โรคเริม วิธีรักษาให้หายเร็ว

โรคเริม วิธีรักษาให้หายเร็ว

เริมรักษายังไงให้หายเร็ว?

  • เริมยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด แต่ควบคุมอาการและย่นระยะเวลาการเป็นแผลได้ด้วยยาต้านไวรัส เช่น Acyclovir
  • หลักสำคัญที่สุด: เริ่มยาต้านไวรัสเร็วที่สุดตั้งแต่รู้สึกซ่า/คัน (prodrome) ก่อนตุ่มขึ้น — ยิ่งเริ่มเร็ว ยิ่งได้ผลดี
  • เริมที่ปากแบบเป็นซ้ำมักหายภายใน 7-10 วัน (สูงสุดถึง 10 วันตามข้อมูล NHS) หากไม่มีภาวะแทรกซ้อน
  • Acyclovir มีทั้งชนิดกิน (oral) และชนิดทาเฉพาะที่ (topical) ใช้ร่วมกันได้ตามคำแนะนำเภสัชกร
  • การดูแลตัวเองที่บ้าน (พักผ่อน ทำความสะอาดแผลเบาๆ หลีกเลี่ยงการสัมผัส) ช่วยลดการลุกลามและป้องกันการติดเชื้อซ้ำ
  • แนวคิดเรื่องอาหาร lysine/arginine มีอยู่ทั่วไป แต่หลักฐานทางการแพทย์ยังอ่อนและไม่ชัดเจน ควรมองเป็นตัวช่วยเสริมเท่านั้น
  • หากอาการไม่ดีขึ้นภายใน 10-14 วัน หรือเป็นซ้ำบ่อย ควรปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์เพิ่มเติม
Supatcheree A., Pharmacist

ตรวจสอบทางการแพทย์โดย

Supatcheree A., Pharmacist | แหล่งข้อมูล: NHS, CDC, Cleveland Clinic, NCBI, MedlinePlus

อัปเดตล่าสุด: 2026-07-08

แนวทางรักษาภาพรวม

เริมยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด เพราะไวรัสเฮอร์ปีส์ซิมเพล็กซ์ (HSV) จะแฝงตัวอยู่ในร่างกายตลอดชีวิต แต่สามารถควบคุมอาการและย่นระยะเวลาการเป็นแผลได้ด้วยยาต้านไวรัสร่วมกับการดูแลตัวเองที่บ้านอย่างถูกวิธี

เป้าหมายหลักของการรักษา 3 ข้อ

  • ลดความรุนแรงของอาการ — ปวดแสบน้อยลง ตุ่มน้ำเล็กลง
  • ย่นระยะเวลาการเป็นแผล — โดยเฉพาะเมื่อเริ่มยาตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
  • ลดโอกาสแพร่เชื้อ ไปยังผู้อื่นหรือส่วนอื่นของร่างกาย

แนวทางหลักที่ใช้ร่วมกัน

  • ยาต้านไวรัส (antiviral) ทั้งชนิดกินและชนิดทาเฉพาะที่ — เป็นแกนหลักของการรักษา
  • การดูแลตัวเองที่บ้าน — ทำความสะอาดแผล พักผ่อน หลีกเลี่ยงการสัมผัส

สั้นๆ: เริมมักเริ่มด้วยอาการซ่าคัน (prodrome) ตามด้วยตุ่มน้ำใสขึ้นเป็นกลุ่มก่อนแตกเป็นแผลและตกสะเก็ด — บทความนี้เน้นวิธีรักษาและดูแลตัวเอง ส่วนเรื่องสาเหตุและอาการโดยละเอียด อ่านได้จากบทความภาพรวมด้านล่าง

📖 อ่านเพิ่มเติม: อยากรู้สาเหตุ อาการ และภาพรวมของโรคเริมแบบเต็มๆ อ่านต่อได้ที่ เริมที่ปาก คืออะไร — สาเหตุ อาการ และการดูแล

ยาต้านไวรัส: Acyclovir เม็ดและครีม

Acyclovir เป็นยาต้านไวรัสหลักที่ใช้รักษาเริม ออกฤทธิ์ยับยั้งการแบ่งตัวของไวรัส HSV มีให้เลือกทั้งชนิดกิน (oral) และชนิดทาเฉพาะที่ (topical)

Acyclovir ชนิดเม็ด (กินระบบ)

เหมาะสำหรับกรณีอาการรุนแรง เป็นบ่อย หรือระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ออกฤทธิ์ทั่วร่างกาย และเมื่อเริ่มในจังหวะที่เหมาะสมมักช่วยลดความรุนแรงและระยะเวลาของแผลได้ดีกว่าชนิดทา

