วิธีป้องกันกระเพาะปัสสาวะอักเสบ ไม่ให้เป็นซ้ำ

วิธีป้องกันกระเพาะปัสสาวะอักเสบ ไม่ให้เป็นซ้ำ

วิธีป้องกันกระเพาะปัสสาวะอักเสบที่ได้ผล:

  • ดื่มน้ำอย่างน้อย 1.5-2 ลิตร/วัน
  • ปัสสาวะทันทีหลังมีเพศสัมพันธ์
  • เช็ดจากหน้าไปหลังหลังเข้าห้องน้ำ
  • หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดจุดซ่อนเร้นที่มีน้ำหอม
  • พิจารณา Cranberry, D-mannose หรือ Probiotics เสริม
  • สวมชุดชั้นในผ้าฝ้ายและไม่ใส่กางเกงรัดรูป
  • ปรึกษาแพทย์เรื่องยาปฏิชีวนะป้องกันหากเป็นซ้ำ ≥3 ครั้ง/ปี
ทีมเนื้อหา Intimo Life

ตรวจสอบทางการแพทย์โดย

ทีมเนื้อหา Intimo Life | แหล่งข้อมูล: NHS, Mayo Clinic, WHO, PubMed

อัปเดตล่าสุด: 2026-02-10

ทำไมต้องป้องกัน? ความเสี่ยงของการเป็นซ้ำ

กระเพาะปัสสาวะอักเสบเป็นโรคที่ กลับมาเป็นซ้ำได้บ่อยมาก โดยเฉพาะในผู้หญิง ข้อมูลจากงานวิจัยพบว่า:

  • ผู้หญิงที่เคยเป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบ 27% จะกลับมาเป็นซ้ำภายใน 6 เดือน และ 44-70% จะเป็นซ้ำภายใน 1 ปีAmerican Family Physician
  • ผู้หญิงประมาณ 20-30% ที่เคยเป็น UTI จะมีอาการเป็นซ้ำMayo Clinic
  • ทั่วโลกมีผู้ป่วย UTI มากกว่า 404 ล้านรายในปี 2019The Lancet

การรักษาด้วยยาปฏิชีวนะทุกครั้งที่เป็นซ้ำ นอกจากจะสร้างภาระค่าใช้จ่ายแล้ว ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อ เชื้อดื้อยา อีกด้วย ดังนั้นการป้องกันจึงสำคัญกว่าการรักษา

📖 อยากรู้ว่าอาการแบบไหนคือกระเพาะปัสสาวะอักเสบ? บทความ กระเพาะปัสสาวะอักเสบ อาการแบบไหนที่ต้องรีบไปหาหมอ อธิบายอาการทุกระดับตั้งแต่เบาจนถึงรุนแรง พร้อมสัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม

10 วิธีป้องกันกระเพาะปัสสาวะอักเสบในชีวิตประจำวัน

1. ดื่มน้ำให้เพียงพอ

น้ำช่วย "ชะล้าง" แบคทีเรียออกจากทางเดินปัสสาวะ งานวิจัยจาก JAMA Internal Medicine พบว่าผู้หญิงที่ดื่มน้ำเพิ่มขึ้น 1.5 ลิตร/วัน มีอัตราการเป็น UTI ซ้ำ ลดลง 48%

เป้าหมาย: ดื่มน้ำอย่างน้อย 1.5-2 ลิตร/วัน (ประมาณ 6-8 แก้ว) สังเกตสีปัสสาวะ — ถ้าเป็นสีเหลืองอ่อนใสแสดงว่าดื่มน้ำเพียงพอ

2. อย่ากลั้นปัสสาวะ

การกลั้นปัสสาวะนานทำให้แบคทีเรียมีเวลาเพาะตัวในกระเพาะปัสสาวะ ควรปัสสาวะทุก 3-4 ชั่วโมง และไม่ควรกลั้นเมื่อรู้สึกปวด

