เชื้อราที่เท้า น้ำกัดเท้า รักษายังไง

เชื้อราที่เท้า น้ำกัดเท้า รักษายังไง

เชื้อราที่เท้า เกิดจากอะไร?

  • เชื้อราที่เท้า (น้ำกัดเท้า / Tinea pedis) เกิดจากเชื้อราเดอร์มาโตไฟต์ในที่อับชื้น มักเริ่มที่ซอกนิ้วเท้า
  • อาการหลัก: คันซอกนิ้วเท้า ผิวลอกเป็นขุย แตก แดง บางรายมีตุ่มน้ำใสคัน
  • รักษาด้วยยาทาฆ่าเชื้อรา (Tolnaftate, Econazole) วันละ 1-2 ครั้ง 2-4 สัปดาห์
  • ลุกลามกว้าง ลามไปเล็บ หรือทาแล้วไม่ดีขึ้นใน 2-4 สัปดาห์ → ต้องกินยาฆ่าเชื้อรา ร่วมด้วย
  • ป้องกันซ้ำ: ผึ่งเท้าให้แห้งเสมอ ใส่รองเท้าแตะในที่สาธารณะชื้น ไม่ใช้ถุงเท้า/รองเท้าร่วมกับผู้อื่น
  • ชื่อ “น้ำกัดเท้า” มาจากความเข้าใจเดิมว่าเกิดจากน้ำสกปรก แต่จริงๆ คือเชื้อราที่เจริญเติบโตในที่อับชื้น
Supatcheree A., Pharmacist

ตรวจสอบทางการแพทย์โดย

Supatcheree A., Pharmacist | แหล่งข้อมูล: NHS, DermNet NZ, MedlinePlus (NIH), NCBI StatPearls

อัปเดตล่าสุด: 2026-07-09

เชื้อราที่เท้า (น้ำกัดเท้า) คืออะไร?

เชื้อราที่เท้า หรือที่คนไทยเรียกกันว่า “น้ำกัดเท้า” มีชื่อทางการแพทย์ว่า Tinea pedis เกิดจากเชื้อราเดอร์มาโตไฟต์กลุ่มเดียวกับกลาก มักเริ่มที่ซอกนิ้วเท้า โดยเฉพาะช่วงหน้าฝนหรือคนที่เท้าอับชื้นบ่อย

ชื่อ “น้ำกัดเท้า” มาจากความเข้าใจเดิมว่าเกิดจากการลุยน้ำสกปรก แต่จริงๆ แล้วสาเหตุคือเชื้อราที่เจริญเติบโตได้ดีในที่อับชื้น ไม่ว่าจะจากน้ำหรือเหงื่อก็ตาม

📖 อ่านเพิ่มเติม: ภาพรวมกลากเกลื้อน ทั้งสาเหตุและวิธีแยกโรค — กลากเกลื้อน ต่างกันยังไง? รักษาแบบไหนหาย

อาการเชื้อราที่เท้า เป็นยังไง?

  • คันซอกนิ้วเท้า โดยเฉพาะซอกนิ้วที่ 4-5
  • ผิวลอกเป็นขุย แตก แดง ตามซอกนิ้วและฝ่าเท้า
  • บางรายมีตุ่มน้ำใสคันที่ฝ่าเท้า
  • กลิ่นเท้าแรงขึ้น และผิวเปื่อยขาว (macerated) ในรายที่อับชื้นมาก

เชื้อราที่เท้ามีกี่แบบ?

  • แบบซอกนิ้วเท้า (Interdigital) — พบบ่อยที่สุด ผิวลอก แตก คัน ระหว่างนิ้วเท้า
  • แบบฝ่าเท้าแห้งหนา (Moccasin type) — ผิวหนาแห้งลอกทั่วฝ่าเท้า คล้ายรองเท้าโมคาซิน อาจลามถึงส้นเท้าและด้านข้าง
  • แบบตุ่มน้ำ (Vesicular type) — มีตุ่มน้ำใสคัน มักขึ้นที่อุ้งเท้า อาจแตกออกเป็นแผล

