Dienogest

Oligest โอลิเจส ยาเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ 28 เม็ด

1180.00 ฿สินค้าหมด
ระบบจะคำนวณค่าจัดส่งตอนชำระเงิน

Oligest (โอลิเจส) — ยา Dienogest รักษาปวดจากเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่และช็อกโกแลตซีสต์

💊 ตัวยาสำคัญ: Dienogest (ไดอีโนเจสต์)
⏱️ วิธีใช้: กินวันละ 1 เม็ด ต่อเนื่องไม่มีช่วงเว้น
🍽️ การกิน: กินพร้อมหรือไม่พร้อมอาหารก็ได้
📦 บรรจุ: กล่องละ 28 เม็ด (2 แผง)
⚡ จุดเด่น: ไม่ใช่ยาคุมกำเนิด ต้องคุมกำเนิดด้วยวิธีไม่ใช้ฮอร์โมนหากต้องการ
🌡️ เก็บรักษา: อุณหภูมิห้องต่ำกว่า 30°C พ้นแสงแดด

ตัวเลือก: จำนวน 28 เม็ด
แจ้งเตือนให้ซื้อซ้ำ

เตือนซื้อซ้ำทุก ๆ

เตือนครั้งแรก 14 พ.ย. 2569 · แจ้งทาง LINE

การจัดส่งสินค้า

จัดส่งสินค้าอย่างเป็นส่วนตัวภายในประเทศไทย โดยบรรจุภัณฑ์ไม่ระบุรายละเอียดสินค้า ลูกค้าสามารถตรวจสอบเงื่อนไขการจัดส่งและการคืนสินค้าได้ตามนโยบายของร้าน หากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อทีมงานเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติม

ตัวเลือก

Oligest (Dienogest 2 mg) คือยาอะไร?

Oligest คือยาเม็ด Dienogest 2 mg ใช้รักษาอาการปวดจากเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่และช็อกโกแลตซีสต์ ตัวยาออกฤทธิ์ลดระดับเอสโตรเจนภายในร่างกาย ทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกที่เจริญผิดที่ฝ่อตัวลงและอักเสบน้อยลง กินวันละ 1 เม็ดต่อเนื่องทุกวันไม่มีช่วงเว้น ผู้ใช้ประมาณ 1 ใน 3 (37.3%) อาการปวดลดลงอย่างน้อยครึ่งหนึ่งเมื่อใช้ต่อเนื่อง 3 เดือน Oligest ไม่ใช่ยาคุมกำเนิด แม้จะยับยั้งการตกไข่ได้ในผู้ป่วยส่วนใหญ่ก็ตาม

🛒 บรรจุ 28 เม็ด/กล่อง · ของแท้จาก OLIC (Thailand) · ส่งไว 24 ชม. จาก Intimo Life — ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้

รายละเอียดสินค้า

ยารักษาเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ Oligest มีตัวยาสำคัญ Dienogest 2 mg ยับยั้งการเจริญของเยื่อบุโพรงมดลูกที่ไปฝังตัวผิดที่บริเวณรังไข่ ท่อนำไข่ หรือเยื่อบุช่องท้อง จนเกิดเป็นซีสต์ในรังไข่หรือที่เรียกว่าช็อกโกแลตซีสต์ ลดการอักเสบและอาการปวดท้องน้อยเรื้อรัง โดยลดการกระตุ้นของฮอร์โมนต่อเนื้อเยื่อที่เจริญผิดที่ ไม่ใช่การกลบอาการปวดชั่วคราว

📊 ข้อมูลจากงานวิจัย:

  • ที่ 3 เดือน อาการปวดลดลงอย่างน้อยครึ่งหนึ่งโดยไม่ต้องใช้ยาแก้ปวดเพิ่มถึง 37.3% เทียบกับยาหลอกที่ 19.8%
  • ช่วง 90 วันแรกรูปแบบเลือดมักเปลี่ยน พบเลือดออกนานกว่าปกติ 38.3% และเลือดออกไม่สม่ำเสมอ 35.2%
  • เมื่อถึงเดือนที่ 10-12 เลือดออกไม่สม่ำเสมอเหลือ 21.5% และ 28.2% ประจำเดือนขาดไป ส่วนใหญ่ดีขึ้นเอง มีผู้หยุดยาเพราะเลือดออกน้อยกว่า 1%
  • หากอาเจียนหรือท้องเสียภายใน 3-4 ชั่วโมงหลังกิน ถือว่าลืมกินและต้องกินเม็ดใหม่ทดแทน

