กรดไหลย้อน คืออะไร สาเหตุ อาการ วิธีรักษาครบจบ

กรดไหลย้อน คืออะไร สาเหตุ อาการ วิธีรักษาครบจบ

กรดไหลย้อน (GERD) คือภาวะที่กรดในกระเพาะไหลย้อนขึ้นมาที่หลอดอาหาร เพราะหูรูดหลอดอาหารส่วนล่างทำงานผิดปกติ ทำให้รู้สึกแสบร้อนกลางอก เรอเปรี้ยว จุกคอ หรือกลืนลำบาก รักษาได้ด้วยยาลดกรดกลุ่ม PPI, H2 Blocker หรือ Antacid ร่วมกับการปรับพฤติกรรม เช่น ไม่กินดึก ลดอาหารมันเผ็ด ยกหัวเตียงสูง หากปล่อยไว้นานอาจเรื้อรังและเสี่ยงภาวะแทรกซ้อน

ทีมเนื้อหา Intimo Life

ตรวจสอบทางการแพทย์โดย

ทีมเนื้อหา Intimo Life | แหล่งข้อมูล: NHS, Mayo Clinic, WHO, PubMed

อัปเดตล่าสุด: 2026-02-10

กรดไหลย้อนคืออะไร

กรดไหลย้อน หรือ GERD (Gastroesophageal Reflux Disease) คือภาวะที่กรดจากกระเพาะอาหารไหลย้อนกลับขึ้นมาที่หลอดอาหาร เพราะหูรูดหลอดอาหารส่วนล่าง (Lower Esophageal Sphincter) คลายตัวผิดจังหวะหรือทำงานอ่อนแรงลง

ปกติแล้วหูรูดตัวนี้จะเปิดเฉพาะตอนกลืนอาหาร แล้วปิดแน่นไม่ให้กรดย้อนขึ้นมา แต่ถ้ามันหลวมหรือคลายตัวบ่อยเกินไป กรดก็จะไหลขึ้นมาระคายเคืองเยื่อบุหลอดอาหาร ทำให้รู้สึกแสบร้อน จุกแน่น หรือเรอเปรี้ยว

🔢 สถิติน่ารู้:

  • 🌏 ทั่วโลกมีคนเป็นกรดไหลย้อนราว 8-33% ของประชากร (WHO)
  • 🇹🇭 ในประเทศไทยพบได้ประมาณ 7-15% ของคนที่มาพบแพทย์ด้วยอาการทางเดินอาหาร
  • 📈 แนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในคนเมืองที่เครียดสูงและกินอาหารไม่เป็นเวลา

สาเหตุที่ทำให้เกิดกรดไหลย้อน

กรดไหลย้อนไม่ได้เกิดจากสาเหตุเดียว แต่มักเป็นหลายปัจจัยรวมกัน

หูรูดหลอดอาหารอ่อนแรง — ตัวการหลักเลย ถ้าหูรูดคลายตัวบ่อยหรือปิดไม่สนิท กรดก็ย้อนขึ้นมาได้ง่าย

ไส้เลื่อนกระบังลม (Hiatal Hernia) — กระเพาะส่วนบนเลื่อนทะลุผ่านกระบังลมขึ้นไป ทำให้หูรูดทำงานได้ไม่ดี

พฤติกรรมการกิน — กินดึก กินมื้อใหญ่แล้วนอนทันที กินเผ็ดจัด มันจัด หรือดื่มกาแฟ น้ำอัดลม แอลกอฮอล์บ่อยๆ

น้ำหนักเกิน — ไขมันหน้าท้องกดดันกระเพาะ ดันกรดย้อนขึ้นมา

ความเครียด — เครียดสะสมทำให้กระเพาะผลิตกรดมากขึ้น และหูรูดทำงานแย่ลง

การตั้งครรภ์ — ฮอร์โมนและมดลูกที่โตขึ้นกดดันกระเพาะ ทำให้กรดไหลย้อนได้ง่าย

ยาบางชนิด — ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs ยาคลายกล้ามเนื้อ ยาความดัน บางตัวทำให้หูรูดคลายตัว

