คำตอบสั้นๆ: วิธีกินยาคุมฉุกเฉิน 1 เม็ดคือ กินให้เร็วที่สุดหลังมีเพศสัมพันธ์ที่เสี่ยง (ดีที่สุดภายใน 24 ชม. และไม่ควรเกิน 72 ชม.) หากอาเจียนภายใน 2–3 ชม.ให้พิจารณากินซ้ำ ยาไม่กันการมีเพศสัมพันธ์ครั้งถัดไป ควรใช้ถุงยาง และตรวจครรภ์หากประจำเดือนช้าเกิน 7 วัน
- กิน 1 เม็ดทันทีที่นึกได้หลังมีเพศสัมพันธ์เสี่ยง (ยิ่งเร็ว ยิ่งได้ผล)
- หากอาเจียนภายใน 2–3 ชั่วโมง ให้พิจารณากินซ้ำ/ปรึกษาเภสัชกร
- ใช้ถุงยางทุกครั้งในช่วงถัดไป และหลีกเลี่ยงการเสี่ยงซ้ำ
- ถ้าประจำเดือนช้าเกิน 7 วัน ให้ตรวจครรภ์เพื่อความชัดเจน
ยาคุมฉุกเฉิน ต้องกินภายในกี่ชั่วโมง? ยิ่งเร็วยิ่งได้ผล
ถุงยางแตก ลืมกินยาคุม หรือมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน — สถานการณ์แบบนี้เกิดขึ้นได้กับทุกคน และสิ่งแรกที่หลายคนนึกถึงคือ ยาคุมฉุกเฉิน แต่คำถามสำคัญคือ ต้องกินภายในกี่ชั่วโมงถึงจะทัน?
คำตอบสั้นๆ คือ ยิ่งเร็วยิ่งดี ยาคุมฉุกเฉินชนิด Levonorgestrel 1.5 mg ที่ใช้กันทั่วไปในประเทศไทย มีประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อกินภายใน 24 ชั่วโมงแรก และไม่ควรเกิน 72 ชั่วโมง (3 วัน) หลังมีเพศสัมพันธ์ ตามคำแนะนำของ องค์การอนามัยโลก (WHO)
📖 อ่านเพิ่มเติม: หากกำลังมองหาวิธีคุมกำเนิดแบบประจำที่เหมาะกับตัวเอง ลองอ่าน ยาคุมยี่ห้อไหนดี? เปรียบเทียบยาคุมยอดนิยมปี 2026 หรือถ้าอยากเข้าใจความแตกต่างระหว่างยาคุมปกติกับยาคุมฉุกเฉิน อ่านได้ที่ ยาคุมกำเนิด vs ยาคุมฉุกเฉิน ต่างกันยังไง?
ประสิทธิภาพยาคุมฉุกเฉินตามช่วงเวลา
หลักการสำคัญที่ต้องจำคือ ทุกชั่วโมงที่ผ่านไป ประสิทธิภาพจะลดลง ข้อมูลจากการศึกษาของ WHO และ NCBI แสดงให้เห็นว่า:
| ช่วงเวลาหลังมีเพศสัมพันธ์ | ประสิทธิภาพโดยประมาณ | ความหมาย |
|---|---|---|
| ภายใน 24 ชั่วโมง | 85-95% | ได้ผลดีที่สุด |
| 24-48 ชั่วโมง | 80-85% | ยังได้ผลดี |
| 48-72 ชั่วโมง | 52-75% | ประสิทธิภาพลดลงอย่างชัดเจน |
| หลัง 72 ชั่วโมง | ต่ำกว่า 52% | ไม่แนะนำ แต่บางแหล่งข้อมูลระบุว่ายังพอมีผลถึง 96-120 ชม. |
⚠️ สำคัญ: ตัวเลขเหล่านี้เป็นค่าเฉลี่ยจากการศึกษา ประสิทธิภาพจริงอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับช่วงรอบเดือนและปัจจัยอื่นๆ
เมื่อไหร่ที่ควรใช้ยาคุมฉุกเฉิน?
ยาคุมฉุกเฉินเหมาะสำหรับ สถานการณ์ฉุกเฉิน เท่านั้น ไม่ใช่วิธีคุมกำเนิดประจำ สถานการณ์ที่ควรใช้ ได้แก่:
- ถุงยางแตกหรือหลุด ระหว่างมีเพศสัมพันธ์
- ไม่ได้ใช้การป้องกันใดๆ เลย
- ลืมกินยาคุมกำเนิดรายวัน ติดต่อกันหลายเม็ด → อ่านเพิ่มเติมที่ ลืมกินยาคุม ทำยังไงดี?
- คำนวณวันปลอดภัยผิดพลาด
- กรณีถูกล่วงละเมิดทางเพศ
ยาคุมฉุกเฉิน 1 เม็ด จะท้องไหม?
คำตอบตรงๆ คือ ยังมีโอกาสท้องได้ แม้จะกินยาคุมฉุกเฉินแล้ว เพราะยาไม่ได้ป้องกันได้ 100%
ยาคุมฉุกเฉินทำงานอย่างไร?
