Acyclovir คือยาอะไร ใช้รักษาเริมอย่างไร

Acyclovir คือยาอะไร ใช้รักษาเริมอย่างไร

Acyclovir คือยาอะไร?

  • Acyclovir (อะไซโคลเวียร์) เป็นยาต้านไวรัสกลุ่ม nucleoside analogue ที่ยับยั้งการสร้าง DNA ของไวรัสเริม ทำให้ไวรัสแบ่งตัวช้าลง
  • ใช้รักษาการติดเชื้อไวรัสเริม (herpes simplex, HSV-1/HSV-2) ทั้งที่ปากและอวัยวะเพศ รวมถึงงูสวัด (herpes zoster) และอีสุกอีใส (varicella)
  • มีทั้งรูปแบบยาเม็ดกิน (ออกฤทธิ์ทั่วร่างกาย) และครีมทาเฉพาะที่ — ใช้ต่างสถานการณ์กัน
  • ควรเริ่มใช้ทันทีที่มีอาการเริ่มต้น เช่น รู้สึกคันหรือแสบร้อนก่อนตุ่มขึ้น เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
  • Acyclovir ไม่ได้กำจัดไวรัสเริมให้หายขาด แต่ช่วยควบคุมอาการและลดความรุนแรง/ระยะเวลาของการติดเชื้อ
  • ควรใช้ตามขนาดและระยะเวลาที่เภสัชกรหรือแพทย์แนะนำเท่านั้น ไม่ควรปรับขนาดเอง
  • Intimo Life มี Vilerm ซึ่งเป็น acyclovir แบรนด์ที่มีจำหน่ายที่ Intimo Life ทั้งชนิดเม็ดและครีม พร้อมคำแนะนำจากเภสัชกร
Supatcheree A., Pharmacist

ตรวจสอบทางการแพทย์โดย

Supatcheree A., Pharmacist | แหล่งข้อมูล: NCBI, MedlinePlus, NHS, CDC, Cleveland Clinic

อัปเดตล่าสุด: 2026-07-08

Acyclovir คือยาอะไร?

Acyclovir (อะไซโคลเวียร์) คือยาต้านไวรัสกลุ่ม nucleoside analogue (สารอนุพันธ์ของนิวคลีโอไซด์) ที่ออกแบบมาเพื่อยับยั้งการเพิ่มจำนวนของไวรัสในกลุ่มเริม (Herpesviridae) — โดยเฉพาะไวรัสเริม (herpes simplex virus, HSV) และไวรัสอีสุกอีใส-งูสวัด (varicella-zoster virus, VZV)

ชื่อสามัญของยานี้คือ acyclovir (สะกดแบบอังกฤษว่า aciclovir) ส่วนชื่อการค้าที่มีจำหน่ายในไทย ได้แก่ Vilerm — acyclovir แบรนด์ที่มีจำหน่ายที่ Intimo Life ทั้งชนิดเม็ดรับประทานและครีมทาภายนอก

เพื่อตอบคำถามที่พบบ่อยที่สุด "acyclovir คือ" ยาอะไร โดยตรง: เป็นยาที่ไม่ได้ฆ่าไวรัสโดยตรง แต่ยับยั้งไม่ให้ไวรัสสร้างสำเนาตัวเองเพิ่ม ทำให้ร่างกายควบคุมการติดเชื้อได้เร็วขึ้นและลดความรุนแรงของอาการ

📖 อ่านเพิ่มเติม: ภาพรวมกลุ่มเนื้อหาเริมทั้งหมด อ่านต่อได้ที่ เริม (Herpes) — ภาพรวมอาการและการดูแล

Acyclovir รักษาโรคอะไรได้บ้าง

Acyclovir ใช้รักษาการติดเชื้อไวรัสในกลุ่มเริมเป็นหลัก ได้แก่:

