Betahistine (เบตาฮีสทีน)

ยาแก้เวียนหัวบ้านหมุน รักษาโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน

อาการเวียนหัวบ้านหมุน หูอื้อ เสียงดังในหู หรือความรู้สึกว่าห้องกำลังหมุน อาจเป็นสัญญาณของโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน (Meniere's Disease) หรือ Vertigo จากความผิดปกติของหูชั้นในที่กระทบการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมาก

💊 Betahistine (เบตาฮีสทีน) เป็นยาที่ออกฤทธิ์เพิ่มเลือดไปเลี้ยงหูชั้นใน ช่วยปรับสมดุลน้ำในหู บรรเทาอาการเวียนหัวบ้านหมุน ลดความถี่ของการเป็นซ้ำ มีให้เลือกทั้งขนาด 6 mg, 12 mg และ 24 mg

👨‍⚕️ ปรึกษาเภสัชกรออนไลน์ได้ทันที ไม่ต้องเดินทาง ไม่ต้องรอคิว สะดวกและเป็นส่วนตัว

🚚 จัดส่งเร็ว เป็นความลับ บรรจุภัณฑ์ไม่ระบุชื่อสินค้า ถึงมือคุณอย่างปลอดภัย

Betahistine (เบตาฮีสทีน) คือยารักษาอาการเวียนหัวบ้านหมุน (Vertigo) และโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน (Meniere's Disease) ออกฤทธิ์กระตุ้น H1 receptor และยับยั้ง H3 receptor ในหูชั้นใน ทำให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น ลดความดันน้ำในหู (endolymph) บรรเทาอาการวิงเวียน หูอื้อ และเสียงดังในหู

📊 จากข้อมูลทางการแพทย์พบว่า

  • ผู้ป่วย Meniere's ที่ใช้ Betahistine ต่อเนื่อง 6–12 เดือน มีความถี่เวียนหัวลดลง 60–70%
  • Betahistine เป็นยากลุ่ม Vestibular Suppressant — ไม่ใช่ยาแก้แพ้ ไม่ใช่ยาปฏิชีวนะ
  • โรคน้ำในหูไม่เท่ากันพบใน 1 ใน 1,000 คน มักเกิดช่วงอายุ 40–60 ปี

💊 Betahistine (เบตาฮีสทีน) ที่ Intimo Life รักษา 2 กลุ่มอาการหลัก

  • โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน (Meniere's Disease) — ลดความถี่และความรุนแรงของเวียนหัว หูอื้อ เสียงดังในหู
  • Peripheral Vertigo — บรรเทาอาการวิงเวียนจากความผิดปกติของหูชั้นใน

⚠️ ผู้มีประวัติโรคหอบหืดหรือแผลกระเพาะอาหาร ควรแจ้งเภสัชกรก่อนใช้ยา Betahistine

ทีมเนื้อหา Intimo Life

ตรวจสอบทางการแพทย์โดย

ทีมเนื้อหา Intimo Life | Supatcheree A., Pharmacist

อัปเดตล่าสุด: 2026-06-24

ยาสามัญ : Betahistine

เกี่ยวกับ Betahistine (เบตาฮีสทีน)

Betahistine (เบตาฮีสทีน) คือยาอะไร? ใช้รักษาอะไร?

Betahistine (เบตาฮีสทีน) เป็นยากลุ่ม Vestibular Suppressant ออกฤทธิ์ที่หูชั้นในโดยตรง ไม่ใช่ยาแก้แพ้ ไม่ใช่ยาปฏิชีวนะ ไม่ใช่ยากล่อมประสาท ซึ่งแตกต่างจากยาแก้เวียนหัวชนิดอื่น

ออกฤทธิ์โดยกระตุ้น H1 receptor ในหูชั้นใน และยับยั้ง H3 receptor ส่งผลให้หลอดเลือดในหูชั้นในขยายตัว เลือดไหลเวียนดีขึ้น ลดความดันของน้ำในหู (endolymph) ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของ Meniere's Disease

ข้อบ่งใช้หลัก:

  • โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน (Meniere's Disease) — บรรเทาอาการเวียนหัว หูอื้อ เสียงดังในหู
  • Peripheral Vertigo — อาการวิงเวียนจากหูชั้นใน
  • ใช้เพื่อป้องกันการกำเริบซ้ำในผู้ที่มีประวัติ Meniere's

Betahistine (เบตาฮีสทีน) กินยังไง? วันละกี่เม็ด?