🏭 ผลิตโดย OLIC (Thailand) ตัวยาเดียวกับ Visanne (Bayer) ที่มีข้อบ่งใช้เดียวกัน บรรจุกล่องละ 2 แผง แผงละ 14 เม็ด รวม 28 เม็ดต่อกล่อง

⚠️ Oligest ไม่ใช่ยาคุมกำเนิด แม้ยับยั้งการตกไข่ได้ในผู้ป่วยส่วนใหญ่ก็ตาม ต้องกินต่อเนื่องทุกวันไม่มีช่วงเว้น

Supatcheree A., Pharmacist

ตรวจสอบทางการแพทย์โดย

Supatcheree A., Pharmacist | แหล่งข้อมูล: emc, NHS, Canada, StatPearls

อัปเดตล่าสุด: 2026-09-22

เกี่ยวกับ Oligest

Oligest (Dienogest 2 mg) คืออะไร?

Oligest คือยาเม็ด Dienogest 2 mg ต่อเม็ด บรรจุกล่องละ 28 เม็ด ผลิตโดย OLIC (Thailand) ตัวยาสำคัญ Dienogest เป็นอนุพันธ์ 19-nortestosterone ที่จับกับตัวรับโปรเจสเตอโรนแบบจำเพาะ ออกฤทธิ์ลดระดับเอสตราไดออลภายในร่างกาย ทำให้เกิดภาวะโปรเจสโตเจนสูง-เอสโตรเจนต่ำต่อเนื่อง ส่งผลให้เยื่อบุโพรงมดลูกทั้งในตำแหน่งปกติและตำแหน่งที่เจริญผิดที่ฝ่อตัวลงและอักเสบน้อยลง ในผู้ป่วยส่วนใหญ่ยายังยับยั้งการตกไข่ได้ด้วย Oligest ใช้ตัวยาเดียวกับ Visanne ของ Bayer แต่เป็นข้อบ่งใช้เฉพาะการรักษาเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ ไม่ใช่ยาคุมกำเนิด ควรใช้ต่อเนื่องระยะยาวและปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้

Dienogest 2 mg ใช้รักษาอะไร?

Dienogest 2 mg ใช้รักษาอาการปวดจากโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (endometriosis) ซึ่งเป็นภาวะที่เนื้อเยื่อคล้ายเยื่อบุโพรงมดลูกไปเจริญนอกโพรงมดลูก เช่น รังไข่ ท่อนำไข่ หรือเยื่อบุช่องท้อง ทำให้เกิดถุงน้ำที่เรียกว่าช็อกโกแลตซีสต์ในรังไข่ ปวดท้องน้อยเรื้อรัง ปวดประจำเดือนรุนแรง และปวดขณะมีเพศสัมพันธ์ Oligest ช่วยลดการอักเสบของเยื่อบุโพรงมดลูกที่เจริญผิดที่ จึงลดอาการปวด แต่ผู้ป่วยบางรายอาจยังจำเป็นต้องผ่าตัดร่วมด้วย เหมาะสำหรับผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่หรือมีซีสต์ในรังไข่จากภาวะนี้ ไม่ใช้รักษาโรคปวดประจำเดือนทั่วไปที่ไม่ได้เกิดจากเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ ผู้ป่วยบางรายอาจมีภาวะมีบุตรยากร่วมด้วย

วิธีกิน Oligest (Dienogest 2 mg)