  • เริมที่ปาก (oral herpes / cold sores) — ตุ่มพองที่ริมฝีปากหรือรอบปาก ส่วนใหญ่จากเชื้อ HSV-1
  • เริมที่อวัยวะเพศ (genital herpes) — จากเชื้อ HSV-1 หรือ HSV-2 ทั้งการติดเชื้อครั้งแรกและการกำเริบซ้ำ
  • งูสวัด (herpes zoster) — จากไวรัสตัวเดียวกับอีสุกอีใส (varicella-zoster virus) ที่แฝงตัวในปมประสาทแล้วกลับมากำเริบ
  • อีสุกอีใส (varicella) — โดยเฉพาะในผู้ที่มีความเสี่ยงต่ออาการรุนแรง

ไวรัสเริมสามารถแพร่กระจายได้แม้ไม่มีตุ่มหรือแผลให้เห็น — จึงควรระวังการสัมผัสใกล้ชิดแม้ในช่วงที่ไม่มีอาการ

📖 อ่านเพิ่มเติม: ทางเลือกการรักษาเริมโดยรวมมีอะไรบ้าง อ่านต่อที่ วิธีรักษาเริม — ทางเลือกและแนวทางดูแล

💡 อ่านเพิ่มเติม: มีตุ่มพองในปากหรือรอบปาก อ่านเพิ่มเติมที่ ตุ่มพองในปาก — สาเหตุและวิธีดูแล

กลไกการออกฤทธิ์ของ Acyclovir

อธิบายแบบเข้าใจง่าย: เมื่อไวรัสเริมเข้าสู่เซลล์ มันจะพยายามสร้าง DNA สำเนาของตัวเองเพื่อแบ่งตัวเพิ่มจำนวน Acyclovir จะถูกเปลี่ยนรูปโดยเอนไซม์ของไวรัสและเซลล์ให้กลายเป็นสารออกฤทธิ์ (acyclovir triphosphate) ซึ่งจะแทรกตัวเข้าไปในสาย DNA ของไวรัสที่กำลังสร้างขึ้น ทำให้กระบวนการสร้าง DNA หยุดชะงัก ไวรัสจึงไม่สามารถแบ่งตัวเพิ่มได้อีก

เพราะกระบวนการนี้อาศัยเอนไซม์ของไวรัสเป็นตัวเริ่มต้น Acyclovir จึงออกฤทธิ์เฉพาะเจาะจงกับเซลล์ที่ติดเชื้อไวรัสเป็นหลัก ซึ่งเป็นเหตุผลที่ยานี้ค่อนข้างปลอดภัยเมื่อเทียบกับยาต้านไวรัสในกลุ่มอื่น

เพราะกลไกนี้ทำงานได้ดีที่สุดตอนไวรัสกำลังแบ่งตัวอยู่ การเริ่มใช้ยาให้เร็วที่สุดตั้งแต่มีอาการเริ่มต้น (เช่น คัน แสบร้อนก่อนตุ่มขึ้น) จึงให้ผลลัพธ์ดีกว่าการเริ่มใช้หลังตุ่มขึ้นเต็มที่แล้ว

Acyclovir เม็ด vs ครีม เลือกแบบไหนดี

Acyclovir มีสองรูปแบบหลักที่ใช้ต่างวัตถุประสงค์กัน:

  • ยาเม็ดรับประทาน (systemic) — ออกฤทธิ์ทั่วร่างกาย เหมาะกับการติดเชื้อที่รุนแรงกว่าหรือกระจายเป็นวงกว้าง เช่น เริมที่อวัยวะเพศ งูสวัด อีสุกอีใส หรือกรณีที่กำเริบบ่อย
  • ครีมทาเฉพาะที่ (topical) — ออกฤทธิ์เฉพาะบริเวณผิวหนังที่ทา เหมาะกับรอยโรคเฉพาะจุด เช่น เริมที่ปาก (cold sore) ในระยะเริ่มต้น

Vilerm จาก Intimo Life มีให้เลือกทั้งชนิดเม็ดและครีม — เลือกใช้ตามคำแนะนำของเภสัชกรให้เหมาะกับลักษณะอาการของแต่ละคน

