สาเหตุกระเพาะปัสสาวะอักเสบ และปัจจัยเสี่ยง

สาเหตุกระเพาะปัสสาวะอักเสบ และปัจจัยเสี่ยง

กระเพาะปัสสาวะอักเสบเกิดจากอะไร? ส่วนใหญ่เกิดจากแบคทีเรีย E. coli ที่เข้าสู่ท่อปัสสาวะ สาเหตุหลักและปัจจัยเสี่ยง ได้แก่:

  • ท่อปัสสาวะผู้หญิงสั้นกว่าผู้ชาย (~4 ซม. เทียบกับ ~20 ซม.) ทำให้แบคทีเรียเข้าถึงกระเพาะปัสสาวะง่ายกว่า
  • พฤติกรรมกลั้นปัสสาวะ ดื่มน้ำน้อย
  • การมีเพศสัมพันธ์เพิ่มโอกาสติดเชื้อ
  • ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง เช่น วัยหมดประจำเดือน ตั้งครรภ์
  • โรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ภูมิคุ้มกันต่ำ
  • เช็ดทำความสะอาดผิดทางหรือใส่สายสวนปัสสาวะ ก็เป็นอีกสาเหตุที่พบได้
Supatcheree A., Pharmacist

ตรวจสอบทางการแพทย์โดย

Supatcheree A., Pharmacist | แหล่งข้อมูล: NHS, Mayo Clinic, WHO, PubMed

อัปเดตล่าสุด: 2026-09-24

สาเหตุหลักของกระเพาะปัสสาวะอักเสบ

สาเหตุกระเพาะปัสสาวะอักเสบ (Cystitis) ส่วนใหญ่เกิดจาก การติดเชื้อแบคทีเรีย โดยตัวการหลักคือ Escherichia coli (E. coli) ซึ่งเป็นแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในลำไส้ตามปกติ แต่เมื่อเข้าสู่ระบบทางเดินปัสสาวะก็จะก่อให้เกิดการติดเชื้อ

กลไกการติดเชื้อ

แบคทีเรียเข้าสู่ร่างกายผ่าน ท่อปัสสาวะ (urethra) แล้วเคลื่อนตัวขึ้นไปยังกระเพาะปัสสาวะ กระบวนการนี้เรียกว่า ascending infection ซึ่งเป็นเส้นทางการติดเชื้อที่พบบ่อยที่สุด

เชื้อ E. coli มีโปรตีนบนผิวเซลล์ที่เรียกว่า fimbriae ทำหน้าที่เกาะยึดผนังกระเพาะปัสสาวะ ทำให้ร่างกายขับออกได้ยากแม้จะปัสสาวะบ่อย

เชื้อแบคทีเรียที่พบบ่อย

เชื้อแบคทีเรียสัดส่วนที่พบลักษณะเฉพาะ
Escherichia coli~75-90%ตัวการหลัก มาจากลำไส้
Staphylococcus saprophyticus~5-10%พบบ่อยในหญิงวัยเจริญพันธุ์
Klebsiella pneumoniae~3-5%พบมากในผู้ป่วยที่ใส่สายสวน
Proteus mirabilis~1-3%พบบ่อยในผู้ชายมากกว่า
Enterococcus faecalis~1-3%มักดื้อยาหลายชนิด

📖 เมื่อติดเชื้อแล้ว อาการจะเป็นยังไง? หากอยากรู้ว่าอาการแบบไหนบ่งบอกว่าเป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบ อ่านเพิ่มเติมที่ กระเพาะปัสสาวะอักเสบ อาการเป็นยังไง? เพื่อเช็คอาการด้วยตัวเอง

ทำไมผู้หญิงถึงเป็นบ่อยกว่าผู้ชาย?

