กระเพาะปัสสาวะอักเสบ ส่วนใหญ่รักษาด้วยยาปฏิชีวนะ โดยยาที่ใช้ขึ้นอยู่กับชนิดของเชื้อและความรุนแรง:
- ยา first-line ได้แก่ Nitrofurantoin, TMP-SMX, Fosfomycin
- ยา second-line ได้แก่ Fluoroquinolones เช่น Ciprofloxacin
- ยากลุ่ม Penicillin เช่น Amoxicillin + Clavulanic acid ใช้เป็นทางเลือก
- ระยะเวลาการรักษาโดยทั่วไป 3-7 วัน
- ห้ามหยุดยาเองแม้อาการจะดีขึ้น เพราะเสี่ยงต่อเชื้อดื้อยา
- หลักการรักษากระเพาะปัสสาวะอักเสบด้วยยาปฏิชีวนะ
- ยาปฏิชีวนะ first-line (ยาตัวเลือกแรก)
- ยาปฏิชีวนะ second-line: กลุ่ม Fluoroquinolones
- ยาปฏิชีวนะทางเลือก: กลุ่ม Penicillin
- เปรียบเทียบยาปฏิชีวนะรักษากระเพาะปัสสาวะอักเสบ
- กินยาปฏิชีวนะนานแค่ไหน?
- ข้อควรระวังในการใช้ยาปฏิชีวนะ
- ซื้อยาปฏิชีวนะรักษากระเพาะปัสสาวะอักเสบได้ที่ Intimo Life
- สถิติที่น่าสนใจเกี่ยวกับยาปฏิชีวนะและกระเพาะปัสสาวะอักเสบ
- คำถามที่พบบ่อย
หลักการรักษากระเพาะปัสสาวะอักเสบด้วยยาปฏิชีวนะ
กระเพาะปัสสาวะอักเสบ (Cystitis) ส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย การรักษาหลักจึงเป็น ยาปฏิชีวนะ (Antibiotics) โดยแพทย์จะเลือกยาตามหลักเกณฑ์ดังนี้:
- ชนิดของเชื้อ — ส่วนใหญ่เกิดจาก E. coli ซึ่งตอบสนองต่อยาหลายกลุ่ม
- ความรุนแรงของอาการ — อาการไม่ซับซ้อน (uncomplicated) vs. ซับซ้อน (complicated)
- ประวัติการใช้ยา — หากเคยใช้ยาตัวใดภายใน 3 เดือนที่ผ่านมา ควรเปลี่ยนไปใช้ตัวอื่น
- อัตราการดื้อยาในพื้นที่ — แต่ละพื้นที่มีอัตราการดื้อยาต่างกัน
- โรคประจำตัวและการแพ้ยา — ต้องพิจารณาร่วมด้วยเสมอ
ตามแนวทางของ Infectious Diseases Society of America (IDSA) ยาปฏิชีวนะแบ่งเป็น 3 ระดับ ได้แก่ first-line, second-line และทางเลือก
📖 ยังไม่แน่ใจว่าเป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบหรือเปล่า? ลองเช็คอาการก่อนที่ กระเพาะปัสสาวะอักเสบ อาการเป็นยังไง? เพื่อประเมินตัวเองเบื้องต้น
ยาปฏิชีวนะ first-line (ยาตัวเลือกแรก)
ยา first-line คือยาที่แนวทางเวชปฏิบัติแนะนำให้ใช้เป็นอันดับแรก เนื่องจากมีประสิทธิภาพสูง ผลข้างเคียงน้อย และอัตราการดื้อยาต่ำ
Nitrofurantoin
- กลุ่มยา: Nitrofuran
- วิธีรับประทาน: 100 mg วันละ 2 ครั้ง นาน 5 วัน