3. ปัสสาวะหลังมีเพศสัมพันธ์

นี่คือวิธีป้องกันที่ สำคัญที่สุดข้อหนึ่ง สำหรับผู้หญิง การปัสสาวะภายใน 15-30 นาที หลังมีเพศสัมพันธ์ช่วยชะล้างแบคทีเรียที่อาจเข้าสู่ท่อปัสสาวะระหว่างกิจกรรม — แนะนำโดย NHS

4. เช็ดจากหน้าไปหลัง

หลังเข้าห้องน้ำ ให้เช็ดจาก ด้านหน้าไปด้านหลัง เสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้แบคทีเรียจากทวารหนัก (โดยเฉพาะ E. coli) แพร่มาที่ท่อปัสสาวะ

5. หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่ระคายเคือง

ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดจุดซ่อนเร้นที่มี น้ำหอม สบู่ที่มีฤทธิ์เป็นด่างแรง สเปรย์ระงับกลิ่น หรือ ผลิตภัณฑ์สวนล้างช่องคลอด (douche) สามารถทำลายสมดุลแบคทีเรียดีในบริเวณอวัยวะเพศ ทำให้เชื้อก่อโรคเติบโตง่ายขึ้น — Mayo Clinic

6. สวมชุดชั้นในผ้าฝ้าย

ผ้าฝ้ายระบายอากาศได้ดี ช่วยลดความชื้นบริเวณอวัยวะเพศ หลีกเลี่ยง กางเกงรัดรูป และ ชุดชั้นในผ้าใยสังเคราะห์ ที่กักเก็บความชื้น

7. เปลี่ยนวิธีคุมกำเนิด (ถ้าจำเป็น)

การใช้ ยาฆ่าเชื้ออสุจิ (spermicide) และ ฝาครอบปากมดลูก (diaphragm) เพิ่มความเสี่ยงต่อ UTI หากเป็นซ้ำบ่อย ควรปรึกษาแพทย์เพื่อเปลี่ยนวิธีคุมกำเนิด — NHS

8. อาบน้ำฝักบัวแทนแช่อ่าง

การแช่อ่างอาบน้ำนานอาจทำให้แบคทีเรียเข้าสู่ท่อปัสสาวะได้ง่ายขึ้น หากเป็นซ้ำบ่อย ควรเปลี่ยนมาอาบน้ำฝักบัวแทน

9. ดูแลเรื่องท้องผูก

ท้องผูกทำให้กระเพาะปัสสาวะถูกกดทับ ปัสสาวะไม่หมด เพิ่มโอกาสให้แบคทีเรียเจริญเติบโต ควรกินอาหารที่มีไฟเบอร์สูงและดื่มน้ำเพียงพอ

10. ระวังเรื่องเอสโตรเจนในวัยหมดประจำเดือน

ผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนมีระดับเอสโตรเจนลดลง ทำให้เนื้อเยื่อในช่องคลอดและท่อปัสสาวะบางลง เพิ่มความเสี่ยงต่อ UTI การใช้ เอสโตรเจนเฉพาะที่ (vaginal estrogen) ตามคำแนะนำของแพทย์สามารถช่วยลดการเป็นซ้ำได้ — American Urological Association

💡 ผู้หญิงเป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบบ่อยกว่าผู้ชายจริงไหม? บทความ กระเพาะปัสสาวะอักเสบในผู้หญิง สิ่งที่ต้องรู้ อธิบายเหตุผลทางกายวิภาคและปัจจัยเสี่ยงเฉพาะของผู้หญิงแต่ละช่วงวัย

Cranberry ช่วยป้องกันได้จริงไหม?