กิน Oligest วันละ 1 เม็ด ต่อเนื่องทุกวันโดยไม่มีช่วงหยุดพัก ต่างจากยาคุมกำเนิดที่มีช่วงเว้น 7 วัน เริ่มกินแผงใหม่ทันทีในวันถัดจากเม็ดสุดท้ายของแผงเดิม สามารถเริ่มกินวันไหนของรอบเดือนก็ได้ กินพร้อมอาหารหรือไม่พร้อมก็ได้ ควรกินเวลาเดิมทุกวันเพื่อให้ระดับยาคงที่ หากลืมกิน ให้กินทันทีที่นึกได้ แล้วกลับมากินตามเวลาปกติในวันถัดไป หากอาเจียนหรือท้องเสียภายใน 3-4 ชั่วโมงหลังกิน ให้ถือว่าลืมกินและกินเม็ดใหม่ทดแทน ก่อนเริ่มกิน Oligest ต้องหยุดยาคุมกำเนิดฮอร์โมนตัวอื่นก่อนเสมอ

ผลข้างเคียงของ Dienogest 2 mg

ผลข้างเคียงที่พบบ่อยจากข้อมูล SmPC ของสหราชอาณาจักร (N=290): ปวดหัว 9.0% เจ็บคัดเต้านม 5.4% อารมณ์ซึมเศร้า 5.1% และสิว 5.1% ผลข้างเคียงอื่นที่พบได้ ได้แก่ นอนไม่หลับ หงุดหงิดง่าย ความต้องการทางเพศลดลง ไมเกรน ปวดท้อง ท้องอืด ท้องเสียหรืออาเจียน ผมร่วง ปวดหลัง และอ่อนเพลีย ข้อมูลจากแคนาดา (N=303) ซึ่งเป็นชุดข้อมูลคนละกลุ่มรายงานตัวเลขต่างออกไปเล็กน้อย: ปวดหัว 6.6% เจ็บคัดเต้านม 5.3% น้ำหนักขึ้น 3.6% คลื่นไส้ 3.6% อารมณ์ซึมเศร้า 3.0% และซีสต์รังไข่ 2.6% ผู้ที่มีประวัติซึมเศร้าควรเฝ้าระวังอาการและหยุดยาหากอาการแย่ลง และปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทันที อาการที่ต้องหยุดยาแล้วพบแพทย์ทันที ได้แก่ ขาบวมปวดข้างเดียว เจ็บหน้าอกเฉียบพลัน หอบเหนื่อยเฉียบพลัน ชาหรืออ่อนแรงครึ่งซีก ไมเกรนที่เพิ่งเป็นหรือแย่ลง ตับทำงานผิดปกติเฉียบพลัน เช่น ตัวเหลืองตาเหลือง หรือเลือดออกทางช่องคลอดมากจนซีด

ข้อห้ามใช้ / ข้อควรระวัง

Oligest ไม่ใช่ยาคุมกำเนิด แม้จะยับยั้งการตกไข่ได้ในผู้ป่วยส่วนใหญ่ แต่ไม่เคยมีการทดสอบประสิทธิภาพในการคุมกำเนิด ผู้ที่ต้องการคุมกำเนิดต้องใช้วิธีที่ไม่ใช้ฮอร์โมน (เช่น ถุงยางอนามัย) และต้องหยุดยาคุมกำเนิดฮอร์โมนตัวอื่น เช่น Cerazette ก่อนเริ่มกิน Oligest ควรตรวจให้แน่ใจว่าไม่ได้ตั้งครรภ์ก่อนเริ่มยา ห้ามใช้ในผู้ที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร กำลังมีลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำ มีโรคหลอดเลือดแดง/หัวใจและหลอดเลือดทั้งในอดีตหรือปัจจุบัน เช่น เจ็บหน้าอกจากหัวใจขาดเลือด (angina) โรคหลอดเลือดสมอง (stroke) หรือ TIA เบาหวานที่มีภาวะแทรกซ้อนทางหลอดเลือด โรคตับรุนแรงทั้งในอดีตหรือปัจจุบัน จนกว่าค่าการทำงานของตับจะกลับสู่ปกติ เนื้องอกตับทั้งชนิดธรรมดาและชนิดร้ายแรง มะเร็งที่ไวต่อฮอร์โมนเพศทั้งที่ทราบแล้วหรือสงสัย เลือดออกทางช่องคลอดที่ยังไม่ทราบสาเหตุ หรือแพ้ Dienogest หรือส่วนประกอบอื่นของยา ในวัยรุ่นอายุ 12 ถึงต่ำกว่า 18 ปีที่ใช้ต่อเนื่อง 12 เดือน พบมวลกระดูกสันหลังลดลงเฉลี่ย 1.2% ซึ่งมีแนวโน้มกลับมาใกล้เคียงเดิมหลังหยุดยา 6 เดือน จึงไม่แนะนำให้ใช้ก่อนมีประจำเดือนครั้งแรก ส่วนผู้ใหญ่ที่ใช้ยาต่อเนื่อง 6 เดือน ยังไม่พบมวลกระดูกลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