- ข้อดี: อัตราการดื้อยาต่ำมาก เหมาะกับการติดเชื้อในกระเพาะปัสสาวะโดยเฉพาะ
- ข้อจำกัด: ไม่เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาไต (creatinine clearance < 60 mL/min) และไม่ครอบคลุมการติดเชื้อที่ไต
Trimethoprim-Sulfamethoxazole (TMP-SMX)
- กลุ่มยา: Sulfonamide + Dihydrofolate reductase inhibitor
- วิธีรับประทาน: 160/800 mg วันละ 2 ครั้ง นาน 3 วัน
- ข้อดี: ราคาไม่แพง ออกฤทธิ์เร็ว ระยะเวลาการรักษาสั้น
- ข้อจำกัด: ใช้ได้เฉพาะในพื้นที่ที่อัตราการดื้อยาของ E. coli ไม่เกิน 20%
Fosfomycin
- กลุ่มยา: Phosphonic acid derivative
- วิธีรับประทาน: 3 g ครั้งเดียว (single dose)
- ข้อดี: สะดวก กินครั้งเดียวจบ อัตราการดื้อยาต่ำ
- ข้อจำกัด: ประสิทธิภาพอาจต่ำกว่ายาตัวอื่นเล็กน้อย ไม่ค่อยมีจำหน่ายในบางประเทศ
ยาปฏิชีวนะ second-line: กลุ่ม Fluoroquinolones
กลุ่ม Fluoroquinolones เป็นยาปฏิชีวนะที่ออกฤทธิ์กว้าง มีประสิทธิภาพสูงในการรักษากระเพาะปัสสาวะอักเสบ แต่ถูกจัดเป็น second-line เนื่องจากมีความกังวลเรื่องผลข้างเคียงและการดื้อยาที่เพิ่มขึ้น
Ciprofloxacin
- กลุ่มยา: Fluoroquinolone
- วิธีรับประทาน: 250-500 mg วันละ 2 ครั้ง นาน 3 วัน (สำหรับ uncomplicated cystitis)
- ข้อดี: ออกฤทธิ์กว้าง ครอบคลุมเชื้อหลายชนิด เริ่มเห็นผลภายใน 1-2 วัน
- ข้อจำกัด: มีความเสี่ยงต่อผลข้างเคียงที่รุนแรง เช่น เอ็นอักเสบ/เอ็นฉีก ปลายประสาทอักเสบ ไม่แนะนำในผู้สูงอายุหรือผู้ที่ใช้ยาสเตียรอยด์ร่วม
เมื่อไหร่ที่แพทย์จะเลือกใช้ Fluoroquinolones?
- แพ้ยา first-line ทุกตัว
- เชื้อดื้อต่อยา first-line (ยืนยันจากผลเพาะเชื้อ)
- การติดเชื้อที่ซับซ้อน (complicated UTI) หรือลุกลามไปที่ไต
- ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวที่ต้องการยาที่ออกฤทธิ์กว้าง
💡 กระเพาะปัสสาวะอักเสบเป็นซ้ำบ่อยๆ ทำยังไงดี? หากเป็นซ้ำมากกว่า 2-3 ครั้งต่อปี อาจต้องปรับแนวทางการรักษา อ่านเพิ่มเติมที่ กระเพาะปัสสาวะอักเสบเป็นซ้ำ สาเหตุและวิธีรับมือ
ยาปฏิชีวนะทางเลือก: กลุ่ม Penicillin
ยากลุ่ม Penicillin ไม่ใช่ตัวเลือกแรกสำหรับกระเพาะปัสสาวะอักเสบ แต่สามารถใช้ได้เมื่อยาตัวอื่นไม่เหมาะสม
Amoxicillin + Clavulanic acid
- กลุ่มยา: Penicillin + Beta-lactamase inhibitor
- วิธีรับประทาน: 500/125 mg วันละ 2 ครั้ง นาน 5-7 วัน