Cranberry เป็นหนึ่งในตัวช่วยป้องกัน UTI ที่ถูกพูดถึงมากที่สุด และมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์สนับสนุนมากขึ้นเรื่อยๆ

กลไกการทำงาน

Cranberry มีสาร Proanthocyanidins (PACs) ที่ช่วย ป้องกันไม่ให้แบคทีเรีย E. coli เกาะติดผนังกระเพาะปัสสาวะ ทำให้แบคทีเรียถูกชะล้างออกไปพร้อมปัสสาวะได้ง่ายขึ้น

หลักฐานทางวิทยาศาสตร์

  • Cochrane Review 2023 วิเคราะห์ข้อมูลจาก 50 การศึกษา (8,857 คน) พบว่า Cranberry ลดความเสี่ยงการเป็น UTI ซ้ำได้ประมาณ 27% เมื่อเทียบกับยาหลอก — Cochrane Library
  • ได้ผลดีที่สุดในกลุ่ม ผู้หญิงที่เป็น UTI ซ้ำบ่อย และ เด็ก

รูปแบบที่แนะนำ

  • น้ำ Cranberry แท้ 100% (ไม่ใช่น้ำผลไม้ผสมที่มีน้ำตาลสูง)
  • แคปซูล/เม็ด Cranberry extract — สะดวกกว่าและควบคุมปริมาณ PACs ได้ดีกว่า
  • ปริมาณ PACs ที่แนะนำ: อย่างน้อย 36 mg/วัน

ข้อควรระวัง

  • Cranberry ไม่ใช่ยารักษา — ใช้เพื่อ "ป้องกัน" เท่านั้น ถ้ามีอาการแล้วต้องพบแพทย์
  • ผู้ที่ทานยา Warfarin ควรปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะ Cranberry อาจเพิ่มฤทธิ์ยา
  • น้ำ Cranberry บางยี่ห้อมีน้ำตาลสูง ควรเลือกแบบไม่เติมน้ำตาล

D-mannose และ Probiotics — ตัวช่วยที่น่าจับตา

D-mannose

D-mannose เป็นน้ำตาลธรรมชาติที่พบในผลไม้บางชนิด (เช่น Cranberry, แอปเปิล, พีช) ทำงานคล้าย Cranberry คือ จับกับแบคทีเรีย E. coli ไม่ให้เกาะผนังกระเพาะปัสสาวะ

  • งานวิจัยจาก World Journal of Urology พบว่า D-mannose 2 กรัม/วัน ลดอัตราการเป็น UTI ซ้ำได้ใกล้เคียงกับยาปฏิชีวนะ Nitrofurantoin
  • ข้อดี: ผลข้างเคียงน้อยมาก ไม่ทำให้เกิดเชื้อดื้อยา
  • ข้อจำกัด: ยังต้องการงานวิจัยขนาดใหญ่เพิ่มเติม และ ได้ผลเฉพาะ UTI ที่เกิดจาก E. coli เท่านั้น

Probiotics

Probiotics โดยเฉพาะสายพันธุ์ Lactobacillus ช่วยรักษาสมดุลแบคทีเรียดีในช่องคลอดและทางเดินปัสสาวะ

  • สายพันธุ์ที่มีหลักฐานมากที่สุด: Lactobacillus rhamnosus GR-1 และ Lactobacillus reuteri RC-14
  • งานวิจัยจาก FEMS Immunology & Medical Microbiology พบว่า Probiotics ช่วยลดการเป็น UTI ซ้ำในผู้หญิง
  • สามารถใช้ร่วมกับ Cranberry หรือ D-mannose ได้

📖 อาหารอะไรช่วยได้ อะไรควรเลี่ยง? บทความ กระเพาะปัสสาวะอักเสบ กินอะไรดี อาหารที่ช่วยและควรเลี่ยง รวมรายการอาหารและเครื่องดื่มที่ช่วยลดความเสี่ยง รวมถึงสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงระหว่างรักษา

วิธีป้องกันสำหรับคนที่เป็นซ้ำบ่อย (Recurrent UTI)

สำหรับคนที่เป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบ ≥2 ครั้งใน 6 เดือน หรือ ≥3 ครั้งใน 1 ปี ถือว่าเป็น Recurrent UTI ซึ่งต้องการแนวทางป้องกันที่เข้มข้นกว่าปกติ

แนวทางป้องกันแบบขั้นบันได

ขั้นที่ 1 — ปรับพฤติกรรม (ทำทุกคน)

