ยาต้าน HIV

ยาต้านไวรัส HIV สูตรรวมเม็ดเดียว กินวันละครั้ง

การรักษา HIV ได้ผลเมื่อกินยาตรงเวลาทุกวันและตรวจติดตามกับทีมดูแลสม่ำเสมอ ซื้อยาต้าน HIV ออนไลน์ที่ Intimo Life พร้อมข้อมูลวิธีกิน ยาที่ห้ามกินร่วมกัน และสิ่งที่ต้องตรวจ ให้ใช้ยาได้อย่างมั่นใจ

💊 ยาต้าน HIV สูตรรวม 3 ตัวในเม็ดเดียว สำหรับผู้ที่มีเชื้อ HIV แล้ว ไม่ใช่ยาป้องกัน วันละ 1 เม็ด

👨‍⚕️ ปรึกษาเภสัชกรออนไลน์ได้ทันที ไม่ต้องเดินทาง ไม่ต้องรอคิว สะดวกและเป็นส่วนตัว

🚚 จัดส่งเร็ว เป็นความลับ บรรจุภัณฑ์ไม่ระบุชื่อสินค้า ถึงมือคุณอย่างปลอดภัย

ยาต้าน HIV มีกี่สูตร ต่างกันอย่างไร?

ยาต้านไวรัส HIV สูตรรวมเม็ดเดียว แบ่งตามคู่ยาในเม็ดเป็นสูตร TLD (มี tenofovir DF) กับสูตร DTG/FTC/TAF (มี tenofovir alafenamide) ทั้งสองกินวันละครั้ง ใช้รักษาผู้ที่มีเชื้อ HIV แล้ว ไม่ใช่ยาป้องกัน เลือกสูตรร่วมกับทีมดูแล กินตรงเวลาทุกวัน ตรวจเลือดและไตตามนัด และห้ามหยุดเอง

🛒 เลือกซื้อได้จากรายการด้านบน · ส่งไวใน 24 ชม. จาก Intimo Life — มีข้อสงสัยปรึกษาเภสัชกรได้ก่อนใช้เสมอ

ยาต้านไวรัส HIV ควบคุมปริมาณไวรัสในผู้ที่มีเชื้อ HIV แต่ไม่ได้กำจัดเชื้อ จึงต้องกินทุกวัน

📊 ข้อมูลจากเอกสารกำกับยา

  • dolutegravir ทำให้ท้องเสีย 18% คลื่นไส้ 13%
  • แพ้ยารุนแรงน้อยกว่า 1% ของผู้ใช้
  • ท่อประสาททารกผิดปกติ 0.11% ใกล้เคียงสูตรอื่น

💊 ยาต้าน HIV ที่ Intimo Life แบ่งตามคู่ยาในเม็ด

  • TLD — tenofovir DF, lamivudine, dolutegravir
  • DTG/FTC/TAF — emtricitabine, tenofovir alafenamide, dolutegravir

⚠️ อย่าหยุดยาเอง เสี่ยงตับอักเสบบีกำเริบรุนแรง ร้านออนไลน์ไม่ใช่ทางแทนคลินิก HIV

Supatcheree A., Pharmacist

ตรวจสอบทางการแพทย์โดย

Supatcheree A., Pharmacist | Supatcheree A., Pharmacist

อัปเดตล่าสุด: 2026-10-04

ยาต้าน HIV ที่มีจำหน่าย

เกี่ยวกับยาต้าน HIV

ยาต้าน HIV คืออะไร? ออกฤทธิ์อย่างไร?

ยาต้านไวรัส HIV หรือยาต้าน HIV (antiretroviral therapy) คือยาที่ลดการเพิ่มจำนวนของไวรัสในร่างกาย ทำให้ปริมาณไวรัสในเลือด (viral load) ลดลงและภูมิคุ้มกันฟื้นตัว สูตรที่ใช้บ่อยรวมยา 3 ตัวไว้ในเม็ดเดียว โดย dolutegravir ยับยั้งเอนไซม์ integrase ของไวรัส ส่วนยากลุ่ม NRTI อีกสองตัวขัดขวางการสร้างสารพันธุกรรมของไวรัส ยาเหล่านี้ควบคุมไวรัสได้แต่ไม่ได้กำจัดเชื้อออกจากร่างกาย จึงต้องกินทุกวันไม่ขาด การกินตรงเวลาช่วยให้ระดับยาในเลือดคงที่ และเอกสารกำกับยายังแนะนำให้ป้องกันการแพร่เชื้อทางเพศและทางเลือดต่อไปแม้กินยาอยู่

ยาต้าน HIV สูตร TLD กับสูตร DTG/FTC/TAF ต่างกันอย่างไร?