📖 อยากรู้ว่าอาการแบบไหนคือกรดไหลย้อนจริงๆ? อ่านต่อที่ อาการกรดไหลย้อน สังเกตยังไงว่าใช่

อาการกรดไหลย้อนที่พบบ่อย

อาการกรดไหลย้อนแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มหลัก คือ อาการทั่วไปที่เจอบ่อย กับอาการที่ไม่ค่อยมีคนนึกถึง

อาการทั่วไป:

  • แสบร้อนกลางอก (Heartburn) — โดยเฉพาะหลังกินอาหารหรือตอนนอน
  • เรอเปรี้ยว รู้สึกมีรสเปรี้ยวหรือขมในปาก
  • จุกแน่นคอ กลืนลำบาก
  • คลื่นไส้ โดยเฉพาะตอนเช้า

อาการที่หลายคนไม่รู้ว่าเกี่ยวกับกรดไหลย้อน:

  • ไอเรื้อรัง โดยเฉพาะตอนกลางคืน
  • เสียงแหบ เจ็บคอบ่อยๆ โดยไม่ได้เป็นหวัด
  • หอบเหมือนหืด
  • ฟันผุง่ายผิดปกติ (กรดกัดเคลือบฟัน)
  • เจ็บหน้าอกจนบางคนนึกว่าเป็นโรคหัวใจ

ตาราง: เปรียบเทียบอาการกรดไหลย้อน 2 กลุ่ม

อาการทั่วไป (Typical) อาการที่มักมองข้าม (Atypical)
แสบร้อนกลางอก ไอเรื้อรังตอนกลางคืน
เรอเปรี้ยว รสขมในปาก เสียงแหบ เจ็บคอบ่อย
จุกแน่นคอ กลืนลำบาก หอบเหมือนหืด
คลื่นไส้หลังกินอาหาร ฟันผุง่ายผิดปกติ
แน่นท้องบริเวณลิ้นปี่ เจ็บหน้าอกคล้ายโรคหัวใจ

⚠️ ถ้ามีอาการเจ็บหน้าอกรุนแรง หายใจลำบาก หรืออาเจียนเป็นเลือด ควรไปพบแพทย์ทันที

ใครบ้างที่เสี่ยงเป็นกรดไหลย้อน

ไม่ใช่แค่คนกินเผ็ดเท่านั้นที่เสี่ยง กลุ่มเสี่ยงมีหลากหลายกว่าที่คิด:

  • คนน้ำหนักเกินหรืออ้วนลงพุง — ไขมันหน้าท้องเพิ่มแรงดันในช่องท้อง
  • คนกินดึกเป็นประจำ — กินแล้วนอนทันทีภายใน 2-3 ชั่วโมง
  • คนเครียดสะสม นอนไม่พอ — กระเพาะผลิตกรดมากขึ้น
  • คนสูบบุหรี่ — นิโคตินทำให้หูรูดหลอดอาหารคลายตัว
  • หญิงตั้งครรภ์ — โดยเฉพาะไตรมาสที่ 2-3
  • คนที่ใช้ยาบางกลุ่มเป็นประจำ — เช่น ยาแก้ปวด ยาคลายกล้ามเนื้อ

กรดไหลย้อนรักษายังไง

การรักษากรดไหลย้อนมี 3 แนวทางหลัก ขึ้นอยู่กับความรุนแรง:

1. ปรับพฤติกรรม — ด่านแรกที่สำคัญที่สุด ไม่ว่าจะเป็นกรดไหลย้อนระดับไหน การปรับพฤติกรรมช่วยได้เสมอ