Acyclovir ชนิดครีม (ทาเฉพาะที่)

เหมาะสำหรับอาการไม่รุนแรง ทาเฉพาะจุดที่มีอาการ ผลข้างเคียงน้อยกว่าชนิดกินเพราะดูดซึมเข้าระบบร่างกายน้อย

หลักสำคัญที่สุด: เริ่มยาให้เร็ว

ควรเริ่มทายาหรือกินยาทันทีที่รู้สึกซ่า คัน หรือแสบ (prodrome) ก่อนที่ตุ่มน้ำจะขึ้น เพราะยาต้านไวรัสได้ผลดีที่สุดในช่วงเริ่มต้น และอาจได้ผลไม่เต็มที่หากเริ่มหลังตุ่มขึ้นแล้ว

Vilerm (acyclovir) เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ Intimo Life มีให้เลือก — ควรปรึกษาเภสัชกรก่อนใช้ทุกครั้ง โดยเฉพาะกรณีตั้งครรภ์ ให้นมบุตร หรือมีโรคไต

📖 อ่านเพิ่มเติม: อยากรู้กลไกการออกฤทธิ์ของ Acyclovir แบบละเอียด ขนาดยา และข้อควรระวัง อ่านต่อได้ที่ Acyclovir คืออะไร — กลไก ขนาดยา ข้อควรระวัง

💡 อ่านเพิ่มเติม: เลือกยาทาเริมแบบไหนเหมาะกับคุณ เปรียบเทียบครีม Acyclovir กับตัวเลือกอื่น อ่านต่อได้ที่ ยาทาเริม — เลือกแบบไหนดี เปรียบเทียบครีม Acyclovir

รักษาด้วยตัวเองที่บ้าน

นอกจากยาต้านไวรัส การดูแลตัวเองที่บ้านอย่างถูกวิธีช่วยลดการระคายเคืองและป้องกันการติดเชื้อซ้ำ

  • ทำความสะอาดแผลเบาๆ ด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำเกลือ แล้วซับให้แห้ง
  • ประคบเย็น บริเวณที่ปวดบวมเพื่อลดอาการ
  • หลีกเลี่ยงการแกะหรือบีบตุ่มน้ำ เพราะอาจทำให้แผลลามและติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำ
  • สวมเสื้อผ้าหลวม ไม่เสียดสี บริเวณแผล (กรณีเริมที่อวัยวะเพศ)
  • ล้างมือทุกครั้ง หลังสัมผัสแผล เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อไปส่วนอื่นของร่างกายหรือคนอื่น

เริมกี่วันหาย: ระยะเวลาแต่ละระยะ

เริมที่ปาก (cold sore) แบบเป็นซ้ำโดยทั่วไปมักหายภายใน 7-10 วัน หากดูแลถูกวิธีและไม่มีภาวะแทรกซ้อน — ตาม NHS ระบุว่าเริมที่ปากมักหายได้เองภายใน 10 วัน ส่วนการติดเชื้อครั้งแรก (primary infection) มักรุนแรงกว่าและอาจใช้เวลานานกว่านั้นในการหายสนิท

4 ระยะของการเป็นเริม

  • ระยะที่ 1 — อาการเตือน (prodrome): ซ่า คัน หรือแสบ ประมาณ 1-2 วันก่อนตุ่มขึ้น เป็นช่วงที่ควรเริ่มยาทันที
  • ระยะที่ 2 — ตุ่มน้ำ: ตุ่มน้ำใสขึ้นเป็นกลุ่ม ช่วงวันที่ 2-4
  • ระยะที่ 3 — แผลเปิด: ตุ่มแตกเป็นแผล ช่วงวันที่ 4-6 ระวังการติดเชื้อซ้ำ
  • ระยะที่ 4 — ตกสะเก็ดและหาย: สะเก็ดหลุด ผิวฟื้นตัว ช่วงวันที่ 7-10

ตารางด้านล่างสรุปแต่ละระยะและสิ่งที่ควรทำ:

ระยะช่วงวันอาการสิ่งที่ทำได้
Prodrome (อาการเตือน)วัน 1-2ซ่า คัน แสบเริ่มทายา/กินยาทันที
ตุ่มน้ำวัน 2-4ตุ่มใสขึ้นเป็นกลุ่มประคบเย็น ห้ามบีบ
แผลเปิดวัน 4-6ตุ่มแตกเป็นแผลทำความสะอาด ระวังติดเชื้อซ้ำ
ตกสะเก็ด/หายวัน 7-10สะเก็ดหลุด ผิวฟื้นดูแลผิวต่อเนื่อง

