กระเพาะปัสสาวะอักเสบคืออะไร?
กระเพาะปัสสาวะอักเสบ (Cystitis) คือภาวะติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะส่วนล่าง มักเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย E. coli ที่เข้าสู่ท่อปัสสาวะ
- พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย 50-60% ของผู้หญิงเคยเป็นอย่างน้อย 1 ครั้งในชีวิต
- อาการหลัก: ปัสสาวะแสบขัด ปวดท้องน้อย ปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะขุ่นหรือมีเลือดปน
- รักษาได้ด้วยยาปฏิชีวนะ อาการมักดีขึ้นภายใน 1-3 วัน
- ป้องกันได้ด้วยการดื่มน้ำเพียงพอ ไม่กลั้นปัสสาวะ และดูแลสุขอนามัยอย่างถูกวิธี
- กระเพาะปัสสาวะอักเสบคืออะไร?
- สถิติที่ควรรู้เกี่ยวกับกระเพาะปัสสาวะอักเสบ
- อาการกระเพาะปัสสาวะอักเสบ สังเกตยังไง?
- สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง
- กระเพาะปัสสาวะอักเสบ vs ทางเดินปัสสาวะอักเสบ ต่างกันยังไง?
- การวินิจฉัยกระเพาะปัสสาวะอักเสบ
- การรักษากระเพาะปัสสาวะอักเสบ
- วิธีป้องกันกระเพาะปัสสาวะอักเสบ
- เมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์?
- ประสบการณ์จริง: เป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบครั้งแรก
- คำเตือนทางการแพทย์
- คำถามที่พบบ่อย
กระเพาะปัสสาวะอักเสบคืออะไร?
กระเพาะปัสสาวะอักเสบ (Cystitis) เป็นการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะส่วนล่าง (Lower Urinary Tract Infection) ที่เกิดขึ้นบริเวณกระเพาะปัสสาวะ ส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่เข้าสู่ท่อปัสสาวะและเดินทางขึ้นไปยังกระเพาะปัสสาวะ
ถ้าพูดให้เข้าใจง่าย — กระเพาะปัสสาวะก็เหมือน "ถุงเก็บน้ำปัสสาวะ" ของร่างกาย เมื่อเชื้อแบคทีเรียเข้าไปอยู่ในถุงนี้ ก็จะทำให้เกิดการอักเสบ ระคายเคือง และมีอาการต่าง ๆ ตามมา
ทำไมผู้หญิงถึงเป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบบ่อยกว่าผู้ชาย?
เหตุผลหลักคือ โครงสร้างทางกายวิภาค — ท่อปัสสาวะของผู้หญิงสั้นกว่าผู้ชายมาก (ประมาณ 4 ซม. เทียบกับ 20 ซม.) ทำให้เชื้อแบคทีเรียเดินทางเข้าถึงกระเพาะปัสสาวะได้ง่ายกว่า นอกจากนี้ ปากท่อปัสสาวะของผู้หญิงยังอยู่ใกล้กับทวารหนัก ซึ่งเป็นแหล่งของเชื้อ E. coli ที่เป็นสาเหตุหลักของโรคนี้
📖 อ่านเพิ่มเติม: หากอยากเข้าใจลึกขึ้นว่าทำไมผู้หญิงถึงเสี่ยงมากกว่า และผู้ชายเป็นได้ไหม แนะนำให้อ่าน กระเพาะปัสสาวะอักเสบ ผู้หญิง vs ผู้ชาย ต่างกันยังไง? ประกอบ
สถิติที่ควรรู้เกี่ยวกับกระเพาะปัสสาวะอักเสบ
ก่อนจะไปดูรายละเอียดเรื่องอาการและการรักษา มาดูตัวเลขที่น่าสนใจกันก่อน เพื่อให้เห็นภาพว่าโรคนี้พบบ่อยแค่ไหน
- 🌍 ในปี 2019 มีผู้ป่วยกระเพาะปัสสาวะอักเสบและทางเดินปัสสาวะอักเสบทั่วโลกมากกว่า 404 ล้านราย
- 👩 ผู้หญิง 50-60% เคยเป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบอย่างน้อย 1 ครั้งในชีวิต
- 🔄 ผู้หญิงที่เคยเป็นแล้ว 27% กลับมาเป็นซ้ำภายใน 6 เดือน
- 🦠 เชื้อ E. coli เป็นสาเหตุของกระเพาะปัสสาวะอักเสบแบบไม่ซับซ้อนถึง 75% ของทุกเคส
- 👵 ผู้หญิงอายุ 65 ปีขึ้นไป มีอัตราการเกิดโรคสูงถึง 20% ซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ยเกือบ 2 เท่า
| สถิติ | ตัวเลข | แหล่งข้อมูล |
|---|---|---|
| จำนวนผู้ป่วยทั่วโลก (2019) | 404.61 ล้านราย | Frontiers in Public Health, 2022 |
| Lifetime incidence ในผู้หญิง | 50-60% | PMC, 2019 |
| อัตราการเป็นซ้ำใน 6 เดือน | 27% | PMC, 2019 |
| สาเหตุจาก E. coli | 75% | PMC, 2019 |
| อัตราในผู้หญิง 65+ | ~20% | Science Insights, 2024 |
อาการกระเพาะปัสสาวะอักเสบ สังเกตยังไง?