- ข้อดี: Clavulanic acid ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อที่ดื้อต่อ Amoxicillin ตัวเดียว ปลอดภัยในหญิงตั้งครรภ์
- ข้อจำกัด: อัตราการดื้อยาของ E. coli ค่อนข้างสูง ระยะเวลาการรักษานานกว่ายา first-line อาจทำให้ท้องเสียได้
Amoxicillin (ตัวเดียว)
ไม่แนะนำให้ใช้ Amoxicillin ตัวเดียวในการรักษากระเพาะปัสสาวะอักเสบ เนื่องจากอัตราการดื้อยาสูง ยกเว้นกรณีที่ผลเพาะเชื้อยืนยันว่าเชื้อไวต่อยา
| ยาปฏิชีวนะ | ระดับ | ระยะเวลา | ข้อดี | ข้อจำกัด |
|---|---|---|---|---|
| Nitrofurantoin | First-line | 5 วัน | ดื้อยาต่ำ เหมาะกับ UTI โดยเฉพาะ | ไม่ใช้ในผู้ป่วยไต ไม่ครอบคลุมไต |
| TMP-SMX | First-line | 3 วัน | ราคาถูก ออกฤทธิ์เร็ว | ใช้ได้เฉพาะพื้นที่ดื้อยา <20% |
| Fosfomycin | First-line | ครั้งเดียว | สะดวก กินครั้งเดียวจบ | ประสิทธิภาพอาจต่ำกว่าตัวอื่น |
| Ciprofloxacin | Second-line | 3 วัน | ออกฤทธิ์กว้าง เห็นผลเร็ว | ผลข้างเคียงรุนแรง ดื้อยาเพิ่มขึ้น |
| Amoxicillin + Clavulanic acid | ทางเลือก | 5-7 วัน | ปลอดภัยในหญิงตั้งครรภ์ | ดื้อยาค่อนข้างสูง รักษานานกว่า |
กินยาปฏิชีวนะนานแค่ไหน?
ระยะเวลาการรักษาขึ้นอยู่กับชนิดของยาและความรุนแรงของอาการ
| สถานการณ์ | ระยะเวลาการรักษา | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| Uncomplicated cystitis (ไม่ซับซ้อน) | 3-5 วัน | ยา first-line ส่วนใหญ่ |
| Complicated cystitis (ซับซ้อน) | 7-14 วัน | มีโรคประจำตัวร่วม |
| หญิงตั้งครรภ์ | 7 วัน | ต้องระวังการเลือกยา |
| กรวยไตอักเสบ (Pyelonephritis) | 7-14 วัน | อาจต้องฉีดยาในรายที่รุนแรง |
สิ่งสำคัญ: แม้อาการจะดีขึ้นภายใน 1-2 วันหลังเริ่มยา แต่ ต้องกินยาให้ครบตามที่แพทย์สั่ง การหยุดยาก่อนกำหนดเป็นสาเหตุหลักของเชื้อดื้อยาและการกลับมาเป็นซ้ำ
ข้อควรระวังในการใช้ยาปฏิชีวนะ
❌ สิ่งที่ไม่ควรทำ
- ซื้อยาปฏิชีวนะกินเอง โดยไม่ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร — อาจเลือกยาผิดชนิดหรือผิดขนาด
- หยุดยาเมื่ออาการดีขึ้น — เชื้อที่เหลืออาจกลายเป็นเชื้อดื้อยา
- ใช้ยาเหลือจากครั้งก่อน — ยาอาจหมดอายุหรือไม่ตรงกับเชื้อที่เป็นอยู่
- ดื่มนมหรือกินยาลดกรดพร้อมกับ Fluoroquinolones — ลดการดูดซึมยา