📖 อ่านเพิ่มเติม: ตุ่มใสที่ปากเป็นเริมจริงไหม หรือเป็นอาการอื่น? แยกให้ชัดได้ที่ ตุ่มใสที่ปาก เกิดจากอะไร — แยกจากเริมและร้อนใน

กินอะไรหายเร็ว ห้ามกินอะไร

มีแนวคิดที่พูดถึงกันบ่อยว่าอาหารบางกลุ่มอาจส่งผลต่อการฟื้นตัวของแผลเริม โดยอิงจากสมดุลกรดอะมิโน lysine และ arginine — แต่ต้องเข้าใจตรงกันก่อนว่าหลักฐานทางการแพทย์ในเรื่องนี้ยังอ่อนและไม่ชัดเจน งานทบทวนวรรณกรรมพบว่าการเสริม lysine ขนาดต่ำกว่า 1 กรัม/วัน ไม่พบประโยชน์ชัดเจน ส่วนขนาดสูงกว่า 3 กรัม/วัน มีข้อมูลจากการศึกษาขนาดเล็กบางชิ้นว่าอาจช่วยเรื่องการป้องกันการกลับเป็นซ้ำได้บ้าง แต่ยังไม่มีหลักฐานหนักแน่นพอที่จะสรุปว่าใช้รักษาแผลที่กำลังเป็นอยู่ได้ผลจริง

อาหารที่มักถูกแนะนำ (มี lysine ค่อนข้างสูง)

  • ปลา และเนื้อไก่
  • ไข่ และนม/โยเกิร์ต
  • ผักใบเขียว

อาหารที่มักถูกแนะนำให้เลี่ยง (มี arginine ค่อนข้างสูง)

  • ถั่วต่างๆ และเมล็ดพืช
  • ช็อกโกแลต

นอกจากนี้ ควรเลี่ยงอาหารรสจัด เผ็ด หรือเปรี้ยว เพราะอาจระคายเคืองแผลบริเวณปากโดยตรง (ข้อแนะนำนี้เป็นหลักสามัญสำนึกมากกว่างานวิจัยเฉพาะ) และดื่มน้ำให้เพียงพอ พักผ่อนให้พอ เพื่อสนับสนุนระบบภูมิคุ้มกัน

สรุป: อาหารเป็นเพียงตัวช่วยเสริมที่มีหลักฐานจำกัด ไม่ใช่การรักษาหลักและไม่ทดแทนยาต้านไวรัส

ควรกิน (Lysine สูง)ควรเลี่ยง (Arginine สูง)
ปลา, ไก่ถั่วต่างๆ
ไข่, นมช็อกโกแลต
ผักใบเขียวเมล็ดพืช
โยเกิร์ต-

สิ่งที่ห้ามทำระหว่างเป็นเริม

การกระทำบางอย่างระหว่างมีแผลเริมอาจทำให้อาการแย่ลงหรือแพร่เชื้อไปยังผู้อื่น:

  • ห้ามแกะ บีบ หรือเกาตุ่มน้ำ
  • ห้ามใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น เช่น แก้วน้ำ ผ้าเช็ดหน้า ลิปสติก
  • ห้ามมีเพศสัมพันธ์หรือจูบ ขณะมีแผลเปิด (กรณีเริมที่ปากหรืออวัยวะเพศ)
  • ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะมากินเอง เพราะเริมเกิดจากไวรัส ไม่ใช่แบคทีเรีย ยาปฏิชีวนะไม่ได้ผล
  • ห้ามหยุดยาต้านไวรัสเอง ก่อนครบตามคำแนะนำของเภสัชกรหรือแพทย์

เมื่อไหร่ต้องพบแพทย์

เริมส่วนใหญ่หายได้เองด้วยการดูแลที่เหมาะสม แต่บางสัญญาณควรปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์:

  • อาการไม่ดีขึ้นหลังผ่านไป 10-14 วัน
  • มีไข้สูง ต่อมน้ำเหลืองโต หรือแผลลามผิดปกติ
  • กลับเป็นซ้ำบ่อยครั้งในรอบปี
  • ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ (เช่น เบาหวานที่ควบคุมไม่ดี ได้รับเคมีบำบัด ติดเชื้อ HIV) หรือกำลังตั้งครรภ์
  • เริมขึ้นใกล้ดวงตา — ควรพบแพทย์ทันที เพราะเสี่ยงกระจกตาอักเสบ