หัวข้อรูปแบบเม็ด (Tablet)รูปแบบครีม (Topical Cream)
รูปแบบยารับประทานทั้งเม็ดยาทาเฉพาะบริเวณผิวหนัง
เหมาะกับการติดเชื้อที่เป็นระบบ/รุนแรงกว่า เช่น เริมที่อวัยวะเพศ งูสวัด อีสุกอีใส หรือกรณีกำเริบบ่อยรอยโรคเฉพาะที่บริเวณผิวหนัง/ริมฝีปาก เช่น เริมที่ปากในระยะเริ่มต้น
วิธีใช้โดยทั่วไปรับประทานตามความถี่ที่เภสัชกร/แพทย์กำหนด ให้ครบตามระยะเวลาที่แนะนำทาบางๆ บริเวณที่มีอาการตามความถี่ที่แนะนำ
ข้อจำกัดอาจมีผลต่อระบบไต/ทางเดินอาหารมากกว่า ต้องระวังในผู้มีปัญหาไตและดื่มน้ำให้เพียงพอออกฤทธิ์เฉพาะที่ ไม่ครอบคลุมการติดเชื้อภายใน/รุนแรง ประสิทธิภาพขึ้นกับความเร็วในการเริ่มใช้

หมายเหตุ: ตารางนี้เป็นข้อมูลเปรียบเทียบเชิงคุณภาพเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการใช้ยาเฉพาะบุคคล

📖 อ่านเพิ่มเติม: รายละเอียดเชิงลึกเรื่องครีมทาเริม วิธีใช้ ความถี่ และข้อควรระวัง อ่านต่อที่ ครีมทาเริม — วิธีใช้และข้อควรรู้

วิธีใช้และขนาดยาที่พบบ่อย (ข้อมูลเพื่อการศึกษา)

ข้อมูลในหัวข้อนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะบุคคล — ขนาดยาและระยะเวลาที่เหมาะสมขึ้นกับชนิดการติดเชื้อ ความรุนแรง และสุขภาพของแต่ละคน ควรใช้ตามที่เภสัชกรหรือแพทย์แนะนำเสมอ ไม่ควรปรับขนาดเอง

รูปแบบเม็ด — ความถี่โดยทั่วไปตามข้อบ่งใช้

  • เริมที่อวัยวะเพศ ติดเชื้อครั้งแรก — โดยทั่วไปให้ยาต่อเนื่องประมาณ 7-10 วัน
  • เริมที่อวัยวะเพศ กำเริบซ้ำ — โดยทั่วไปให้ยาระยะสั้นกว่า (ประมาณ 2-5 วัน ขึ้นกับความถี่ต่อวันที่แพทย์เลือกใช้) และควรเริ่มยาให้เร็วที่สุด ภายใน 1 วันหลังเริ่มมีอาการหรือช่วงมีอาการนำ (เช่น คัน/แสบร้อน) เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
  • งูสวัด — โดยทั่วไปให้ยาต่อเนื่องประมาณ 7 วัน ที่ความถี่ต่อวันมากกว่าการรักษาเริม
  • อีสุกอีใส — โดยทั่วไปให้ยาต่อเนื่องประมาณ 5-7 วัน
  • บางกรณีแพทย์อาจให้ใช้ยาต่อเนื่องระยะยาวเพื่อป้องกันการกำเริบซ้ำ (suppressive therapy) — ต้องอยู่ภายใต้การติดตามของแพทย์

รูปแบบครีม — วิธีใช้โดยทั่วไป

  • เริ่มทาทันทีที่รู้สึกคันหรือแสบร้อนก่อนตุ่มขึ้น (prodrome) จะได้ผลดีที่สุด
  • ทาบางๆ เฉพาะบริเวณที่มีอาการ โดยทั่วไปวันละหลายครั้ง เว้นระยะห่างตามฉลากยาหรือคำแนะนำเภสัชกร
  • ใช้ต่อเนื่องจนกว่าแผลจะหาย หากยังไม่หายภายในเวลาที่คาดไว้ควรปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์
  • ห้ามทาในปาก จมูก ตา หรือช่องคลอด