ผู้หญิงมีโอกาสเป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบ มากกว่าผู้ชายถึง 30 เท่า และผู้หญิงกว่า 50-60% จะเป็นอย่างน้อย 1 ครั้งในชีวิต สาเหตุหลักมาจากความแตกต่างทางกายวิภาค

ความแตกต่างทางกายวิภาค

  • ท่อปัสสาวะผู้หญิงสั้นกว่า — ยาวเพียง ~4 ซม. เทียบกับผู้ชายที่ยาว ~20 ซม. ทำให้แบคทีเรียเดินทางถึงกระเพาะปัสสาวะได้เร็วกว่า
  • ตำแหน่งท่อปัสสาวะ — อยู่ใกล้ทวารหนักและช่องคลอด ซึ่งเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรีย
  • ผู้ชายมีต่อมลูกหมาก — สร้างสารต้านแบคทีเรียช่วยป้องกันการติดเชื้อเพิ่มเติม

ฮอร์โมนเอสโตรเจนกับการติดเชื้อ

ฮอร์โมนเอสโตรเจนมีบทบาทสำคัญในการรักษาสมดุลแบคทีเรียดีในช่องคลอด (Lactobacillus) ซึ่งช่วยสร้างสภาพแวดล้อมเป็นกรดที่ยับยั้งเชื้อก่อโรค เมื่อระดับเอสโตรเจนลดลง เช่น ในวัยหมดประจำเดือน แบคทีเรียดีจะลดลงตาม ทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อมากขึ้น

ปัจจัยเสี่ยงที่เพิ่มโอกาสติดเชื้อ

ปัจจัยเสี่ยงแบ่งออกเป็นหลายกลุ่ม ทั้งที่ควบคุมได้และควบคุมไม่ได้

กลุ่มปัจจัยเสี่ยงปัจจัยเหตุผล
กายวิภาคท่อปัสสาวะสั้น (ผู้หญิง)แบคทีเรียเข้าถึงกระเพาะปัสสาวะง่าย
ฮอร์โมนวัยหมดประจำเดือนเอสโตรเจนลดลง แบคทีเรียดีลดลง
ฮอร์โมนตั้งครรภ์มดลูกกดทับกระเพาะปัสสาวะ ปัสสาวะค้าง
พฤติกรรมกลั้นปัสสาวะบ่อยปัสสาวะค้างเป็นแหล่งเพาะเชื้อ
พฤติกรรมดื่มน้ำน้อยไม่ช่วยชะล้างแบคทีเรียออก
เพศสัมพันธ์มีเพศสัมพันธ์บ่อยแบคทีเรียถูกดันเข้าท่อปัสสาวะ
โรคประจำตัวเบาหวานภูมิคุ้มกันลดลง น้ำตาลในปัสสาวะเป็นอาหารเชื้อ
การแพทย์ใส่สายสวนปัสสาวะเป็นทางเข้าของแบคทีเรียโดยตรง

พฤติกรรมที่ทำให้เสี่ยงโดยไม่รู้ตัว

หลายคนอาจมีพฤติกรรมที่เพิ่มความเสี่ยงโดยไม่รู้ตัว ลองเช็คดูว่าตัวเองมีข้อไหนบ้าง

🚽 กลั้นปัสสาวะเป็นประจำ

การกลั้นปัสสาวะทำให้ปัสสาวะค้างอยู่ในกระเพาะปัสสาวะนาน กลายเป็นแหล่งเพาะเชื้อชั้นดี ควรปัสสาวะทุก 3-4 ชั่วโมง และไม่ควรกลั้นเมื่อรู้สึกปวด

💧 ดื่มน้ำน้อยเกินไป

น้ำช่วยชะล้างแบคทีเรียออกจากระบบทางเดินปัสสาวะ การดื่มน้ำน้อยทำให้ปัสสาวะเข้มข้นและปัสสาวะน้อยครั้ง แนะนำดื่มน้ำอย่างน้อย 6-8 แก้วต่อวัน

🧻 เช็ดทำความสะอาดผิดทาง

การเช็ดจากหลังไปหน้า (ทวารหนักไปท่อปัสสาวะ) เป็นการนำแบคทีเรียจากลำไส้มาสู่ท่อปัสสาวะโดยตรง ควรเช็ด จากหน้าไปหลัง เสมอ

🩲 ใส่ชุดชั้นในที่ไม่ระบายอากาศ

ชุดชั้นในที่รัดแน่นหรือทำจากวัสดุสังเคราะห์ทำให้บริเวณอวัยวะเพศอับชื้น เป็นสภาพแวดล้อมที่แบคทีเรียเจริญเติบโตได้ดี ควรเลือกชุดชั้นในผ้าฝ้ายที่ระบายอากาศได้

