
Allopurinol
Allostar-100 อัลโลสตาร์ ยาลดกรดยูริก อัลโลพูรินอล 100mg
Allostar-100 (อัลโลสตาร์-100) — ยา Allopurinol ยับยั้งการสร้างกรดยูริก คุมเกาต์และนิ่วกรดยูริกระยะยาว
💊 Allopurinol (อัลโลพูรินอล)
⏱️ กินวันละ 1 ครั้ง ต่อเนื่องทุกวันเพื่อคุมกรดยูริก
🍽️ กินพร้อมอาหารหรือหลังอาหารทันที ดื่มน้ำตามมากๆ
📦 บรรจุ 10 เม็ด/แผง
⚡ ออกฤทธิ์ที่ต้นเหตุการสร้างกรดยูริก ไม่ใช่แค่บรรเทาปวดชั่วคราว
🌡️ เก็บต่ำกว่า 30°C พ้นแสงแดดและความชื้น
ระบบจะส่งอีเมลไปแจ้งเมื่อมีสินค้าเข้าสต๊อก
✅ รับทราบแล้วค่ะ! ของเข้าเมื่อไหร่จะรีบส่งอีเมลไปบอกทันที
การจัดส่งสินค้า
จัดส่งสินค้าอย่างเป็นส่วนตัวภายในประเทศไทย โดยบรรจุภัณฑ์ไม่ระบุรายละเอียดสินค้า ลูกค้าสามารถตรวจสอบเงื่อนไขการจัดส่งและการคืนสินค้าได้ตามนโยบายของร้าน หากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อทีมงานเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติม
Allopurinol (อัลโลพูรินอล) คือยาอะไร?
Allopurinol (อัลโลพูรินอล) เป็นยากลุ่มยับยั้งเอนไซม์ xanthine oxidase ลดการสร้างกรดยูริกในเลือด ใช้เป็นยาคุมระยะยาวเพื่อป้องกันโรคเกาต์กำเริบซ้ำและนิ่วกรดยูริกในผู้ป่วยที่มีกรดยูริกสูงเรื้อรัง ต่างจากยาแก้ปวดที่ออกฤทธิ์เร็ว ยานี้ไม่ได้ระงับปวดทันที แต่รักษาต้นเหตุของโรคเกาต์อย่างต่อเนื่องในระยะยาว
🛒 บรรจุ 10 เม็ด/แผง · ของแท้ · ส่งไว 24 ชม. Intimo Life — ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้
รายละเอียดสินค้า
ยาลดกรดยูริก Allostar-100 มีตัวยาสำคัญคือ Allopurinol (อัลโลพูรินอล) ออกฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ xanthine oxidase ที่ร่างกายใช้สร้างกรดยูริก ทำให้ระดับกรดยูริกในเลือดลดลงอย่างต่อเนื่อง เหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคเกาต์เรื้อรังที่มีอาการกำเริบบ่อย หรือมีนิ่วกรดยูริกในไต ต่างจากยาแก้ปวดเกาต์ทั่วไปตรงที่ Allopurinol ไม่ได้ระงับปวดทันที แต่ควบคุมต้นเหตุของโรคในระยะยาวอย่างสม่ำเสมอ
📊 ข้อมูลที่ควรรู้เกี่ยวกับ Allopurinol
- คนไทยมีภาวะกรดยูริกสูง (hyperuricemia) พบได้ถึง 10.6% ของประชากรทั่วประเทศ และสูงถึง 24.4% ในบางการศึกษาพื้นที่กรุงเทพฯ
- ผู้ที่มียีน HLA-B*5801 (พบในคนไทยประมาณ 5.5-15%) มีความเสี่ยงแพ้ยา Allopurinol ชนิดรุนแรง (SJS/DRESS) สูงกว่าคนทั่วไปหลายสิบเท่า
- ผื่นแพ้รุนแรงจากยานี้พบได้ประมาณ 0.1-0.4% ของผู้เริ่มใช้ยาใหม่ทั้งหมด
- สำหรับอาการปวดเฉียบพลันช่วงเกาต์กำเริบ มียาอีกกลุ่มที่ออกฤทธิ์เร็วกว่า เช่น Tolchicine (Colchicine)
🏭 Allostar-100 ผลิตโดย Seven Stars Pharmaceutical ขึ้นทะเบียนตำรับยาแผนปัจจุบันในประเทศไทย
⚠️ ห้ามเริ่มยานี้ระหว่างข้อกำลังอักเสบเฉียบพลัน เพราะอาจทำให้อาการปวดกำเริบรุนแรงขึ้น ควรปรึกษาเภสัชกรก่อนเริ่มใช้
เกี่ยวกับ Allopurinol
Allopurinol (อัลโลพูรินอล) คืออะไร?
