
ยารักษาเก๊าท์
ยารักษาเกาต์ / ยาลดกรดยูริค (Gout Treatment)
โรคเกาต์และกรดยูริคสูงเป็นปัญหาที่พบบ่อยมากในคนไทย โดยเฉพาะผู้ชายวัยทำงาน อาการปวดข้ออักเสบอย่างรุนแรงสามารถเกิดขึ้นได้กะทันหันจนกระทบชีวิตประจำวัน Intimo Life มียารักษาเกาต์ที่ช่วยบรรเทาอาการปวดข้อจากเกาต์กำเริบได้อย่างมีประสิทธิภาพ
💊 ยารักษาเกาต์ตัวยา Colchicine ช่วยบรรเทาอาการเกาต์กำเริบ ออกฤทธิ์เร็ว ลดอาการปวดและอักเสบได้ตรงจุด
👨⚕️ ปรึกษาเภสัชกรออนไลน์ได้ทันที ไม่ต้องเดินทาง ไม่ต้องรอคิว สะดวกและเป็นส่วนตัว
🚚 จัดส่งเร็ว เป็นความลับ บรรจุภัณฑ์ไม่ระบุชื่อสินค้า ถึงมือคุณอย่างปลอดภัย
โรคเกาต์ (Gout) เป็นโรคข้ออักเสบชนิดหนึ่งที่เกิดจากกรดยูริคในเลือดสูงเกินไป จนผลึกกรดยูริคไปตกตะกอนสะสมที่ข้อ ทำให้ข้ออักเสบปวดอย่างรุนแรง
📊 จากข้อมูลทางการแพทย์พบว่า
- โรคเกาต์พบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิงถึง 3-4 เท่า โดยเฉพาะอายุ 30-50 ปี
- คนไทยมีอัตราการเป็นโรคเกาต์สูงขึ้นเรื่อยๆ สัมพันธ์กับพฤติกรรมการกินและไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไป
- ผู้ที่มีกรดยูริคในเลือดสูง (Hyperuricemia) ไม่ได้เป็นเกาต์ทุกคน แต่ยิ่งกรดยูริคสูงนานเท่าไหร่ ยิ่งเสี่ยงมากเท่านั้น
💊 ยาที่ใช้รักษาเกาต์แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือยาบรรเทาอาการเกาต์กำเริบ (เช่น Colchicine) และยาลดกรดยูริคในเลือด (เช่น Allopurinol, Febuxostat) ที่ Intimo Life มียา Colchicine สำหรับบรรเทาอาการเกาต์กำเริบ
⚠️ การรักษาเกาต์ต้องอาศัยทั้งยาและการปรับพฤติกรรม ควรปรึกษาเภสัชกรเพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสม
ตัวยาที่มีจำหน่าย
การตรวจและรักษาโรคเก๊าท์
โรคเกาต์คืออะไร? เกิดจากอะไร?
โรคเกาต์เป็นโรคข้ออักเสบที่เกิดจากกรดยูริคในเลือดสูงเกินไป กรดยูริคเป็นสารที่ร่างกายผลิตขึ้นจากการย่อยสลายสารพิวรีน (Purine) ซึ่งพบในอาหารหลายชนิดและในเซลล์ร่างกาย ปกติแล้วกรดยูริคจะถูกขับออกทางไต แต่ถ้าร่างกายผลิตมากเกินไปหรือไตขับออกไม่ทัน กรดยูริคก็จะสะสมในเลือด
เมื่อกรดยูริคสูงถึงจุดหนึ่ง จะตกผลึกเป็นเกล็ดแหลมๆ ไปสะสมที่ข้อ ร่างกายจึงตอบสนองด้วยการอักเสบอย่างรุนแรง นั่นคือสิ่งที่เรียกว่าเกาต์กำเริบ ซึ่งปวดมากจนหลายคนบอกว่าเป็นอาการปวดที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยเจอ
อาการเกาต์กำเริบเป็นอย่างไร?
