โรคเกาต์คืออะไร? อาการ สาเหตุ วิธีรักษา

โรคเกาต์คืออะไร? อาการ สาเหตุ วิธีรักษา

โรคเกาต์คืออะไร?

  • โรคเกาต์เกิดจากกรดยูริกในเลือดสูงเรื้อรังจนตกผลึกสะสมที่ข้อ ทำให้ข้ออักเสบเฉียบพลัน
  • อาการเด่น: ปวดข้อรุนแรงฉับพลัน บวมแดงร้อน มักเริ่มที่ข้อโป้งเท้า
  • อาหารพิวรีนสูงที่ควรเลี่ยง: เครื่องในสัตว์ อาหารทะเลบางชนิด เบียร์/แอลกอฮอล์
  • รักษาแบ่ง 2 ระยะ: ช่วงอักเสบเฉียบพลันใช้ยาต้านอักเสบ (เช่น Colchicine), ระยะยาวใช้ยาลดกรดยูริก (เช่น Allopurinol)
  • ⚠️ ห้ามเริ่มยาลดกรดยูริกระยะยาวระหว่างข้ออักเสบเฉียบพลัน เพราะอาจทำให้ปวดนานขึ้น
  • ปวดข้อรุนแรง ไข้สูง หรือเป็นซ้ำบ่อย ควรพบแพทย์เพื่อวางแผนรักษาระยะยาว
Supatcheree A., Pharmacist

ตรวจสอบทางการแพทย์โดย

Supatcheree A., Pharmacist | แหล่งข้อมูล: NHS, Arthritis Foundation, ACR, NCBI, Cleveland Clinic, NIH

อัปเดตล่าสุด: 2026-07-09

โรคเกาต์คืออะไร? เกิดจากอะไร

โรคเกาต์ (Gout) คือโรคข้ออักเสบชนิดหนึ่งที่เกิดจากกรดยูริก (Uric Acid) ในเลือดสูงเกินไปเป็นเวลานาน จนกรดยูริกตกผลึกเป็นผลึกยูเรต (Monosodium Urate) สะสมอยู่ตามข้อต่อ เมื่อร่างกายตอบสนองต่อผลึกเหล่านี้ ก็จะเกิดการอักเสบเฉียบพลัน ปวดบวมแดงร้อนอย่างรุนแรง

กรดยูริกมาจากไหน?

กรดยูริกเป็นของเสียที่เกิดจากการสลายตัวของสารพิวรีน (Purine) ซึ่งมีอยู่ในอาหารบางชนิดและเซลล์ในร่างกายของเราเอง ปกติไตจะขับกรดยูริกส่วนเกินออกทางปัสสาวะ แต่ถ้าร่างกายผลิตมากเกินไป หรือไตขับออกได้น้อยลง กรดยูริกก็จะสะสมในเลือดสูงขึ้นเรื่อยๆ

ใครเสี่ยงเป็นโรคเกาต์?

  • ผู้ชายวัยทำงาน 30-50 ปี (พบมากกว่าผู้หญิง 3-4 เท่า)
  • ผู้ที่มีน้ำหนักเกินหรืออ้วน
  • ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ โดยเฉพาะเบียร์
  • กินอาหารพิวรีนสูงเป็นประจำ
  • มีโรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูง ไตเรื้อรัง
  • มีประวัติครอบครัวเป็นโรคเกาต์

สาเหตุของโรคเกาต์ — ทำไมกรดยูริกถึงสะสมในข้อ

กรดยูริกสะสมในเลือดสูง (Hyperuricemia) เกิดได้จาก 2 กลไกหลัก:

1. ร่างกายผลิตกรดยูริกมากเกินไป

มักเกิดจากการกินอาหารพิวรีนสูงเป็นประจำ หรือภาวะที่เซลล์ในร่างกายสลายตัวเร็วผิดปกติ (เช่น ระหว่างการรักษามะเร็งบางชนิด)

2. ไตขับกรดยูริกออกได้น้อยลง

เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด — เกิดจากไตทำงานลดลงตามอายุ โรคไตเรื้อรัง การขาดน้ำ หรือยาบางชนิด (เช่น ยาขับปัสสาวะกลุ่มไทอาไซด์)

ทำไมถึงตกผลึกที่ข้อ โดยเฉพาะข้อโป้งเท้า?