ขนาดยา Betahistine มาตรฐานตามคำแนะนำของแพทย์:

  • 6 mg — กินครั้งละ 1–2 เม็ด วันละ 3 ครั้ง (หลังอาหาร) ใช้ในกรณีเริ่มต้นหรืออาการเบา
  • 12 mg — กินครั้งละ 1 เม็ด วันละ 3 ครั้ง (หลังอาหาร) — ขนาดที่ใช้บ่อยที่สุด
  • 24 mg — กินครั้งละ 1 เม็ด วันละ 2–3 ครั้ง สำหรับอาการรุนแรงหรือตามคำแนะนำแพทย์

ควรกินพร้อมอาหารหรือหลังอาหารทันที เพื่อลดอาการคลื่นไส้ที่อาจเกิดขึ้น ห้ามกินตอนท้องว่าง

ระยะเวลาการรักษา: Betahistine มักใช้ต่อเนื่อง 3–6 เดือนหรือมากกว่า ประสิทธิภาพจะเห็นได้ชัดหลังกินยาต่อเนื่องอย่างน้อย 2–4 สัปดาห์ ไม่ควรหยุดยาเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

ผลข้างเคียง Betahistine (เบตาฮีสทีน) มีอะไรบ้าง?

Betahistine โดยทั่วไปมีความปลอดภัยสูงและทนต่อการใช้ยาได้ดีเมื่อเทียบกับยาแก้เวียนหัวชนิดอื่น ผลข้างเคียงที่พบบ้าง:

  • พบบ่อย (ไม่อันตราย): คลื่นไส้ ปวดท้องเล็กน้อย — ลดได้โดยกินพร้อมอาหาร
  • พบน้อย: ปวดศีรษะ, ผื่นผิวหนัง, คันเล็กน้อย
  • หยุดยาและพบแพทย์ทันที: หายใจลำบาก (โดยเฉพาะผู้ป่วยหอบหืด) หรืออาการแพ้รุนแรง เช่น ผื่นลมพิษ บวมปาก

Betahistine ไม่ทำให้ง่วงนอน (non-sedating) จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องขับรถหรือทำงานที่ต้องการสมาธิ ซึ่งแตกต่างจากยาแก้แพ้บางชนิดที่ทำให้ง่วง

ปฏิกิริยายา: ยาแก้แพ้กลุ่ม antihistamine อาจลดฤทธิ์ Betahistine ควรแจ้งแพทย์หากใช้ยาทั้ง 2 ชนิดร่วมกัน

Betahistine (เบตาฮีสทีน) ข้อควรระวัง — ใครห้ามกิน?

ข้อควรระวังสำคัญก่อนใช้ยา Betahistine (เบตาฮีสทีน):

  • โรคหอบหืด (Asthma): Betahistine กระตุ้นตัวรับ H1 อาจทำให้หลอดลมหดตัว ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ ต้องติดตามอาการอย่างใกล้ชิด
  • แผลกระเพาะอาหาร (Peptic Ulcer): ยาอาจกระตุ้นการหลั่งกรดในกระเพาะ ควรแจ้งแพทย์/เภสัชกร
  • เนื้องอกต่อมหมวกไต (Pheochromocytoma): ห้ามใช้โดยเด็ดขาด
  • การตั้งครรภ์และให้นมบุตร: ยังไม่มีข้อมูลความปลอดภัยเพียงพอ — ควรหลีกเลี่ยงหรือปรึกษาแพทย์
  • เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี: ไม่แนะนำ เนื่องจากข้อมูลความปลอดภัยในกลุ่มนี้ยังมีจำกัด

โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน (Meniere's Disease) คืออะไร? Betahistine ช่วยได้ยังไง?

โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน (Meniere's Disease) เกิดจากน้ำในช่องหูชั้นใน (endolymph) มีปริมาณหรือความดันผิดปกติ ทำให้หูชั้นในบวม เกิดอาการ 4 อย่างรวมกัน:

  • เวียนหัวบ้านหมุน (Vertigo) — เป็นรุนแรง มักนานหลายนาทีถึงหลายชั่วโมง
  • หูอื้อ (Hearing Loss) ที่ผันผวน
  • เสียงดังในหู (Tinnitus)
  • ความรู้สึกแน่นในหู (Aural Fullness)

Betahistine ช่วยโดยเพิ่มเลือดไปเลี้ยงหูชั้นใน ลดความดันของ endolymph และลดความถี่ของการกำเริบ ถือเป็นยาตัวแรกที่แพทย์ส่วนใหญ่เลือกใช้ใน Meniere's Disease ทั่วโลก

Betahistine vs Cinnarizine — เวียนหัว กินตัวไหนดีกว่า?

ยา 2 ตัวที่ใช้รักษาอาการเวียนหัวบ้านหมุนมากที่สุดในไทย:

  • Betahistine (เบตาฮีสทีน): เลือกใช้เมื่อสาเหตุมาจากหูชั้นใน เช่น Meniere's Disease — ออกฤทธิ์เฉพาะที่หูชั้นใน ไม่ง่วง เหมาะกับการใช้ระยะยาวเพื่อป้องกัน
  • Cinnarizine: กลุ่ม Calcium Channel Blocker ลด vertigo ได้ทั่วไป ออกฤทธิ์กว้างกว่า แต่ทำให้ง่วงนอนได้ ไม่เหมาะกับการขับรถหรืองานที่ต้องการสมาธิ

ถ้าอาการเวียนหัวมาจาก Meniere's หรือหูชั้นใน Betahistine เหมาะกว่า ถ้าเวียนหัวจากสาเหตุอื่น เช่น เมารถ หรือความดันต่ำ แพทย์อาจแนะนำ Cinnarizine ปรึกษาเภสัชกรก่อนเลือกใช้

ซื้อ Betahistine (เบตาฮีสทีน) ได้ที่ไหน? ต้องใบสั่งแพทย์ไหม?

Betahistine จัดเป็นยาควบคุมพิเศษในประเทศไทย การจ่ายยาควรผ่านเภสัชกรหรือแพทย์ที่ได้รับการรับรอง เพื่อให้มั่นใจว่าขนาดยาเหมาะสมกับอาการและไม่มีข้อห้ามใช้กับโรคประจำตัว

ที่ Intimo Life คุณสามารถ:

  • ปรึกษาเภสัชกรออนไลน์ผ่าน LINE ได้ทันที ไม่ต้องเดินทาง
  • รับการประเมินอาการเบื้องต้นและคำแนะนำขนาดยาที่เหมาะสม
  • สั่งยาและรับการจัดส่งแบบปิดผนึก ไม่ระบุชื่อสินค้า

ผู้ที่มีอาการเวียนหัวรุนแรงครั้งแรก หรือมีอาการอื่นร่วม เช่น อ่อนแรงครึ่งซีก ปวดหัวรุนแรงผิดปกติ ควรพบแพทย์ก่อนเพื่อตัดสาเหตุอันตราย

⚠️ ข้อจำกัดความรับผิดชอบ

เนื้อหาในบทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาทดแทนคำแนะนำ การวินิจฉัย หรือการรักษาจากแพทย์หรือเภสัชกรผู้เชี่ยวชาญ หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการหรือการใช้ยา ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

คำถามที่พบบ่อย

ไม่ใช่ค่ะ Betahistine ไม่ใช่ยาปฏิชีวนะ (Antibiotic) ไม่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียหรือต้านการติดเชื้อ แต่เป็นยากลุ่ม Vestibular Suppressant ที่ออกฤทธิ์กระตุ้น Histamine H1 receptor และยับยั้ง H3 receptor ในหูชั้นใน เพื่อเพิ่มเลือดไปเลี้ยงหูชั้นใน บรรเทาอาการเวียนหัวบ้านหมุนและโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน (Meniere's Disease) Betahistine จัดอยู่ในกลุ่มยาที่แตกต่างจากยาแก้แพ้ ยาแก้เวียนหัวทั่วไป หรือยากลุ่มอื่นโดยสิ้นเชิง

โดยทั่วไปไม่ทำให้ง่วงนอนค่ะ เพราะ Betahistine เป็น non-sedating vestibular agent ต่างจากยาแก้แพ้หรือยาแก้เวียนหัวบางชนิดที่มีฤทธิ์กดประสาท จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องขับรถหรือทำงานที่ต้องการสมาธิในระหว่างการรักษา

