FINASTERIDE
Propecia
💊 Propecia 1mg คือยาเม็ดสำหรับผู้ชายที่มีปัญหา ผมบาง หรือ ผมร่วงเยอะมาก แบบพันธุกรรม (Male Pattern Baldness) ช่วยลดระดับ DHT บนหนังศีรษะ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้รูขุมขนเล็กลงจนผมค่อยๆ บางและร่วง
✔️ ช่วยชะลอผมร่วง และสนับสนุนให้ผมดูแน่นขึ้น เมื่อทานต่อเนื่อง
⏳ ทานวันละ 1 เม็ด สะดวก ทำเป็นรูทีนได้ง่าย
🧠 เหมาะสำหรับคนที่กำลังหาคำตอบว่า ผมร่วงเกิดจากอะไร และกำลังมองหา ยาปลูกผม หรือวิธีแก้ผมร่วงที่เน้นดูแลจากสาเหตุ
หมายเหตุ: ผลลัพธ์แตกต่างกันในแต่ละคน และมักต้องใช้เวลาสม่ำเสมอจึงเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลง
การจัดส่งสินค้า
จัดส่งสินค้าอย่างเป็นส่วนตัวภายในประเทศไทย โดยบรรจุภัณฑ์ไม่ระบุรายละเอียดสินค้า ลูกค้าสามารถตรวจสอบเงื่อนไขการจัดส่งและการคืนสินค้าได้ตามนโยบายของร้าน หากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อทีมงานเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติม
รายละเอียดสินค้า
Propecia เป็นหนึ่งใน ยาปลูกผม ที่ใช้สำหรับดูแลปัญหา ผมร่วงเยอะมาก และ ผมบาง แบบผู้ชายที่ต้องใช้ใบสั่งยา มาในรูปแบบยาเม็ด โดยมีตัวยาสำคัญคือ finasteride ซึ่งเป็นตัวยาที่นิยมใช้ในการดูแลภาวะผมบางจากพันธุกรรม (male pattern baldness)
ข้อมูลระบุว่า Propecia อาจมีประสิทธิภาพได้สูงถึง 90% ในการสนับสนุนให้ผมงอกใหม่ หรือช่วยชะลอไม่ให้ผมร่วงเพิ่มขึ้น
การเลือกใช้ ยาปลูกผม ควรพิจารณาจากความเหมาะสมของแต่ละคน เพราะผมร่วงในแต่ละคนอาจมีสาเหตุแตกต่างกัน
หากกำลังสงสัยว่า ผมร่วงเกิดจากอะไร และมองหา วิธีแก้ผมร่วง ที่ดูแลจากต้นเหตุ Propecia ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ใช้กันมากในผู้ชายที่มีผมบางแบบพันธุกรรม
About Propecia
ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Propecia
Propecia คืออะไร?
Propecia คือยาเม็ดที่ต้องใช้ใบสั่งยา ใช้เพื่อดูแลและป้องกันภาวะ ผมบาง แบบผู้ชาย (male pattern baldness) โดยมีตัวยาสำคัญคือ finasteride ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่ม ยาปลูกผม ที่มีประสิทธิภาพได้สูงถึง 90% ในผู้ชาย
Finasteride จัดอยู่ในกลุ่มยาที่เรียกว่า 5-alpha reductase inhibitors ซึ่งช่วยลดระดับ DHT (dihydrotestosterone) ฮอร์โมนที่เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เส้นผมค่อยๆ บางลงและนำไปสู่ปัญหา ผมร่วงเยอะมาก ในผู้ชาย
Propecia มาในขนาด 1 มก. และขนาดรับประทานที่ใช้โดยทั่วไปคือ วันละ 1 เม็ด ผู้ชายบางคนอาจเริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงได้หลังใช้ต่อเนื่องประมาณ 3 เดือน
ทั้งนี้ Propecia เป็นชื่อทางการค้าของยา finasteride และผลิตโดย Organon Pharma
Propecia ทำงานอย่างไร?