อาการเกาต์กำเริบมีลักษณะเฉพาะที่จำได้ง่าย
🔴 อาการทั่วไป — ปวดข้ออย่างรุนแรงฉับพลัน มักเกิดกลางดึกหรือตอนเช้า / ข้อบวมแดง ร้อน เจ็บมากจนแตะไม่ได้ / มักเป็นที่ข้อนิ้วหัวแม่เท้าบ่อยที่สุด (เรียกว่า Podagra) แต่เป็นที่ข้อเท้า ข้อเข่า ข้อมือ ข้อนิ้วมือก็ได้ / อาการรุนแรงที่สุดภายใน 12-24 ชั่วโมง / ถ้าไม่รักษา อาการมักดีขึ้นเองภายใน 7-14 วัน แต่เจ็บมากตลอด
⚠️ เกาต์เรื้อรัง — ถ้าไม่ควบคุมกรดยูริค ผลึกจะสะสมมากขึ้นเรื่อยๆ กำเริบบ่อยขึ้น เป็นหลายข้อพร้อมกัน อาจเกิดก้อนโทฟัส (Tophi) ที่ข้อหรือใต้ผิวหนัง และอาจทำลายข้อจนเสียรูปถาวร
กรดยูริคสูง (Hyperuricemia) กับเกาต์ ต่างกันอย่างไร?
หลายคนสับสนระหว่างสองคำนี้ ซึ่งเกี่ยวข้องกันแต่ไม่ใช่อันเดียวกัน
กรดยูริคสูง (Hyperuricemia) — คือภาวะที่ระดับกรดยูริคในเลือดสูงกว่าปกติ (มากกว่า 7 mg/dL ในผู้ชาย หรือ 6 mg/dL ในผู้หญิง) คนที่กรดยูริคสูงไม่ได้เป็นเกาต์ทุกคน บางคนไม่เคยมีอาการเลย
โรคเกาต์ — คือเมื่อกรดยูริคสูงจนผลึกไปตกตะกอนที่ข้อ ทำให้เกิดข้ออักเสบ ปวดบวมแดงอย่างรุนแรง ถือเป็น "ผลลัพธ์" ของกรดยูริคสูงที่ไม่ได้รับการจัดการ
ดังนั้น คนที่กรดยูริคสูงควรควบคุมระดับกรดยูริคตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อป้องกันไม่ให้พัฒนาไปเป็นเกาต์
อะไรทำให้กรดยูริคสูงจนเป็นเกาต์?
ปัจจัยที่ทำให้กรดยูริคสูงมีหลายอย่าง
🍖 อาหาร — เนื้อแดง เครื่องในสัตว์ อาหารทะเล (กุ้ง หอย ปู ปลาซาร์ดีน) มีสารพิวรีนสูง ทำให้ร่างกายผลิตกรดยูริคมากขึ้น
🍺 แอลกอฮอล์ — โดยเฉพาะเบียร์ มีพิวรีนสูงมากและยังลดการขับกรดยูริคทางไตด้วย เป็นปัจจัยเสี่ยงอันดับต้นๆ
🥤 เครื่องดื่มที่มีฟรุคโตสสูง — น้ำอัดลม น้ำผลไม้เข้มข้น เพิ่มการผลิตกรดยูริค
⚖️ น้ำหนักเกิน — ยิ่งน้ำหนักมาก ยิ่งผลิตกรดยูริคมากและไตขับออกได้น้อยลง
💊 ยาบางชนิด — ยาขับปัสสาวะ ยาแอสไพรินขนาดต่ำ อาจทำให้กรดยูริคสูงขึ้น
🧬 พันธุกรรม — บางคนมีแนวโน้มทางพันธุกรรมที่ไตขับกรดยูริคได้ไม่ดี
🩺 โรคประจำตัว — โรคไต ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ล้วนเกี่ยวข้องกับกรดยูริคสูง
ยา Colchicine รักษาเกาต์กำเริบอย่างไร?
Colchicine เป็นยาที่ใช้รักษาเกาต์กำเริบมานานหลายร้อยปี (สกัดจากพืช Autumn Crocus ตั้งแต่สมัยโบราณ) ออกฤทธิ์โดยการยับยั้งการเคลื่อนที่ของเม็ดเลือดขาวไปยังบริเวณที่มีผลึกกรดยูริค ทำให้กระบวนการอักเสบลดลงอย่างรวดเร็ว
ที่ Intimo Life มี Tolchicine ซึ่งเป็นยา Colchicine สำหรับบรรเทาอาการเกาต์กำเริบ ออกฤทธิ์เร็ว ลดปวดและอักเสบได้ดี
สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจ: Colchicine เป็นยาสำหรับบรรเทาอาการเกาต์กำเริบ ไม่ใช่ยาลดกรดยูริคในเลือด หากต้องการลดระดับกรดยูริคระยะยาวเพื่อป้องกันการกำเริบ ต้องใช้ยาลดกรดยูริคกลุ่มอื่น (เช่น Allopurinol) ร่วมด้วย ซึ่งควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
ทานยา Colchicine อย่างไรให้ได้ผลดีที่สุด?