ทั้งสองสูตรมี dolutegravir 50 mg เหมือนกัน ต่างกันที่คู่ยา NRTI Acriptega (TLD) มี tenofovir disoproxil (TDF) 300 mg และ lamivudine 300 mg ส่วน Kocitaf มี tenofovir alafenamide (TAF) 25 mg และ emtricitabine 200 mg ซึ่ง TAF เป็นอนุพันธ์ของ tenofovir ที่ใช้ขนาดต่ำกว่า ตามเอกสารกำกับยา TLD ไม่แนะนำเมื่อค่าการกรองของไต (CrCl) ต่ำกว่า 50 mL/min ขณะที่สูตร DTG/FTC/TAF ใช้ได้จนถึง 30 mL/min ยาทั้งสองเป็นเม็ดเดียววันละครั้ง ปรับขนาดยาแต่ละตัวแยกกันไม่ได้ ผลตรวจไตและโรคร่วมของแต่ละคนจึงเป็นตัวตัดสินว่าสูตรไหนเหมาะ

ยาต้าน HIV กินอย่างไร? ลืมกินต้องทำอย่างไร?

กินยาต้านไวรัส HIV วันละ 1 เม็ด เวลาเดิมทุกวัน กลืนทั้งเม็ดกับน้ำ กินพร้อมหรือไม่พร้อมอาหารก็ได้ สำหรับสูตร TLD เอกสาร WHO ระบุว่า ถ้าลืมแล้วยังไม่เกิน 12 ชั่วโมงจากเวลาปกติให้กินทันที ถ้าเกินให้ข้ามไปกินเม็ดถัดไปตามเวลา ห้ามกินเบิ้ล และถ้าอาเจียนภายใน 1 ชั่วโมงหลังกินให้กินเพิ่ม 1 เม็ด ส่วนสูตร DTG/FTC/TAF ไม่พบกฎการลืมยาในเอกสารที่ตรวจ ให้ถามเภสัชกรหรือทีมดูแล การลืมกินบ่อยเพิ่มความเสี่ยงดื้อยา แนะนำตั้งนาฬิกาปลุกหรือผูกกับกิจวัตร เช่น หลังแปรงฟัน เก็บยาในขวดเดิมที่อุณหภูมิไม่เกิน 30 องศาเซลเซียส ปิดฝาให้สนิท

ยาต้าน HIV ห้ามกินร่วมกับยาอะไร? ยาลดกรดกินด้วยกันได้ไหม?

ยาลดกรดที่มีแมกนีเซียมหรืออะลูมิเนียม และ sucralfate ลดระดับ dolutegravir ลงมาก ให้กินยาต้าน HIV ก่อน 2 ชั่วโมงหรือหลัง 6 ชั่วโมง แคลเซียม ธาตุเหล็ก และวิตามินรวมที่มีแร่ธาตุเหล่านี้ใช้กฎเดียวกัน หรือกินพร้อมอาหาร metformin จะมีระดับสูงขึ้นเมื่อใช้ร่วมกับ dolutegravir แพทย์อาจปรับขนาด rifampicin ลดระดับยาต้าน HIV สูตร TLD ต้องเพิ่ม dolutegravir เป็นวันละสองครั้ง ส่วนสูตร DTG/FTC/TAF ไม่แนะนำให้ใช้ร่วมกัน carbamazepine, phenytoin, phenobarbital และสมุนไพร St. John's wort ก็ลดระดับยา ก่อนซื้อยาต้าน HIV ออนไลน์ บอกเภสัชกรทุกครั้งว่ากินยาและอาหารเสริมอะไรอยู่

ยาต้าน HIV มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง? อาการแบบไหนต้องพบแพทย์ทันที?

ผลข้างเคียงของยาต้านไวรัส HIV ที่พบบ่อยคือคลื่นไส้ ท้องเสีย อาเจียน ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ ผื่น และอ่อนเพลีย มักเป็นช่วงแรกของการกินยา อาการที่ต้องหยุดยาและพบแพทย์ทันที ได้แก่ ผื่นรุนแรงหรือผื่นพร้อมไข้ ตุ่มพอง แผลในปาก หน้าบวม หายใจลำบาก ตัวหรือตาเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม หายใจเร็วร่วมกับอ่อนเพลียมากและคลื่นไส้ (สัญญาณของภาวะกรดแลคติกคั่ง) ปวดท้องรุนแรง ปวดกระดูกหรือข้อใหม่ๆ และปัสสาวะออกน้อยลงมาก ค่าครีเอตินินอาจสูงขึ้นเล็กน้อยในสัปดาห์แรกโดยไตไม่ได้เสียหาย แต่ให้แพทย์ประเมินทุกครั้ง หากอาการเล็กน้อยไม่ดีขึ้นใน 2-3 สัปดาห์ ให้ปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ก่อนปรับยา อย่าหยุดเอง

ต้องตรวจอะไรระหว่างกินยาต้าน HIV? หยุดยาเองได้ไหม?

