กรดไหลย้อน (GERD) คือภาวะที่กรดในกระเพาะไหลย้อนขึ้นมาที่หลอดอาหาร เพราะหูรูดหลอดอาหารส่วนล่างทำงานผิดปกติ ทำให้รู้สึกแสบร้อนกลางอก เรอเปรี้ยว จุกคอ หรือกลืนลำบาก รักษาได้ด้วยยาลดกรดกลุ่ม PPI, H2 Blocker หรือ Antacid ร่วมกับการปรับพฤติกรรม เช่น ไม่กินดึก ลดอาหารมันเผ็ด ยกหัวเตียงสูง หากปล่อยไว้นานอาจเรื้อรังและเสี่ยงภาวะแทรกซ้อน
กรดไหลย้อนคืออะไร
กรดไหลย้อน หรือ GERD (Gastroesophageal Reflux Disease) คือภาวะที่กรดจากกระเพาะอาหารไหลย้อนกลับขึ้นมาที่หลอดอาหาร เพราะหูรูดหลอดอาหารส่วนล่าง (Lower Esophageal Sphincter) คลายตัวผิดจังหวะหรือทำงานอ่อนแรงลง
ปกติแล้วหูรูดตัวนี้จะเปิดเฉพาะตอนกลืนอาหาร แล้วปิดแน่นไม่ให้กรดย้อนขึ้นมา แต่ถ้ามันหลวมหรือคลายตัวบ่อยเกินไป กรดก็จะไหลขึ้นมาระคายเคืองเยื่อบุหลอดอาหาร ทำให้รู้สึกแสบร้อน จุกแน่น หรือเรอเปรี้ยว
🔢 สถิติน่ารู้:
- 🌏 ทั่วโลกมีคนเป็นกรดไหลย้อนราว 8-33% ของประชากร (WHO)
- 🇹🇭 ในประเทศไทยพบได้ประมาณ 7-15% ของคนที่มาพบแพทย์ด้วยอาการทางเดินอาหาร
- 📈 แนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในคนเมืองที่เครียดสูงและกินอาหารไม่เป็นเวลา
สาเหตุที่ทำให้เกิดกรดไหลย้อน
กรดไหลย้อนไม่ได้เกิดจากสาเหตุเดียว แต่มักเป็นหลายปัจจัยรวมกัน
หูรูดหลอดอาหารอ่อนแรง — ตัวการหลักเลย ถ้าหูรูดคลายตัวบ่อยหรือปิดไม่สนิท กรดก็ย้อนขึ้นมาได้ง่าย
ไส้เลื่อนกระบังลม (Hiatal Hernia) — กระเพาะส่วนบนเลื่อนทะลุผ่านกระบังลมขึ้นไป ทำให้หูรูดทำงานได้ไม่ดี
พฤติกรรมการกิน — กินดึก กินมื้อใหญ่แล้วนอนทันที กินเผ็ดจัด มันจัด หรือดื่มกาแฟ น้ำอัดลม แอลกอฮอล์บ่อยๆ
น้ำหนักเกิน — ไขมันหน้าท้องกดดันกระเพาะ ดันกรดย้อนขึ้นมา
ความเครียด — เครียดสะสมทำให้กระเพาะผลิตกรดมากขึ้น และหูรูดทำงานแย่ลง
การตั้งครรภ์ — ฮอร์โมนและมดลูกที่โตขึ้นกดดันกระเพาะ ทำให้กรดไหลย้อนได้ง่าย
ยาบางชนิด — ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs ยาคลายกล้ามเนื้อ ยาความดัน บางตัวทำให้หูรูดคลายตัว
📖 อยากรู้ว่าอาการแบบไหนคือกรดไหลย้อนจริงๆ? อ่านต่อที่ อาการกรดไหลย้อน สังเกตยังไงว่าใช่
อาการกรดไหลย้อนที่พบบ่อย
อาการกรดไหลย้อนแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มหลัก คือ อาการทั่วไปที่เจอบ่อย กับอาการที่ไม่ค่อยมีคนนึกถึง
อาการทั่วไป:
- แสบร้อนกลางอก (Heartburn) — โดยเฉพาะหลังกินอาหารหรือตอนนอน
- เรอเปรี้ยว รู้สึกมีรสเปรี้ยวหรือขมในปาก
- จุกแน่นคอ กลืนลำบาก
- คลื่นไส้ โดยเฉพาะตอนเช้า
อาการที่หลายคนไม่รู้ว่าเกี่ยวกับกรดไหลย้อน:
- ไอเรื้อรัง โดยเฉพาะตอนกลางคืน
- เสียงแหบ เจ็บคอบ่อยๆ โดยไม่ได้เป็นหวัด
- หอบเหมือนหืด
- ฟันผุง่ายผิดปกติ (กรดกัดเคลือบฟัน)
- เจ็บหน้าอกจนบางคนนึกว่าเป็นโรคหัวใจ
ตาราง: เปรียบเทียบอาการกรดไหลย้อน 2 กลุ่ม