🧴 ใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดจุดซ่อนเร้นที่มีสารเคมีรุนแรง

สบู่ที่มีน้ำหอม สารเคมี หรือผลิตภัณฑ์สวนล้างช่องคลอด (douching) ทำลายสมดุลแบคทีเรียดีในช่องคลอด ทำให้เชื้อก่อโรคเติบโตง่ายขึ้น

💡 อยากรู้วิธีป้องกันแบบละเอียด? อ่านต่อที่ วิธีป้องกันกระเพาะปัสสาวะอักเสบ เพื่อดูเคล็ดลับที่ทำได้จริงในชีวิตประจำวัน

ปัจจัยเสี่ยงตามช่วงวัยและสภาวะร่างกาย

วัยเจริญพันธุ์ (18-45 ปี)

  • การมีเพศสัมพันธ์ เป็นปัจจัยเสี่ยงอันดับต้นๆ ในวัยนี้ จนมีคำเรียกว่า "honeymoon cystitis"
  • การใช้ สารฆ่าอสุจิ (spermicide) และ ห่วงคุมกำเนิดแบบไดอะแฟรม เพิ่มความเสี่ยง เพราะเปลี่ยนแปลงสมดุลแบคทีเรียในช่องคลอด
  • การตั้งครรภ์ ทำให้มดลูกที่ขยายตัวกดทับกระเพาะปัสสาวะ ปัสสาวะค้างง่ายขึ้น

วัยหมดประจำเดือน (>45 ปี)

  • ระดับ เอสโตรเจนลดลง ทำให้เยื่อบุช่องคลอดและท่อปัสสาวะบางลง
  • Lactobacillus ในช่องคลอดลดลง สูญเสียกลไกป้องกันตามธรรมชาติ
  • ผู้หญิงอายุ 65 ปีขึ้นไป มีอัตราการเกิดกระเพาะปัสสาวะอักเสบสูงถึง ~20%

ผู้ที่มีโรคประจำตัว

  • เบาหวาน — น้ำตาลในปัสสาวะเป็นอาหารของแบคทีเรีย + ภูมิคุ้มกันทำงานได้ไม่เต็มที่
  • ภูมิคุ้มกันบกพร่อง — ร่างกายต่อสู้กับเชื้อโรคได้น้อยลง
  • นิ่วในทางเดินปัสสาวะ — ขัดขวางการไหลของปัสสาวะ ทำให้ปัสสาวะค้าง
  • ต่อมลูกหมากโต (ในผู้ชาย) — กดทับท่อปัสสาวะ ปัสสาวะไม่หมด

📖 ผู้หญิงกับผู้ชายเป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบต่างกันยังไง? อ่านเปรียบเทียบแบบละเอียดได้ที่ กระเพาะปัสสาวะอักเสบ ผู้หญิง vs ผู้ชาย

สถิติที่น่าสนใจเกี่ยวกับสาเหตุกระเพาะปัสสาวะอักเสบ

  • 🔬 75-90% ของกระเพาะปัสสาวะอักเสบแบบไม่ซับซ้อนเกิดจากเชื้อ E. coli
  • 👩 ผู้หญิง 50-60% จะเป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบอย่างน้อย 1 ครั้งในชีวิต
  • 🔄 ผู้หญิงที่เคยเป็น 27% จะกลับมาเป็นซ้ำภายใน 6 เดือน
  • 💑 การมีเพศสัมพันธ์เพิ่มความเสี่ยง 3-4 เท่า ในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์
  • 🌍 ทั่วโลกมีผู้ป่วยติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ 404.61 ล้านราย ในปี 2019
  • 👵 ผู้หญิงอายุ 65+ มีอัตราการเกิดกระเพาะปัสสาวะอักเสบ ~20%

ประสบการณ์จริง (Experience)

