ยาคลายกล้ามเนื้อมีกี่ชนิด? — เลือกใช้แบบไหน

ยาคลายกล้ามเนื้อมีกี่ชนิด? — เลือกใช้แบบไหน

ยาคลายกล้ามเนื้อมีกี่ชนิด? Tolperisone, Eperisone, Orphenadrine ต่างกันยังไง?

  • Tolperisone (Mydocalm, Biocalm) — Antispasmodic ใช้บ่อยที่สุดในไทย ง่วงน้อยกว่ากลุ่ม opioid
  • Eperisone (Myonal) — ง่วงน้อยที่สุด เหมาะคนทำงาน/ขับรถ
  • Orphenadrine (Norgesic) — ผสม Paracetamol บรรเทาเร็ว แต่ง่วงมาก
  • Chlorzoxazone, Methocarbamol — Antispasmodic ทางเลือก พบน้อยกว่า
  • Baclofen, Tizanidine — Antispastic สำหรับโรคระบบประสาท เช่น stroke, MS
  • เลือกตามอาการ: ปวดเฉียบพลันทั่วไป → Tolperisone, ต้องสมาธิ → Eperisone, ปวดเร็ว → Norgesic
Supatcheree A., Pharmacist

ตรวจสอบทางการแพทย์โดย

Supatcheree A., Pharmacist | แหล่งข้อมูล: NCBI, Cleveland Clinic, NHS, WHO

อัปเดตล่าสุด: 2026-05-04

ยาคลายกล้ามเนื้อ มีกี่ประเภท?

ยาคลายกล้ามเนื้อ (Muscle Relaxants) ในเชิงเภสัชวิทยาแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ตามกลไกการออกฤทธิ์ — แต่ละกลุ่มใช้กับอาการต่างกันชัดเจน:

  1. Antispasmodics (ยาคลายกล้ามเนื้อแบบใช้สั้น) — ออกฤทธิ์ที่ระบบประสาทส่วนกลาง ลดสัญญาณเกร็งกล้ามเนื้อจากการบาดเจ็บเฉียบพลัน เป็นกลุ่มที่ ใช้บ่อยที่สุด ในร้านยาและคลินิกทั่วไป — ปวดหลัง คอเคล็ด ไหล่ตึง ใช้กลุ่มนี้
  2. Antispastics (ยาคลายกล้ามเนื้อสำหรับโรคระบบประสาท) — ออกฤทธิ์ที่ไขสันหลังหรือสมอง ใช้กับภาวะกล้ามเนื้อเกร็งเรื้อรังจากโรคเช่น stroke, multiple sclerosis, cerebral palsy — ต้องใช้ภายใต้แพทย์เฉพาะทางเสมอ
  3. Direct-acting (ออกฤทธิ์ที่กล้ามเนื้อโดยตรง) — เช่น Dantrolene ใช้น้อยมากในไทย เน้นกรณี malignant hyperthermia หรือ severe spasticity

กลุ่มที่คนทั่วไปจะเจอเมื่อไปร้านยาคือ Antispasmodics ซึ่งมี 4-5 ตัวยาหลัก แต่ละตัวมีจุดเด่นต่างกัน เราจะลงรายละเอียดทีละตัวในบทความนี้

📖 อ่านเพิ่มเติม: ดูภาพรวมยาคลายกล้ามเนื้อทั้งหมด — วิธีกิน ผลข้างเคียง ข้อควรระวัง ที่ ยาคลายกล้ามเนื้อ คู่มือครบจบ — ชนิด วิธีใช้ ผลข้างเคียง

Tolperisone — ยาคลายกล้ามเนื้อยอดนิยมในไทย

Tolperisone คืออะไร?