ข้อที่อยู่ปลายมือปลายเท้ามีอุณหภูมิต่ำกว่าส่วนอื่นของร่างกาย ทำให้กรดยูริกตกผลึกได้ง่ายกว่า จึงพบการอักเสบที่ข้อโป้งเท้าบ่อยที่สุด รองลงมาคือข้อเท้า ข้อเข่า และข้อนิ้วมือ

อาการโรคเกาต์ — ข้ออักเสบเฉียบพลันเป็นแบบไหน

อาการเกาต์กำเริบ (Gout Flare) มักเกิดขึ้นฉับพลันตอนกลางคืนหรือเช้ามืด โดยมีลักษณะเด่นคือ:

  • ปวดรุนแรงมาก จนแตะต้องไม่ได้ แม้แค่ผ้าห่มสัมผัส
  • บวมแดงร้อน ที่ข้อ เห็นชัดเจนภายในไม่กี่ชั่วโมง
  • ผิวหนังตึงเป็นมัน รอบข้อที่อักเสบ
  • มักเริ่มที่ข้อโป้งเท้าก่อน แล้วอาจลามไปข้อเท้า ข้อเข่า
  • อาการรุนแรงสุดใน 12-24 ชั่วโมงแรก แล้วค่อยๆ ดีขึ้นใน 3-10 วัน แม้ไม่รักษา

เกาต์เรื้อรัง (Chronic Tophaceous Gout)

หากปล่อยให้กรดยูริกสูงเรื้อรังโดยไม่รักษา ผลึกยูเรตอาจสะสมเป็นก้อนใต้ผิวหนัง เรียกว่า Tophi พบได้ที่ข้อ ใบหู หรือเอ็นร้อยหวาย ทำให้ข้อผิดรูปและเสียหายถาวรได้

กรดยูริกสูงแต่ไม่มีอาการ ต้องรักษาไหม?

คนจำนวนมากตรวจพบกรดยูริกสูง (Hyperuricemia) จากการตรวจสุขภาพประจำปี ทั้งที่ไม่เคยมีอาการข้ออักเสบมาก่อน คำถามคือต้องรักษาทันทีหรือไม่

ค่ากรดยูริกปกติเท่าไหร่?

โดยทั่วไป ค่ากรดยูริกในเลือดปกติอยู่ที่ประมาณ 3.5-7.2 mg/dL (ผู้ชาย) และ 2.5-6.0 mg/dL (ผู้หญิง) หากสูงกว่า 6.8 mg/dL ถือว่าเสี่ยงต่อการตกผลึก

ไม่มีอาการ ยังไม่ต้องกินยาลดกรดยูริกเสมอไป

หากกรดยูริกสูงแต่ไม่เคยมีอาการข้ออักเสบ ไม่มีก้อนโทฟี และไตทำงานปกติ ส่วนใหญ่แพทย์จะแนะนำให้ปรับพฤติกรรมก่อน เช่น ลดอาหารพิวรีนสูง ลดแอลกอฮอล์ ลดน้ำหนัก ดื่มน้ำให้เพียงพอ แล้วติดตามค่ากรดยูริกเป็นระยะ

เมื่อไหร่ที่ต้องเริ่มยาแม้ไม่มีอาการ

แพทย์อาจพิจารณาเริ่มยาลดกรดยูริกในบางกรณี เช่น กรดยูริกสูงมากร่วมกับมีนิ่วในไต หรือมีความเสี่ยงโรคไตสูง — ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อประเมินเป็นรายบุคคล

เกาต์ห้ามกินอะไร — อาหารพิวรีนสูงที่ควรเลี่ยง

อาหารที่มีพิวรีนสูงจะถูกร่างกายสลายเป็นกรดยูริกโดยตรง จึงเป็นตัวกระตุ้นสำคัญที่ทำให้เกาต์กำเริบ

กลุ่มควรเลี่ยง (พิวรีนสูงมาก)

  • เครื่องในสัตว์ — ตับ ไต หัวใจ สมอง
  • อาหารทะเลบางชนิด — ปลาซาร์ดีน แอนโชวี่ หอยแมลงภู่ ไข่ปลา
  • เนื้อสัตว์แปรรูปเข้มข้น — เนื้อหมัก และน้ำซุปกระดูก/เนื้อสกัดเข้มข้น
  • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ — โดยเฉพาะเบียร์ (มีทั้งพิวรีนและกดการขับกรดยูริกของไต)
  • เครื่องดื่มที่มีน้ำตาลฟรุกโตสสูง — น้ำอัดลม น้ำผลไม้เข้มข้น

กลุ่มที่กินได้แต่ควรจำกัด (พิวรีนปานกลาง)