อาการของกระเพาะปัสสาวะอักเสบมักเกิดขึ้นค่อนข้างเฉียบพลัน และรบกวนชีวิตประจำวันได้มาก อาการที่พบบ่อยที่สุด ได้แก่:
- ปัสสาวะแสบขัด — รู้สึกแสบร้อนขณะปัสสาวะ เป็นอาการที่พบบ่อยที่สุด
- ปัสสาวะบ่อยผิดปกติ — รู้สึกปวดปัสสาวะถี่ แต่ปัสสาวะออกทีละน้อย
- ปวดท้องน้อย — รู้สึกหน่วง ๆ หรือกดเจ็บบริเวณท้องน้อย
- ปัสสาวะขุ่น — สีเข้มกว่าปกติ หรือมีกลิ่นแรงผิดปกติ
- ปัสสาวะเป็นเลือด — อาจมีเลือดปนเล็กน้อย (Hematuria)
- รู้สึกปัสสาวะไม่สุด — เหมือนยังเหลือค้างอยู่ในกระเพาะปัสสาวะ
อาการที่บ่งบอกว่าอาจลุกลามแล้ว
หากมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย อาจหมายความว่าการติดเชื้อลุกลามไปยังไต (Pyelonephritis) ซึ่งต้องพบแพทย์ทันที:
- ไข้สูง หนาวสั่น
- ปวดหลังหรือสีข้าง (Flank pain)
- คลื่นไส้ อาเจียน
- อ่อนเพลียมาก
💡 อ่านเพิ่มเติม: อยากรู้รายละเอียดอาการแต่ละแบบ และวิธีแยกว่าเป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบหรือแค่ปัสสาวะแสบขัดธรรมดา อ่านต่อได้ที่ อาการกระเพาะปัสสาวะอักเสบ เช็กลิสต์ครบทุกข้อ
สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง
สาเหตุหลัก
กระเพาะปัสสาวะอักเสบส่วนใหญ่เกิดจาก เชื้อแบคทีเรีย โดยเฉพาะ Escherichia coli (E. coli) ซึ่งเป็นเชื้อที่อาศัยอยู่ในลำไส้ตามปกติ แต่เมื่อเข้าสู่ระบบทางเดินปัสสาวะก็จะก่อให้เกิดการติดเชื้อ
นอกจาก E. coli แล้ว ยังมีเชื้ออื่น ๆ ที่พบได้ เช่น Klebsiella, Proteus, Staphylococcus saprophyticus แต่พบน้อยกว่ามาก
ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เป็นง่ายขึ้น
| ปัจจัยเสี่ยง | รายละเอียด |
|---|---|
| เพศหญิง | ท่อปัสสาวะสั้น เชื้อเข้าถึงกระเพาะปัสสาวะได้ง่าย |
| การมีเพศสัมพันธ์ | เพิ่มโอกาสที่เชื้อจะเข้าสู่ท่อปัสสาวะ (Honeymoon Cystitis) |
| การกลั้นปัสสาวะ | ทำให้เชื้อมีเวลาเพาะตัวในกระเพาะปัสสาวะนานขึ้น |
| ดื่มน้ำน้อย | ปัสสาวะเข้มข้น ไม่ช่วยชะล้างเชื้อออก |
| วัยหมดประจำเดือน | ระดับเอสโตรเจนลดลง ทำให้เยื่อบุช่องคลอดและท่อปัสสาวะบางลง |
| การใช้สายสวนปัสสาวะ | เพิ่มโอกาสนำเชื้อเข้าสู่ระบบทางเดินปัสสาวะ |
| โรคเบาหวาน | ภูมิคุ้มกันลดลง น้ำตาลในปัสสาวะเป็นอาหารของเชื้อ |
| การเช็ดทำความสะอาดผิดวิธี | เช็ดจากหลังไปหน้า นำเชื้อจากทวารหนักมาที่ท่อปัสสาวะ |
📖 อ่านเพิ่มเติม: อยากรู้ว่าพฤติกรรมไหนเสี่ยงที่สุด และมีวิธีลดความเสี่ยงอย่างไรบ้าง อ่านต่อได้ที่ สาเหตุกระเพาะปัสสาวะอักเสบ และปัจจัยเสี่ยงที่หลายคนมองข้าม
กระเพาะปัสสาวะอักเสบ vs ทางเดินปัสสาวะอักเสบ ต่างกันยังไง?