ตัวเลขข้างต้นเป็นแนวทางทั่วไปที่พบในเอกสารกำกับยาและแนวทางการรักษาสากล — รายละเอียดที่แน่นอนของแต่ละคนต้องให้เภสัชกรหรือแพทย์เป็นผู้กำหนด

ผลข้างเคียงที่อาจพบจากการใช้ Acyclovir

ผลข้างเคียงที่พบได้บ่อย มักไม่รุนแรงและหายได้เอง:

  • คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย — พบได้บ่อยที่สุดในรูปแบบยาเม็ด
  • ปวดหัว วิงเวียน
  • อ่อนเพลีย ไม่สบายตัว (malaise)
  • ผื่นผิวหนัง ไวต่อแสงแดดมากขึ้น

สำหรับรูปแบบครีม ผลข้างเคียงมักจำกัดอยู่ที่การระคายเคือง แสบ หรือคันเล็กน้อยบริเวณที่ทา ซึ่งพบได้น้อยกว่าและไม่รุนแรง

สัญญาณที่ต้องรีบพบแพทย์ทันที

  • ❗ ผื่นแพ้ทั่วตัว ลมพิษ หน้า/คอบวม หายใจลำบาก (สงสัยแพ้ยารุนแรง)
  • ❗ ผิวหนังพองเป็นวงกว้างหรือลอกผิดปกติ
  • ❗ ตาเหลือง ตัวเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม (สงสัยตับทำงานผิดปกติ)
  • ❗ ปัสสาวะออกน้อยลงผิดปกติ (สงสัยไตทำงานผิดปกติ)
  • ❗ สับสน กระสับกระส่าย เห็นภาพหลอน หรือชัก
  • ❗ ช้ำง่าย เลือดออกผิดปกติ หรือติดเชื้อบ่อยผิดสังเกต

หากมีอาการเหล่านี้ ควรหยุดยาและพบแพทย์ทันที

ข้อห้ามและข้อควรระวังในการใช้ Acyclovir

ข้อห้ามใช้

ข้อห้ามที่ชัดเจนที่สุดคือ ผู้ที่เคยแพ้ acyclovir หรือ valacyclovir มาก่อน ห้ามใช้ยานี้ซ้ำ

กลุ่มที่ต้องระวังเป็นพิเศษ (ต้องอยู่ในดุลยพินิจแพทย์)

  • ผู้มีปัญหาไต — อาจต้องปรับขนาดหรือความถี่ของยา และควรดื่มน้ำให้เพียงพอตลอดการใช้ยา
  • หญิงตั้งครรภ์ — ผู้ผลิตแนะนำให้ใช้ด้วยความระมัดระวังและเฉพาะเมื่อจำเป็นเท่านั้น ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้เสมอ
  • หญิงให้นมบุตร — ตัวยาสามารถผ่านเข้าน้ำนมได้ แม้โดยทั่วไปถือว่าใช้ร่วมกับการให้นมบุตรได้ แต่ควรแจ้งแพทย์ก่อนใช้ยาเม็ดเสมอ
  • ผู้สูงอายุ — เสี่ยงผลข้างเคียงทางระบบประสาท (สับสน กระสับกระส่าย) มากกว่ากลุ่มอายุอื่น โดยเฉพาะหากมีปัญหาไตร่วมด้วย
  • เด็ก — ต้องใช้ในขนาดที่แพทย์กำหนดเฉพาะ ห้ามใช้ยาผู้ใหญ่กับเด็กเอง

ทุกกลุ่มข้างต้นควรปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ก่อนเริ่มใช้ยาเสมอ ไม่ควรตัดสินใจใช้ยาเอง

Acyclovir กินคู่กับยาอื่นได้ไหม

Acyclovir ถูกกำจัดออกจากร่างกายทางไตเป็นหลัก จึงอาจมีปฏิกิริยากับยาที่มีผลต่อการทำงานของไต หรือยาที่แย่งเส้นทางการขับออกทางไตเดียวกัน:

  • Probenecid — อาจทำให้ระดับ acyclovir ในเลือดสูงขึ้นและอยู่ในร่างกายนานขึ้น เพราะแย่งเส้นทางการขับออกทางไต
  • Cimetidine — มีรายงานปฏิกิริยาในลักษณะคล้ายกัน
  • Mycophenolate mofetil (ยากดภูมิที่ใช้ในผู้ปลูกถ่ายอวัยวะ) — อาจมีปฏิกิริยาต่อกัน
  • ยาที่มีผลต่อไตตัวอื่น (nephrotoxic drugs) — การใช้ร่วมกันอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อไต โดยเฉพาะในผู้ที่มีปัญหาไตอยู่แล้ว

ควรแจ้งเภสัชกรหรือแพทย์เสมอเกี่ยวกับยาประจำตัว อาหารเสริม และสมุนไพรทุกชนิดที่ใช้อยู่ ก่อนเริ่มใช้ acyclovir — อาหาร แอลกอฮอล์ และการรับประทานอาหารตามปกติไม่มีผลต่อการดูดซึมยา

Acyclovir ดื้อยาได้ไหม และข้อจำกัดของยา

การดื้อยา acyclovir พบได้น้อยมากในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันปกติ (น้อยกว่า 1% ของกรณี ยกเว้นการติดเชื้อที่กระจกตา) แต่พบได้บ่อยขึ้นในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น ผู้ที่ปลูกถ่ายไขกระดูกหรืออวัยวะ

ข้อจำกัดสำคัญที่ควรเข้าใจ:

  • Acyclovir ไม่ใช่ยาที่รักษาไวรัสเริมให้หายขาด — ไวรัสยังคงแฝงอยู่ในร่างกายตลอดชีวิตหลังติดเชื้อครั้งแรก ยาเพียงช่วยควบคุมอาการและลดความถี่ของการกำเริบ
  • ยิ่งเริ่มใช้ยาเร็วเท่าไหร่ (ตั้งแต่มีอาการนำ) ยิ่งได้ผลดีเท่านั้น — หากเริ่มช้าเกินไปอาจลดประสิทธิภาพ
  • การใช้ยาไม่ครบตามที่แนะนำ หรือใช้ไม่ถูกวิธี อาจเพิ่มโอกาสให้ไวรัสปรับตัวได้ในระยะยาว โดยเฉพาะในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Acyclovir

Acyclovir เป็นยาต้านไวรัสกลุ่ม nucleoside analogue ตัวแรกๆ ที่ใช้รักษาไวรัสเริม (HSV) และไวรัสอีสุกอีใส-งูสวัด (VZV) โดยยับยั้งการสร้าง DNA ของไวรัส ในกลุ่มยาเดียวกันยังมี valacyclovir และ famciclovir ซึ่งเป็นยาที่พัฒนาต่อยอดมาในภายหลัง — การเลือกใช้ตัวไหนควรปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ตามอาการและความเหมาะสมของแต่ละคน

ระยะเวลาขึ้นกับชนิดการติดเชื้อ — โดยทั่วไปเริมที่อวัยวะเพศครั้งแรกใช้ยาต่อเนื่องประมาณ 7-10 วัน เริมกำเริบซ้ำมักสั้นกว่า (ประมาณ 2-5 วัน) ส่วนงูสวัดมักใช้ประมาณ 7 วัน ตัวเลขเหล่านี้เป็นแนวทางทั่วไป — ระยะเวลาที่แน่นอนของแต่ละคนต้องให้เภสัชกรหรือแพทย์เป็นผู้กำหนด และควรกินยาให้ครบคอร์สแม้อาการจะดีขึ้นแล้ว