Tolperisone เป็นยาคลายกล้ามเนื้อกลุ่ม Antispasmodic ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในไทย ออกฤทธิ์ที่ระบบประสาทส่วนกลาง โดยเฉพาะที่ก้านสมองและไขสันหลัง ลดสัญญาณการเกร็งของกล้ามเนื้อโดยไม่กดประสาทรุนแรงเหมือนยานอนหลับ

กลไกการออกฤทธิ์

Tolperisone ทำงานโดย ปิดช่อง sodium และ calcium ที่เซลล์ประสาทในไขสันหลัง ทำให้สัญญาณการเกร็งกล้ามเนื้อลดลง ผลที่ได้คือกล้ามเนื้อคลายตัว แต่ ไม่กระทบสมองส่วนรู้สึกตัว มากเท่าตัวอื่น — จึงง่วงน้อยกว่า Orphenadrine

ขนาดที่ใช้บ่อย

  • 50 mg — เริ่มต้น เหมาะกับอาการเล็กน้อยถึงปานกลาง กิน 2-3 ครั้ง/วัน หลังอาหาร
  • 150 mg — สำหรับอาการรุนแรงมากขึ้น หรือเพิ่มขนาดเมื่อ 50 mg ไม่พอ

ยี่ห้อในไทย

  • Mydocalm — ยี่ห้อต้นตำรับจาก Sanofi/Gedeon Richter (ยุโรป) เป็นมาตรฐานที่แพทย์มักจ่าย
  • Biocalm — ผลิตในไทย ตัวยาเดียวกัน ขนาด 50 mg เป็นทางเลือกราคาประหยัด
  • Soneriper M, Sotolper, Tolper — ยี่ห้ออื่นที่มีจำหน่าย

Soneriper M คืออะไร?

Soneriper M เป็นยาที่มี Tolperisone HCl 50 mg + Methylcobalamin (วิตามิน B12) 0.5 mg ใน 1 เม็ด "M" ย่อมาจาก Methylcobalamin — Methylcobalamin ช่วยฟื้นฟูเส้นประสาทที่อักเสบ มักจ่ายร่วมกันในกรณีปวดหลังจากเส้นประสาทกดทับ หรือชาตามแขน-ขา

ผลข้างเคียงเด่น

  • คลื่นไส้ ปวดหัว ง่วงเล็กน้อย — พบบ่อยแต่ไม่รุนแรง
  • ผื่นแพ้ — พบไม่บ่อย แต่ถ้ามีต้องหยุดยาทันที
  • ตับอักเสบจากยา (Drug-induced hepatitis) — พบไม่บ่อยแต่รุนแรง สังเกตอาการตาเหลือง ตัวเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม

Eperisone — ทางเลือกง่วงน้อยที่สุด

Eperisone คืออะไร?

Eperisone HCl เป็นยาคลายกล้ามเนื้อกลุ่ม Antispasmodic ที่ออกฤทธิ์ 2 ทาง:

  1. คลายกล้ามเนื้อ — ผ่านการลดสัญญาณประสาทที่ไขสันหลัง
  2. ขยายหลอดเลือดเฉพาะที่ — เพิ่มเลือดไหลเวียนในกล้ามเนื้อที่เกร็ง ทำให้ของเสียจากการอักเสบถูกกำจัดออกเร็วขึ้น

จุดเด่น

Eperisone ทำให้ง่วงน้อยที่สุด ในกลุ่มยาคลายกล้ามเนื้อยอดนิยมในไทย เพราะออกฤทธิ์ที่ไขสันหลังเป็นหลัก กระทบสมองส่วนรู้สึกตัวน้อยมาก

ขนาดที่ใช้

50 mg วันละ 3 ครั้ง หลังอาหาร — ขนาดมาตรฐาน อาจปรับตามอาการและตัวผู้ป่วย

ยี่ห้อในไทย

  • Myonal — ยี่ห้อหลักจาก Eisai (ญี่ปุ่น) เป็นที่นิยมในวงการแพทย์ไทย
  • Epenal, Epera — ยี่ห้ออื่นที่มีจำหน่าย

ใครเหมาะใช้ Eperisone?

  • คนทำงานออฟฟิศที่ต้องใช้สมาธิ
  • คนขับรถ คนขับมอเตอร์ไซค์รับจ้าง
  • ผู้สูงอายุที่กลัวง่วงและตกล้ม
  • คนที่เคยกิน Tolperisone แล้วยังรู้สึกง่วง

Orphenadrine — สูตรผสมยาแก้ปวด

Orphenadrine คืออะไร?