  • เนื้อแดง (หมู วัว)
  • ปลาแซลมอน ปลาทูน่า
  • ถั่วบางชนิด (ถั่วเลนทิล ถั่วลันเตา)
  • เห็ด หน่อไม้ ผักโขม (พิวรีนปานกลางแต่ไม่ค่อยเพิ่มความเสี่ยงเท่าเนื้อสัตว์)

กลุ่มที่กินได้ตามปกติ (พิวรีนต่ำ)

  • ผัก ผลไม้ทั่วไป (เว้นบางชนิดข้างต้น)
  • ธัญพืชไม่ขัดสี
  • ผลิตภัณฑ์นมไขมันต่ำ — งานวิจัยพบว่าช่วยลดความเสี่ยงเกาต์ได้
  • ไข่
  • กาแฟ (ไม่เพิ่มความเสี่ยง อาจช่วยลดได้เล็กน้อยในบางงานวิจัย)

ตารางอาหาร: กินได้ / ควรเลี่ยง / งดเลย

หมวดอาหารตัวอย่างระดับพิวรีนคำแนะนำ
เครื่องในสัตว์ตับ ไต สมองสูงมากงดเลย
อาหารทะเลบางชนิดซาร์ดีน แอนโชวี่ หอยแมลงภู่สูงมากงดเลย
เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เบียร์ สุราสูงงดเลย
เนื้อแดงหมู วัวปานกลางจำกัดปริมาณ
ปลาทะเลทั่วไปแซลมอน ทูน่าปานกลางจำกัดปริมาณ
ถั่ว/ผักบางชนิดถั่วเลนทิล เห็ด หน่อไม้ปานกลางกินได้แต่ไม่มาก
ผลิตภัณฑ์นมไขมันต่ำนมพร่องมันเนย โยเกิร์ตต่ำกินได้ปกติ
ผัก/ผลไม้ทั่วไปส่วนใหญ่ยกเว้นข้างต้นต่ำกินได้ปกติ

การรักษาโรคเกาต์ 2 ระยะ — เฉียบพลัน vs ระยะยาว

การรักษาโรคเกาต์แบ่งออกเป็น 2 ระยะที่มีเป้าหมายต่างกันชัดเจน การเข้าใจความแตกต่างนี้สำคัญมาก เพราะยาที่ใช้ในแต่ละระยะไม่ใช่ตัวเดียวกัน และไม่ควรใช้สลับช่วงกันเอง

ระยะที่ 1 — ควบคุมอาการอักเสบเฉียบพลัน (Acute Flare)

เป้าหมาย: ลดปวด ลดอักเสบให้เร็วที่สุด ไม่ได้มุ่งลดระดับกรดยูริกในเลือด ยาที่ใช้ในระยะนี้ เช่น Colchicine, NSAIDs หรือคอร์ติโคสเตียรอยด์ (ตามดุลยพินิจแพทย์)

ระยะที่ 2 — ควบคุมกรดยูริกระยะยาว (Urate-Lowering Therapy)

เป้าหมาย: ลดระดับกรดยูริกในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้เกาต์กำเริบซ้ำ ยาหลักในกลุ่มนี้คือ Allopurinol ซึ่งต้องกินต่อเนื่องทุกวันในระยะยาว

⚠️ ทำไมไม่ควรใช้ยาทั้ง 2 ระยะสลับกันเอง

ในช่วงข้ออักเสบเฉียบพลัน ไม่ควรเริ่มยาลดกรดยูริกระยะยาว เพราะการเปลี่ยนแปลงระดับกรดยูริกอย่างรวดเร็วอาจไปกระตุ้นให้ผลึกยูเรตเคลื่อนตัว ทำให้อาการปวดรุนแรงขึ้นหรือยืดเยื้อนานขึ้นได้ ควรรอให้อาการอักเสบสงบลงก่อน (โดยทั่วไปประมาณ 1-2 สัปดาห์) แล้วจึงเริ่มยาลดกรดยูริกภายใต้คำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร

ยาโคลชิซีน (Colchicine) — รักษาอาการเกาต์กำเริบเฉียบพลัน

Colchicine (โคลชิซีน) เป็นยาต้านการอักเสบที่ออกฤทธิ์เฉพาะเจาะจงต่อการอักเสบจากผลึกยูเรต ใช้บรรเทาอาการปวดบวมจากเกาต์กำเริบได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเมื่อเริ่มใช้เร็วภายใน 12-24 ชั่วโมงแรกของอาการ

ใช้อย่างไร

  • รับประทานได้ทั้งก่อนและหลังอาหาร ตามคำแนะนำของเภสัชกร
  • ช่วยบรรเทาอาการได้ภายใน 12-24 ชั่วโมง
  • ใช้เฉพาะช่วงที่มีอาการกำเริบ ไม่ใช้ต่อเนื่องระยะยาวโดยไม่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