ก่อนเริ่มยาต้านไวรัส HIV ควรตรวจไวรัสตับอักเสบบี และระหว่างใช้ยาต้องตรวจค่าการทำงานของไต (ครีเอตินินและค่า CrCl) ฟอสเฟต น้ำตาลและโปรตีนในปัสสาวะ ตรวจตับในผู้ที่เป็นไวรัสตับอักเสบบีหรือซี และตรวจปริมาณไวรัสในเลือดกับค่า CD4 เป็นประจำตามที่ทีมดูแลนัด การหยุดยาเองอันตราย เพราะผู้ที่มีเชื้อไวรัสตับอักเสบบีร่วมด้วยอาจเกิดตับอักเสบกำเริบรุนแรง ต้องติดตามการทำงานของตับอย่างน้อยหลายเดือนหลังหยุด และการขาดยาทำให้ไวรัสดื้อยาได้ หากต้องเปลี่ยนสูตร แพทย์จะวางแผนให้ยังคุมไวรัสตับอักเสบบีต่อเนื่อง การตรวจสม่ำเสมอช่วยให้พบความผิดปกติเร็วและปรับยาได้ทันเวลา

ซื้อยาต้าน HIV ออนไลน์แล้ว ยังต้องติดตามที่คลินิกไหม?

ต้องติดตามต่อเนื่อง การสั่งซื้อยาต้านไวรัส HIV ออนไลน์กับ Intimo Life ให้ข้อมูลยาและให้เภสัชกรปรึกษาออนไลน์ จัดส่งแบบไม่ระบุชื่อสินค้าบนกล่อง แต่ไม่ได้ทดแทนคลินิก HIV การเลือกสูตร การตรวจเลือด ตรวจไต ตรวจปริมาณไวรัส และการปรับยาเมื่อมีการตั้งครรภ์ โรคร่วม หรือยาใหม่ ต้องทำกับทีมดูแลที่รู้ประวัติของคุณ ก่อนสั่งซื้อ บอกเภสัชกรว่าใช้สูตรไหนอยู่ ผลตรวจล่าสุด ยาและสมุนไพรทั้งหมดที่กิน และกินยาครบทุกวันหรือไม่ เพื่อให้คำแนะนำตรงกับสถานการณ์จริงของคุณ ข้อมูลในหน้านี้ใช้ประกอบการตัดสินใจร่วมกับทีมดูแลเท่านั้น ไม่ใช่คำวินิจฉัยเฉพาะบุคคล

⚠️ ข้อจำกัดความรับผิดชอบ

เนื้อหาในบทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาทดแทนคำแนะนำ การวินิจฉัย หรือการรักษาจากแพทย์หรือเภสัชกรผู้เชี่ยวชาญ หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการหรือการใช้ยา ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

แหล่งอ้างอิง

คำถามที่พบบ่อย

ยังไม่ได้ค่ะ ยาต้านไวรัส HIV ควบคุมไม่ให้ไวรัสเพิ่มจำนวน ทำให้ภูมิคุ้มกันฟื้นตัวและมีสุขภาพดีขึ้น แต่ไม่ได้กำจัดเชื้อออกจากร่างกาย จึงต้องกินทุกวันต่อเนื่องและตรวจติดตามต่อไป การหยุดยาเองทำให้ไวรัสเพิ่มได้อีกและเสี่ยงดื้อยา หากรู้สึกท้อหรือกินยายาก บอกทีมดูแลหรือเภสัชกรได้เลย

หน้านี้นำเสนอยาเหล่านี้เป็นยารักษาสำหรับผู้ที่มีเชื้อ HIV แล้วเท่านั้น ไม่ได้นำเสนอเพื่อ PrEP (ยาป้องกันก่อนสัมผัสเชื้อ) หรือ PEP (ยาหลังสัมผัสเชื้อฉุกเฉิน) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์และแนวทางการใช้คนละแบบ มีเวลาเริ่มและระยะเวลากินที่กำหนดเฉพาะ หากสนใจการป้องกัน ควรสอบถามหน่วยบริการ HIV หรือเภสัชกรเพื่อประเมินความเสี่ยงก่อน