หลายคนสับสนระหว่าง "กระเพาะปัสสาวะอักเสบ" กับ "ทางเดินปัสสาวะอักเสบ" — จริง ๆ แล้วทั้งสองคำมีความเกี่ยวข้องกัน แต่ไม่ได้หมายความเหมือนกันทั้งหมด
- ทางเดินปัสสาวะอักเสบ (UTI — Urinary Tract Infection) เป็นคำกว้าง ๆ ที่หมายถึงการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะทุกส่วน ตั้งแต่ท่อปัสสาวะ กระเพาะปัสสาวะ ท่อไต ไปจนถึงไต
- กระเพาะปัสสาวะอักเสบ (Cystitis) เป็นการติดเชื้อเฉพาะที่กระเพาะปัสสาวะ ซึ่งเป็น ชนิดที่พบบ่อยที่สุด ของ UTI
พูดง่าย ๆ คือ กระเพาะปัสสาวะอักเสบเป็น "ประเภทหนึ่ง" ของทางเดินปัสสาวะอักเสบ
| กระเพาะปัสสาวะอักเสบ (Cystitis) | กรวยไตอักเสบ (Pyelonephritis) | |
|---|---|---|
| ตำแหน่ง | กระเพาะปัสสาวะ (ส่วนล่าง) | ไต (ส่วนบน) |
| อาการหลัก | ปัสสาวะแสบขัด ปวดท้องน้อย | ไข้สูง ปวดหลัง/สีข้าง คลื่นไส้ |
| ความรุนแรง | ไม่รุนแรง รักษาได้ง่าย | รุนแรงกว่า อาจต้องนอนโรงพยาบาล |
| ระยะเวลารักษา | 3-7 วัน | 7-14 วัน |
การวินิจฉัยกระเพาะปัสสาวะอักเสบ
การวินิจฉัยกระเพาะปัสสาวะอักเสบมักไม่ซับซ้อน แพทย์หรือเภสัชกรสามารถประเมินได้จากอาการเป็นหลัก แต่ในบางกรณีอาจต้องตรวจเพิ่มเติม
วิธีการวินิจฉัย
- ซักประวัติและอาการ — อาการปัสสาวะแสบขัด ปัสสาวะบ่อย ปวดท้องน้อย มักเพียงพอสำหรับการวินิจฉัยเบื้องต้น
- ตรวจปัสสาวะ (Urinalysis) — ตรวจหาเม็ดเลือดขาว ไนไตรท์ และเลือดในปัสสาวะ
- เพาะเชื้อปัสสาวะ (Urine Culture) — ระบุชนิดเชื้อแบคทีเรียและทดสอบความไวต่อยา มักทำในกรณีที่เป็นซ้ำบ่อยหรือรักษาแล้วไม่ดีขึ้น
- อัลตราซาวด์/CT Scan — ในกรณีที่สงสัยว่ามีความผิดปกติทางโครงสร้าง หรือการติดเชื้อลุกลาม
การรักษากระเพาะปัสสาวะอักเสบ
ยาปฏิชีวนะ — การรักษาหลัก
กระเพาะปัสสาวะอักเสบจากเชื้อแบคทีเรียรักษาด้วย ยาปฏิชีวนะ เป็นหลัก ยาที่แพทย์มักสั่งจ่ายขึ้นอยู่กับชนิดของเชื้อ ความรุนแรง และประวัติการใช้ยาของผู้ป่วย
กลุ่มยาที่ใช้บ่อยในประเทศไทย ได้แก่:
- กลุ่ม Fluoroquinolones — เช่น Ciprofloxacin ออกฤทธิ์กว้าง ครอบคลุมเชื้อ E. coli ได้ดี มักใช้ในกรณีกระเพาะปัสสาวะอักเสบแบบไม่ซับซ้อนและซับซ้อน
- กลุ่ม Penicillin + Beta-lactamase inhibitor — เช่น Amoxicillin + Clavulanic acid เหมาะกับเชื้อที่ดื้อต่อยาปฏิชีวนะทั่วไป
ระยะเวลาการรักษา
- กระเพาะปัสสาวะอักเสบแบบไม่ซับซ้อน: 3-7 วัน