  • ดื่มน้ำเพิ่ม 1.5 ลิตร/วัน
  • ปัสสาวะหลังมีเพศสัมพันธ์
  • เช็ดจากหน้าไปหลัง
  • หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ระคายเคือง

ขั้นที่ 2 — เสริมด้วยอาหารเสริม

  • Cranberry extract (PACs ≥36 mg/วัน)
  • D-mannose 2 กรัม/วัน
  • Probiotics สายพันธุ์ Lactobacillus

ขั้นที่ 3 — ปรึกษาแพทย์เรื่องยาป้องกัน

  • ยาปฏิชีวนะขนาดต่ำ (low-dose prophylaxis)
  • Vaginal estrogen สำหรับวัยหมดประจำเดือน
  • Methenamine hippurate เป็นทางเลือกที่ไม่ใช่ยาปฏิชีวนะ

💡 เป็นซ้ำบ่อยแล้วรักษาอย่างไร? บทความ กระเพาะปัสสาวะอักเสบ เป็นซ้ำบ่อย (Recurrent UTI) รักษาอย่างไร อธิบายแนวทางรักษาระยะยาว ยาป้องกัน low-dose prophylaxis และเมื่อไรที่ควรพบแพทย์เฉพาะทาง

ยาปฏิชีวนะป้องกัน (Antibiotic Prophylaxis) ใช้เมื่อไร?

ยาปฏิชีวนะป้องกันเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่เป็น Recurrent UTI และวิธีอื่นไม่ได้ผล โดยแพทย์อาจสั่งยาในรูปแบบ:

รูปแบบการใช้ยาป้องกัน

  1. Continuous prophylaxis — ทานยาปฏิชีวนะขนาดต่ำทุกวัน นาน 3-6 เดือน
  2. Post-coital prophylaxis — ทานยา 1 โดสหลังมีเพศสัมพันธ์ (สำหรับคนที่ UTI สัมพันธ์กับเพศสัมพันธ์)
  3. Self-start therapy — แพทย์จ่ายยาให้เตรียมไว้ เริ่มทานเองเมื่อเริ่มมีอาการ

ข้อควรรู้

  • ต้อง สั่งโดยแพทย์เท่านั้น ห้ามซื้อทานเอง
  • มีความเสี่ยงต่อ เชื้อดื้อยา และ ผลข้างเคียงจากยา (เช่น ท้องเสีย เชื้อราในช่องคลอด)
  • แพทย์จะพิจารณาเป็นรายบุคคลตามประวัติและความถี่ของการเป็นซ้ำ

ยาปฏิชีวนะที่ใช้บ่อยในการป้องกัน ได้แก่ Nitrofurantoin, Trimethoprim-sulfamethoxazole และ Fosfomycin — European Association of Urology

หากแพทย์วินิจฉัยว่าจำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะรักษา สามารถสั่งซื้อยาปฏิชีวนะที่เกี่ยวข้องได้ที่ Intimo Life เช่น B-Ciprofloxacin, Cifloxin, Cobay-500, Augmentin และ AMK โดยสามารถสมัครสมาชิกและปรึกษาเภสัชกรก่อนสั่งซื้อได้

สถิติและข้อมูลสำคัญเรื่องการป้องกัน

ประสบการณ์จริง — เปลี่ยนพฤติกรรมแล้วดีขึ้น

"เคยเป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบปีละ 3-4 ครั้ง ทุกครั้งต้องไปหาหมอ ได้ยาปฏิชีวนะมาทาน พอหายก็กลับมาเป็นอีก จนเริ่มกังวลเรื่องดื้อยา"

"หลังจากเริ่มดื่มน้ำวันละ 2 ลิตรจริงจัง ปัสสาวะหลังมีเพศสัมพันธ์ทุกครั้ง เปลี่ยนมาใช้สบู่อ่อนโยน และทาน Cranberry extract เสริม ผ่านมา 1 ปีกว่าแล้วไม่เป็นซ้ำเลย ไม่คิดว่าแค่เปลี่ยนพฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ จะช่วยได้ขนาดนี้"