กิน Oligest ร่วมกับยาอื่นได้ไหม?

ยาบางกลุ่มทำให้ระดับ Dienogest ในเลือดลดลง เช่น rifampicin (ลดลงถึง 83%) carbamazepine, phenytoin, phenobarbital, topiramate, griseofulvin และสมุนไพร St John's wort ซึ่งอาจทำให้ยาออกฤทธิ์ได้น้อยลง ส่วนยาที่ทำให้ระดับยาสูงขึ้น ได้แก่ ketoconazole (เพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่า) itraconazole, erythromycin, clarithromycin, verapamil, diltiazem และน้ำเกรปฟรุต หากกินยาอื่นอยู่ประจำ รวมถึงยาที่ซื้อมารับประทานเองหรือสมุนไพร ควรแจ้งเภสัชกรก่อนเริ่ม Oligest เสมอ รวมถึงยาแก้ปวดที่ซื้อมากินเอง เช่น Tylenol ก็ควรแจ้งเภสัชกรเช่นกัน

Dienogest 2 mg เห็นผลเร็วแค่ไหน?

ผลการรักษามักประเมินที่ประมาณ 3 เดือน ซึ่งเป็นจุดที่งานวิจัยพบว่าผู้ป่วย 37.3% มีอาการปวดลดลงอย่างน้อยครึ่งหนึ่งโดยไม่ต้องใช้ยาแก้ปวดเพิ่ม เทียบกับ 19.8% ในกลุ่มที่ได้ยาหลอก หากใช้แล้วอาการดีขึ้นสามารถกินต่อเนื่องได้ ไม่มีแหล่งข้อมูลใดระบุระยะเวลาสูงสุดที่ชัดเจน มีการศึกษาการใช้ต่อเนื่องนานถึง 15 เดือนขึ้นไป หากใช้แล้วอาการไม่ดีขึ้นควรกลับไปปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาแนวทางอื่น ส่วนรูปแบบเลือดออกผิดปกติที่พบได้บ่อยในช่วงแรกมักดีขึ้นเองเมื่อใช้ยาต่อเนื่องนานขึ้น อัตราการหยุดยาเพราะเลือดออกต่ำกว่า 1% และควรพิจารณาหยุดยาเมื่อเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน

ซื้อ Oligest (Dienogest 2 mg) ที่ไหน?

ซื้อ Oligest (Dienogest 2 mg) ที่ไหน?

สั่งซื้อออนไลน์ที่ Intimo Life จัดส่งทั่วประเทศไทย 1-3 วันทำการ บรรจุมิดชิดเพื่อความเป็นส่วนตัว ไม่ระบุชื่อสินค้าบนกล่องพัสดุ

⚠️ ข้อจำกัดความรับผิดชอบ

เนื้อหาในบทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาทดแทนคำแนะนำ การวินิจฉัย หรือการรักษาจากแพทย์หรือเภสัชกรผู้เชี่ยวชาญ หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการหรือการใช้ยา ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

คำถามที่พบบ่อย

เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ไม่ใช่มะเร็งและไม่เป็นอันตรายถึงชีวิตในตัวเอง แต่ทำให้ปวดท้องน้อยเรื้อรัง ปวดประจำเดือนรุนแรง และหากปล่อยไว้นานอาจกระทบต่อคุณภาพชีวิตและภาวะเจริญพันธุ์ในบางราย ควรพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยและวางแผนการรักษาที่เหมาะสม

