ควรใช้ในกรณีเหล่านี้
❌ หวัดธรรมดา ไข้หวัดใหญ่ — เกิดจากไวรัส ยาปฏิชีวนะไม่มีผล
❌ เจ็บคอทั่วไป — เจ็บคอส่วนใหญ่เกิดจากไวรัส ไม่ใช่แบคทีเรีย ไม่ควรทานยาฆ่าเชื้อเองโดยไม่ได้รับการวินิจฉัย
❌ ไอเรื้อรังที่ไม่ได้เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย — ไอจากภูมิแพ้ หอบหืด กรดไหลย้อน ไม่ต้องใช้ยาฆ่าเชื้อ
❌ การป้องกัน "เผื่อ" ติดเชื้อ — ไม่ควรทานยาปฏิชีวนะเพื่อป้องกันโดยไม่มีข้อบ่งชี้ เพราะเพิ่มความเสี่ยงเชื้อดื้อยา
การใช้ยาปฏิชีวนะอย่างพร่ำเพรื่อเป็นสาเหตุสำคัญของปัญหาเชื้อดื้อยา ซึ่งเป็นวิกฤตสุขภาพระดับโลก ควรปรึกษาเภสัชกรก่อนใช้ยาเสมอ
ทานยา Amoxicillin ร่วมกับยาอื่นได้มั้ย?
สามารถใช้ร่วมกับยาหลายชนิดได้ แต่มีบางอย่างที่ต้องระวัง
✅ ใช้ร่วมได้ — ยาพาราเซตามอล ยาลดไข้ ยาแก้แพ้ ยาลดกรด (เช่น Omeprazole)
⚠️ ต้องระวัง — ยาคุมกำเนิด (อาจลดประสิทธิภาพ ใช้การป้องกันเสริม) / ยาเมโธเทรกเซต (Methotrexate) — Amoxicillin อาจเพิ่มระดับยานี้ / ยาป้องกันลิ่มเลือด Warfarin — อาจต้องตรวจค่า INR บ่อยขึ้น
แจ้งเภสัชกรเกี่ยวกับยาทุกชนิดที่ทานอยู่ก่อนเริ่มยา Amoxicillin เสมอ
ปัญหาเชื้อดื้อยาปฏิชีวนะ ทำไมต้องทานยาให้ครบ?
ปัญหาเชื้อดื้อยาปฏิชีวนะ (Antibiotic Resistance) เป็นวิกฤตสุขภาพระดับโลก การใช้ยาปฏิชีวนะอย่างไม่ถูกต้องเป็นสาเหตุหลัก
🔬 ทำไมเชื้อถึงดื้อยา? — เมื่อทานยาไม่ครบคอร์ส เชื้อบางส่วนที่แข็งแรงกว่าจะรอดชีวิตและแบ่งตัว ลูกหลานของเชื้อเหล่านี้จะดื้อต่อยาตัวนั้น / การทานยาปฏิชีวนะเมื่อไม่จำเป็น (เช่น ทานยาฆ่าเชื้อตอนเป็นหวัดจากไวรัส) ก็เพิ่มโอกาสดื้อยา
สิ่งที่ทุกคนช่วยได้ — ทานยาให้ครบตามที่เภสัชกรสั่ง ไม่หยุดเอง / ไม่ซื้อยาปฏิชีวนะทานเองโดยไม่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ / ไม่แบ่งยาปฏิชีวนะให้คนอื่น / ไม่ใช้ยาเก่าที่เหลือจากครั้งก่อน
⚠️ ข้อจำกัดความรับผิดชอบ
เนื้อหาในบทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาทดแทนคำแนะนำ การวินิจฉัย หรือการรักษาจากแพทย์หรือเภสัชกรผู้เชี่ยวชาญ หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการหรือการใช้ยา ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ
คำถามที่พบบ่อย
ไม่ใช่ค่ะ Amoxicillin เป็นยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย (ยาปฏิชีวนะ) ส่วนยาแก้อักเสบจริงๆ คือยากลุ่ม NSAIDs เช่น Ibuprofen แต่คนไทยมักเรียกยาปฏิชีวนะว่า "ยาแก้อักเสบ" จนกลายเป็นที่เข้าใจกันทั่วไป ทั้งสองทำงานต่างกันโดยสิ้นเชิง
ไม่ต้องค่ะ หวัดธรรมดาเกิดจากไวรัส ยาปฏิชีวนะไม่มีผลต่อไวรัส ทานไปก็ไม่ช่วยอะไรและยังเพิ่มความเสี่ยงเชื้อดื้อยาอีกด้วย ควรทาน Amoxicillin เฉพาะเมื่อเภสัชกรหรือแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นการติดเชื้อแบคทีเรีย
อาการแพ้ที่ต้องหยุดยาทันที ได้แก่ ลมพิษ ผื่นแดง หน้าบวม ริมฝีปากบวม ลิ้นบวม หายใจลำบาก กรณีรุนแรงอาจเกิดอาการ Anaphylaxis ซึ่งต้องเข้าห้องฉุกเฉินทันที หากเคยแพ้ยากลุ่ม Penicillin ต้องแจ้งเภสัชกรทุกครั้ง
ได้ค่ะ Amoxicillin ไม่ถูกรบกวนจากนมหรือผลิตภัณฑ์จากนม (ต่างจาก Ciprofloxacin ที่ห้ามทานพร้อมนม) ทานพร้อมอาหารหรือหลังอาหารก็ได้
เป็นเรื่องที่พบได้บ่อยค่ะ เพราะยาปฏิชีวนะฆ่าทั้งเชื้อไม่ดีและเชื้อดีในลำไส้ โดยเฉพาะสูตร Augmentin ที่มีกรดคลาวูลานิก อาจท้องเสียมากกว่า ทานพร้อมอาหารช่วยลดอาการได้ และอาจเสริมโปรไบโอติกหลังทานยาครบคอร์ส
ขึ้นอยู่กับชนิดของการติดเชื้อ AMK (Amoxicillin เดี่ยว) เพียงพอสำหรับการติดเชื้อทั่วไป เช่น คออักเสบ ไซนัสอักเสบ ส่วน Augmentin เหมาะกับการติดเชื้อที่รุนแรงกว่าหรือสงสัยเชื้อดื้อยา ปรึกษาเภสัชกรเพื่อเลือกสูตรที่เหมาะสม
เป็นสมาชิกกับทางร้านเพื่อรับข่าวสารและส่วนลดต่างๆ