"สิ่งสำคัญคือต้องทำ สม่ำเสมอ ไม่ใช่ทำแค่ตอนเป็นแล้วหยุด พอหายก็กลับไปนิสัยเดิม การป้องกันต้องเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน"

คำถามที่พบบ่อย

งานวิจัยพบว่าการดื่มน้ำเพิ่มขึ้น 1.5 ลิตร/วัน (รวมแล้วประมาณ 2-2.5 ลิตร/วัน) ช่วยลดการเป็นซ้ำได้ถึง 48% สังเกตสีปัสสาวะเป็นตัวชี้วัด — ถ้าเป็นสีเหลืองอ่อนใสแสดงว่าดื่มเพียงพอ

แคปซูลหรือเม็ด Cranberry extract มักเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด เพราะควบคุมปริมาณ PACs ได้แม่นยำ (ควรได้ ≥36 mg/วัน) น้ำ Cranberry แท้ 100% ก็ใช้ได้ แต่ต้องระวังน้ำตาล ส่วนผลสดหาได้ยากในประเทศไทย

D-mannose เป็นน้ำตาลธรรมชาติที่มีผลข้างเคียงน้อยมาก (อาจมีท้องอืดเล็กน้อย) งานวิจัยใช้ขนาด 2 กรัม/วัน ติดต่อกัน 6 เดือนโดยไม่พบปัญหาร้ายแรง อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยเบาหวานควรปรึกษาแพทย์ก่อน

แนะนำให้ปัสสาวะภายใน 15-30 นาทีหลังมีเพศสัมพันธ์ ไม่จำเป็นต้องรีบมากจนเสียอารมณ์ แต่ไม่ควรรอนานเกินไป

ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ ไม่มีน้ำหอม ไม่มีสี pH เป็นกรดอ่อน (pH 3.5-4.5) หรือใช้น้ำเปล่าล้างก็เพียงพอ หลีกเลี่ยงการสวนล้างช่องคลอด (douching) เด็ดขาด

โดยทั่วไปแพทย์จะสั่งยาปฏิชีวนะขนาดต่ำนาน 3-6 เดือน จากนั้นจะประเมินผลว่าควรหยุดหรือทานต่อ ระหว่างทานยาควรปรับพฤติกรรมร่วมด้วยเพื่อให้ได้ผลดีที่สุด

สายพันธุ์ที่มีหลักฐานมากที่สุดคือ Lactobacillus rhamnosus GR-1 และ Lactobacillus reuteri RC-14 ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ระบุสายพันธุ์ชัดเจนและมีจำนวนจุลินทรีย์เพียงพอ

เมื่อระดับเอสโตรเจนลดลง เนื้อเยื่อในช่องคลอดและท่อปัสสาวะจะบางลงและแห้ง ทำให้แบคทีเรียเข้าสู่ทางเดินปัสสาวะได้ง่ายขึ้น การใช้เอสโตรเจนเฉพาะที่ตามคำแนะนำของแพทย์สามารถช่วยลดปัญหานี้ได้

⚠️ ข้อจำกัดความรับผิดชอบ

เนื้อหาในบทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาทดแทนคำแนะนำ การวินิจฉัย หรือการรักษาจากแพทย์หรือเภสัชกรผู้เชี่ยวชาญ หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการหรือการใช้ยา ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ส่งไว ภายใน 24 ชม.

สั่งวันนี้ จัดส่งเร็ว ไม่ต้องรอนาน สินค้าพร้อมส่งจากในประเทศ

สินค้าเป็นของแท้

คัดเฉพาะสินค้าของแท้ มีมาตรฐาน มั่นใจได้ในคุณภาพทุกชิ้น

ไม่ระบุสินค้ากับผู้ส่ง

แพ็กแนบเนียน ไม่มีระบุชื่อสินค้า เคารพความเป็นส่วนตัวของลูกค้า

ราคาคุ้มค่า เข้าถึงได้

ราคาสมเหตุสมผล คุ้มค่าเมื่อเทียบกับคุณภาพ เลือกได้สบายใจ

สินค้าที่พึ่งดูมา