ข้อควรระวัง

Colchicine อาจทำให้เกิดอาการทางเดินอาหาร เช่น คลื่นไส้ ท้องเสีย หากใช้เกินขนาด ผู้ที่มีปัญหาไตหรือตับควรปรึกษาเภสัชกรก่อนใช้เพื่อปรับขนาดที่เหมาะสม

📖 อ่านเพิ่มเติม: ตัวเลือกยา Colchicine สำหรับบรรเทาเกาต์กำเริบเฉียบพลัน — Tolchicine ยาลดกรดยูริค ออกฤทธิ์เร็ว

ยาลดกรดยูริกระยะยาว (Allopurinol) — ใช้ตอนไหนถึงถูกต้อง

Allopurinol (อัลโลพูรินอล) เป็นยาลดกรดยูริกระยะยาวที่ใช้กันแพร่หลายที่สุด ออกฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ที่สร้างกรดยูริกในร่างกาย ทำให้ระดับกรดยูริกในเลือดลดลงอย่างต่อเนื่อง ช่วยป้องกันไม่ให้เกาต์กำเริบซ้ำในระยะยาว

ใช้อย่างไร

  • รับประทานวันละ 1 ครั้ง ต่อเนื่องทุกวันตามที่เภสัชกรหรือแพทย์แนะนำ
  • กินพร้อมอาหารหรือหลังอาหารทันที ดื่มน้ำตามมากๆ เพื่อช่วยการขับกรดยูริก
  • เป็นการรักษาที่ต้องใช้ต่อเนื่องระยะยาว ไม่ใช่ยาที่กินเฉพาะตอนปวด

⚠️ ข้อควรระวังสำคัญ — ไม่ควรเริ่มตอนข้ออักเสบเฉียบพลัน

ตามแนวทางการรักษาโรคเกาต์มาตรฐาน ไม่ควรเริ่มยา Allopurinol ในช่วงที่ข้อกำลังอักเสบเฉียบพลัน เพราะการปรับระดับกรดยูริกอย่างฉับพลันอาจกระตุ้นให้ผลึกยูเรตในข้อเคลื่อนตัว ทำให้อาการปวดแย่ลงหรือนานขึ้น หากกำลังมีอาการกำเริบอยู่ ควรรักษาอาการอักเสบให้สงบก่อนด้วยยากลุ่ม Colchicine หรือ NSAIDs แล้วจึงเริ่ม Allopurinol เมื่ออาการดีขึ้นแล้ว (ปกติประมาณ 1-2 สัปดาห์) ภายใต้คำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร

หากกินยาอยู่แล้ว แต่เกิดเกาต์กำเริบระหว่างนั้น

ผู้ที่กิน Allopurinol ต่อเนื่องอยู่แล้ว หากเกิดอาการกำเริบขึ้นมา ไม่จำเป็นต้องหยุดยา — สามารถกิน Allopurinol ต่อไปตามปกติ พร้อมกับใช้ยาบรรเทาอาการเฉียบพลัน (Colchicine/NSAIDs) ควบคู่กันได้ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์เพื่อยืนยันแนวทางที่เหมาะกับแต่ละคน

💡 อ่านเพิ่มเติม: ยาลดกรดยูริกระยะยาวตัวเลือกหนึ่ง — Allostar-100 อัลโลพูรินอล 100mg

เมื่อไหร่ควรพบแพทย์

เกาต์กำเริบส่วนใหญ่บรรเทาได้ด้วยการดูแลเบื้องต้น แต่มีสัญญาณบางอย่างที่ควรพบแพทย์โดยไม่รอช้า:

  • ❗ ปวดข้อรุนแรงร่วมกับไข้สูง — อาจสงสัยข้อติดเชื้อ ต้องแยกให้ชัดเจน
  • ❗ อาการกำเริบบ่อยครั้งภายในปีเดียว — ควรวางแผนรักษาระยะยาวกับแพทย์
  • ❗ มีก้อนใต้ผิวหนัง (Tophi) ที่ข้อหรือใบหู
  • ❗ มีโรคไตเรื้อรัง หรือมีประวัตินิ่วในไต ร่วมกับกรดยูริกสูง
  • ❗ อาการไม่ดีขึ้นหลังดูแลเบื้องต้น 5-7 วัน
  • ❗ กำลังตั้งครรภ์ ให้นมบุตร หรือมีโรคประจำตัวซับซ้อน ก่อนเริ่มยาใดๆ

