รักษากระเพาะปัสสาวะอักเสบ ยาปฏิชีวนะตัวไหนได้ผล?

รักษากระเพาะปัสสาวะอักเสบ ยาปฏิชีวนะตัวไหนได้ผล?

กระเพาะปัสสาวะอักเสบ ส่วนใหญ่รักษาด้วยยาปฏิชีวนะ โดยยาที่ใช้ขึ้นอยู่กับชนิดของเชื้อและความรุนแรง:

  • ยา first-line ได้แก่ Nitrofurantoin, TMP-SMX, Fosfomycin
  • ยา second-line ได้แก่ Fluoroquinolones เช่น Ciprofloxacin
  • ยากลุ่ม Penicillin เช่น Amoxicillin + Clavulanic acid ใช้เป็นทางเลือก
  • ระยะเวลาการรักษาโดยทั่วไป 3-7 วัน
  • ห้ามหยุดยาเองแม้อาการจะดีขึ้น เพราะเสี่ยงต่อเชื้อดื้อยา
ทีมเนื้อหา Intimo Life

ตรวจสอบทางการแพทย์โดย

ทีมเนื้อหา Intimo Life | แหล่งข้อมูล: NHS, Mayo Clinic, WHO, PubMed

อัปเดตล่าสุด: 2026-02-10

หลักการรักษากระเพาะปัสสาวะอักเสบด้วยยาปฏิชีวนะ

กระเพาะปัสสาวะอักเสบ (Cystitis) ส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย การรักษาหลักจึงเป็น ยาปฏิชีวนะ (Antibiotics) โดยแพทย์จะเลือกยาตามหลักเกณฑ์ดังนี้:

  • ชนิดของเชื้อ — ส่วนใหญ่เกิดจาก E. coli ซึ่งตอบสนองต่อยาหลายกลุ่ม
  • ความรุนแรงของอาการ — อาการไม่ซับซ้อน (uncomplicated) vs. ซับซ้อน (complicated)
  • ประวัติการใช้ยา — หากเคยใช้ยาตัวใดภายใน 3 เดือนที่ผ่านมา ควรเปลี่ยนไปใช้ตัวอื่น
  • อัตราการดื้อยาในพื้นที่ — แต่ละพื้นที่มีอัตราการดื้อยาต่างกัน
  • โรคประจำตัวและการแพ้ยา — ต้องพิจารณาร่วมด้วยเสมอ

ตามแนวทางของ Infectious Diseases Society of America (IDSA) ยาปฏิชีวนะแบ่งเป็น 3 ระดับ ได้แก่ first-line, second-line และทางเลือก

📖 ยังไม่แน่ใจว่าเป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบหรือเปล่า? ลองเช็คอาการก่อนที่ กระเพาะปัสสาวะอักเสบ อาการเป็นยังไง? เพื่อประเมินตัวเองเบื้องต้น

ยาปฏิชีวนะ first-line (ยาตัวเลือกแรก)

ยา first-line คือยาที่แนวทางเวชปฏิบัติแนะนำให้ใช้เป็นอันดับแรก เนื่องจากมีประสิทธิภาพสูง ผลข้างเคียงน้อย และอัตราการดื้อยาต่ำ

Nitrofurantoin

  • กลุ่มยา: Nitrofuran
  • วิธีรับประทาน: 100 mg วันละ 2 ครั้ง นาน 5 วัน
  • ข้อดี: อัตราการดื้อยาต่ำมาก เหมาะกับการติดเชื้อในกระเพาะปัสสาวะโดยเฉพาะ
  • ข้อจำกัด: ไม่เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาไต (creatinine clearance < 60 mL/min) และไม่ครอบคลุมการติดเชื้อที่ไต

Trimethoprim-Sulfamethoxazole (TMP-SMX)

  • กลุ่มยา: Sulfonamide + Dihydrofolate reductase inhibitor
  • วิธีรับประทาน: 160/800 mg วันละ 2 ครั้ง นาน 3 วัน
  • ข้อดี: ราคาไม่แพง ออกฤทธิ์เร็ว ระยะเวลาการรักษาสั้น
  • ข้อจำกัด: ใช้ได้เฉพาะในพื้นที่ที่อัตราการดื้อยาของ E. coli ไม่เกิน 20%

Fosfomycin

  • กลุ่มยา: Phosphonic acid derivative
  • วิธีรับประทาน: 3 g ครั้งเดียว (single dose)
  • ข้อดี: สะดวก กินครั้งเดียวจบ อัตราการดื้อยาต่ำ
  • ข้อจำกัด: ประสิทธิภาพอาจต่ำกว่ายาตัวอื่นเล็กน้อย ไม่ค่อยมีจำหน่ายในบางประเทศ