ป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ

เริมสามารถกลับมาเป็นซ้ำได้เมื่อภูมิคุ้มกันอ่อนแอหรือเจอปัจจัยกระตุ้น การจัดการปัจจัยเหล่านี้ช่วยลดความถี่ในการเกิดซ้ำ:

  • พักผ่อนให้เพียงพอ และจัดการความเครียด
  • หลีกเลี่ยงแสงแดดจัดหรือลมแรงบริเวณริมฝีปาก (กรณีเริมที่ปาก) และใช้ลิปบาล์มกันแดด
  • ทายาต้านไวรัสทันทีเมื่อรู้สึกอาการเตือน (prodrome) ซ่าคัน
  • หากเป็นซ้ำบ่อย ปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์เรื่องการใช้ยาต้านไวรัสแบบต่อเนื่อง (suppressive therapy) เพื่อลดความถี่
  • เสริมภูมิคุ้มกันด้วยอาหารที่มีประโยชน์และการนอนหลับที่มีคุณภาพ

คำถามที่พบบ่อย

เริมที่ปากแบบเป็นซ้ำมักหายภายใน 7-10 วัน หากดูแลถูกวิธีและเริ่มยาต้านไวรัสตั้งแต่ระยะอาการเตือน ส่วนการติดเชื้อครั้งแรกมักรุนแรงกว่าและอาจใช้เวลานานกว่านั้น

โดยทั่วไปหายได้เองภายใน 10 วัน ตามข้อมูลของ NHS หากไม่มีภาวะแทรกซ้อน คล้ายกับเริมตำแหน่งอื่น

ยังหายได้เองตามธรรมชาติ แต่มักใช้เวลานานกว่าและเสี่ยงติดเชื้อซ้ำสูงขึ้น การเริ่มยาต้านไวรัสตั้งแต่ระยะเริ่มต้นช่วยย่นระยะเวลาได้

ยังไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ที่ชัดเจน แต่แนวคิดทั่วไปแนะนำให้เลี่ยงอาหารที่มี arginine ค่อนข้างสูงอย่างถั่วและช็อกโกแลต รวมถึงอาหารรสจัดที่ระคายเคืองแผล — ควรเข้าใจว่าเป็นเพียงตัวช่วยเสริม ไม่ใช่ข้อบังคับทางการแพทย์

เลี่ยงอาหารเผ็ดจัด เปรี้ยวจัด หรือแข็งที่เสียดสีแผลโดยตรง ส่วนอาหารกลุ่ม arginine ยังเป็นเพียงแนวคิดที่มีหลักฐานจำกัด

อาหารที่มี lysine ค่อนข้างสูง เช่น ปลา ไก่ ไข่ นม ถูกพูดถึงว่าอาจช่วยได้บ้าง แต่หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ยังอ่อน ไม่ควรใช้แทนยาต้านไวรัส

ได้ในกรณีไม่รุนแรง ด้วยการทายาต้านไวรัสตั้งแต่เนิ่นๆ ร่วมกับการดูแลความสะอาดที่บ้าน แต่ควรปรึกษาเภสัชกรร่วมด้วยเสมอ

Acyclovir เป็นยาต้านไวรัสหลักที่ใช้ทั้งชนิดกินและทา ควรใช้ตามคำแนะนำเภสัชกรหรือแพทย์ และเริ่มให้เร็วที่สุดตั้งแต่รู้สึกอาการเตือน

⚠️ ข้อจำกัดความรับผิดชอบ

เนื้อหาในบทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาทดแทนคำแนะนำ การวินิจฉัย หรือการรักษาจากแพทย์หรือเภสัชกรผู้เชี่ยวชาญ หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการหรือการใช้ยา ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ส่งไว ภายใน 24 ชม.

สั่งวันนี้ จัดส่งเร็ว ไม่ต้องรอนาน สินค้าพร้อมส่งจากในประเทศ

สินค้าเป็นของแท้

คัดเฉพาะสินค้าของแท้ มีมาตรฐาน มั่นใจได้ในคุณภาพทุกชิ้น

ไม่ระบุสินค้ากับผู้ส่ง

แพ็กแนบเนียน ไม่มีระบุชื่อสินค้า เคารพความเป็นส่วนตัวของลูกค้า

ราคาคุ้มค่า เข้าถึงได้

ราคาสมเหตุสมผล คุ้มค่าเมื่อเทียบกับคุณภาพ เลือกได้สบายใจ

สินค้าที่พึ่งดูมา