ยาคุมฉุกเฉินที่มีตัวยา Levonorgestrel ทำงานโดย:
- ยับยั้งหรือชะลอการตกไข่ — ถ้าไข่ยังไม่ตก ยาจะช่วยหยุดกระบวนการนี้ไว้ ทำให้ไม่มีไข่ให้อสุจิปฏิสนธิ
- ทำให้มูกปากมดลูกข้นขึ้น — อสุจิเคลื่อนที่ผ่านได้ยากขึ้น
สิ่งสำคัญที่ต้องรู้คือ ถ้าไข่ตกไปแล้วและเกิดการปฏิสนธิ ยาคุมฉุกเฉินจะไม่มีผล ยาคุมฉุกเฉินไม่ใช่ยาทำแท้ง และไม่สามารถยุติการตั้งครรภ์ที่เกิดขึ้นแล้วได้
หลังกินยาคุมฉุกเฉิน ประจำเดือนจะเปลี่ยนไหม?
เป็นเรื่องปกติที่ประจำเดือนอาจ:
- มาเร็วหรือช้ากว่าปกติ 1-2 สัปดาห์
- มีเลือดออกกะปริดกะปรอย
- ปริมาณประจำเดือนมากหรือน้อยกว่าปกติ
🚨 ควรตรวจครรภ์ทันทีถ้า:
- ประจำเดือนช้ากว่าปกติมากกว่า 7 วัน
- ปวดท้องน้อยรุนแรงผิดปกติ
- เลือดออกผิดปกติ (อาจเป็นสัญญาณของการตั้งครรภ์นอกมดลูก)
วิธีกินยาคุมฉุกเฉิน 1 เม็ด ให้ได้ผลและปลอดภัย
ขั้นตอนการกิน
- กิน 1 เม็ดทันที ให้เร็วที่สุดหลังมีเพศสัมพันธ์ (ไม่ต้องรอ ไม่ต้องนับเวลา กินได้เลย)
- กลืนทั้งเม็ดพร้อมน้ำเปล่า ไม่ต้องบดหรือเคี้ยว
- กินก่อนหรือหลังอาหารก็ได้ แต่ถ้ามีอาการคลื่นไส้ง่าย แนะนำกินหลังอาหาร
ถ้าอาเจียนหลังกินยา
ถ้าอาเจียนภายใน 2 ชั่วโมง หลังกินยา:
- ต้องกินยาเม็ดใหม่อีก 1 เม็ด
- ปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์เพื่อยืนยัน
- อาจพิจารณากินยาแก้คลื่นไส้ก่อนกินยาคุมฉุกเฉินเม็ดใหม่
กินเพิ่มได้ผลมากขึ้นไหม?
ไม่ การกินยาเพิ่มในครั้งเดียวกันไม่ได้เพิ่มประสิทธิภาพ แต่จะเพิ่มผลข้างเคียงมากขึ้น ให้กินแค่ 1 โดสเต็ม (1.5 mg) ต่อการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้ป้องกัน 1 ครั้ง
ยาคุมฉุกเฉิน 1 เม็ด vs 2 เม็ด ต่างกันยังไง?
| คุณสมบัติ | แบบ 1 เม็ด | แบบ 2 เม็ด |
|---|---|---|
| ขนาดยา | Levonorgestrel 1.5 mg | Levonorgestrel 0.75 mg × 2 |
| วิธีกิน | กิน 1 เม็ดครั้งเดียว | กิน 2 เม็ดพร้อมกัน หรือห่างกัน 12 ชม. |
| ประสิทธิภาพ | เท่ากัน | เท่ากัน |
| ความสะดวก | สะดวกกว่า ไม่ต้องจำเม็ดที่สอง | ต้องจำเวลากินเม็ดที่สอง |
ตามคำแนะนำของ WHO ทั้งสองแบบมีประสิทธิภาพเท่ากัน แต่แบบ 1 เม็ดสะดวกกว่าเพราะไม่ต้องกังวลเรื่องลืมกินเม็ดที่สอง
ผลข้างเคียงยาคุมฉุกเฉิน
ผลข้างเคียงส่วนใหญ่ไม่รุนแรงและจะหายไปเองภายใน 1-2 วัน:
| อาการ | พบได้บ่อยแค่ไหน |
|---|---|
| คลื่นไส้ | 20-50% |
| อาเจียน | 10-20% |
| ปวดศีรษะ | พบได้บ่อย |
| วิงเวียน / อ่อนเพลีย | พบได้บ่อย |
| เจ็บตึงเต้านม | พบได้บ่อย |
| ปวดท้องน้อย / ตะคริว | พบได้บ่อย |
| ประจำเดือนมาผิดปกติ | พบได้บ่อย |
💡 เคล็ดลับ: ถ้ากลัวคลื่นไส้ ลองกินยาหลังอาหารหรือปรึกษาเภสัชกรเรื่องยาแก้คลื่นไส้ก่อนกินยาคุมฉุกเฉิน
ใช้ยาคุมฉุกเฉินบ่อยได้ไหม?