Orphenadrine Citrate เป็นยาคลายกล้ามเนื้อในกลุ่ม Antispasmodic ที่มีคุณสมบัติ anticholinergic (คล้ายยาแก้แพ้รุ่นเก่า) จึงทำให้ง่วงและปากแห้งมากกว่าตัวอื่นในกลุ่ม

ทำไมมักผสมกับ Paracetamol?

Orphenadrine คลายกล้ามเนื้อแต่ ไม่ลดปวดโดยตรง ผู้ผลิตจึงรวม Paracetamol เข้าในเม็ดเดียว เพื่อให้ออกฤทธิ์ 2 ทางพร้อมกัน — Orphenadrine คลายเกร็ง + Paracetamol ลดปวด สะดวกไม่ต้องกินคู่หลายเม็ด

ขนาดที่ใช้

Orphenadrine 35 mg + Paracetamol 450 mg ต่อเม็ด กิน 1-2 เม็ด ทุก 6-8 ชั่วโมง ตามความรุนแรง ห้ามเกิน 8 เม็ด/วัน เพราะ Paracetamol จะเกินขนาดสูงสุด

ยี่ห้อในไทย

  • Norgesic — ยี่ห้อหลักที่นิยม
  • Norvic, Mygesic — ยี่ห้อสูตรผสมตัวอื่น

ข้อควรระวังพิเศษ

  • ห้ามกินพาราเพิ่ม เพราะมี Paracetamol อยู่ในเม็ดแล้ว เสี่ยง overdose ตับอักเสบ
  • ทำให้ง่วงมากกว่า Tolperisone และ Eperisone — เลี่ยงขับรถ
  • ปากแห้ง คอแห้ง — เพราะมีฤทธิ์ anticholinergic
  • ห้ามใช้ในผู้ป่วยต้อหิน หรือต่อมลูกหมากโต

Chlorzoxazone และ Methocarbamol — ทางเลือกอื่น

นอกจาก 3 ตัวยอดนิยม ยังมียาคลายกล้ามเนื้อกลุ่ม Antispasmodic ตัวอื่นที่ใช้ได้ในไทย แต่พบน้อยกว่า:

Chlorzoxazone

ออกฤทธิ์ที่ไขสันหลัง คล้าย Tolperisone มักจ่ายในร้านยาเป็นยาคลายเส้นทั่วไป ขนาด 250 mg หรือ 500 mg วันละ 3-4 ครั้ง — ผลข้างเคียงเด่นคืออาจทำให้ ปัสสาวะเปลี่ยนสีส้มหรือแดง (ไม่อันตราย แต่ตกใจได้) และอาจกระทบตับในการใช้นาน

Methocarbamol

ใช้ในต่างประเทศมากกว่าในไทย ขนาด 750 mg-1500 mg วันละ 3-4 ครั้ง ผลข้างเคียงทั่วไปคือง่วง วิงเวียน — เป็นทางเลือกในกรณีแพ้ยา Tolperisone หรือ Eperisone

Antispastics — Baclofen, Tizanidine สำหรับโรคทางระบบประสาท

กลุ่ม Antispastics ใช้คนละแบบกับ Antispasmodic — ใช้สำหรับภาวะกล้ามเนื้อเกร็งเรื้อรังจากโรคทางระบบประสาท ไม่ใช่ปวดเมื่อยทั่วไป

Baclofen

ออกฤทธิ์ที่ ตัวรับ GABA-B ในไขสันหลัง ใช้กับ multiple sclerosis (MS), spinal cord injury, cerebral palsy ขนาดเริ่มต้น 5 mg × 3 ครั้ง/วัน ค่อยๆ ปรับขึ้น ห้ามหยุดยาเอง เพราะอาจชักหรือเพ้อ

