ยาคุมกำเนิด vs ยาคุมฉุกเฉิน ต่างกันยังไง?
- ยาคุมกำเนิด คือยาที่กินเป็นประจำทุกวัน เพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ล่วงหน้า ประสิทธิภาพสูงถึง 99% เมื่อกินถูกต้อง
- ยาคุมฉุกเฉิน คือยาที่กินหลังมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน ต้องกินให้เร็วที่สุดภายใน 72-120 ชั่วโมง ประสิทธิภาพประมาณ 85-95%
- ยาคุมฉุกเฉิน ไม่ใช่ ยาคุมกำเนิดประจำ ไม่ควรใช้แทนกัน
- ยาคุมกำเนิดมีทั้งแบบฮอร์โมนรวมและฮอร์โมนเดี่ยว ส่วนยาคุมฉุกเฉินมักเป็น Levonorgestrel หรือ Ulipristal acetate
- ยาคุมกำเนิดช่วยดูแลรอบเดือน ลดสิว ลดปวดประจำเดือนได้ด้วย แต่ยาคุมฉุกเฉินใช้เฉพาะกรณีฉุกเฉินเท่านั้น
ยาคุมกำเนิด vs ยาคุมฉุกเฉิน ต่างกันยังไง? เลือกใช้ตัวไหนดี
หลายคนยังสับสนว่า "ยาคุมกำเนิด" กับ "ยาคุมฉุกเฉิน" เป็นยาตัวเดียวกันหรือเปล่า ใช้แทนกันได้ไหม หรือกินยาคุมฉุกเฉินบ่อยๆ แทนยาคุมปกติได้มั้ย? คำตอบสั้นๆ คือ — ไม่เหมือนกัน และไม่ควรใช้แทนกัน
บทความนี้จะเปรียบเทียบให้เห็นชัดๆ ว่าทั้งสองตัวต่างกันตรงไหน เหมาะกับสถานการณ์แบบไหน และควรเลือกใช้ยังไงให้ปลอดภัยที่สุด
📖 อ่านเพิ่มเติม: ถ้ายังไม่แน่ใจว่ายาคุมกำเนิดคืออะไร แนะนำให้อ่าน ยาคุมกำเนิด คืออะไร? ทุกเรื่องที่ผู้หญิงควรรู้ ครบจบในที่เดียว ก่อนนะ
สถิติที่น่าสนใจ
- 💊 ยาคุมกำเนิดปกติป้องกันการตั้งครรภ์ได้สูงถึง 99% เมื่อกินถูกต้องสม่ำเสมอ (typical use ประมาณ 91%)
- ⚡ ยาคุมฉุกเฉิน Levonorgestrel ป้องกันได้ประมาณ 85% โดยรวม แต่ถ้ากินภายใน 24 ชั่วโมงแรก ประสิทธิภาพสูงถึง 94%
- 📊 จากข้อมูลของ CDC พบว่า 1 ใน 9 ของผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ในสหรัฐฯ เคยใช้ยาคุมฉุกเฉินอย่างน้อย 1 ครั้ง
- 🔍 เหตุผลหลักที่ใช้ยาคุมฉุกเฉิน: 49% เพราะมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน และ 45% เพราะกลัวว่าวิธีคุมกำเนิดที่ใช้อยู่จะล้มเหลว
ยาคุมกำเนิดคืออะไร?
ยาคุมกำเนิด (Birth Control Pills) คือยาฮอร์โมนที่ออกแบบมาให้กินเป็นประจำทุกวัน เพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ล่วงหน้า โดยทำงานผ่านการยับยั้งการตกไข่ ทำให้มูกปากมดลูกข้นขึ้น และทำให้ผนังมดลูกบางลง
ยาคุมกำเนิดมีหลายประเภท ได้แก่ ยาคุมฮอร์โมนรวม, ยาคุมฮอร์โมนเดี่ยว และยาคุมฉุกเฉิน ซึ่งแต่ละประเภทมีจุดประสงค์การใช้งานที่ต่างกัน
ยาคุมฉุกเฉินคืออะไร?
ยาคุมฉุกเฉิน (Emergency Contraceptive Pills) คือยาที่ใช้ หลังมีเพศสัมพันธ์ โดยไม่ได้ป้องกัน หรือเมื่อวิธีคุมกำเนิดที่ใช้อยู่ล้มเหลว (เช่น ถุงยางแตก ลืมกินยาคุม) โดยต้องกินให้เร็วที่สุดภายใน 72-120 ชั่วโมง
📖 อ่านเพิ่มเติม:ยาคุมฉุกเฉิน ต้องกินภายในกี่ชั่วโมง? และ วิธีกินยาคุมฉุกเฉิน 1 เม็ด กินยังไงให้ปลอดภัย?