✅ สิ่งที่ควรทำ
- ดื่มน้ำมากๆ ระหว่างกินยา เพื่อช่วยชะล้างแบคทีเรีย
- กินยาตรงเวลา ทุก 12 ชั่วโมง (สำหรับยาที่กินวันละ 2 ครั้ง)
- สังเกตอาการผลข้างเคียง เช่น ผื่น ท้องเสีย คลื่นไส้ — หากรุนแรงควรปรึกษาแพทย์ทันที
- แจ้งแพทย์เรื่องยาอื่นที่กินอยู่ เพื่อป้องกันปฏิกิริยาระหว่างยา
ซื้อยาปฏิชีวนะรักษากระเพาะปัสสาวะอักเสบได้ที่ Intimo Life
สำหรับผู้ที่ต้องการซื้อยาปฏิชีวนะสำหรับรักษากระเพาะปัสสาวะอักเสบ สามารถสั่งซื้อออนไลน์ได้ที่ Intimo Life พร้อมปรึกษาเภสัชกรก่อนสั่งซื้อ โดยสินค้าที่เกี่ยวข้อง ได้แก่:
- กลุ่ม Fluoroquinolones (Ciprofloxacin): B-Ciprofloxacin, Cifloxin, Cobay-500
- กลุ่ม Penicillin (Amoxicillin + Clavulanic acid): Augmentin, AMK
สมัครสมาชิก Intimo Life เพื่อรับสิทธิพิเศษ และปรึกษาเภสัชกรได้ก่อนตัดสินใจสั่งซื้อ
สถิติที่น่าสนใจเกี่ยวกับยาปฏิชีวนะและกระเพาะปัสสาวะอักเสบ
- 💊 Fluoroquinolones ถูกสั่งจ่ายมากที่สุด คิดเป็น ~51.6% ของการรักษากระเพาะปัสสาวะอักเสบในสถานพยาบาลปฐมภูมิ ทั้งที่เป็นยา second-line (PMC)
- 🦠 E. coli เป็นสาเหตุ ~86% ของกระเพาะปัสสาวะอักเสบแบบไม่ซับซ้อน (AAFP)
- ⏱️ อาการเริ่มดีขึ้นภายใน 36 ชั่วโมง หลังเริ่มยาปฏิชีวนะโดยเฉลี่ย (Mayo Clinic)
- 📊 ระยะเวลาการสั่งยาที่ นานเกินกว่าแนวทางแนะนำ พบถึง 71-82% ของใบสั่งยา (PMC)
- 🏥 กระเพาะปัสสาวะอักเสบทำให้เกิดการพบแพทย์มากกว่า 8 ล้านครั้งต่อปี ในสหรัฐอเมริกา (Drugs.com)
- 💰 ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับ UTI เกิน 1.6 พันล้านดอลลาร์ต่อปี ในสหรัฐอเมริกา (AAFP)
ประสบการณ์จริง (Experience)
หลายคนที่เคยเป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบมักเล่าว่าอาการเริ่มดีขึ้นอย่างชัดเจนภายใน 1-2 วันหลังเริ่มกินยาปฏิชีวนะ โดยเฉพาะอาการแสบขัดที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด แต่สิ่งที่หลายคนทำผิดคือหยุดยาทันทีที่รู้สึกดีขึ้น ซึ่งทำให้กลับมาเป็นซ้ำอีกภายในไม่กี่สัปดาห์ การกินยาให้ครบตามที่แพทย์สั่งจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
💡 อาการแบบไหนที่ต้องรีบไปพบแพทย์? หากไม่แน่ใจว่าอาการของตัวเองรุนแรงแค่ไหน อ่านเพิ่มเติมที่ กระเพาะปัสสาวะอักเสบ เมื่อไหร่ต้องพบแพทย์?