| อาการทั่วไป (Typical) | อาการที่มักมองข้าม (Atypical) |
|---|---|
| แสบร้อนกลางอก | ไอเรื้อรังตอนกลางคืน |
| เรอเปรี้ยว รสขมในปาก | เสียงแหบ เจ็บคอบ่อย |
| จุกแน่นคอ กลืนลำบาก | หอบเหมือนหืด |
| คลื่นไส้หลังกินอาหาร | ฟันผุง่ายผิดปกติ |
| แน่นท้องบริเวณลิ้นปี่ | เจ็บหน้าอกคล้ายโรคหัวใจ |
⚠️ ถ้ามีอาการเจ็บหน้าอกรุนแรง หายใจลำบาก หรืออาเจียนเป็นเลือด ควรไปพบแพทย์ทันที
ใครบ้างที่เสี่ยงเป็นกรดไหลย้อน
ไม่ใช่แค่คนกินเผ็ดเท่านั้นที่เสี่ยง กลุ่มเสี่ยงมีหลากหลายกว่าที่คิด:
- คนน้ำหนักเกินหรืออ้วนลงพุง — ไขมันหน้าท้องเพิ่มแรงดันในช่องท้อง
- คนกินดึกเป็นประจำ — กินแล้วนอนทันทีภายใน 2-3 ชั่วโมง
- คนเครียดสะสม นอนไม่พอ — กระเพาะผลิตกรดมากขึ้น
- คนสูบบุหรี่ — นิโคตินทำให้หูรูดหลอดอาหารคลายตัว
- หญิงตั้งครรภ์ — โดยเฉพาะไตรมาสที่ 2-3
- คนที่ใช้ยาบางกลุ่มเป็นประจำ — เช่น ยาแก้ปวด ยาคลายกล้ามเนื้อ
กรดไหลย้อนรักษายังไง
การรักษากรดไหลย้อนมี 3 แนวทางหลัก ขึ้นอยู่กับความรุนแรง:
1. ปรับพฤติกรรม — ด่านแรกที่สำคัญที่สุด ไม่ว่าจะเป็นกรดไหลย้อนระดับไหน การปรับพฤติกรรมช่วยได้เสมอ
2. ใช้ยา — ถ้าปรับพฤติกรรมแล้วยังไม่ดีขึ้น ยาลดกรดจะช่วยควบคุมอาการและให้หลอดอาหารฟื้นตัว
3. ผ่าตัด — สำหรับกรณีรุนแรงที่ยาไม่ได้ผล หรือมีภาวะแทรกซ้อน แพทย์อาจพิจารณาผ่าตัดเสริมหูรูด
💡 สงสัยว่ากรดไหลย้อนเรื้อรังดูแลยังไง? อ่านต่อที่ กรดไหลย้อนเรื้อรัง ดูแลตัวเองยังไงให้หาย
ยาที่ใช้รักษากรดไหลย้อน
ยาลดกรดมีหลายกลุ่ม แต่ละกลุ่มทำงานต่างกัน เหมาะกับอาการต่างระดับ
ยาลดกรดชนิดออกฤทธิ์เร็ว (Antacid) — เช่น อะลูมิเนียมไฮดรอกไซด์ แมกนีเซียมไฮดรอกไซด์ ช่วยสะเทินกรดทันที แต่ออกฤทธิ์สั้น เหมาะกับอาการเป็นครั้งคราว
ยาลดกรดกลุ่ม H2 Blocker — เช่น Famotidine ลดการผลิตกรดได้ปานกลาง ออกฤทธิ์นานกว่า Antacid
ยาลดกรดกลุ่ม PPI (Proton Pump Inhibitor) — เช่น Omeprazole หรือ Esomeprazole (Nexium) เป็นยาลดกรดที่แรงที่สุด ลดการผลิตกรดได้มากถึง 90% เหมาะกับอาการปานกลางถึงรุนแรง หรือเป็นเรื้อรัง
ตาราง: เปรียบเทียบยาลดกรด 3 กลุ่ม
| กลุ่มยา | กลไก | ความเร็วออกฤทธิ์ | ระยะเวลาออกฤทธิ์ | เหมาะกับ |
|---|---|---|---|---|
| Antacid | สะเทินกรดโดยตรง | เร็วมาก (นาที) | 1-3 ชั่วโมง | อาการเป็นครั้งคราว |
| H2 Blocker | ลดการผลิตกรดบางส่วน | 30-60 นาที | 6-12 ชั่วโมง | อาการเบาถึงปานกลาง |
| PPI | ยับยั้งปั๊มกรดโดยตรง | 1-2 ชม. (เต็มที่ 2-3 วัน) | 24 ชั่วโมง+ | ปานกลางถึงรุนแรง / เรื้อรัง |
📖 อยากเปรียบเทียบยาลดกรดแต่ละกลุ่มแบบละเอียด? อ่านต่อที่ ยาลดกรด PPI vs Antacid เลือกยังไงให้เหมาะกับตัวเอง
ปรับพฤติกรรมป้องกันกรดไหลย้อน
ยาอย่างเดียวไม่พอ ถ้าพฤติกรรมยังเหมือนเดิม กรดไหลย้อนก็กลับมาได้เรื่อยๆ
เรื่องกิน:
- กินมื้อเล็กลง แต่บ่อยขึ้น ไม่กินจนอิ่มแน่น