เปรียบเทียบยาคุมกำเนิด
| หัวข้อ | ยาคุมกำเนิด (Birth Control Pills) | ยาคุมฉุกเฉิน (Emergency Contraception) |
|---|---|---|
| จุดประสงค์ | ป้องกันการตั้งครรภ์ล่วงหน้า | ป้องกันหลังมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน |
| วิธีกิน | กินทุกวัน วันละ 1 เม็ด | กินครั้งเดียว (1-2 เม็ด) หลังมีเพศสัมพันธ์ |
| ประสิทธิภาพ | สูงถึง 99% (กินถูกต้อง) | ประมาณ 85-95% (ขึ้นกับเวลาที่กิน) |
| ตัวยาสำคัญ | Ethinyl Estradiol + Progestin หรือ Progestin เดี่ยว | Levonorgestrel หรือ Ulipristal Acetate |
| ความถี่ในการใช้ | ใช้ต่อเนื่องทุกวัน | ใช้เฉพาะกรณีฉุกเฉินเท่านั้น |
| ผลข้างเคียง | อาจมีคลื่นไส้เล็กน้อย เจ็บเต้านม ในช่วงแรก | คลื่นไส้ ประจำเดือนมาผิดปกติ เหนื่อยล้า |
| ประโยชน์เสริม | ช่วยลดสิว ลดปวดประจำเดือน ควบคุมรอบเดือน | ไม่มีประโยชน์เสริม |
| ต้องใช้ใบสั่งแพทย์ไหม | ส่วนใหญ่ต้อง (ในประเทศไทย) | ซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป |
กลไกการทำงานต่างกันยังไง?
ยาคุมกำเนิดทำงานอย่างไร
ยาคุมกำเนิดทำงานแบบ ป้องกันล่วงหน้า โดยมี 3 กลไกหลัก:
- ยับยั้งการตกไข่ — ฮอร์โมนในยาจะส่งสัญญาณให้ร่างกายไม่ปล่อยไข่ออกมา
- ทำให้มูกปากมดลูกข้นขึ้น — สเปิร์มจะผ่านเข้าไปยากขึ้น
- ทำให้ผนังมดลูกบางลง — ลดโอกาสที่ไข่ที่ปฏิสนธิแล้วจะฝังตัว
ยาคุมฉุกเฉินทำงานอย่างไร
ยาคุมฉุกเฉินทำงานแบบ แก้ไขหลังเกิดเหตุ โดย:
- ชะลอหรือยับยั้งการตกไข่ — ถ้ายังไม่ตกไข่ ยาจะหยุดกระบวนการนี้ไว้
- ไม่ได้ทำให้แท้ง — ถ้าไข่ปฏิสนธิและฝังตัวแล้ว ยาคุมฉุกเฉินจะไม่มีผล
สิ่งสำคัญคือ ยาคุมฉุกเฉินจะ ยิ่งได้ผลดีเมื่อกินเร็ว หลังมีเพศสัมพันธ์ ยิ่งรอนาน ประสิทธิภาพจะยิ่งลดลง
ใช้ยาคุมฉุกเฉินแทนยาคุมกำเนิดได้ไหม?
ไม่ควรอย่างยิ่ง และนี่คือเหตุผล:
ประสิทธิภาพต่างกันมาก
| วิธีคุมกำเนิด | อัตราป้องกันการตั้งครรภ์ |
|---|---|
| ยาคุมกำเนิด (กินถูกต้อง) | 99% |
| ยาคุมกำเนิด (typical use) | 91% |
| ยาคุมฉุกเฉิน Levonorgestrel (ภายใน 24 ชม.) | ~94% |
| ยาคุมฉุกเฉิน Levonorgestrel (ภายใน 72 ชม.) | ~85% |
| ยาคุมฉุกเฉิน Ulipristal Acetate (ภายใน 120 ชม.) | ~95% |
ตัวเลขอาจดูใกล้เคียงกัน แต่ต้องเข้าใจว่า ยาคุมกำเนิดป้องกันได้ ตลอดทั้งเดือน ขณะที่ยาคุมฉุกเฉินป้องกันได้แค่ ครั้งเดียว ต่อการมีเพศสัมพันธ์ 1 ครั้ง
ผลข้างเคียงจากการใช้ซ้ำ
การกินยาคุมฉุกเฉินบ่อยๆ อาจทำให้:
- ประจำเดือนมาไม่ปกติ ผิดรอบ
- คลื่นไส้ อาเจียนบ่อย
- ร่างกายได้รับฮอร์โมนในปริมาณสูงเกินไป
- ไม่ได้ช่วยลดอัตราการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ในระยะยาว
ตามข้อมูลจาก WHO ระบุว่า การใช้ยาคุมฉุกเฉินซ้ำบ่อยๆ อาจเพิ่มผลข้างเคียง เช่น ประจำเดือนผิดปกติ แม้จะไม่มีอันตรายร้ายแรงต่อสุขภาพ แต่ก็ไม่ใช่วิธีคุมกำเนิดที่เหมาะสมสำหรับใช้เป็นประจำ
เมื่อไหร่ควรใช้ยาคุมฉุกเฉิน?