Oligest ไม่ใช่ยาคุมกำเนิดและไม่สามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้ แม้จะยับยั้งการตกไข่ในผู้ป่วยส่วนใหญ่ก็ตาม หากไม่ต้องการตั้งครรภ์ต้องคุมกำเนิดด้วยวิธีที่ไม่ใช้ฮอร์โมน เช่น ถุงยางอนามัย ควบคู่ไปด้วยเสมอ ไม่มีข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้ยืนยันว่า Dienogest ช่วยเพิ่มหรือลดโอกาสมีบุตรในระยะยาว หากวางแผนมีบุตรควรปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับเป้าหมายของแต่ละคน

ช็อกโกแลตซีสต์คือถุงน้ำในรังไข่ที่เกิดจากเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ไปฝังตัวและมีเลือดสะสมอยู่ภายในจนมีสีน้ำตาลเข้มคล้ายช็อกโกแลต พบได้บ่อยในผู้ป่วยเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ระยะปานกลางถึงรุนแรง

ช็อกโกแลตซีสต์เกิดจากเยื่อบุโพรงมดลูกที่หลุดไปฝังตัวบนรังไข่แทนที่จะหลุดออกมาเป็นประจำเดือนตามปกติ เมื่อเนื้อเยื่อนี้มีเลือดออกตามรอบเดือนซ้ำ ๆ เลือดจะสะสมจนกลายเป็นถุงน้ำ สาเหตุที่แท้จริงยังไม่ทราบแน่ชัด แต่เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับประจำเดือนไหลย้อนและปัจจัยทางฮอร์โมน

ช็อกโกแลตซีสต์แตกอาจทำให้ปวดท้องรุนแรงเฉียบพลันและมีความเสี่ยงต่อการอักเสบในช่องท้อง หากปวดท้องน้อยรุนแรงขึ้นมาทันที ควรไปพบแพทย์ทันทีเพื่อประเมินอาการ ไม่ควรรอดูอาการเอง

นอกจากยาฮอร์โมนอย่าง Oligest แนวทางรักษาเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ยังมียาแก้ปวด การผ่าตัดส่องกล้องเพื่อจี้หรือตัดเนื้อเยื่อที่เจริญผิดที่ออก และการดูแลตามอาการอื่น ๆ แพทย์จะเลือกวิธีตามความรุนแรงของอาการ แผนการมีบุตร และการตอบสนองต่อการรักษาที่ผ่านมาของแต่ละคน

ไม่แนะนำให้ใช้ Oligest ก่อนมีประจำเดือนครั้งแรก ในวัยรุ่นอายุ 12 ถึงต่ำกว่า 18 ปีที่ใช้ต่อเนื่อง 12 เดือน พบมวลกระดูกสันหลังลดลงเฉลี่ย 1.2% ซึ่งมีแนวโน้มกลับมาใกล้เคียงเดิมหลังหยุดยา 6 เดือน แต่ยังไม่ทราบความเสี่ยงกระดูกหักในระยะยาว ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้

ข้อมูลจากแคนาดาพบว่าผู้ใช้บางรายมีน้ำหนักเพิ่มขึ้น (3.6%) ซึ่งเป็นผลข้างเคียงที่พบได้แต่ไม่ใช่ทุกคน หากน้ำหนักเปลี่ยนแปลงมากผิดปกติระหว่างใช้ยา ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อประเมินสาเหตุ

จัดส่งไวภายใน 24 ชม.

สั่งวันนี้ จัดส่งเร็ว ไม่ต้องรอนาน สินค้าพร้อมส่งจากในประเทศ

สินค้าเป็นของแท้

คัดเฉพาะสินค้าของแท้ มีมาตรฐาน มั่นใจได้ในคุณภาพทุกชิ้น

ไม่ระบุสินค้าที่ส่ง

แพ็กแบบเนียน ไม่มีระบุชื่อสินค้า เคารพความเป็นส่วนตัวของลูกค้า

ส่งทั่วโลก

ส่งทั่วโลกผ่าน Thailand Post บรรจุมิดชิด

สินค้าที่พึ่งดูมา