หัวใจสำคัญของ Colchicine คือ ทานให้เร็วที่สุดเมื่อเริ่มมีอาการ ยิ่งทานเร็ว ยิ่งได้ผลดี ถ้ารอจนข้อบวมแดงมากแล้วค่อยทาน ยาจะออกฤทธิ์ได้น้อยกว่า
วิธีทานที่แนะนำ (Low-dose regimen) — เริ่มต้น Colchicine 1 mg (2 เม็ด) ทันทีที่เริ่มมีอาการ ตามด้วย 0.5 mg (1 เม็ด) อีก 1 ชั่วโมงต่อมา รวมวันแรกไม่เกิน 1.5 mg จากนั้นวันถัดไปทาน 0.5 mg วันละ 2-3 ครั้งจนอาการดีขึ้น
ขนาดยาที่แน่นอนควรปรึกษาเภสัชกร เพราะอาจต้องปรับตามสภาพร่างกายและโรคประจำตัว
ข้อควรระวังของยา Colchicine
Colchicine เป็นยาที่มีช่วงขนาดยาที่ปลอดภัยค่อนข้างแคบ จึงต้องใช้อย่างระมัดระวัง
⚠️ ข้อห้าม — ห้ามทานเกินขนาดที่กำหนด เพราะอาจเป็นอันตราย / ห้ามใช้ร่วมกับยาบางชนิดที่ยับยั้งการย่อยสลาย Colchicine (เช่น Clarithromycin, Ketoconazole) เพราะจะทำให้ระดับยาสูงเกินไป / ระวังในผู้ที่มีโรคไตหรือโรคตับ
ผลข้างเคียงที่พบบ่อย — ท้องเสีย คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง (เป็นสัญญาณว่าอาจทานยามากเกินไป ควรลดขนาดยาหรือหยุดยา)
ผลข้างเคียงร้ายแรง (พบน้อย) — ชาปลายมือปลายเท้า กล้ามเนื้ออ่อนแรง ควรหยุดยาและพบแพทย์ทันที
ยาลดกรดยูริค กับยารักษาเกาต์กำเริบ ต่างกันอย่างไร?
นี่เป็นเรื่องที่หลายคนสับสน จึงอยากอธิบายให้ชัดเจน
ยารักษาเกาต์กำเริบ (เช่น Colchicine, NSAIDs) — ใช้เมื่อมีอาการเกาต์กำเริบ ช่วยลดปวดและอักเสบ ออกฤทธิ์เร็ว ใช้ระยะสั้น ไม่ได้ลดระดับกรดยูริคในเลือด
ยาลดกรดยูริค (เช่น Allopurinol, Febuxostat) — ใช้ทานประจำวันต่อเนื่องเพื่อลดระดับกรดยูริคในเลือดให้ต่ำลง ป้องกันการสะสมของผลึกและลดการกำเริบในระยะยาว ไม่ได้ช่วยลดอาการปวดเมื่อกำเริบ
การรักษาเกาต์ที่ดีต้องใช้ทั้งสองอย่างร่วมกัน คือยาลดกรดยูริคทานประจำ + ยา Colchicine สำรองไว้เมื่อกำเริบ
อาหารที่ควรกินและควรเลี่ยงเมื่อเป็นเกาต์
การปรับอาหารช่วยลดกรดยูริคและลดความถี่ของเกาต์กำเริบได้ชัดเจน
❌ อาหารที่ควรเลี่ยง (พิวรีนสูง) — เครื่องในสัตว์ (ตับ ไต สมอง) / เนื้อแดงปริมาณมาก / อาหารทะเลบางชนิด (กุ้ง หอย ปู ปลาซาร์ดีน ปลาแอนโชวี่) / เบียร์ สุรา / น้ำอัดลม เครื่องดื่มที่มีฟรุคโตสสูง
✅ อาหารที่แนะนำ — ผักทุกชนิด (แม้ผักที่มีพิวรีนสูงอย่างผักโขม หน่อไม้ฝรั่ง งานวิจัยใหม่พบว่าไม่ได้ทำให้เกาต์แย่ลง) / ผลไม้ โดยเฉพาะเชอร์รี่ มีงานวิจัยพบว่าช่วยลดการกำเริบ / นมและผลิตภัณฑ์จากนมไขมันต่ำ / ธัญพืชไม่ขัดสี / ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอ
วิธีดูแลตัวเองเมื่อเกาต์กำเริบ
เมื่อเกาต์กำเริบ นอกจากทานยาแล้ว ทำสิ่งเหล่านี้ช่วยบรรเทาอาการได้
🧊 ประคบเย็น — ใช้ถุงน้ำแข็งห่อผ้าประคบบริเวณที่ปวด ครั้งละ 15-20 นาที ช่วยลดบวมและลดปวด
🦶 ยกข้อที่ปวดให้สูง — ยกเท้าหรือข้อที่เป็นให้สูงกว่าระดับหัวใจ ช่วยลดบวม
💧 ดื่มน้ำเยอะๆ — ช่วยขับกรดยูริคออกทางไต
🚫 งดแอลกอฮอล์ — โดยเฉพาะเบียร์ ห้ามเด็ดขาดระหว่างกำเริบ
😌 พักข้อ — อย่าพยายามใช้งานข้อที่ปวด หลีกเลี่ยงการกดทับ แม้แต่ผ้าห่มก็อาจทำให้เจ็บได้
⚠️ ข้อจำกัดความรับผิดชอบ
เนื้อหาในบทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาทดแทนคำแนะนำ การวินิจฉัย หรือการรักษาจากแพทย์หรือเภสัชกรผู้เชี่ยวชาญ หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการหรือการใช้ยา ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ
แหล่งที่มาของข้อมูล
คำถามที่พบบ่อย
เกาต์ไม่สามารถหายขาดได้ แต่ควบคุมได้ดีมาก หากทานยาลดกรดยูริคสม่ำเสมอจนระดับกรดยูริคอยู่ในเกณฑ์ปกติ ผลึกจะค่อยๆ ละลายหายไป และอาการกำเริบจะลดลงจนอาจไม่เป็นอีกเลย แต่ต้องทานยาและดูแลตัวเองอย่างต่อเนื่อง
ถ้ากรดยูริคสูงแต่ไม่เคยมีอาการเกาต์ ส่วนใหญ่ยังไม่จำเป็นต้องใช้ยาลดกรดยูริค แต่ควรปรับพฤติกรรมเรื่องอาหารและดื่มน้ำ พร้อมตรวจติดตามระดับกรดยูริคเป็นระยะ หากสูงมากหรือมีโรคร่วม ควรปรึกษาแพทย์
ยาที่แนะนำคือ Colchicine หรือ NSAIDs (เช่น Naproxen, Indomethacin) ห้ามใช้แอสไพรินเด็ดขาด เพราะแอสไพรินขนาดต่ำทำให้กรดยูริคสูงขึ้น ควรปรึกษาเภสัชกรก่อนเลือกยา
ไม่ควรเริ่มยาลดกรดยูริค "ขณะ" กำเริบอยู่ เพราะจะทำให้อาการแย่ลง ควรรอให้อาการกำเริบหายก่อน 2-4 สัปดาห์ แล้วค่อยเริ่มยาลดกรดยูริค แต่ถ้าทานยาลดกรดยูริคอยู่แล้ว ไม่ต้องหยุด
เกี่ยวกันค่ะ กรดยูริคที่สูงเรื้อรังอาจทำให้เกิดนิ่วในไตหรือทำลายไตได้ในระยะยาว ในทางกลับกัน ผู้ที่โรคไตเสื่อมก็ขับกรดยูริคได้ไม่ดี ทำให้กรดยูริคยิ่งสูง เป็นวงจรที่ต้องจัดการทั้งสองอย่าง
เบียร์เสี่ยงมากที่สุดเพราะมีทั้งพิวรีนสูงและแอลกอฮอล์ที่ลดการขับกรดยูริค สุราเสี่ยงรองลงมา ส่วนไวน์แดงในปริมาณน้อย (1-2 แก้ว) มีงานวิจัยบางชิ้นบอกว่าอาจไม่เพิ่มความเสี่ยงมากนัก แต่ช่วงกำเริบควรงดแอลกอฮอล์ทุกชนิด
เป็นสมาชิกกับทางร้านเพื่อรับข่าวสารและส่วนลดต่างๆ
สินค้าที่พึ่งดูมา