คำถามที่พบบ่อย
ยาที่แนวทางเวชปฏิบัติแนะนำเป็นตัวเลือกแรก ได้แก่ Nitrofurantoin, TMP-SMX และ Fosfomycin ส่วน Ciprofloxacin เป็นตัวเลือกที่สอง ทั้งนี้ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อเลือกยาที่เหมาะสมกับอาการ
สำหรับกระเพาะปัสสาวะอักเสบแบบไม่ซับซ้อน ระยะเวลาการรักษาอยู่ที่ 3-5 วัน ขึ้นอยู่กับชนิดของยา อาการมักเริ่มดีขึ้นภายใน 1-2 วัน แต่ต้องกินยาให้ครบตามที่สั่ง
ไม่แนะนำ เพราะยาปฏิชีวนะแต่ละตัวมีข้อบ่งใช้และข้อจำกัดต่างกัน การเลือกยาผิดชนิดอาจทำให้รักษาไม่หาย และเพิ่มความเสี่ยงเชื้อดื้อยา ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ
ได้ Ciprofloxacin เป็นยากลุ่ม Fluoroquinolone ที่มีประสิทธิภาพสูงในการรักษากระเพาะปัสสาวะอักเสบ แต่จัดเป็นยา second-line เนื่องจากมีผลข้างเคียงที่ต้องระวัง แพทย์จะสั่งใช้เมื่อยา first-line ไม่เหมาะสม
ผลข้างเคียงที่พบบ่อย ได้แก่ คลื่นไส้ ท้องเสีย ผื่นแพ้ยา สำหรับ Fluoroquinolones อาจมีผลข้างเคียงรุนแรง เช่น เอ็นอักเสบ ปลายประสาทอักเสบ หากมีอาการผิดปกติควรหยุดยาและปรึกษาแพทย์ทันที
ไม่ควร แม้อาการจะดีขึ้นแล้ว การหยุดยาก่อนครบกำหนดทำให้เชื้อแบคทีเรียที่เหลืออยู่มีโอกาสกลายเป็นเชื้อดื้อยา และเพิ่มความเสี่ยงที่จะกลับมาเป็นซ้ำ
หากกินยาครบแล้วอาการไม่ดีขึ้นหรือกลับมาเป็นซ้ำภายใน 2-4 สัปดาห์ ควรกลับไปพบแพทย์เพื่อเพาะเชื้อและตรวจความไวต่อยา เพื่อเลือกยาที่ตรงกับเชื้อมากขึ้น
คำตอบสำหรับคำถามนี้
สาเหตุหลักคือการติดเชื้อแบคทีเรีย โดยเฉพาะ E. coli ที่มาจากลำไส้ นอกจากนี้ยังมีสาเหตุอื่นที่พบน้อยกว่า เช่น การระคายเคืองจากสารเคมี การฉายรังสี หรือผลข้างเคียงจากยาบางชนิด
⚠️ ข้อจำกัดความรับผิดชอบ
เนื้อหาในบทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาทดแทนคำแนะนำ การวินิจฉัย หรือการรักษาจากแพทย์หรือเภสัชกรผู้เชี่ยวชาญ หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการหรือการใช้ยา ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ
แหล่งที่มาของข้อมูล
- Urinary tract infection (UTI) — Diagnosis and treatment — Mayo Clinic
- Diagnosis and Treatment of Acute Uncomplicated Cystitis — AAFP
- Low Concordance With Guidelines for Treatment of Acute Cystitis in Primary Care — PMC
- IDSA 2025 Guideline Update on Complicated Urinary Tract Infections
- Antibiotics For UTI Treatment — Drugs.com
- Management of uncomplicated urinary tract infections — PMC
สินค้าที่เกี่ยวข้อง
ยารักษาปัสสาวะอักเสบ
-
B-Ciprofloxacinยาปฏิชีวนะออกฤทธิ์กว้าง รักษาปัสสาวะอักเสบได้ผลดี
✓ In stock60.00 ฿ / -
สินค้าหมด
Cobay-500ยาฆ่าเชื้อประสิทธิภาพสูง รักษาปัสสาวะอักเสบและท้องเสีย
Out of Stock0.00 ฿ / -
Cifloxinยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย Ciprofloxacin สำหรับทางเดินปัสสาวะ
✓ In stockเริ่มต้น 80.00 ฿ /
เป็นสมาชิกกับทางร้านเพื่อรับข่าวสารและส่วนลดต่างๆ