ยาคุมฉุกเฉินเหมาะสำหรับสถานการณ์เหล่านี้:
- ถุงยางอนามัยแตกหรือหลุด
- ลืมกินยาคุมกำเนิดหลายเม็ดติดต่อกัน (อ่านเพิ่ม: ลืมกินยาคุมทำยังไง?)
- มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน
- ถูกล่วงละเมิดทางเพศ
ไม่ควรใช้เมื่อ:
- ใช้เป็นวิธีคุมกำเนิดหลัก
- ตั้งครรภ์แล้ว (ยาคุมฉุกเฉินไม่ทำให้แท้ง)
หลังกินยาคุมฉุกเฉิน ต้องทำอะไรต่อ?
กลับมากินยาคุมกำเนิดปกติได้เมื่อไหร่?
ขึ้นอยู่กับชนิดของยาคุมฉุกเฉินที่ใช้:
| ชนิดยาคุมฉุกเฉิน | เริ่มกินยาคุมปกติได้เมื่อไหร่ |
|---|---|
| Levonorgestrel | เริ่มกินยาคุมปกติได้ทันที + ใช้ถุงยางอีก 7 วัน |
| Ulipristal Acetate | รออย่างน้อย 5 วัน แล้วค่อยเริ่มกินยาคุมปกติ + ใช้ถุงยางอีก 7 วัน |
ข้อมูลจาก CDC แนะนำว่า หลังกินยาคุมฉุกเฉินควรใช้ถุงยางอนามัยหรืองดมีเพศสัมพันธ์อย่างน้อย 7 วัน และหากไม่มีเลือดออกภายใน 3 สัปดาห์ ควรตรวจการตั้งครรภ์
สรุป: เลือกใช้ตัวไหนดี?
| สถานการณ์ | ควรใช้ |
|---|---|
| ต้องการคุมกำเนิดเป็นประจำ | ✅ ยาคุมกำเนิด |
| ถุงยางแตก / ลืมกินยาคุม | ✅ ยาคุมฉุกเฉิน |
| อยากได้ประโยชน์เสริม (ลดสิว ลดปวดประจำเดือน) | ✅ ยาคุมกำเนิด |
| มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน | ✅ ยาคุมฉุกเฉิน (กินให้เร็วที่สุด) |
| ต้องการคุมกำเนิดระยะยาว | ✅ ยาคุมกำเนิด (หรือวิธีอื่นเช่น IUD) |
สรุปง่ายๆ: ยาคุมกำเนิดคือ "แผนหลัก" ส่วนยาคุมฉุกเฉินคือ "แผนสำรอง" ทั้งสองตัวมีหน้าที่ต่างกัน ไม่ควรใช้แทนกัน
📖 บทความที่เกี่ยวข้อง:
- ยาคุมยี่ห้อไหนดี ปี 2026 — รีวิวยาคุมกำเนิดยอดนิยม
- ผลข้างเคียงของยาคุมกำเนิด — อาการที่อาจเกิดขึ้นและวิธีรับมือ
- วิธีกินยาคุมให้ถูกต้อง — กินยังไงให้ได้ผลดีที่สุด
⚠️ ข้อจำกัดความรับผิดชอบ
เนื้อหาในบทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาทดแทนคำแนะนำ การวินิจฉัย หรือการรักษาจากแพทย์หรือเภสัชกรผู้เชี่ยวชาญ หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการหรือการใช้ยา ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ
แหล่งอ้างอิง
- World Health Organization — Emergency Contraception Fact Sheet
- CDC — Emergency Contraception: U.S. Selected Practice Recommendations 2024
- Guttmacher Institute — Contraceptive Effectiveness in the United States
- PMC/NIH — Emergency Contraception Review: Evidence-Based Recommendations for Clinicians
- CDC/NCHS — Use of Emergency Contraception Among Women Aged 15–44
- Cleveland Clinic — Birth Control Pill: Types, Side Effects & Effectiveness
- Cleveland Clinic — Can Your Birth Control Double as Emergency Contraception?
- HHS Office of Population Affairs — Contraceptive Options and Effectiveness
Become a member of our store to receive news and exclusive discounts.