ตัวยาสำคัญใน Propecia คือ finasteride ซึ่งเป็นตัวยาในกลุ่ม ยาปลูกผม ที่ทำงานโดยยับยั้งไม่ให้ร่างกายเปลี่ยนฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนไปเป็นฮอร์โมนอีกชนิดที่ชื่อว่า DHT
DHT เป็นฮอร์โมนที่ทำให้ระยะการเจริญเติบโตของเส้นผมสั้นลง และทำให้เส้นผมค่อยๆ บางลง จนเกิดปัญหา ผมร่วง และ ผมบาง
Propecia ช่วยลดระดับ DHT ทั้งบริเวณหนังศีรษะและในกระแสเลือด เพื่อชะลอและย้อนกระบวนการผมบาง สนับสนุนการเจริญเติบโตของเส้นผม และช่วยป้องกันไม่ให้ผมร่วงเพิ่มขึ้น ในบางกรณียังอาจช่วยให้ผมงอกกลับมาได้ด้วย จึงเหมาะกับผู้ที่กำลังมองหา ยาปลูกผม หรือ วิธีแก้ผมร่วง ที่เน้นจัดการจากต้นเหตุ
Propecia ใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะเห็นผล?
การใช้ Propecia หรือ ยาปลูกผม finasteride จำเป็นต้องใช้เวลา จึงจะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลง โดยผู้ชายส่วนใหญ่มักเริ่มเห็นอาการดีขึ้นบางส่วนภายใน 3–6 เดือน
ยานี้จะได้ผลดีที่สุดเมื่อใช้ต่อเนื่องระยะยาว และจะออกฤทธิ์ได้ “ตราบเท่าที่ใช้ยาอยู่” ดังนั้นเมื่อหยุดใช้ ผลลัพธ์จะค่อยๆ ลดลงและอาจย้อนกลับไปใกล้เดิมภายในประมาณ 9–12 เดือน
Propecia มีประสิทธิภาพแค่ไหน?
งานวิจัยพบว่า finasteride ซึ่งเป็นตัวยาสำคัญใน Propecia และเป็นหนึ่งใน ยาปลูกผม ที่ได้รับการยอมรับ มีประสิทธิภาพได้ถึง 90% ในผู้ชาย โดยหลังใช้ต่อเนื่อง 5 ปี:
- 48% ประเมินว่าปัญหา ผมร่วง “ดีขึ้น”
- 42% ประเมินว่า “ไม่เปลี่ยนแปลง” หมายถึงไม่มีผมร่วงเพิ่มขึ้น
เพิ่มขนาดยา จะเห็นผลดีกว่าไหม?
ไม่แนะนำ การทาน Propecia ขนาด 1 มก. ต่อวัน เพียงพอสำหรับการดูแลปัญหา ผมร่วงเยอะมาก และ ผมบาง อยู่แล้ว การเพิ่มขนาดยาไม่ได้ทำให้ผลลัพธ์ดีขึ้น แต่กลับเพิ่มความเสี่ยงของผลข้างเคียง
แม้ว่า finasteride จะมีขนาด 5 มก. แต่โดยทั่วไปใช้เพื่อดูแลภาวะต่อมลูกหมากโตชนิดไม่ร้ายแรง ไม่ได้ใช้เป็น ยาปลูกผม
ดังนั้น ควรใช้ Propecia เพื่อดูแลปัญหาเส้นผมตามขนาดและคำแนะนำที่กำหนดเท่านั้น โดยเฉพาะในผู้ที่มี ผมร่วงเยอะมาก หรือ ผมบาง และกำลังหาคำตอบว่า ผมร่วงเกิดจากอะไร เพื่อเลือกแนวทางที่เหมาะกับตัวเองที่สุด
วิธีรับประทาน/การใช้ Propecia
วิธีรับประทาน Propecia
รับประทาน Propecia วันละ 1 เม็ด (กลืนทั้งเม็ด) สามารถทานพร้อมอาหารหรือไม่พร้อมอาหารก็ได้ แนะนำให้ทานเวลาเดิมทุกวันเพื่อความสม่ำเสมอในการดูแลเส้นผม
ควรทาน Propecia ปริมาณเท่าไหร่?
ควรทานวันละ 1 เม็ด ขนาด 1 มก. เท่านั้น การทานมากกว่าวันละ 1 เม็ดไม่ได้ทำให้ยาออกฤทธิ์เร็วขึ้นหรือมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่กลับเพิ่มความเสี่ยงของผลข้างเคียง
Propecia เป็นหนึ่งใน ยาปลูกผม ที่ให้ผลดีเมื่อใช้ในขนาดที่เหมาะสมและต่อเนื่อง
ต้องทาน Propecia นานแค่ไหน?