หากมี1 ข้อขึ้นไป ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อวางแผนดูแลที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล

คำถามที่พบบ่อย

เกิดจากกรดยูริกในเลือดสูงเรื้อรังจนตกผลึกสะสมที่ข้อ ทำให้เกิดการอักเสบเฉียบพลัน สาเหตุหลักคือร่างกายผลิตกรดยูริกมากเกินไป หรือไตขับออกได้น้อยลง มักสัมพันธ์กับการกินอาหารพิวรีนสูง ดื่มแอลกอฮอล์ และน้ำหนักเกิน

ควรเลี่ยงอาหารพิวรีนสูง เช่น เครื่องในสัตว์ (ตับ ไต) อาหารทะเลบางชนิด (ซาร์ดีน แอนโชวี่ หอยแมลงภู่) และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยเฉพาะเบียร์ ส่วนเนื้อแดงและปลาทะเลทั่วไปกินได้แต่ควรจำกัดปริมาณ

หากไม่มีอาการข้ออักเสบ ไม่มีก้อนโทฟี และไตทำงานปกติ มักยังไม่จำเป็นต้องกินยาลดกรดยูริกทันที แนะนำให้ปรับพฤติกรรมก่อน เช่น ลดอาหารพิวรีนสูง ลดแอลกอฮอล์ ควบคุมน้ำหนัก แล้วติดตามค่ากรดยูริกเป็นระยะกับแพทย์

Colchicine ใช้บรรเทาอาการปวดบวมช่วงเกาต์กำเริบเฉียบพลัน ออกฤทธิ์เร็ว ส่วนAllopurinol ใช้ลดระดับกรดยูริกในเลือดระยะยาวเพื่อป้องกันการกำเริบซ้ำ ต้องกินต่อเนื่องทุกวัน ทั้งสองตัวมีบทบาทต่างกันและใช้คนละช่วงเวลา

เพราะการเปลี่ยนแปลงระดับกรดยูริกอย่างรวดเร็วอาจกระตุ้นให้ผลึกยูเรตในข้อเคลื่อนตัว ทำให้อาการปวดแย่ลงหรือนานขึ้น ควรรอให้อาการอักเสบสงบก่อน (ประมาณ 1-2 สัปดาห์) แล้วจึงเริ่มยาภายใต้คำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร

ไม่จำเป็นต้องหยุด — สามารถกิน Allopurinol ต่อไปตามปกติ พร้อมใช้ยาบรรเทาอาการเฉียบพลัน เช่น Colchicine หรือ NSAIDs ควบคู่กันได้ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์เพื่อยืนยันแนวทางที่เหมาะสม

อาการเกาต์กำเริบมักดีขึ้นเองได้ภายใน 3-10 วัน แม้ไม่รักษา แต่การไม่รักษาอาจทำให้ปวดนานและรุนแรงกว่าเดิม และหากปล่อยให้กรดยูริกสูงเรื้อรังโดยไม่ดูแล อาจเสี่ยงข้อเสียหายถาวรในระยะยาว ควรปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์เพื่อบรรเทาอาการและวางแผนป้องกัน

ช่วยได้ — การดื่มน้ำเพียงพอช่วยให้ไตขับกรดยูริกออกทางปัสสาวะได้ดีขึ้น ลดโอกาสที่กรดยูริกจะสะสมตกผลึก แนะนำดื่มน้ำ 2-3 ลิตร/วัน ควบคู่กับการลดอาหารพิวรีนสูงและควบคุมน้ำหนัก

⚠️ ข้อจำกัดความรับผิดชอบ

เนื้อหาในบทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาทดแทนคำแนะนำ การวินิจฉัย หรือการรักษาจากแพทย์หรือเภสัชกรผู้เชี่ยวชาญ หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการหรือการใช้ยา ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ส่งไว ภายใน 24 ชม.

สั่งวันนี้ จัดส่งเร็ว ไม่ต้องรอนาน สินค้าพร้อมส่งจากในประเทศ

สินค้าเป็นของแท้

คัดเฉพาะสินค้าของแท้ มีมาตรฐาน มั่นใจได้ในคุณภาพทุกชิ้น

ไม่ระบุสินค้ากับผู้ส่ง

แพ็กแนบเนียน ไม่มีระบุชื่อสินค้า เคารพความเป็นส่วนตัวของลูกค้า

ราคาคุ้มค่า เข้าถึงได้

ราคาสมเหตุสมผล คุ้มค่าเมื่อเทียบกับคุณภาพ เลือกได้สบายใจ

สินค้าที่พึ่งดูมา