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เป็นเชื้อราที่เท้า

  • ใส่รองเท้าหุ้มปิดมิดชิดเป็นเวลานาน
  • เท้าเปียกชื้นบ่อย จากเหงื่อหรือลุยน้ำ
  • เดินเท้าเปล่าในที่สาธารณะชื้น เช่น ห้องอาบน้ำรวม สระว่ายน้ำ ฟิตเนส
  • ใช้ถุงเท้าหรือรองเท้าร่วมกับผู้อื่น
  • ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ หรือเบาหวานคุมไม่ดี

รักษาเชื้อราที่เท้ายังไง — ยาทาตัวไหนใช้ได้ผล

ยาทาฆ่าเชื้อราเป็นการรักษาหลักสำหรับเชื้อราที่เท้าที่ยังไม่ลุกลามมาก:

  • Tolnaftate — เช่น Tonaf Cream — ยาทาไม่มีสเตียรอยด์ เหมาะกับเชื้อราที่เท้าแบบซอกนิ้ว
  • Econazole — เช่น Zema Cream — ออกฤทธิ์กว้าง ครอบคลุมทั้งเชื้อเดอร์มาโตไฟต์และเชื้อยีสต์

วิธีทาให้ได้ผล

  • เช็ดเท้าให้แห้งสนิทก่อนทายาทุกครั้ง
  • ทาบางๆ ให้ครอบคลุมซอกนิ้วและรอบฝ่าเท้า วันละ 1-2 ครั้ง
  • ทาต่อเนื่องนาน 2-4 สัปดาห์ แม้อาการจะดูดีขึ้นแล้วก็ตาม

ตารางเปรียบเทียบยาทาเชื้อราที่เท้า

ตัวยาตัวอย่างสินค้าเหมาะกับระยะเวลา
TolnaftateTonaf Creamแบบซอกนิ้วเท้า ผิวลอกทั่วไป2-4 สัปดาห์
EconazoleZema Creamครอบคลุมกว้าง รวมเชื้อยีสต์2-4 สัปดาห์

เมื่อไหร่ต้องกินยา ไม่ใช่แค่ทา?

บางกรณี ทายาอย่างเดียวไม่พอ ต้องใช้ยาฆ่าเชื้อราชนิดกินร่วมด้วย เช่น ItraconazoleItraconazole (Spornar 100)

สัญญาณที่บ่งบอกว่าต้องกินยา

  • ลุกลามเป็นบริเวณกว้าง หรือขึ้นหลายจุด
  • ลามไปเล็บเท้า — สัญญาณว่าเชื้อรุนแรงขึ้น
  • ทายาไม่ดีขึ้นภายใน 2-4 สัปดาห์
  • เป็นซ้ำบ่อย หรือมีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ

ยากินกลุ่มนี้ควรใช้ภายใต้คำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคตับหรือกินยาประจำตัวอื่นๆ

ดูแลเท้าระหว่างรักษา

  • เช็ดเท้าให้แห้งสนิทหลังอาบน้ำ โดยเฉพาะซอกนิ้ว
  • เปลี่ยนถุงเท้าทุกวัน เลือกผ้าฝ้ายซับเหงื่อ
  • สลับใส่รองเท้าอย่างน้อย 2 คู่ ให้แห้งสนิทก่อนใส่ซ้ำ
  • โรยแป้งฆ่าเชื้อราในรองเท้าได้เพื่อลดความอับชื้น
  • หลีกเลี่ยงการเกาบริเวณที่คัน ลดความเสี่ยงติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำ

ป้องกันเชื้อราที่เท้าไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ

  • ผึ่งเท้าให้แห้งเสมอ โดยเฉพาะหลังอาบน้ำหรือลุยน้ำ
  • ใส่รองเท้าแตะในที่สาธารณะที่ชื้น เช่น ห้องอาบน้ำรวม สระว่ายน้ำ
  • ไม่ใช้ถุงเท้าหรือรองเท้าร่วมกับผู้อื่น
  • ฆ่าเชื้อในรองเท้าเป็นระยะ โดยเฉพาะคู่ที่เคยใส่ตอนติดเชื้อ
  • ถ้ามีสังคังหรือเชื้อราที่เล็บร่วมด้วย ให้รักษาพร้อมกันเพื่อป้องกันการติดเชื้อไขว้