โดยทั่วไปจำเป็นต้องทานต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน อาจใช้เวลาหลายเดือนหรือหลายปี ไม่ควรหยุดยาเอง เพราะเมื่อหยุดใช้ ผลลัพธ์จะค่อยๆ ลดลง
เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังมองหา วิธีแก้ผมร่วง และ ยาปลูกผม แบบระยะยาวที่เน้นการดูแลจากต้นเหตุ
ถ้าลืมทาน Propecia ต้องทำอย่างไร?
หากพลาดการทานยาและนึกขึ้นได้ในเวลาที่:
- ช้ากว่ากำหนดไม่เกิน 6 ชั่วโมง: ให้ทานทันทีที่นึกได้
- ช้ากว่ากำหนดเกิน 6 ชั่วโมง: ให้ข้ามโดสนั้นไป และทานเม็ดถัดไปตามเวลาปกติ
ไม่ควรทานเพิ่มเป็น 2 เม็ดเพื่อชดเชยเด็ดขาด
ควรใช้ Propecia ตามขนาดและคำแนะนำที่กำหนดเท่านั้น โดยเฉพาะในผู้ที่มี ผมร่วงเยอะมาก หรือ ผมบาง และกำลังพยายามหาสาเหตุว่า ผมร่วงเกิดจากอะไร
ถ้าทาน Propecia เกินขนาดควรทำอย่างไร?
หากทาน Propecia หรือ ยาปลูกผม มากกว่าที่ควร ควรติดต่อผู้เชี่ยวชาญหรือแพทย์ทันทีเพื่อขอคำแนะนำ ไม่ควรรอดูอาการเอง
ถ้าหยุดทาน Propecia จะเกิดอะไรขึ้น?
หากหยุดทาน อาการ ผมร่วง มักจะค่อยๆ กลับมาอีกภายในประมาณ 9–12 เดือน เนื่องจากฤทธิ์ของยาจะหมดลง และระดับ DHT จะกลับสู่ภาวะเดิม
ผลข้างเคียงของ Propecia
แม้ว่าคนส่วนใหญ่จะใช้ Propecia (ยาปลูกผม) ได้ตามปกติ แต่ก็มีโอกาสเกิดผลข้างเคียงได้ในบางราย โดยผลข้างเคียงที่พบไม่บ่อย (อาจเกิดขึ้นได้ประมาณ 1 ใน 100 คน) ได้แก่:
- ความต้องการทางเพศลดลง
- ภาวะแข็งตัวไม่เต็มที่ (erectile dysfunction)
- ปัญหาเกี่ยวกับการหลั่ง หรือปริมาณอสุจิลดลง
- อารมณ์หม่นหมอง
นอกจากนี้ยังมีผลข้างเคียงอื่นๆ ที่ยังไม่สามารถระบุความถี่ที่แน่นอนได้ เช่น:
- ใจสั่น (รู้สึกถึงจังหวะการเต้นของหัวใจ)
- อาการบวมหรือเจ็บตึงบริเวณหน้าอก
- การทำงานของตับเปลี่ยนแปลงไป
- มีเลือดปนในอสุจิ
- เจ็บอัณฑะ
- ปัญหาการแข็งตัวที่ยังคงอยู่แม้จะหยุดใช้ยาแล้ว
- ความต้องการทางเพศยังคงต่ำอยู่แม้จะหยุดใช้ยาแล้ว
- ปัญหาเกี่ยวกับการหลั่งหลังหยุดใช้ยา
- ปัญหาภาวะมีบุตรยากในชาย และ/หรือ คุณภาพอสุจิต่ำลง
- ความวิตกกังวล
- มีความคิดเกี่ยวกับการทำร้ายตัวเอง
- อาการแพ้ยา เช่น มีผื่นคัน หรือมีอาการบวมที่ใบหน้า/ทางเดินหายใจ
ผลข้างเคียงของ Propecia จะคงอยู่นานแค่ไหน?