โดยทั่วไปทาบางๆ บริเวณที่มีอาการ 5 ครั้งต่อวัน เว้นระยะห่างประมาณ 4 ชั่วโมงต่อครั้ง เริ่มทาทันทีที่รู้สึกคันหรือแสบร้อนก่อนตุ่มขึ้นจะได้ผลดีที่สุด และควรใช้ต่อเนื่องจนกว่าแผลจะหาย ห้ามทาในปาก จมูก ตา หรือช่องคลอด — ควรยึดตามฉลากยาหรือคำแนะนำเภสัชกรเป็นหลัก

ผู้ผลิตแนะนำให้ใช้ acyclovir ในหญิงตั้งครรภ์ด้วยความระมัดระวังและเฉพาะเมื่อจำเป็นเท่านั้น เนื่องจากข้อมูลการศึกษายังมีจำกัด ส่วนหญิงให้นมบุตร ตัวยาสามารถผ่านเข้าน้ำนมได้ แต่โดยทั่วไปถือว่าใช้ร่วมกับการให้นมบุตรได้ ทั้งสองกรณีควรอยู่ภายใต้ดุลยพินิจของแพทย์ ห้ามตัดสินใจใช้ยาเอง

การดื้อยาพบได้น้อยมากในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันปกติ (น้อยกว่า 1% ของกรณี) แต่พบได้บ่อยขึ้นในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น ผู้ปลูกถ่ายไขกระดูกหรืออวัยวะ การใช้ยาตามขนาดและระยะเวลาที่แนะนำอย่างเคร่งครัดช่วยลดความเสี่ยงนี้ได้

ยาเม็ดออกฤทธิ์ทั่วร่างกาย เหมาะกับการติดเชื้อที่รุนแรงกว่าหรือกำเริบบ่อย เช่น เริมที่อวัยวะเพศ งูสวัด อีสุกอีใส ส่วนครีมออกฤทธิ์เฉพาะจุดที่ทา เหมาะกับรอยโรคเฉพาะที่อย่างเริมที่ปากในระยะเริ่มต้น อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ครีมทาเริม — วิธีใช้และข้อควรรู้

หากนึกขึ้นได้ ให้กินยาที่ลืมทันที แล้วปรับเวลากินมื้อที่เหลือของวันนั้นให้ห่างกันเท่าๆ กัน แต่หากใกล้ถึงเวลามื้อถัดไปแล้ว ให้ข้ามมื้อที่ลืมไปและกินมื้อถัดไปตามปกติ ห้ามกินซ้อนสองเท่า เพื่อชดเชยมื้อที่ลืม

มี แม้พบได้ไม่บ่อย ได้แก่ ผื่นแพ้รุนแรงทั่วตัว หน้า/คอบวม หายใจลำบาก ผิวหนังพองเป็นวงกว้าง ตาเหลืองตัวเหลือง ปัสสาวะออกน้อยผิดปกติ สับสนหรือเห็นภาพหลอน และช้ำเลือดออกผิดปกติ หากพบอาการเหล่านี้ควรหยุดยาและพบแพทย์ทันที

⚠️ ข้อจำกัดความรับผิดชอบ

เนื้อหาในบทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาทดแทนคำแนะนำ การวินิจฉัย หรือการรักษาจากแพทย์หรือเภสัชกรผู้เชี่ยวชาญ หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการหรือการใช้ยา ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ส่งไว ภายใน 24 ชม.

สั่งวันนี้ จัดส่งเร็ว ไม่ต้องรอนาน สินค้าพร้อมส่งจากในประเทศ

สินค้าเป็นของแท้

คัดเฉพาะสินค้าของแท้ มีมาตรฐาน มั่นใจได้ในคุณภาพทุกชิ้น

ไม่ระบุสินค้ากับผู้ส่ง

แพ็กแนบเนียน ไม่มีระบุชื่อสินค้า เคารพความเป็นส่วนตัวของลูกค้า

ราคาคุ้มค่า เข้าถึงได้

ราคาสมเหตุสมผล คุ้มค่าเมื่อเทียบกับคุณภาพ เลือกได้สบายใจ

สินค้าที่พึ่งดูมา