คำถามที่พบบ่อย

เกิดจากเชื้อราเดอร์มาโตไฟต์ที่เจริญเติบโตได้ดีในที่อับชื้น มักเริ่มที่ซอกนิ้วเท้า พบบ่อยในคนที่ใส่รองเท้าปิดมิดชิดนาน เท้าเปียกชื้นบ่อย หรือเดินเท้าเปล่าในที่สาธารณะชื้น

ใช่ เป็นโรคเดียวกัน “น้ำกัดเท้า” เป็นชื่อเรียกทั่วไปของเชื้อราที่เท้า (Tinea pedis) แม้ชื่อจะฟังดูเกี่ยวกับน้ำสกปรก แต่จริงๆ สาเหตุคือเชื้อราที่เจริญเติบโตในที่อับชื้น

ติดต่อได้ จากการเดินเท้าเปล่าบนพื้นที่ชื้นที่มีเชื้อ หรือใช้ถุงเท้า/รองเท้าร่วมกับผู้ติดเชื้อ ควรใส่รองเท้าแตะในที่สาธารณะชื้นเพื่อลดความเสี่ยง

อาการมักดีขึ้นภายใน 1-2 สัปดาห์ แต่ควรทาต่อเนื่องให้ครบ 2-4 สัปดาห์ แม้อาการจะดูดีขึ้นแล้ว เพื่อกำจัดเชื้อที่เหลือให้หมดและลดโอกาสเป็นซ้ำ

ลามได้ โดยเฉพาะถ้าปล่อยไว้นานหรือรักษาไม่ครบคอร์ส เมื่อลามไปเล็บแล้วมักต้องใช้ยากิน เพราะยาทาซึมเข้าเล็บไม่พอ

พื้นที่สาธารณะที่ชื้นและมีคนเดินเท้าเปล่าเยอะ เช่น ห้องอาบน้ำรวม ขอบสระว่ายน้ำ ห้องแต่งตัวฟิตเนส ควรใส่รองเท้าแตะเสมอในพื้นที่เหล่านี้

ถ้าเป็นซ้ำบ่อยแม้ทายาครบคอร์ส ควรพบแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อพิจารณายากิน และทบทวนพฤติกรรมเสี่ยง เช่น รองเท้าไม่ระบายอากาศ เท้าเปียกชื้นบ่อย หรือเดินเท้าเปล่าในที่สาธารณะ

เกี่ยวข้องกัน — เชื้อราชนิดเดียวกันสามารถลามจากเท้ามาที่ขาหนีบได้จากการใช้ผ้าเช็ดตัวหรือมือสัมผัสเท้าแล้วไปสัมผัสขาหนีบ ควรใส่ถุงเท้าก่อนกางเกงในและรักษาทั้งสองจุดพร้อมกันถ้าเป็นทั้งคู่

⚠️ ข้อจำกัดความรับผิดชอบ

เนื้อหาในบทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาทดแทนคำแนะนำ การวินิจฉัย หรือการรักษาจากแพทย์หรือเภสัชกรผู้เชี่ยวชาญ หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการหรือการใช้ยา ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ส่งไว ภายใน 24 ชม.

สั่งวันนี้ จัดส่งเร็ว ไม่ต้องรอนาน สินค้าพร้อมส่งจากในประเทศ

สินค้าเป็นของแท้

คัดเฉพาะสินค้าของแท้ มีมาตรฐาน มั่นใจได้ในคุณภาพทุกชิ้น

ไม่ระบุสินค้ากับผู้ส่ง

แพ็กแนบเนียน ไม่มีระบุชื่อสินค้า เคารพความเป็นส่วนตัวของลูกค้า

ราคาคุ้มค่า เข้าถึงได้

ราคาสมเหตุสมผล คุ้มค่าเมื่อเทียบกับคุณภาพ เลือกได้สบายใจ

สินค้าที่พึ่งดูมา