ยาเบาหวานประเภทที่ 2
ยาเบาหวาน
การจัดการโรคเบาหวานมุ่งเป้าไปที่การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัย โดยผสมผสานการปรับไลฟ์สไตล์กับการใช้ยา ยาเบาหวาน / ยาลดน้ำตาล ที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายของคุณ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนและรักษาคุณภาพชีวิตให้อยู่ในระดับที่ดี
✔️ ทางเลือกการรักษาที่ครอบคลุม
มีทางเลือกทั้งการปรับพฤติกรรมและการใช้ยา เช่น ยากินกลุ่ม metformin, ยากระตุ้นการหลั่งอินซูลิน, ยากลุ่ม GLP‑1 agonists หรือการปรับใช้อินซูลินสำหรับผู้ที่จำเป็น ทุกการรักษาควรเริ่มภายใต้คำแนะนำของแพทย์เพื่อตั้งเป้าควบคุมระดับน้ำตาลอย่างเหมาะสม
🚚 จัดส่งรวดเร็ว ปลอดภัย และเป็นส่วนตัว
บริการสั่งยาของเรามีการจัดส่งที่มิดชิด รวดเร็ว และรักษาความเป็นส่วนตัว พร้อมคำแนะนำการใช้งายเพื่อให้คุณเริ่มการรักษาได้อย่างมั่นใจ
เบาหวานชนิดที่ 2 เกิดขึ้นเมื่อร่างกายดื้อต่ออินซูลินหรือตับอ่อนผลิตอินซูลินไม่เพียงพอ ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น ปัจจัยเสี่ยงหลักได้แก่ พันธุกรรม น้ำหนักเกิน และพฤติกรรมการใช้ชีวิต
อาการที่พบบ่อย ได้แก่ ปัสสาวะบ่อย (โดยเฉพาะตอนกลางคืน) กระหายน้ำมาก อ่อนเพลีย และแผลหายช้า หากควบคุมไม่ดี อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง เช่น โรคหัวใจ โรคไต และความผิดปกติของระบบประสาท
การรักษาเน้นการปรับพฤติกรรมควบคู่กับยาลดน้ำตาลในเลือด เพื่อควบคุมระดับน้ำตาลให้อยู่ในเกณฑ์และป้องกันความเสียหายต่ออวัยวะในระยะยาว
เกี่ยวกับเบาหวานประเภทที่ 2
โรคเบาหวานประเภทที่ 2 คืออะไร?
โรคเบาหวานประเภทที่ 2 เป็นภาวะสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับการจัดการน้ำตาลในร่างกาย น้ำตาลจะถูกย่อยในกระเพาะอาหารและเข้าสู่กระแสเลือด ฮอร์โมนอินซูลินจะถูกผลิตขึ้นเพื่อเก็บน้ำตาลส่วนเกินไว้ใช้ในภายหลัง
โรคเบาหวานประเภทที่ 2:
- มักเกิดจากร่างกายไม่ตอบสนองต่ออินซูลินอย่างเหมาะสม ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกินไป ซึ่งอาจทำลายอวัยวะสำคัญ เช่น หัวใจ ไต ดวงตา และหลอดเลือด
- มักเกี่ยวข้องกับภาวะน้ำหนักเกินหรือการขาดการออกกำลังกาย
- เป็นภาวะเรื้อรังที่มักแย่ลงเมื่อเวลาผ่านไป โดยในช่วงแรกสามารถควบคุมได้ด้วยการปรับอาหาร ออกกำลังกาย และใช้ยา เช่น เมตฟอร์มิน
- มักเริ่มเกิดในช่วงวัยกลางคน โดยความเสี่ยงจะสูงขึ้นมากเมื่ออายุเกิน 40 ปี อย่างไรก็ตาม ด้วยปัญหาภาวะอ้วนที่เพิ่มขึ้นในเด็ก โรคนี้จึงพบได้บ่อยขึ้นในกลุ่มคนหนุ่มสาว
ในระยะแรกอาจไม่มีอาการแสดง หากไม่ได้รับการวินิจฉัยเกิน 5 ปี จะเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาเกี่ยวกับดวงตา เท้า มือ ไต และหัวใจ ซึ่งเป็นเหตุผลที่การตรวจคัดกรองจึงมีความสำคัญมาก
ฉันกำลังมีอาการของโรคเบาหวานประเภทที่ 2 หรือไม่?