2. ใช้ยา — ถ้าปรับพฤติกรรมแล้วยังไม่ดีขึ้น ยาลดกรดจะช่วยควบคุมอาการและให้หลอดอาหารฟื้นตัว

3. ผ่าตัด — สำหรับกรณีรุนแรงที่ยาไม่ได้ผล หรือมีภาวะแทรกซ้อน แพทย์อาจพิจารณาผ่าตัดเสริมหูรูด

💡 สงสัยว่ากรดไหลย้อนเรื้อรังดูแลยังไง? อ่านต่อที่ กรดไหลย้อนเรื้อรัง ดูแลตัวเองยังไงให้หาย

ยาที่ใช้รักษากรดไหลย้อน

ยาลดกรดมีหลายกลุ่ม แต่ละกลุ่มทำงานต่างกัน เหมาะกับอาการต่างระดับ

ยาลดกรดชนิดออกฤทธิ์เร็ว (Antacid) — เช่น อะลูมิเนียมไฮดรอกไซด์ แมกนีเซียมไฮดรอกไซด์ ช่วยสะเทินกรดทันที แต่ออกฤทธิ์สั้น เหมาะกับอาการเป็นครั้งคราว

ยาลดกรดกลุ่ม H2 Blocker — เช่น Famotidine ลดการผลิตกรดได้ปานกลาง ออกฤทธิ์นานกว่า Antacid

ยาลดกรดกลุ่ม PPI (Proton Pump Inhibitor) — เช่น Omeprazole หรือ Esomeprazole (Nexium) เป็นยาลดกรดที่แรงที่สุด ลดการผลิตกรดได้มากถึง 90% เหมาะกับอาการปานกลางถึงรุนแรง หรือเป็นเรื้อรัง

ตาราง: เปรียบเทียบยาลดกรด 3 กลุ่ม

กลุ่มยา กลไก ความเร็วออกฤทธิ์ ระยะเวลาออกฤทธิ์ เหมาะกับ
Antacid สะเทินกรดโดยตรง เร็วมาก (นาที) 1-3 ชั่วโมง อาการเป็นครั้งคราว
H2 Blocker ลดการผลิตกรดบางส่วน 30-60 นาที 6-12 ชั่วโมง อาการเบาถึงปานกลาง
PPI ยับยั้งปั๊มกรดโดยตรง 1-2 ชม. (เต็มที่ 2-3 วัน) 24 ชั่วโมง+ ปานกลางถึงรุนแรง / เรื้อรัง

📖 อยากเปรียบเทียบยาลดกรดแต่ละกลุ่มแบบละเอียด? อ่านต่อที่ ยาลดกรด PPI vs Antacid เลือกยังไงให้เหมาะกับตัวเอง

ปรับพฤติกรรมป้องกันกรดไหลย้อน

ยาอย่างเดียวไม่พอ ถ้าพฤติกรรมยังเหมือนเดิม กรดไหลย้อนก็กลับมาได้เรื่อยๆ

เรื่องกิน:

  • กินมื้อเล็กลง แต่บ่อยขึ้น ไม่กินจนอิ่มแน่น
  • หลีกเลี่ยงอาหารที่กระตุ้นกรด เช่น ของเผ็ดจัด มันจัด ช็อกโกแลต กาแฟ น้ำอัดลม แอลกอฮอล์
  • ไม่กินอาหารก่อนนอนอย่างน้อย 3 ชั่วโมง

เรื่องนอน:

  • ยกหัวเตียงสูงขึ้น 6-8 นิ้ว (ไม่ใช่แค่หนุนหมอนสูง)
  • นอนตะแคงซ้ายช่วยลดกรดไหลย้อนได้ดีกว่าตะแคงขวา

เรื่องอื่นๆ:

  • ลดน้ำหนักถ้าน้ำหนักเกิน
  • เลิกบุหรี่
  • ไม่ใส่เสื้อผ้ารัดแน่นบริเวณเอว
  • จัดการความเครียด พักผ่อนให้เพียงพอ