โดยปกติผลข้างเคียงมักเกิดขึ้นเพียงชั่วคราว และมักจะค่อยๆ หายไปเมื่อร่างกายเริ่มปรับตัวเข้ากับยาได้ หรือดีขึ้นหลังหยุดยา หากคุณกังวลเกี่ยวกับผลข้างเคียงของ ยาปลูกผม Propecia ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อขอคำแนะนำ
ควรทำอย่างไรหากเกิดผลข้างเคียง?
หากคุณมีอาการรุนแรงดังต่อไปนี้ ควรหยุดใช้ยาและพบแพทย์โดยด่วน:
- สัญญาณของการแพ้ยา: เช่น ริมฝีปาก ใบหน้า ลิ้น หรือลำคอบวม, กลืนลำบาก, มีผื่นคัน (ลมพิษ) และมีปัญหาเรื่องการหายใจ
- ภาวะซึมเศร้า
- ความผิดปกติของเนื้อเยื่อหน้าอก: เช่น มีก้อนเนื้อ, เจ็บ, หน้าอกขยายใหญ่ขึ้น หรือมีสิ่งคัดหลั่งไหลออกมา
สำหรับใครที่กำลังมองหา วิธีแก้ผมร่วง และใช้ ยาปลูกผม อย่าง Propecia การสังเกตอาการตัวเองควบคู่ไปกับการใช้ยา จะช่วยให้การดูแลปัญหา ผมร่วงเยอะมาก และ ผมบาง เป็นไปได้อย่างปลอดภัยและสบายใจที่สุด
ข้อควรระวังในการใช้ Propecia
ไม่ควรใช้ Propecia หากคุณอยู่ในกลุ่มดังต่อไปนี้
- แพ้ส่วนประกอบใดๆ ของยา รวมถึง finasteride
- เป็นผู้หญิง (Propecia/finasteride ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อใช้ในผู้หญิง)
- กำลังใช้ยา finasteride หรือ dutasteride อยู่แล้ว เพื่อปัญหาต่อมลูกหมาก เช่น ภาวะต่อมลูกหมากโตชนิดไม่ร้ายแรง (BPH)
หากคุณกำลังจะเข้ารับการตรวจเลือดที่เรียกว่า PSA test (การตรวจค่า PSA เพื่อประเมินต่อมลูกหมาก) ควรแจ้งผู้เชี่ยวชาญก่อนเริ่มใช้ Propecia (ยาปลูกผม) เพราะยาอาจส่งผลต่อการแปลผลตรวจได้
Propecia กับยาอื่นๆ
โดยทั่วไป Propecia มักไม่ค่อยมีปฏิกิริยากับยาอื่น แต่ ห้ามใช้ร่วมกัน หากคุณกำลังทาน finasteride หรือ dutasteride อยู่แล้ว
ก่อนเริ่มใช้ ยาปลูกผม Propecia ควรแจ้งข้อมูลยาทั้งหมดที่คุณใช้อยู่ ไม่ว่าจะเป็นยาที่ได้รับจากสถานพยาบาล ยาที่ซื้อใช้เอง หรือสมุนไพรต่างๆ เพื่อความปลอดภัย และเพื่อให้การดูแลปัญหา ผมร่วงเยอะมาก และ ผมบาง เป็นไปอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะหากคุณกำลังหาคำตอบว่า ผมร่วงเกิดจากอะไร และต้องการเลือก วิธีแก้ผมร่วง ที่ตรงกับตัวเอง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Propecia
Propecia ปลอดภัยไหม?