Allopurinol (อัลโลพูรินอล) คือยาในกลุ่ม xanthine oxidase inhibitor ตัวยาสำคัญในผลิตภัณฑ์ Allostar-100 ทำงานโดยยับยั้งเอนไซม์ xanthine oxidase ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่ร่างกายใช้เปลี่ยนสารพิวรีนให้กลายเป็นกรดยูริก เมื่อเอนไซม์นี้ถูกยับยั้ง ร่างกายจะสร้างกรดยูริกน้อยลง ระดับกรดยูริกในเลือดจึงค่อยๆ ลดลงอย่างต่อเนื่อง
จุดสำคัญคือ Allopurinol เป็นยาควบคุมโรคในระยะยาว ไม่ใช่ยาระงับปวดเฉียบพลัน จึงต่างจากยาแก้ปวดเกาต์ทั่วไปที่ออกฤทธิ์เร็วแต่ไม่ได้ลดกรดยูริกที่ต้นเหตุ Allostar-100 มีจำหน่ายในรูปแบบเม็ดขนาด 100 mg บรรจุแผงละ 10 เม็ด เหมาะสำหรับกินต่อเนื่องทุกวัน
Allopurinol ใช้รักษาอะไร?
Allopurinol ใช้ควบคุมภาวะที่มีกรดยูริกสูงและผลข้างเคียงจากกรดยูริกสะสม:
- โรคเกาต์เรื้อรัง — ป้องกันการกำเริบซ้ำในผู้ที่มีประวัติเกาต์กำเริบบ่อยหรือมีปุ่มโทฟัส (tophi) สะสมตามข้อ
- ภาวะกรดยูริกสูง (Hyperuricemia) — ควบคุมระดับกรดยูริกให้อยู่ในเกณฑ์เป้าหมายระยะยาว ลดโอกาสเกิดผลึกยูเรตสะสม
- นิ่วกรดยูริกในไต — ลดการตกผลึกของกรดยูริกที่เป็นสาเหตุของนิ่วบางชนิด ช่วยป้องกันนิ่วก้อนใหม่
- บางกรณีแพทย์อาจสั่งใช้ป้องกันกรดยูริกสูงที่เกิดจากการสลายเซลล์ระหว่างการรักษามะเร็งบางประเภท
Allopurinol ไม่ได้ใช้ระงับอาการปวดข้อเฉียบพลันในช่วงเกาต์กำเริบ แต่ใช้ป้องกันไม่ให้กำเริบซ้ำในระยะยาวเมื่อกินต่อเนื่องตามแพทย์สั่ง
วิธีกิน Allopurinol และขนาดยา
กิน Allostar-100 (Allopurinol 100 mg) พร้อมอาหารหรือหลังอาหารทันที เพื่อลดอาการระคายกระเพาะ กลืนทั้งเม็ดพร้อมน้ำ 1 แก้วเต็ม และควรดื่มน้ำให้เพียงพอตลอดวันเพื่อช่วยขับกรดยูริกออกทางปัสสาวะ
ขนาดยาที่ใช้ขึ้นกับระดับกรดยูริกและดุลยพินิจแพทย์หรือเภสัชกร โดยทั่วไปเริ่มจากขนาดต่ำแล้วปรับเพิ่มตามการตอบสนอง
ข้อควรระวังสำคัญ: ห้ามเริ่มกิน Allopurinol ครั้งแรกระหว่างที่ข้อกำลังปวดหรืออักเสบเฉียบพลันจากเกาต์ เพราะการเปลี่ยนแปลงระดับกรดยูริกอย่างรวดเร็วอาจกระตุ้นให้อาการปวดรุนแรงขึ้นชั่วคราว ควรรอให้อาการกำเริบสงบก่อน หรือเริ่มภายใต้คำแนะนำเภสัชกร/แพทย์เท่านั้น
ผลข้างเคียงของ Allopurinol
ผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยและมักไม่รุนแรง:
- คลื่นไส้ อาเจียน ท้องอืด ไม่สบายท้อง
- ผื่นผิวหนังเล็กน้อยหรือคันเบาๆ
⚠️ ผลข้างเคียงร้ายแรงที่ต้องหยุดยาทันที: Allopurinol มีความเสี่ยงทำให้เกิดผื่นแพ้ยารุนแรง เช่น Stevens-Johnson syndrome (SJS) หรือ DRESS syndrome ซึ่งเริ่มจากไข้ ผื่นแดงลามทั่วตัว ตุ่มพองหรือแผลในปาก หากมีอาการเหล่านี้ต้องหยุดยาและไปพบแพทย์ทันที
อาการอื่นที่ต้องระวัง ได้แก่ ตัวเหลืองตาเหลือง (ตับผิดปกติ) มีไข้สูงร่วมกับเจ็บคอต่อมน้ำเหลืองโต หรือมีรอยฟกช้ำ/เลือดออกผิดปกติโดยไม่ทราบสาเหตุ