ไม่แนะนำ ยาคุมฉุกเฉินไม่ได้ออกแบบมาให้ใช้เป็นประจำ ไม่ควรใช้เกิน 2 ครั้งต่อรอบเดือน การใช้บ่อยอาจทำให้:
- รอบเดือนผิดปกติ
- ผลข้างเคียงรุนแรงขึ้น
- ประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดลดลงในระยะยาว
หากพบว่าต้องใช้ยาคุมฉุกเฉินบ่อย ควรเปลี่ยนมาใช้วิธีคุมกำเนิดแบบประจำ เช่น:
- ยาคุมกำเนิดรายเดือน — อ่านเพิ่มเติมที่ วิธีกินยาคุมกำเนิดให้ถูกต้อง
- ยาคุมฮอร์โมนรวม — เหมาะกับคนที่อยากดูแลผิวและลดสิวไปด้วย อ่านเพิ่มที่ ยาคุมฮอร์โมนรวม เหมาะกับใครบ้าง?
- ยาคุมฮอร์โมนเดี่ยว — เหมาะกับคนที่ให้นมบุตรหรือมีข้อจำกัดเรื่องเอสโตรเจน อ่านเพิ่มที่ ยาคุมฮอร์โมนเดี่ยว คืออะไร?
- ถุงยางอนามัย
- ห่วงอนามัย (IUD)
Frequently Asked Questions
ยาคุมฉุกเฉินไม่ใช่ยาทำแท้ง หากตั้งครรภ์แล้ว ยาจะไม่มีผลต่อการตั้งครรภ์ที่เกิดขึ้น และจากข้อมูลปัจจุบันไม่พบว่ามีอันตรายต่อทารกในครรภ์
ได้ Levonorgestrel ถูกขับออกทางน้ำนมในปริมาณน้อยมาก (relative infant dose ประมาณ 8%) ซึ่งถือว่าปลอดภัยสำหรับทารก ตามข้อมูลจาก NCBI
มีการศึกษาพบว่าผู้หญิงที่มี BMI มากกว่า 30 kg/m² อาจมีประสิทธิภาพของยาลดลง แต่ WHO ยังแนะนำให้ใช้ได้ เพราะยังดีกว่าไม่ใช้เลย
ถ้ามีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกันอีกครั้งหลังจากกินยาคุมฉุกเฉินไปแล้ว ยาเม็ดเดิมอาจไม่ครอบคลุม ควรปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์
ไม่ได้ยาคุมฉุกเฉินป้องกันได้เฉพาะการตั้งครรภ์เท่านั้น ไม่ป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STIs) ควรใช้ถุงยางอนามัยร่วมด้วยเสมอ
แอลกอฮอล์ไม่ได้ลดประสิทธิภาพของยาโดยตรง แต่อาจทำให้คลื่นไส้มากขึ้น และถ้าอาเจียนภายใน 2 ชม. จะต้องกินยาซ้ำ
สามารถเริ่มกินยาคุมรายเดือนได้ทันทีในวันถัดไป แต่ควรใช้ถุงยางอนามัยร่วมด้วยอย่างน้อย 7 วันแรก จนกว่ายาคุมรายเดือนจะเริ่มออกฤทธิ์เต็มที่
ไม่มี ยาคุมฉุกเฉินไม่มีผลต่อภาวะเจริญพันธุ์ในระยะยาว ความสามารถในการตั้งครรภ์จะกลับมาเป็นปกติในรอบเดือนถัดไป
ยาคุมฉุกเฉินหาซื้อได้ที่ร้านขายยาทั่วไปในประเทศไทย หรือสั่งซื้อออนไลน์ได้ที่ร้าน Intimo Life โดยต้องสมัครสมาชิกและปรึกษาเภสัชกรก่อน
มีข้อมูลจากIPPFระบุว่า Levonorgestrel อาจยังพอมีผลได้ถึง 120 ชั่วโมง (5 วัน) แต่ประสิทธิภาพจะลดลงมาก และ FSRH ของสหราชอาณาจักรสรุปว่ายาอาจไม่ได้ผลหลัง 96 ชั่วโมง ดังนั้นไม่ควรพึ่งพาหากเกิน 72 ชั่วโมงไปแล้ว
⚠️ ข้อจำกัดความรับผิดชอบ
เนื้อหาในบทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาทดแทนคำแนะนำ การวินิจฉัย หรือการรักษาจากแพทย์หรือเภสัชกรผู้เชี่ยวชาญ หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการหรือการใช้ยา ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ
แหล่งอ้างอิง
- WHO — Emergency Contraception Fact Sheet
- NCBI StatPearls — Levonorgestrel
- IPPF — Is Emergency Contraception Effective?
- ACOG — Emergency Contraception Practice Bulletin
- American Journal of Obstetrics & Gynecology — Effectiveness of EC between 72-120 hours
- MSF Medical Guidelines — Levonorgestrel for Emergency Contraception
สินค้าประเภทยาคุมฉุกเฉิน
-
Sold out
LevonorgestrelHigh-efficiency emergency contraception within 72 hours.
Out of Stock0.00 ฿ /
Become a member of our store to receive news and exclusive discounts.