ข้อมูลล่าสุดที่ตรวจพบว่า ทารกของแม่ที่ได้รับ dolutegravir ตอนปฏิสนธิ พบท่อประสาทผิดปกติ 0.11% ใกล้เคียงกับสูตรยาอื่น และแนวทางของ WHO ถือว่าใช้ในหญิงตั้งครรภ์ได้ อย่างไรก็ตามเอกสารกำกับยาบางประเทศยังระบุข้อห้ามที่เข้มกว่า ไม่ควรเริ่มหรือเปลี่ยนสูตรเอง ให้ปรึกษาแพทย์ที่ดูแลก่อนเสมอ รวมถึงเรื่องการให้นมบุตร

เป็นไปได้ค่ะ เอกสาร WHO จัดน้ำหนักเพิ่มเป็นอาการพบได้บ่อย แต่ยังไม่มีหลักฐานชัดว่าเกิดจากยาสูตรใดสูตรหนึ่ง และไม่พบตัวเลขเฉพาะของเม็ด DTG/FTC/TAF เอกสารบางฉบับยังพบไตรกลีเซอไรด์และน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นบ่อย ควรชั่งน้ำหนักและตรวจไขมัน น้ำตาลตามนัด ไม่หยุดยาเอง และคุยกับทีมดูแลเรื่องอาหารและการออกกำลังกาย

เม็ดรวมปรับขนาดยาแต่ละตัวไม่ได้ จึงมีเกณฑ์น้ำหนัก ตามเอกสาร WHO สูตร TLD ใช้ในผู้ที่หนักตั้งแต่ 30 กก. ส่วนสูตร DTG/FTC/TAF ตั้งแต่ 40 กก. ผู้สูงอายุต้องระวังเพราะไต ตับ และหัวใจอาจทำงานลดลง ส่วนโรคตับ เอกสารแต่ละฉบับกำหนดต่างกัน บางฉบับห้ามใช้ในตับบกพร่องระดับปานกลาง จึงต้องให้แพทย์ประเมิน

จากการศึกษา dolutegravir ไม่ต้องปรับขนาดยาเมื่อใช้ร่วมกับยาคุมกำเนิดบางสูตร (ethinylestradiol ร่วมกับ norelgestromin หรือ norgestimate) และไม่ต้องปรับเมทาโดน แต่ห้ามใช้ร่วมกับยาอื่นที่มี lamivudine, emtricitabine หรือ tenofovir ซ้ำกัน และควรเลี่ยงยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs ขนาดสูงเพราะทำให้ไตทำงานหนัก ก่อนสั่งซื้อออนไลน์ แจ้งเภสัชกรทุกครั้ง

นอนไม่หลับ ฝันแปลก วิตกกังวล และซึมเศร้าพบได้บ่อยในผู้ที่ได้รับ dolutegravir ส่วนความคิดอยากทำร้ายตัวเองพบไม่บ่อย แต่เสี่ยงมากขึ้นในผู้ที่เคยมีภาวะซึมเศร้า อย่าหยุดยาเอง ให้แจ้งทีมดูแลหรือเภสัชกรเพื่อปรับเวลากินหรือพิจารณาสูตร หากมีความคิดทำร้ายตัวเอง ให้ขอความช่วยเหลือทันที โทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323

ไม่ควรค่ะ สองสูตรมีคู่ยา NRTI ต่างกัน เกณฑ์การทำงานของไตต่างกัน และใช้ร่วมกับยาบางตัวได้ไม่เหมือนกัน เช่น rifampicin การเปลี่ยนสูตรต้องดูผลตรวจไต สถานะไวรัสตับอักเสบบี ยาอื่นที่กิน และไม่ให้ขาดช่วงการคุมไวรัส จึงต้องวางแผนกับแพทย์ผู้ดูแล

จัดส่งไวภายใน 24 ชม.

สั่งวันนี้ จัดส่งเร็ว ไม่ต้องรอนาน สินค้าพร้อมส่งจากในประเทศ

สินค้าเป็นของแท้

คัดเฉพาะสินค้าของแท้ มีมาตรฐาน มั่นใจได้ในคุณภาพทุกชิ้น

ไม่ระบุสินค้ากับผู้ส่ง

แพ็กแนบเนียน ไม่มีระบุชื่อสินค้า เคารพความเป็นส่วนตัวของลูกค้า

สินค้าที่พึ่งดูมา

​