- กระเพาะปัสสาวะอักเสบแบบซับซ้อน หรือลุกลามไปไต: 7-14 วัน
สิ่งสำคัญที่ต้องรู้เกี่ยวกับการใช้ยาปฏิชีวนะ
- ต้องกินยาให้ครบตามที่กำหนด — แม้อาการจะดีขึ้นแล้วก็ห้ามหยุดยาเอง เพราะอาจทำให้เชื้อดื้อยา
- ดื่มน้ำมาก ๆ — ช่วยชะล้างเชื้อออกจากระบบทางเดินปัสสาวะ
- หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์และคาเฟอีน — ระหว่างกินยา เพราะอาจระคายเคืองกระเพาะปัสสาวะ
💡 อ่านเพิ่มเติม: อยากรู้รายละเอียดเกี่ยวกับยาแต่ละตัว ข้อดีข้อเสีย และข้อควรระวัง อ่านต่อได้ที่ ยาปฏิชีวนะรักษากระเพาะปัสสาวะอักเสบ มีอะไรบ้าง?
การดูแลตัวเองเบื้องต้นร่วมกับการใช้ยา
- ดื่มน้ำอย่างน้อย 2-3 ลิตรต่อวัน
- ประคบอุ่นบริเวณท้องน้อยเพื่อบรรเทาอาการปวด
- หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน และแอลกอฮอล์
- ปัสสาวะทันทีเมื่อรู้สึกปวด อย่ากลั้น
วิธีป้องกันกระเพาะปัสสาวะอักเสบ
การป้องกันสำคัญไม่แพ้การรักษา โดยเฉพาะสำหรับคนที่เคยเป็นแล้วและไม่อยากกลับมาเป็นซ้ำ
พฤติกรรมที่ช่วยลดความเสี่ยง
- ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอ — อย่างน้อย 6-8 แก้วต่อวัน ช่วยชะล้างเชื้อแบคทีเรียออกจากระบบทางเดินปัสสาวะ
- ไม่กลั้นปัสสาวะ — ปัสสาวะทันทีเมื่อรู้สึกปวด
- ปัสสาวะหลังมีเพศสัมพันธ์ — ช่วยชะล้างเชื้อที่อาจเข้าสู่ท่อปัสสาวะ
- เช็ดทำความสะอาดจากหน้าไปหลัง — ป้องกันเชื้อจากทวารหนักเข้าสู่ท่อปัสสาวะ
- หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำหอม — สบู่ สเปรย์ หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดจุดซ่อนเร้นที่มีสารเคมีรุนแรง
- สวมชุดชั้นในผ้าฝ้าย — ระบายอากาศได้ดี ลดความชื้นที่เป็นแหล่งเพาะเชื้อ
Cranberry ช่วยป้องกันได้จริงไหม?
มีงานวิจัยบางชิ้นที่ชี้ว่าสาร Proanthocyanidins ใน Cranberry อาจช่วยป้องกันไม่ให้เชื้อ E. coli เกาะติดผนังกระเพาะปัสสาวะ แต่หลักฐานยังไม่ชัดเจนพอที่จะแนะนำเป็นวิธีป้องกันหลัก — NHS ระบุว่า Cranberry juice อาจช่วยได้บ้าง แต่ไม่ควรใช้แทนยาปฏิชีวนะ
📖 อ่านเพิ่มเติม: อยากรู้วิธีป้องกันแบบละเอียด รวมถึงเคล็ดลับสำหรับคนที่เป็นซ้ำบ่อย อ่านต่อได้ที่ วิธีป้องกันกระเพาะปัสสาวะอักเสบ ไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ
เมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์?