ข้อห้ามใช้ / ข้อควรระวัง
ควรหลีกเลี่ยงหรือปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ Allopurinol ในกรณีต่อไปนี้:
- เคยแพ้ Allopurinol หรือมีประวัติผื่นแพ้ยารุนแรงมาก่อน ไม่ว่ายาชนิดใด
- มีโรคตับหรือไตรุนแรงที่ยังควบคุมไม่ได้ ซึ่งอาจต้องปรับขนาดยาเป็นพิเศษ
- ผู้ที่มีเชื้อสายไทย/เอเชียตะวันออก ซึ่งมีอัตราการพบยีน HLA-B*5801 ค่อนข้างสูงกว่าประชากรกลุ่มอื่น ควรปรึกษาแพทย์เรื่องการตรวจยีนก่อนเริ่มยาในบางกรณี เพื่อลดความเสี่ยงแพ้ยารุนแรง
แจ้งเภสัชกรหรือแพทย์ทุกครั้งหากมีโรคประจำตัวหรือกำลังใช้ยาอื่นอยู่ ก่อนเริ่มใช้ Allopurinol เพื่อประเมินความเหมาะสมและความปลอดภัยของขนาดยา
Allopurinol เปรียบเทียบกับยาลดกรดยูริก/แก้เกาต์ชนิดกินตัวอื่น
ยาลดกรดยูริกและยาแก้เกาต์ชนิดกินมีคนละบทบาท:
- Allopurinol — ลดการสร้างกรดยูริกที่ต้นเหตุ ใช้คุมโรคเกาต์และป้องกันกำเริบซ้ำในระยะยาว ไม่ใช่ยาระงับปวดทันที
- Tolchicine (Colchicine) — ไม่ลดกรดยูริก แต่ระงับปวดและการอักเสบช่วงเกาต์กำเริบเฉียบพลันได้เร็วกว่า
สรุปง่ายๆ: คุมกรดยูริกไม่ให้กำเริบซ้ำในระยะยาวเลือก Allopurinol ส่วนช่วงเกาต์กำเริบเฉียบพลันที่ต้องระงับปวดเร็วเลือก Tolchicine ตามคำแนะนำเภสัชกร
ใช้ Allopurinol ร่วมกับยาอื่นได้ไหม?
Allopurinol มีปฏิกิริยากับยาบางกลุ่มที่ต้องระวังเป็นพิเศษ:
- Azathioprine หรือ 6-Mercaptopurine (ยากดภูมิคุ้มกัน) — Allopurinol ยับยั้งการสลายยากลุ่มนี้ ทำให้ระดับยาสูงขึ้นจนเป็นพิษต่อไขกระดูกได้ ต้องปรับขนาดยาภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น
- ยาลดความดันกลุ่ม ACE inhibitor และยาขับปัสสาวะไทอะไซด์ — อาจเพิ่มความเสี่ยงเกิดผื่นแพ้ยารุนแรงเมื่อใช้ร่วมกับ Allopurinol
- ยาปฏิชีวนะกลุ่ม Ampicillin/Amoxicillin — อาจเพิ่มโอกาสเกิดผื่นผิวหนังเมื่อใช้ร่วมกัน
ควรแจ้งเภสัชกรหรือแพทย์ทุกครั้งว่ากำลังใช้ยาอะไรอยู่ก่อนเริ่ม Allopurinol เพื่อความปลอดภัย
Allopurinol ออกฤทธิ์เร็วแค่ไหน?
Allopurinol ไม่ใช่ยาระงับปวดทันที การลดกรดยูริกในเลือดเกิดขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยทั่วไปต้องกินต่อเนื่องหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือนกว่าระดับกรดยูริกจะลดลงถึงเป้าหมายและความถี่ของการกำเริบเกาต์จะลดลงอย่างชัดเจน โดยผู้ป่วยมักสังเกตความเปลี่ยนแปลงชัดเจนหลังกินต่อเนื่องราว 3-6 เดือน
เนื่องจากเป็นยาคุมโรคระยะยาว ผู้ป่วยจึงต้องกินต่อเนื่องตามแพทย์สั่งแม้จะไม่มีอาการปวดในขณะนั้น เพื่อรักษาระดับกรดยูริกให้อยู่ในเกณฑ์ที่ป้องกันการกำเริบซ้ำได้จริงในระยะยาว
ซื้อ Allopurinol ที่ไหน?
ซื้อ Allopurinol ที่ไหน?