ยาปฏิชีวนะ second-line: กลุ่ม Fluoroquinolones

กลุ่ม Fluoroquinolones เป็นยาปฏิชีวนะที่ออกฤทธิ์กว้าง มีประสิทธิภาพสูงในการรักษากระเพาะปัสสาวะอักเสบ แต่ถูกจัดเป็น second-line เนื่องจากมีความกังวลเรื่องผลข้างเคียงและการดื้อยาที่เพิ่มขึ้น

Ciprofloxacin

  • กลุ่มยา: Fluoroquinolone
  • วิธีรับประทาน: 250-500 mg วันละ 2 ครั้ง นาน 3 วัน (สำหรับ uncomplicated cystitis)
  • ข้อดี: ออกฤทธิ์กว้าง ครอบคลุมเชื้อหลายชนิด เริ่มเห็นผลภายใน 1-2 วัน
  • ข้อจำกัด: มีความเสี่ยงต่อผลข้างเคียงที่รุนแรง เช่น เอ็นอักเสบ/เอ็นฉีก ปลายประสาทอักเสบ ไม่แนะนำในผู้สูงอายุหรือผู้ที่ใช้ยาสเตียรอยด์ร่วม

เมื่อไหร่ที่แพทย์จะเลือกใช้ Fluoroquinolones?

  • แพ้ยา first-line ทุกตัว
  • เชื้อดื้อต่อยา first-line (ยืนยันจากผลเพาะเชื้อ)
  • การติดเชื้อที่ซับซ้อน (complicated UTI) หรือลุกลามไปที่ไต
  • ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวที่ต้องการยาที่ออกฤทธิ์กว้าง

💡 กระเพาะปัสสาวะอักเสบเป็นซ้ำบ่อยๆ ทำยังไงดี? หากเป็นซ้ำมากกว่า 2-3 ครั้งต่อปี อาจต้องปรับแนวทางการรักษา อ่านเพิ่มเติมที่ กระเพาะปัสสาวะอักเสบเป็นซ้ำ สาเหตุและวิธีรับมือ

ยาปฏิชีวนะทางเลือก: กลุ่ม Penicillin

ยากลุ่ม Penicillin ไม่ใช่ตัวเลือกแรกสำหรับกระเพาะปัสสาวะอักเสบ แต่สามารถใช้ได้เมื่อยาตัวอื่นไม่เหมาะสม

Amoxicillin + Clavulanic acid

  • กลุ่มยา: Penicillin + Beta-lactamase inhibitor
  • วิธีรับประทาน: 500/125 mg วันละ 2 ครั้ง นาน 5-7 วัน
  • ข้อดี: Clavulanic acid ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อที่ดื้อต่อ Amoxicillin ตัวเดียว ปลอดภัยในหญิงตั้งครรภ์
  • ข้อจำกัด: อัตราการดื้อยาของ E. coli ค่อนข้างสูง ระยะเวลาการรักษานานกว่ายา first-line อาจทำให้ท้องเสียได้

Amoxicillin (ตัวเดียว)

ไม่แนะนำให้ใช้ Amoxicillin ตัวเดียวในการรักษากระเพาะปัสสาวะอักเสบ เนื่องจากอัตราการดื้อยาสูง ยกเว้นกรณีที่ผลเพาะเชื้อยืนยันว่าเชื้อไวต่อยา

ยาปฏิชีวนะ ระดับ ระยะเวลา ข้อดี ข้อจำกัด
Nitrofurantoin First-line 5 วัน ดื้อยาต่ำ เหมาะกับ UTI โดยเฉพาะ ไม่ใช้ในผู้ป่วยไต ไม่ครอบคลุมไต
TMP-SMX First-line 3 วัน ราคาถูก ออกฤทธิ์เร็ว ใช้ได้เฉพาะพื้นที่ดื้อยา <20%
Fosfomycin First-line ครั้งเดียว สะดวก กินครั้งเดียวจบ ประสิทธิภาพอาจต่ำกว่าตัวอื่น
Ciprofloxacin Second-line 3 วัน ออกฤทธิ์กว้าง เห็นผลเร็ว ผลข้างเคียงรุนแรง ดื้อยาเพิ่มขึ้น
Amoxicillin + Clavulanic acid ทางเลือก 5-7 วัน ปลอดภัยในหญิงตั้งครรภ์ ดื้อยาค่อนข้างสูง รักษานานกว่า

กินยาปฏิชีวนะนานแค่ไหน?