กระเพาะปัสสาวะอักเสบส่วนใหญ่รักษาได้ไม่ยาก แต่มีบางสถานการณ์ที่ ต้องพบแพทย์โดยเร็ว:
- ❗ มีไข้สูงกว่า 38°C หรือหนาวสั่น
- ❗ ปวดหลังหรือปวดสีข้างรุนแรง (อาจเป็นสัญญาณของกรวยไตอักเสบ)
- ❗ ปัสสาวะเป็นเลือดมาก
- ❗ อาการไม่ดีขึ้นหลังกินยาปฏิชีวนะ 2-3 วัน
- ❗ เป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบซ้ำมากกว่า 2 ครั้งใน 6 เดือน หรือ 3 ครั้งใน 12 เดือน
- ❗ ตั้งครรภ์ — การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะระหว่างตั้งครรภ์อาจส่งผลต่อทารก
- ❗ เป็นผู้ชายที่มีอาการปัสสาวะแสบขัด (เพราะกระเพาะปัสสาวะอักเสบในผู้ชายมักมีสาเหตุซับซ้อนกว่า)
💡 อ่านเพิ่มเติม: สัญญาณอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม และกรณีไหนที่ต้องไปห้องฉุกเฉินทันที อ่านต่อได้ที่ กระเพาะปัสสาวะอักเสบ เมื่อไหร่ต้องพบแพทย์?
ซื้อยารักษากระเพาะปัสสาวะอักเสบได้ที่ไหน?
หากได้รับการวินิจฉัยแล้วว่าเป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบ สามารถสั่งซื้อยาปฏิชีวนะออนไลน์ได้ที่ Intimo Life โดยมียาปฏิชีวนะหลายตัวที่ใช้รักษากระเพาะปัสสาวะอักเสบ เช่น B-Ciprofloxacin, Cifloxin, Cobay-500, Augmentin และ AMK
สมัครสมาชิกเพื่อรับสิทธิพิเศษ และสามารถปรึกษาเภสัชกรก่อนสั่งซื้อได้ เพื่อให้มั่นใจว่าเลือกยาได้ถูกต้องและเหมาะสมกับอาการ
ประสบการณ์จริง: เป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบครั้งแรก
"ตอนแรกแค่รู้สึกปัสสาวะบ่อยผิดปกติ คิดว่าเพราะดื่มน้ำเยอะ แต่พอเริ่มแสบขณะปัสสาวะ ปวดท้องน้อยหน่วง ๆ ถึงรู้ว่าไม่ใช่เรื่องปกติ ไปหาหมอ ได้ยาปฏิชีวนะมากิน 3 วันก็เริ่มดีขึ้น แต่หมอย้ำว่าต้องกินให้ครบ 5 วัน ห้ามหยุดเอง
สิ่งที่เปลี่ยนไปหลังจากนั้นคือ ดื่มน้ำมากขึ้น ไม่กลั้นปัสสาวะ และปัสสาวะทุกครั้งหลังมีเพศสัมพันธ์ ตั้งแต่ปรับพฤติกรรมก็ไม่เคยกลับมาเป็นอีกเลย"
คำเตือนทางการแพทย์
⚠️ Medical Disclaimer: เนื้อหาในบทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาทดแทนคำแนะนำ การวินิจฉัย หรือการรักษาจากแพทย์หรือเภสัชกร หากมีอาการหรือข้อสงสัย ควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ การใช้ยาปฏิชีวนะทุกชนิดควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร ห้ามซื้อยากินเองโดยไม่ได้รับคำปรึกษา
คำถามที่พบบ่อย
หากได้รับยาปฏิชีวนะที่เหมาะสม อาการมักดีขึ้นภายใน 1-2 วัน และหายสนิทภายใน 3-7 วัน ขึ้นอยู่กับความรุนแรงและชนิดของยาที่ใช้ สิ่งสำคัญคือต้อง กินยาให้ครบคอร์ส แม้อาการจะดีขึ้นแล้ว เพื่อป้องกันเชื้อดื้อยา
กระเพาะปัสสาวะอักเสบ ไม่ใช่โรคติดต่อ ไม่สามารถแพร่จากคนหนึ่งไปอีกคนหนึ่งได้โดยตรง อย่างไรก็ตาม การมีเพศสัมพันธ์อาจเพิ่มความเสี่ยงที่แบคทีเรียจะเข้าสู่ท่อปัสสาวะได้ง่ายขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุที่ผู้หญิงมักมีอาการหลังมีเพศสัมพันธ์