ต้องระวังและปรึกษาแพทย์ก่อนค่ะ Betahistine กระตุ้น H1 receptor ซึ่งอาจทำให้หลอดลมหดตัวในผู้ป่วยโรคหอบหืดหรือโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) ผู้ที่มีประวัติโรคหอบหืดต้องให้แพทย์ประเมินก่อนทุกครั้ง และติดตามอาการอย่างใกล้ชิดระหว่างใช้ยา

ไม่แนะนำค่ะ ควรกิน Betahistine พร้อมอาหารหรือหลังอาหารทันที เพราะการกินตอนท้องว่างอาจเพิ่มความเสี่ยงต่ออาการคลื่นไส้และระคายเคืองกระเพาะอาหาร การกินพร้อมอาหารช่วยให้ดูดซึมยาได้สม่ำเสมอและลดผลข้างเคียงด้านระบบย่อยอาหาร

ขึ้นอยู่กับสาเหตุค่ะ Vertigo มีหลายชนิด Benign Paroxysmal Positional Vertigo (BPPV) คือเวียนหัวเมื่อเปลี่ยนท่า เช่น พลิกตัวนอน — อาจหายเองหรือรักษาด้วยท่า Epley maneuver โดยไม่ต้องกินยา แต่โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน (Meniere's Disease) มักต้องรักษาต่อเนื่องด้วยยา เช่น Betahistine เพื่อลดความถี่และความรุนแรงของการกำเริบ ควรพบแพทย์หูคอจมูก (ENT) เพื่อวินิจฉัยสาเหตุที่แท้จริงก่อนเลือกวิธีรักษา

Betahistine ช่วยได้สำหรับหูอื้อและเสียงดังในหูที่เกิดจากโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน (Meniere's Disease) เนื่องจากยาช่วยลดความดันน้ำในหูชั้นใน แต่ถ้าหูอื้อมีสาเหตุอื่น เช่น การรับเสียงดังเป็นเวลานาน หรือยาบางชนิด Betahistine อาจไม่ใช่ตัวเลือกที่เหมาะสม ควรปรึกษาแพทย์หูคอจมูกเพื่อหาสาเหตุก่อนค่ะ

Betahistine ปลอดภัยสำหรับการใช้ระยะยาวค่ะ การศึกษาส่วนใหญ่ใช้ยาต่อเนื่อง 6–12 เดือน และบางผู้ป่วย Meniere's ต้องใช้ยาหลายปีเพื่อป้องกันการกำเริบ ทั้งนี้ควรติดตามกับแพทย์หรือเภสัชกรอย่างสม่ำเสมอ ทบทวนความจำเป็นและประเมินผลการรักษาเป็นระยะ หากอาการดีขึ้นอย่างชัดเจนหลัง 3–6 เดือน แพทย์อาจพิจารณาลดขนาดหรือหยุดยาในบางราย

ยังไม่มีข้อมูลความปลอดภัยที่เพียงพอในหญิงตั้งครรภ์ค่ะ โดยทั่วไปแพทย์จะหลีกเลี่ยงการสั่ง Betahistine ในช่วงตั้งครรภ์ โดยเฉพาะไตรมาสแรก และไม่แนะนำสำหรับแม่ที่ให้นมบุตร ควรปรึกษาสูติแพทย์หรือเภสัชกรก่อนทุกครั้งเพื่อเลือกทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า

จัดส่งไวภายใน 24 ชม.

สั่งวันนี้ จัดส่งเร็ว ไม่ต้องรอนาน สินค้าพร้อมส่งจากในประเทศ

สินค้าเป็นของแท้

คัดเฉพาะสินค้าของแท้ มีมาตรฐาน มั่นใจได้ในคุณภาพทุกชิ้น

ไม่ระบุสินค้ากับผู้ส่ง

แพ็กแนบเนียน ไม่มีระบุชื่อสินค้า เคารพความเป็นส่วนตัวของลูกค้า

ราคาคุ้มค่า เข้าถึงได้

ราคาสมเหตุสมผล คุ้มค่าเมื่อเทียบกับคุณภาพ เลือกได้สบายใจ

สินค้าที่พึ่งดูมา