Tizanidine

เป็น alpha-2 adrenergic agonist ลดสัญญาณกระตุ้นในไขสันหลัง ใช้กับ spasticity จาก stroke, MS, spinal cord injury ขนาด 2-4 mg × 3 ครั้ง/วัน — ทำให้ความดันต่ำได้ ต้องเริ่มขนาดต่ำแล้วค่อยปรับ

Dantrolene

เป็น Direct-acting ออกฤทธิ์ที่กล้ามเนื้อโดยตรง ใช้น้อยมาก เฉพาะกรณี malignant hyperthermia (ภาวะฉุกเฉินจากการแพ้ยาดมสลบ) หรือ severe spasticity ที่ใช้ยาอื่นไม่ได้ผล

กลุ่ม Antispastics ทั้งหมดต้องสั่งและติดตามโดยแพทย์เฉพาะทาง ห้ามซื้อกินเองเด็ดขาด

ตารางเปรียบเทียบยาคลายกล้ามเนื้อทั้งหมด

ชื่อยากลุ่มยี่ห้อในไทยระดับง่วงใช้กับ
TolperisoneAntispasmodicMydocalm, Biocalmน้อย-ปานกลางปวดเมื่อย ปวดหลังเฉียบพลัน
EperisoneAntispasmodicMyonalน้อยที่สุดคนต้องสมาธิ ขับรถ
OrphenadrineAntispasmodicNorgesicมากปวดเฉียบพลัน ต้องการเร็ว
ChlorzoxazoneAntispasmodicหลายยี่ห้อปานกลางปวดทั่วไป (ทางเลือก)
BaclofenAntispasticLioresalมากMS, stroke, spinal injury
TizanidineAntispasticSirdaludมากSpasticity เรื้อรัง

เลือกยาคลายกล้ามเนื้อแบบไหน เหมาะกับอาการของคุณ?

ปวดหลัง คอเคล็ด ไหล่ตึง (อาการทั่วไป)

Tolperisone (Mydocalm หรือ Biocalm) เป็นตัวเลือกแรก — ง่วงไม่มาก ปลอดภัย ใช้ได้กับคนส่วนใหญ่

ต้องทำงาน ขับรถ ใช้สมาธิ

Eperisone (Myonal) ง่วงน้อยที่สุด ไม่กระทบการทำงาน

ปวดมาก ต้องบรรเทาเร็ว

Norgesic (Orphenadrine + Paracetamol) สูตรผสมออกฤทธิ์ 2 ทาง — แต่จะง่วง กินก่อนนอนหรือวันหยุด

ปวดร่วมกับชาตามแขนขา (สงสัยเส้นประสาท)

Soneriper M (Tolperisone + Methylcobalamin) ช่วยทั้งคลายกล้ามเนื้อและฟื้นฟูเส้นประสาท

โรคทางระบบประสาทเรื้อรัง

Baclofen หรือ Tizanidine แต่ต้องสั่งและติดตามโดยแพทย์เฉพาะทางเท่านั้น

ปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ก่อนตัดสินใจทุกครั้ง โดยเฉพาะคนที่มีโรคประจำตัว ตับ ไต หรือกำลังกินยาอื่น

คำถามที่พบบ่อย

Tolperisone (Mydocalm) ออกฤทธิ์ที่ระบบประสาทส่วนกลางอย่างเดียว ส่วน Eperisone (Myonal) ออกฤทธิ์ 2 ทาง — คลายกล้ามเนื้อ + ขยายหลอดเลือดเฉพาะที่ ทำให้ Eperisone ง่วงน้อยกว่าและช่วยเรื่องเลือดไหลเวียนด้วย ราคา Myonal สูงกว่า Tolperisone

Soneriper M = Tolperisone HCl 50 mg + Methylcobalamin (Vitamin B12) 0.5 mg "M" ย่อมาจาก Methylcobalamin ที่ช่วยฟื้นฟูเส้นประสาท เหมาะกับปวดที่มีอาการชาตามแขนขา (สงสัยเส้นประสาทกดทับ) ส่วน Tolperisone ธรรมดามีแค่ Tolperisone — ไม่มี Vitamin B12