ระยะเวลาการรักษาขึ้นอยู่กับชนิดของยาและความรุนแรงของอาการ

สถานการณ์ ระยะเวลาการรักษา หมายเหตุ
Uncomplicated cystitis (ไม่ซับซ้อน) 3-5 วัน ยา first-line ส่วนใหญ่
Complicated cystitis (ซับซ้อน) 7-14 วัน มีโรคประจำตัวร่วม
หญิงตั้งครรภ์ 7 วัน ต้องระวังการเลือกยา
กรวยไตอักเสบ (Pyelonephritis) 7-14 วัน อาจต้องฉีดยาในรายที่รุนแรง

สิ่งสำคัญ: แม้อาการจะดีขึ้นภายใน 1-2 วันหลังเริ่มยา แต่ ต้องกินยาให้ครบตามที่แพทย์สั่ง การหยุดยาก่อนกำหนดเป็นสาเหตุหลักของเชื้อดื้อยาและการกลับมาเป็นซ้ำ

ข้อควรระวังในการใช้ยาปฏิชีวนะ

❌ สิ่งที่ไม่ควรทำ

  • ซื้อยาปฏิชีวนะกินเอง โดยไม่ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร — อาจเลือกยาผิดชนิดหรือผิดขนาด
  • หยุดยาเมื่ออาการดีขึ้น — เชื้อที่เหลืออาจกลายเป็นเชื้อดื้อยา
  • ใช้ยาเหลือจากครั้งก่อน — ยาอาจหมดอายุหรือไม่ตรงกับเชื้อที่เป็นอยู่
  • ดื่มนมหรือกินยาลดกรดพร้อมกับ Fluoroquinolones — ลดการดูดซึมยา

✅ สิ่งที่ควรทำ

  • ดื่มน้ำมากๆ ระหว่างกินยา เพื่อช่วยชะล้างแบคทีเรีย
  • กินยาตรงเวลา ทุก 12 ชั่วโมง (สำหรับยาที่กินวันละ 2 ครั้ง)
  • สังเกตอาการผลข้างเคียง เช่น ผื่น ท้องเสีย คลื่นไส้ — หากรุนแรงควรปรึกษาแพทย์ทันที
  • แจ้งแพทย์เรื่องยาอื่นที่กินอยู่ เพื่อป้องกันปฏิกิริยาระหว่างยา

ซื้อยาปฏิชีวนะรักษากระเพาะปัสสาวะอักเสบได้ที่ Intimo Life

สำหรับผู้ที่ต้องการซื้อยาปฏิชีวนะสำหรับรักษากระเพาะปัสสาวะอักเสบ สามารถสั่งซื้อออนไลน์ได้ที่ Intimo Life พร้อมปรึกษาเภสัชกรก่อนสั่งซื้อ โดยสินค้าที่เกี่ยวข้อง ได้แก่:

สมัครสมาชิก Intimo Life เพื่อรับสิทธิพิเศษ และปรึกษาเภสัชกรได้ก่อนตัดสินใจสั่งซื้อ

สถิติที่น่าสนใจเกี่ยวกับยาปฏิชีวนะและกระเพาะปัสสาวะอักเสบ

  • 💊 Fluoroquinolones ถูกสั่งจ่ายมากที่สุด คิดเป็น ~51.6% ของการรักษากระเพาะปัสสาวะอักเสบในสถานพยาบาลปฐมภูมิ ทั้งที่เป็นยา second-line (PMC)
  • 🦠 E. coli เป็นสาเหตุ ~86% ของกระเพาะปัสสาวะอักเสบแบบไม่ซับซ้อน (AAFP)
  • ⏱️ อาการเริ่มดีขึ้นภายใน 36 ชั่วโมง หลังเริ่มยาปฏิชีวนะโดยเฉลี่ย (Mayo Clinic)
  • 📊 ระยะเวลาการสั่งยาที่ นานเกินกว่าแนวทางแนะนำ พบถึง 71-82% ของใบสั่งยา (PMC)
  • 🏥 กระเพาะปัสสาวะอักเสบทำให้เกิดการพบแพทย์มากกว่า 8 ล้านครั้งต่อปี ในสหรัฐอเมริกา (Drugs.com)
  • 💰 ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับ UTI เกิน 1.6 พันล้านดอลลาร์ต่อปี ในสหรัฐอเมริกา (AAFP)

ประสบการณ์จริง (Experience)

หลายคนที่เคยเป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบมักเล่าว่าอาการเริ่มดีขึ้นอย่างชัดเจนภายใน 1-2 วันหลังเริ่มกินยาปฏิชีวนะ โดยเฉพาะอาการแสบขัดที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด แต่สิ่งที่หลายคนทำผิดคือหยุดยาทันทีที่รู้สึกดีขึ้น ซึ่งทำให้กลับมาเป็นซ้ำอีกภายในไม่กี่สัปดาห์ การกินยาให้ครบตามที่แพทย์สั่งจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด


💡 อาการแบบไหนที่ต้องรีบไปพบแพทย์? หากไม่แน่ใจว่าอาการของตัวเองรุนแรงแค่ไหน อ่านเพิ่มเติมที่ กระเพาะปัสสาวะอักเสบ เมื่อไหร่ต้องพบแพทย์?