หลายคนที่เคยเป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบมักพบว่าสาเหตุมาจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวันที่มองข้ามไป เช่น ดื่มน้ำน้อยเพราะไม่อยากเข้าห้องน้ำบ่อยในที่ทำงาน กลั้นปัสสาวะระหว่างประชุม หรือไม่ได้ปัสสาวะหลังมีเพศสัมพันธ์ การเปลี่ยนพฤติกรรมเล็กๆ เหล่านี้สามารถลดโอกาสการติดเชื้อได้อย่างมาก

💡 เป็นแล้วต้องกินยาอะไร? อ่านต่อที่ ยาปฏิชีวนะรักษากระเพาะปัสสาวะอักเสบ เพื่อรู้จักยาที่ใช้รักษาและข้อควรระวัง

คำถามที่พบบ่อย

สาเหตุหลักคือการติดเชื้อแบคทีเรีย โดยเฉพาะ E. coli ที่มาจากลำไส้ นอกจากนี้ยังมีสาเหตุอื่นที่พบน้อยกว่า เช่น การระคายเคืองจากสารเคมี การฉายรังสี หรือผลข้างเคียงจากยาบางชนิด

จริง การกลั้นปัสสาวะทำให้ปัสสาวะค้างอยู่ในกระเพาะปัสสาวะนาน กลายเป็นแหล่งเพาะเชื้อแบคทีเรีย ควรปัสสาวะทุก 3-4 ชั่วโมง และไม่ควรกลั้นเมื่อรู้สึกปวด

ได้จริง การมีเพศสัมพันธ์สามารถดันแบคทีเรียเข้าสู่ท่อปัสสาวะ เพิ่มความเสี่ยง 3-4 เท่า แนะนำให้ปัสสาวะหลังมีเพศสัมพันธ์ทุกครั้งเพื่อชะล้างแบคทีเรียออก

ได้ แต่พบน้อยกว่าผู้หญิงมาก เนื่องจากท่อปัสสาวะผู้ชายยาวกว่าและมีต่อมลูกหมากช่วยป้องกัน ผู้ชายที่เป็นมักมีปัจจัยเสี่ยงร่วม เช่น ต่อมลูกหมากโต หรือใส่สายสวนปัสสาวะ

จริง ผู้ป่วยเบาหวานมีความเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไป เพราะน้ำตาลในปัสสาวะเป็นอาหารของแบคทีเรีย และภูมิคุ้มกันทำงานได้ไม่เต็มที่

เพราะระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลง ทำให้เยื่อบุช่องคลอดและท่อปัสสาวะบางลง แบคทีเรียดี (Lactobacillus) ลดลง สูญเสียกลไกป้องกันตามธรรมชาติ

จริง สารฆ่าอสุจิ (spermicide) ทำลายแบคทีเรียดีในช่องคลอด ทำให้เชื้อก่อโรคเติบโตง่ายขึ้น หากเป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบบ่อย อาจพิจารณาเปลี่ยนวิธีคุมกำเนิด

จริง การดื่มน้ำน้อยทำให้ปัสสาวะเข้มข้นและปัสสาวะน้อยครั้ง แบคทีเรียจึงไม่ถูกชะล้างออกจากทางเดินปัสสาวะบ่อยเท่าที่ควร แนะนำดื่มน้ำอย่างน้อย 6-8 แก้วต่อวันเพื่อลดความเสี่ยง

⚠️ ข้อจำกัดความรับผิดชอบ

เนื้อหาในบทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาทดแทนคำแนะนำ การวินิจฉัย หรือการรักษาจากแพทย์หรือเภสัชกรผู้เชี่ยวชาญ หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการหรือการใช้ยา ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ส่งไว ภายใน 24 ชม.

สั่งวันนี้ จัดส่งเร็ว ไม่ต้องรอนาน สินค้าพร้อมส่งจากในประเทศ

สินค้าเป็นของแท้

คัดเฉพาะสินค้าของแท้ มีมาตรฐาน มั่นใจได้ในคุณภาพทุกชิ้น

ไม่ระบุสินค้ากับผู้ส่ง

แพ็กแนบเนียน ไม่มีระบุชื่อสินค้า เคารพความเป็นส่วนตัวของลูกค้า

ส่งทั่วโลก

ส่งทั่วโลกผ่าน Thailand Post บรรจุมิดชิด

สินค้าที่พึ่งดูมา