อาการเริ่มแรกที่พบบ่อยที่สุดของโรคเบาหวานประเภทที่ 2 ได้แก่:
- มีความต้องการดื่มน้ำมากขึ้น (หิวน้ำบ่อย)
- ปัสสาวะบ่อยขึ้น
- รู้สึกหิวแม้ว่าจะเพิ่งรับประทานอาหารเสร็จ
- ปากแห้ง
- น้ำหนักตัวลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ
- มีการติดเชื้อบ่อยขึ้น เช่น เชื้อราในช่องคลอด หรือการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ (UTI)
- แผลสดหรือบาดแผลต่างๆ ใช้เวลานานกว่าปกติในการสมานตัว
- รู้สึกเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย
- มีอาการปวดศีรษะ
- ปัญหาด้านสายตา เช่น ตาพร่ามัว
- ปัสสาวะมีกลิ่นหวานผิดปกติ
หากคุณพบอาการเหล่านี้หลายอย่างพร้อมกัน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจระดับน้ำตาลในเลือด และพิจารณาว่าจำเป็นต้องได้รับ ยาลดน้ำตาล หรือการรักษาอื่นๆ หรือไม่ครับ
สาเหตุของโรคเบาหวานประเภทที่ 2
โรคเบาหวานประเภทที่ 2 สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่ส่วนใหญ่จะพบในผู้ที่มีอายุมากกว่า 40 ปี
ปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ที่อาจเพิ่มโอกาสในการเป็นโรคเบาหวานประเภทที่ 2 ได้แก่:
- กลุ่มชาติพันธุ์แอฟริกัน-แอฟริกัน, เอเชียใต้ หรือแอฟริกัน-แคริบเบียน ซึ่งโรคเบาหวานอาจเริ่มเกิดขึ้นได้เร็วกว่ากลุ่มอื่น
- มีญาติสายตรง เช่น พี่น้องหรือพ่อแม่ที่เป็นโรคเบาหวาน จะเพิ่มความเสี่ยงได้ถึง 6 เท่า
- มีภาวะความดันโลหิตสูง
- มีน้ำหนักเกินหรืออ้วน โดยเฉพาะไขมันสะสมบริเวณรอบเอว
- การสูบบุหรี่และการดื่มแอลกอฮอล์
การรู้จักและควบคุมปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้จะช่วยลดโอกาสในการเกิดโรคเบาหวานประเภทที่ 2 ได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ
ผลข้างเคียงของการรักษาโรคเบาหวาน (เมตฟอร์มิน)
ยาทุกชนิดอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงได้ เมตฟอร์มินซึ่งเป็นยาที่ใช้บ่อยสำหรับโรคเบาหวานประเภทที่ 2 อาจทำให้เกิดอาการดังต่อไปนี้ได้:
- ปัญหาในระบบทางเดินอาหาร เช่น ท้องอืด ปวดท้อง แสบท้อง ท้องเสีย อาเจียน คลื่นไส้ เรอ หรือท้องผูก
- ปวดศีรษะ
- น้ำหนักลด
- รสโลหะในปาก
หากคุณมีผลข้างเคียงหรืออาการไม่สบาย ควรปรึกษาแพทย์ประจำตัว แพทย์จะช่วยแนะนำวิธีจัดการอาการหรือพิจารณาทางเลือกการรักษาอื่นหากจำเป็น
เป็นสมาชิกกับทางร้านเพื่อรับข่าวสารและส่วนลดต่างๆ
สินค้าที่พึ่งดูมา