ตัวยาเดียวกัน (Tolperisone HCl 50 mg) ต่างกันแค่ผู้ผลิต — Mydocalm จากผู้ผลิตยุโรป (Sanofi/Gedeon Richter) เป็น branded ส่วน Biocalm ผลิตในไทย เป็นทางเลือกราคาประหยัด ใช้แทนกันได้ ผลการรักษาเทียบเท่ากัน

เป็นขนาดของ Tolperisone HCl ในเม็ดเดียว — 50 mg เริ่มต้นเหมาะกับอาการเล็กน้อยถึงปานกลาง กิน 2-3 ครั้ง/วัน ส่วน 150 mg ใช้เมื่ออาการรุนแรงหรือ 50 mg ไม่พอ ห้ามเพิ่มขนาดเอง ต้องตามที่หมอหรือเภสัชกรแนะนำ

Eperisone (Myonal) เป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับผู้สูงอายุ เพราะง่วงน้อยที่สุด ลดความเสี่ยงการตกล้ม รองลงมาคือ Tolperisone (Mydocalm/Biocalm) ส่วน Norgesic ควรเลี่ยง ในผู้สูงอายุ เพราะมี anticholinergic effect ทำให้ง่วงและสับสนได้ และยังมีข้อห้ามในผู้ป่วยต้อหิน/ต่อมลูกหมากโต

ห้ามซื้อกินเองเด็ดขาด — Baclofen เป็นยาที่ต้องสั่งและติดตามโดยแพทย์เฉพาะทาง เพราะใช้กับโรคทางระบบประสาทเรื้อรัง การปรับขนาดต้องค่อยเป็นค่อยไป และ หยุดยาเองอาจทำให้ชักหรือเพ้อ ได้ คนทั่วไปที่ปวดเมื่อยไม่ควรใช้กลุ่มนี้ — ใช้ Antispasmodic เช่น Tolperisone หรือ Eperisone แทน

ไม่ควรกินติดต่อกันเกิน 7-10 วัน โดยไม่มีคำแนะนำของแพทย์ เพราะ (1) อาจ ปกปิดอาการของโรคจริง ที่ลึกกว่ากล้ามเนื้อ เช่น หมอนรองกระดูก เส้นประสาท (2) Tolperisone อาจกระทบตับเมื่อใช้ยาว (3) Norgesic เสี่ยง overdose Paracetamol ถ้ากินมากต่อเนื่อง — ถ้าอาการไม่ดีขึ้นใน 5-7 วันต้องพบแพทย์

ในไทย ส่วนใหญ่เป็นยาที่ต้องมีคำแนะนำของเภสัชกร หรือใบสั่งแพทย์ — แม้บางร้านยาจ่ายให้ได้โดยไม่ต้องใบสั่ง แต่ ควรปรึกษาเภสัชกรเสมอ ก่อนซื้อ ไม่แนะนำให้สั่งซื้อจากแหล่งที่ไม่ผ่านเภสัชกร เพราะอาจได้ขนาดที่ไม่เหมาะสม หรือไม่เช็คโรคประจำตัวที่อาจมีข้อห้าม

⚠️ ข้อจำกัดความรับผิดชอบ

เนื้อหาในบทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาทดแทนคำแนะนำ การวินิจฉัย หรือการรักษาจากแพทย์หรือเภสัชกรผู้เชี่ยวชาญ หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการหรือการใช้ยา ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ส่งไว ภายใน 24 ชม.

สั่งวันนี้ จัดส่งเร็ว ไม่ต้องรอนาน สินค้าพร้อมส่งจากในประเทศ

สินค้าเป็นของแท้

คัดเฉพาะสินค้าของแท้ มีมาตรฐาน มั่นใจได้ในคุณภาพทุกชิ้น

ไม่ระบุสินค้ากับผู้ส่ง

แพ็กแนบเนียน ไม่มีระบุชื่อสินค้า เคารพความเป็นส่วนตัวของลูกค้า

ส่งทั่วโลก

ส่งทั่วโลกผ่าน Thailand Post บรรจุมิดชิด

สินค้าที่พึ่งดูมา