- หลีกเลี่ยงอาหารที่กระตุ้นกรด เช่น ของเผ็ดจัด มันจัด ช็อกโกแลต กาแฟ น้ำอัดลม แอลกอฮอล์
- ไม่กินอาหารก่อนนอนอย่างน้อย 3 ชั่วโมง
เรื่องนอน:
- ยกหัวเตียงสูงขึ้น 6-8 นิ้ว (ไม่ใช่แค่หนุนหมอนสูง)
- นอนตะแคงซ้ายช่วยลดกรดไหลย้อนได้ดีกว่าตะแคงขวา
เรื่องอื่นๆ:
- ลดน้ำหนักถ้าน้ำหนักเกิน
- เลิกบุหรี่
- ไม่ใส่เสื้อผ้ารัดแน่นบริเวณเอว
- จัดการความเครียด พักผ่อนให้เพียงพอ
💡 อยากรู้ว่ากินอะไรได้ อะไรควรเลี่ยง? อ่านต่อที่ อาหารกรดไหลย้อน กินอะไรได้-ห้ามกินอะไร
ภาวะแทรกซ้อนที่ต้องระวัง
ถ้าปล่อยให้กรดไหลย้อนเรื้อรังโดยไม่รักษา อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้
ตาราง: ภาวะแทรกซ้อนของกรดไหลย้อน
| ภาวะแทรกซ้อน | เกิดจาก | ความเสี่ยง |
|---|---|---|
| หลอดอาหารอักเสบ (Esophagitis) | กรดกัดเยื่อบุหลอดอาหารซ้ำๆ | เจ็บแสบ กลืนเจ็บ อาจมีเลือดออก |
| หลอดอาหารตีบ (Stricture) | แผลเป็นจากการอักเสบซ้ำ | กลืนอาหารลำบาก อาหารติดคอ |
| Barrett's Esophagus | เซลล์เยื่อบุเปลี่ยนแปลงจากกรดกัดนาน | เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งหลอดอาหาร |
| ปัญหาทางเดินหายใจ | กรดระคายเคืองกล่องเสียงและปอด | ไอเรื้อรัง หืดกำเริบ |
| ปัญหาสุขภาพฟัน | กรดกัดเคลือบฟัน | ฟันผุ ฟันสึก เสียวฟัน |
คำถามที่พบบ่อย
กรดไหลย้อนสามารถควบคุมได้ดีด้วยยาและการปรับพฤติกรรม หลายคนอาการดีขึ้นจนไม่ต้องกินยาต่อเนื่อง แต่ถ้ากลับไปมีพฤติกรรมเดิมก็อาจกลับมาเป็นซ้ำได้
กรดไหลย้อนเกิดที่หลอดอาหาร ส่วนโรคกระเพาะเกิดที่กระเพาะอาหาร อาการคล้ายกันแต่ตำแหน่งและการรักษาต่างกัน ถ้าไม่แน่ใจควรปรึกษาแพทย์
ยากลุ่ม PPI ถ้าใช้ติดต่อกันนานหลายเดือนถึงปี อาจมีผลต่อการดูดซึมแคลเซียมและแมกนีเซียม ควรใช้ตามคำแนะนำและติดตามกับแพทย์เป็นระยะ
หญิงตั้งครรภ์ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยาทุกชนิด การปรับพฤติกรรม เช่น กินมื้อเล็ก ยกหัวเตียง ไม่นอนทันทีหลังกิน เป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุด
ถ้ามีอาการมากกว่า 2 สัปดาห์ กินยาแล้วไม่ดีขึ้น กลืนลำบาก น้ำหนักลดผิดปกติ หรืออาเจียนเป็นเลือด ควรพบแพทย์โดยเร็ว
⚠️ ข้อจำกัดความรับผิดชอบ
เนื้อหาในบทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาทดแทนคำแนะนำ การวินิจฉัย หรือการรักษาจากแพทย์หรือเภสัชกรผู้เชี่ยวชาญ หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการหรือการใช้ยา ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ
สินค้าที่เกี่ยวข้อง
ยารักษากรดไหลย้อน
-
สินค้าหมด
Omeprazole GPOยาลดกรดมาตรฐานไทย ออกฤทธิ์นาน 24 ชั่วโมง
Out of Stockเริ่มต้น 50.00 ฿ / -
สินค้าหมด
Nexiumยาลดกรดต้นตำรับ ออกฤทธิ์นาน 24 ชม. ควบคุมกรดได้ดีกว่า
Out of Stock940.00 ฿ /
เป็นสมาชิกกับทางร้านเพื่อรับข่าวสารและส่วนลดต่างๆ