สั่งซื้อ Allostar-100 (Allopurinol) ออนไลน์ที่ Intimo Life จัดส่งทั่วประเทศไทย 1-3 วันทำการ บรรจุมิดชิดเพื่อความเป็นส่วนตัว ไม่ระบุชื่อสินค้าบนกล่องพัสดุ
⚠️ ข้อจำกัดความรับผิดชอบ
เนื้อหาในบทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาทดแทนคำแนะนำ การวินิจฉัย หรือการรักษาจากแพทย์หรือเภสัชกรผู้เชี่ยวชาญ หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการหรือการใช้ยา ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ
แหล่งที่มาของข้อมูล
- NHS. About allopurinol. NHS. 2024.
- NHS. How and when to take allopurinol. NHS. 2024.
- NHS. Side effects of allopurinol. NHS. 2024.
- Tassaneeyakul W, et al. Strong association between HLA-B*5801 and allopurinol-induced SJS/TEN in a Thai population. PubMed. 2009.
- Puangpetch A, et al. HLA-B*58:01 for allopurinol-induced cutaneous adverse drug reactions in Thailand. PMC. 2016.
คำถามที่พบบ่อย
กินเวลาไหนของวันก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นเช้าหรือกลางคืนโดยเฉพาะ สิ่งสำคัญคือกินเวลาเดิมทุกวันเพื่อคุมระดับยาให้สม่ำเสมอ ถ้ากินแล้วรู้สึกไม่สบายท้องให้ลองเปลี่ยนมากินพร้อมมื้อเย็นหรือมื้อที่มีอาหารแทน
กินทันทีที่นึกได้ในวันเดียวกัน แต่ถ้าใกล้ถึงเวลามื้อถัดไปแล้ว (เหลือน้อยกว่า 4 ชั่วโมง) ให้ข้ามมื้อที่ลืมไปแล้วกินมื้อถัดไปตามเวลาปกติ ห้ามกินเพิ่มเป็น 2 เท่าเพื่อชดเชยมื้อที่ลืม เพราะจะเพิ่มความเสี่ยงผลข้างเคียง
ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAID ทั่วไปหรือพาราเซตามอลกินร่วมกับอัลโลพูรินอลได้ตามปกติ ไม่มีปฏิกิริยารุนแรงระหว่างกัน แต่ควรแจ้งเภสัชกรทุกครั้งหากใช้ยาประจำตัวหลายชนิดร่วมกัน เพื่อความปลอดภัยและป้องกันปฏิกิริยาที่คาดไม่ถึง
ควรจำกัดหรือเลี่ยงแอลกอฮอล์ระหว่างใช้ยานี้ เพราะแอลกอฮอล์กระตุ้นการสร้างกรดยูริกในร่างกายและอาจทำให้เกาต์กำเริบง่ายขึ้น แม้จะกินยาควบคุมกรดยูริกอยู่แล้วก็ตาม โดยเฉพาะเบียร์ที่มีพิวรีนสูง
ไม่มีอาหารต้องห้ามเด็ดขาด แต่ควรลดอาหารที่มีพิวรีนสูง เช่น เครื่องในสัตว์ อาหารทะเลบางชนิด และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อช่วยให้ยาควบคุมกรดยูริกได้ดีขึ้น และควรดื่มน้ำให้เพียงพอทุกวัน
ส่วนใหญ่เป็นยาที่ต้องกินต่อเนื่องระยะยาว บางรายอาจต้องกินไปตลอดเพื่อคุมกรดยูริกไม่ให้สะสมจนตกผลึกอีก การหยุดยาเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์อาจทำให้กรดยูริกกลับมาสูงขึ้นและเกาต์กำเริบซ้ำได้
ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ เพราะข้อมูลด้านความปลอดภัยของยานี้ในหญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตรยังมีจำกัด แพทย์จะพิจารณาความจำเป็นของการรักษาเทียบกับความเสี่ยง และอาจแนะนำทางเลือกอื่นที่เหมาะสมกว่า
ช่วงแรกที่กรดยูริกในเลือดเริ่มลดลงอย่างรวดเร็ว ผลึกยูเรตที่สะสมอยู่ตามข้อมานานจะถูกสลายและเคลื่อนตัวออกมา ทำให้บางคนปวดเกาต์ถี่ขึ้นชั่วคราวในช่วงเดือนแรกๆ ก่อนจะดีขึ้นเมื่อกินต่อเนื่อง ไม่ได้แปลว่ายาใช้ไม่ได้ผล
ใช้ได้ในบางกรณีตามดุลยพินิจแพทย์เฉพาะทาง เช่น ภาวะกรดยูริกสูงจากโรคเลือดบางชนิดหรือระหว่างการรักษามะเร็ง แต่ไม่ใช่ยาที่ควรซื้อให้เด็กกินเองตามอาการทั่วไป ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เสมอ
เป็นสมาชิกกับทางร้านเพื่อรับข่าวสารและส่วนลดต่างๆ