ได้ แต่ พบน้อยกว่าผู้หญิงมาก เนื่องจากท่อปัสสาวะของผู้ชายยาวกว่า ทำให้แบคทีเรียเข้าถึงกระเพาะปัสสาวะได้ยากกว่า ผู้ชายที่มีความเสี่ยงสูง ได้แก่ ผู้ที่มีต่อมลูกหมากโต ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่ใส่สายสวนปัสสาวะ
อันตรายได้ หากปล่อยไว้ไม่รักษา เชื้อแบคทีเรียอาจลุกลามขึ้นไปที่ไต ทำให้เกิด กรวยไตอักเสบ (Pyelonephritis) ซึ่งมีอาการรุนแรงกว่ามาก เช่น ไข้สูง ปวดหลังล่าง คลื่นไส้ และในกรณีร้ายแรงอาจนำไปสู่ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด (Sepsis) ได้
การดื่มน้ำมากๆ ช่วยบรรเทาอาการ โดยช่วยเจือจางปัสสาวะและขับแบคทีเรียออกจากทางเดินปัสสาวะเร็วขึ้น แต่ ไม่สามารถทดแทนยาปฏิชีวนะ ในกรณีที่ติดเชื้อแล้ว ควรดื่มน้ำอย่างน้อย 6-8 แก้วต่อวัน ร่วมกับการรักษาตามแพทย์สั่ง
กระเพาะปัสสาวะอักเสบเป็นการติดเชื้อที่ ทางเดินปัสสาวะส่วนล่าง อาการหลักคือปัสสาวะแสบขัด ปวดท้องน้อย ส่วนกรวยไตอักเสบเป็นการติดเชื้อที่ ไต (ส่วนบน) อาการจะรุนแรงกว่า เช่น ไข้สูง หนาวสั่น ปวดหลังล่างหรือสีข้าง และอาจต้องนอนโรงพยาบาล ระยะเวลารักษากรวยไตอักเสบก็นานกว่า คือ 7-14 วัน เทียบกับ 3-7 วัน ของกระเพาะปัสสาวะอักเสบ
กระเพาะปัสสาวะอักเสบขณะตั้งครรภ์ ต้องรักษาทันที เพราะหากปล่อยไว้อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนดและทารกน้ำหนักน้อย ยาปฏิชีวนะบางชนิดปลอดภัยสำหรับคนท้อง เช่น กลุ่ม Penicillin แต่ ห้ามซื้อยากินเอง ต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเสมอเพื่อเลือกยาที่ปลอดภัยต่อทั้งแม่และลูก
⚠️ ข้อจำกัดความรับผิดชอบ
เนื้อหาในบทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาทดแทนคำแนะนำ การวินิจฉัย หรือการรักษาจากแพทย์หรือเภสัชกรผู้เชี่ยวชาญ หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการหรือการใช้ยา ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ
สินค้าที่เกี่ยวข้อง
ยารักษาปัสสาวะอักเสบ
-
สินค้าหมด
B-Ciprofloxacinยาปฏิชีวนะออกฤทธิ์กว้าง รักษาปัสสาวะอักเสบได้ผลดี
Out of Stock60.00 ฿ / -
สินค้าหมด
Cobay-500ยาฆ่าเชื้อประสิทธิภาพสูง รักษาปัสสาวะอักเสบและท้องเสีย
Out of Stock0.00 ฿ / -
Cifloxinยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย Ciprofloxacin สำหรับทางเดินปัสสาวะ
✓ In stockเริ่มต้น 80.00 ฿ /
เป็นสมาชิกกับทางร้านเพื่อรับข่าวสารและส่วนลดต่างๆ
สินค้าที่พึ่งดูมา
แหล่งอ้างอิง
- Uncomplicated Urinary Tract Infections — PMC (NCBI) — Medina M, Castillo-Pino E. (2019)
- Global Burden of Urinary Tract Infections — Frontiers in Public Health — Yang X, et al. (2022)
- Urinary tract infections (UTIs) — NHS
- Urinary Tract Infection — Mayo Clinic
- Cystitis — NHS
- Recurrent Urinary Tract Infections — PubMed
- Global Urinary Tract Infection Trends and Statistics — Science Insights