💡 อยากรู้ว่ากินอะไรได้ อะไรควรเลี่ยง? อ่านต่อที่ อาหารกรดไหลย้อน กินอะไรได้-ห้ามกินอะไร

ภาวะแทรกซ้อนที่ต้องระวัง

ถ้าปล่อยให้กรดไหลย้อนเรื้อรังโดยไม่รักษา อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้

ตาราง: ภาวะแทรกซ้อนของกรดไหลย้อน

ภาวะแทรกซ้อน เกิดจาก ความเสี่ยง
หลอดอาหารอักเสบ (Esophagitis) กรดกัดเยื่อบุหลอดอาหารซ้ำๆ เจ็บแสบ กลืนเจ็บ อาจมีเลือดออก
หลอดอาหารตีบ (Stricture) แผลเป็นจากการอักเสบซ้ำ กลืนอาหารลำบาก อาหารติดคอ
Barrett's Esophagus เซลล์เยื่อบุเปลี่ยนแปลงจากกรดกัดนาน เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งหลอดอาหาร
ปัญหาทางเดินหายใจ กรดระคายเคืองกล่องเสียงและปอด ไอเรื้อรัง หืดกำเริบ
ปัญหาสุขภาพฟัน กรดกัดเคลือบฟัน ฟันผุ ฟันสึก เสียวฟัน

คำถามที่พบบ่อย

กรดไหลย้อนสามารถควบคุมได้ดีด้วยยาและการปรับพฤติกรรม หลายคนอาการดีขึ้นจนไม่ต้องกินยาต่อเนื่อง แต่ถ้ากลับไปมีพฤติกรรมเดิมก็อาจกลับมาเป็นซ้ำได้

กรดไหลย้อนเกิดที่หลอดอาหาร ส่วนโรคกระเพาะเกิดที่กระเพาะอาหาร อาการคล้ายกันแต่ตำแหน่งและการรักษาต่างกัน ถ้าไม่แน่ใจควรปรึกษาแพทย์

ยากลุ่ม PPI ถ้าใช้ติดต่อกันนานหลายเดือนถึงปี อาจมีผลต่อการดูดซึมแคลเซียมและแมกนีเซียม ควรใช้ตามคำแนะนำและติดตามกับแพทย์เป็นระยะ

หญิงตั้งครรภ์ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยาทุกชนิด การปรับพฤติกรรม เช่น กินมื้อเล็ก ยกหัวเตียง ไม่นอนทันทีหลังกิน เป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุด

ถ้ามีอาการมากกว่า 2 สัปดาห์ กินยาแล้วไม่ดีขึ้น กลืนลำบาก น้ำหนักลดผิดปกติ หรืออาเจียนเป็นเลือด ควรพบแพทย์โดยเร็ว

⚠️ ข้อจำกัดความรับผิดชอบ

เนื้อหาในบทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาทดแทนคำแนะนำ การวินิจฉัย หรือการรักษาจากแพทย์หรือเภสัชกรผู้เชี่ยวชาญ หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการหรือการใช้ยา ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ส่งไว ภายใน 24 ชม.

สั่งวันนี้ จัดส่งเร็ว ไม่ต้องรอนาน สินค้าพร้อมส่งจากในประเทศ

สินค้าเป็นของแท้

คัดเฉพาะสินค้าของแท้ มีมาตรฐาน มั่นใจได้ในคุณภาพทุกชิ้น

ไม่ระบุสินค้ากับผู้ส่ง

แพ็กแนบเนียน ไม่มีระบุชื่อสินค้า เคารพความเป็นส่วนตัวของลูกค้า

ราคาคุ้มค่า เข้าถึงได้

ราคาสมเหตุสมผล คุ้มค่าเมื่อเทียบกับคุณภาพ เลือกได้สบายใจ

สินค้าที่พึ่งดูมา