โดยทั่วไป Propecia (ยาปลูกผม) ถือว่าปลอดภัยเมื่อใช้ตามคำแนะนำ และสามารถใช้ต่อเนื่องในระยะยาวได้ ผู้ชายจำนวนมากใช้เพื่อดูแล ผมบาง และ ผมร่วงเยอะมาก เป็นเวลาหลายเดือนหรือหลายปีโดยไม่มีปัญหา อย่างไรก็ตาม มีรายงานจากผู้ใช้บางรายที่พบอาการข้างเคียงต่อเนื่องแม้หยุดยาแล้ว ซึ่งบางแหล่งเรียกว่า Post-finasteride syndrome โดยอาจมีอาการ เช่น:
- ด้านสุขภาพทางเพศ: ความต้องการทางเพศต่ำ, ภาวะแข็งตัวไม่เต็มที่
- ด้านระบบเผาผลาญ: ความดันโลหิตสูง, คอเลสเตอรอลสูง
- ด้านจิตใจ/ระบบประสาท: ความวิตกกังวล, ภาวะซึมเศร้า, ความเหนื่อยล้า
- ด้านร่างกาย: มือหรือเท้าบวม, น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ (พบได้น้อยมาก) มีรายงานว่าผู้ชายบางรายเกิดมะเร็งเต้านมระหว่างใช้ยา หากพบก้อนเนื้อ เจ็บ หรือบวมบริเวณหน้าอก หรือมีของเหลวไหลออกจากหัวนม ควรติดต่อผู้เชี่ยวชาญทันที เพื่อให้การใช้ ยาปลูกผม เป็นไปอย่างปลอดภัย
Propecia ช่วยให้ผมงอกใหม่ได้ไหม?
ได้ครับ ตัวยาสำคัญใน Propecia คือ finasteride ซึ่งช่วยลดระดับ DHT บริเวณหนังศีรษะ ทำให้รูขุมขนมีโอกาสฟื้นตัวและสนับสนุนการงอกของเส้นผม งานทดลองระยะเวลา 48 สัปดาห์พบว่าช่วยปรับปรุงสัดส่วนระยะการงอกต่อระยะพักตัวได้ดีขึ้นถึง 47% จึงเป็นอีกทางเลือกของ วิธีแก้ผมร่วง และ ยาปลูกผม ที่เหมาะกับผู้ชายบางกลุ่ม
ผู้หญิงทาน Propecia ได้ไหม?
ไม่ได้ครับ ผู้หญิงไม่ควรทาน Propecia หรือ finasteride เพราะไม่ใช่แนวทางที่ออกแบบมาสำหรับผู้หญิง และอาจเป็นอันตรายต่อสตรีมีครรภ์ โดยการสัมผัสตัวยาอาจทำให้เกิดความผิดปกติแต่กำเนิดของทารกในครรภ์ได้
Propecia ดีกว่า Finasteride ทั่วไปไหม?
ทั้ง Propecia และ Finasteride แบบทั่วไป (Generic) มีตัวยาสำคัญชนิดเดียวกัน จึงออกฤทธิ์คล้ายกันและให้ผลลัพธ์ใกล้เคียงกัน ความแตกต่างหลักคือ Propecia เป็นชื่อทางการค้า (Branded version) จึงมักมีราคาสูงกว่า
ทาน Propecia ได้ตลอดชีวิตไหม?
โดยทั่วไปสามารถใช้ในระยะยาวได้ หากต้องการคงผลลัพธ์เรื่อง ผมบาง และ ผมร่วง มักต้องใช้ต่อเนื่อง เพราะเมื่อหยุดยา ผลลัพธ์จะค่อยๆ ลดลง หากกังวลเรื่องผลข้างเคียงระยะยาว แนะนำให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเป็นระยะ
สำหรับใครที่กำลังสงสัยว่า ผมร่วงเกิดจากอะไร และมีอาการ ผมร่วงเยอะมาก การเลือกใช้ ยาปลูกผม Propecia อย่างเหมาะสมและต่อเนื่อง อาจเป็น วิธีแก้ผมร่วง ที่ช่วยรักษาความหนาแน่นของเส้นผมและจัดการปัญหา ผมบาง ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
รีวิวจากผู้ใช้สินค้า
สินค้าอื่นที่ใกล้เคียงกัน
สินค้าที่มีตัวยาหลักเหมือนกันหรือรักษาโรคประเภทเดียวกัน
-
สินค้าหมด
Finasterideดูแลผมร่วงระยะยาวเมื่อใช้ต่อเนื่อง เหมาะกับผู้ชายที่มีผมบาง
Out of Stock380.00 ฿ /(10.5฿/เม็ด) -
สินค้าหมด
Firideยาปลูกผม Finasteride คุณภาพดี ราคาคุ้มค่าต่อกล่อง
Out of Stockเริ่มต้น 530.00 ฿ /
เป็นสมาชิกกับทางร้านเพื่อรับข่าวสารและส่วนลดต่างๆ