คำถามที่พบบ่อย

ยาที่แนวทางเวชปฏิบัติแนะนำเป็นตัวเลือกแรก ได้แก่ Nitrofurantoin, TMP-SMX และ Fosfomycin ส่วน Ciprofloxacin เป็นตัวเลือกที่สอง ทั้งนี้ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อเลือกยาที่เหมาะสมกับอาการ

สำหรับกระเพาะปัสสาวะอักเสบแบบไม่ซับซ้อน ระยะเวลาการรักษาอยู่ที่ 3-5 วัน ขึ้นอยู่กับชนิดของยา อาการมักเริ่มดีขึ้นภายใน 1-2 วัน แต่ต้องกินยาให้ครบตามที่สั่ง

ไม่แนะนำ เพราะยาปฏิชีวนะแต่ละตัวมีข้อบ่งใช้และข้อจำกัดต่างกัน การเลือกยาผิดชนิดอาจทำให้รักษาไม่หาย และเพิ่มความเสี่ยงเชื้อดื้อยา ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ได้ Ciprofloxacin เป็นยากลุ่ม Fluoroquinolone ที่มีประสิทธิภาพสูงในการรักษากระเพาะปัสสาวะอักเสบ แต่จัดเป็นยา second-line เนื่องจากมีผลข้างเคียงที่ต้องระวัง แพทย์จะสั่งใช้เมื่อยา first-line ไม่เหมาะสม

ผลข้างเคียงที่พบบ่อย ได้แก่ คลื่นไส้ ท้องเสีย ผื่นแพ้ยา สำหรับ Fluoroquinolones อาจมีผลข้างเคียงรุนแรง เช่น เอ็นอักเสบ ปลายประสาทอักเสบ หากมีอาการผิดปกติควรหยุดยาและปรึกษาแพทย์ทันที

ไม่ควร แม้อาการจะดีขึ้นแล้ว การหยุดยาก่อนครบกำหนดทำให้เชื้อแบคทีเรียที่เหลืออยู่มีโอกาสกลายเป็นเชื้อดื้อยา และเพิ่มความเสี่ยงที่จะกลับมาเป็นซ้ำ

หากกินยาครบแล้วอาการไม่ดีขึ้นหรือกลับมาเป็นซ้ำภายใน 2-4 สัปดาห์ ควรกลับไปพบแพทย์เพื่อเพาะเชื้อและตรวจความไวต่อยา เพื่อเลือกยาที่ตรงกับเชื้อมากขึ้น

คำตอบสำหรับคำถามนี้

สาเหตุหลักคือการติดเชื้อแบคทีเรีย โดยเฉพาะ E. coli ที่มาจากลำไส้ นอกจากนี้ยังมีสาเหตุอื่นที่พบน้อยกว่า เช่น การระคายเคืองจากสารเคมี การฉายรังสี หรือผลข้างเคียงจากยาบางชนิด

⚠️ ข้อจำกัดความรับผิดชอบ

เนื้อหาในบทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาทดแทนคำแนะนำ การวินิจฉัย หรือการรักษาจากแพทย์หรือเภสัชกรผู้เชี่ยวชาญ หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการหรือการใช้ยา ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ส่งไว ภายใน 24 ชม.

สั่งวันนี้ จัดส่งเร็ว ไม่ต้องรอนาน สินค้าพร้อมส่งจากในประเทศ

สินค้าเป็นของแท้

คัดเฉพาะสินค้าของแท้ มีมาตรฐาน มั่นใจได้ในคุณภาพทุกชิ้น

ไม่ระบุสินค้ากับผู้ส่ง

แพ็กแนบเนียน ไม่มีระบุชื่อสินค้า เคารพความเป็นส่วนตัวของลูกค้า

ราคาคุ้มค่า เข้าถึงได้

ราคาสมเหตุสมผล คุ้มค่าเมื่อเทียบกับคุณภาพ เลือกได้สบายใจ

สินค้าที่พึ่งดูมา