หยุดยาคุมแล้วจะท้องได้เมื่อไหร่?
- ยาคุมชนิดเม็ด (ฮอร์โมนรวม/โปรเจสตินเดี่ยว): ร่างกายปรับตัว 1-3 เดือน ประมาณ 50% ตั้งครรภ์ได้ภายใน 3 เดือนแรก
- ยาฉีดคุมกำเนิด (Depo-Provera): อาจใช้เวลา 6-18 เดือน
- ห่วงอนามัย (IUD) / ยาฝัง: กลับมาตั้งครรภ์ได้เร็ว ภายใน 1-2 รอบเดือน
- แผ่นแปะ / วงแหวน: 1-3 เดือน
- จากงานวิจัยขนาดใหญ่ 83.1% ของผู้หญิงตั้งครรภ์ได้ภายใน 12 เดือนหลังหยุดคุมกำเนิดทุกชนิด
หยุดยาคุมแล้วจะท้องได้เมื่อไหร่? ไขข้อสงสัยพร้อมสถิติจริง
สำหรับผู้หญิงที่กินยาคุมมาสักพักแล้วเริ่มอยากมีลูก คำถามแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวมักจะเป็น "หยุดยาคุมแล้วจะท้องได้เมื่อไหร่?" — คำตอบสั้นๆ คือ ขึ้นอยู่กับชนิดของยาคุมที่ใช้ และร่างกายของแต่ละคน แต่ข่าวดีคือ ยาคุมกำเนิดไม่ได้ทำให้เป็นหมันหรือลดความสามารถในการมีลูกในระยะยาว
บทความนี้จะพาไปดูไทม์ไลน์การกลับมาตั้งครรภ์ตามชนิดยาคุมแต่ละแบบ พร้อมสถิติจากงานวิจัย และเคล็ดลับเตรียมตัวก่อนตั้งครรภ์
📖 อ่านเพิ่มเติม: หากยังไม่แน่ใจว่ายาคุมแต่ละชนิดต่างกันยังไง แนะนำให้อ่าน ยาคุมกำเนิดคืออะไร? ทุกเรื่องที่ต้องรู้ก่อนเลือกใช้ ก่อน
หยุดยาคุมแล้วร่างกายเปลี่ยนแปลงยังไง?
เมื่อหยุดกินยาคุม ร่างกายจะเริ่มกลับมาผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนตามธรรมชาติอีกครั้ง ซึ่งหมายความว่า:
- รังไข่กลับมาทำงาน — เริ่มมีไข่ตกอีกครั้ง
- เยื่อบุมดลูกกลับมาหนาตัว — พร้อมรองรับการฝังตัวของตัวอ่อน
- ประจำเดือนกลับมา — โดยทั่วไปจะกลับมาภายใน 2-4 สัปดาห์หลังหยุดยาคุมชนิดเม็ด
สิ่งที่ต้องรู้คือ ประจำเดือนรอบแรกหลังหยุดยาคุมเรียกว่า "withdrawal bleed" ซึ่งเกิดจากการหยุดฮอร์โมนกะทันหัน ไม่ใช่รอบเดือนตามธรรมชาติ รอบเดือนจริงๆ จะเริ่มในเดือนถัดไป
💡 เคล็ดลับ: หากประจำเดือนไม่กลับมาภายใน 3 เดือนหลังหยุดยาคุม ควรปรึกษาแพทย์ เพราะอาจมีปัจจัยอื่นที่ส่งผล เช่น PCOS หรือความผิดปกติของต่อมไทรอยด์
📖 อ่านเพิ่มเติมเรื่อง ผลข้างเคียงของยาคุมกำเนิด
ไทม์ไลน์การตั้งครรภ์หลังหยุดยาคุมแต่ละชนิด
ไม่ใช่ยาคุมทุกชนิดจะมีไทม์ไลน์เหมือนกัน มาดูกันว่าแต่ละแบบใช้เวลานานแค่ไหน:
ยาคุมชนิดเม็ด (ฮอร์โมนรวม)
ยาคุมฮอร์โมนรวม (Combined Oral Contraceptives) ที่มีทั้งเอสโตรเจนและโปรเจสติน เป็นชนิดที่ใช้กันมากที่สุด หลังหยุดกิน ไข่จะกลับมาตกภายใน 1-2 รอบเดือน และประมาณ 50% ของผู้หญิงตั้งครรภ์ได้ภายใน 3 เดือนแรก
ยาคุมชนิดเม็ดโปรเจสตินเดี่ยว (Mini-pill)
Mini-pill ไม่ได้ยับยั้งการตกไข่ในทุกคน (ประมาณ 40% ยังคงมีไข่ตกอยู่) ดังนั้นหลังหยุดกิน ไข่จะกลับมาตกเร็วมาก — ส่วนใหญ่ตั้งครรภ์ได้ภายใน 6 เดือน
ยาฉีดคุมกำเนิด (Depo-Provera)
ยาฉีดเป็นชนิดที่ใช้เวลานานที่สุดในการกลับมาตั้งครรภ์ เพราะตัวยา medroxyprogesterone acetate จะค่อยๆ ถูกขับออกจากร่างกาย — อาจใช้เวลา 6-18 เดือน กว่าประจำเดือนจะกลับมาปกติ
ห่วงอนามัย (IUD)
ทั้งห่วงทองแดงและห่วงฮอร์โมน หลังถอดออกแล้ว ไข่จะกลับมาตกภายใน 1 รอบเดือน ทำให้สามารถตั้งครรภ์ได้เร็วมาก
ยาฝังคุมกำเนิด (Implant)
หลังนำยาฝังออก ไข่จะกลับมาตกภายใน 1-3 เดือน
แผ่นแปะ / วงแหวนคุมกำเนิด
คล้ายกับยาคุมชนิดเม็ด — ไข่กลับมาตกภายใน 1-2 รอบเดือน
| ชนิดยาคุม | ไข่กลับมาตก | ระยะเวลาตั้งครรภ์โดยเฉลี่ย |
|---|---|---|
| ยาคุมเม็ดฮอร์โมนรวม | 1-2 รอบเดือน | 1-3 เดือน |
| Mini-pill | เร็วมาก (ไม่กี่สัปดาห์) | ภายใน 6 เดือน |
| ยาฉีด (Depo-Provera) | 6-12 เดือน | 6-18 เดือน |
| ห่วงอนามัย (IUD) | 1 รอบเดือน | 1-3 เดือน |
| ยาฝัง (Implant) | 1-3 เดือน | 1-6 เดือน |
| แผ่นแปะ / วงแหวน | 1-2 รอบเดือน | 1-3 เดือน |
สถิติจากงานวิจัย: ตั้งครรภ์หลังหยุดยาคุมเร็วแค่ไหน?
งานวิจัยขนาดใหญ่ที่ตีพิมพ์ใน Contraception and Reproductive Medicine (2018) ซึ่งเป็น systematic review และ meta-analysis จากการศึกษา 22 ชิ้น ครอบคลุมผู้หญิง 14,884 คน พบว่า:
- 83.1% ตั้งครรภ์ได้ภายใน 12 เดือนหลังหยุดคุมกำเนิด
- ไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ ระหว่างผู้ที่ใช้ยาคุมฮอร์โมนกับห่วงอนามัย
- ระยะเวลาที่ใช้ยาคุมนานไม่ได้ลดโอกาสตั้งครรภ์ — ผู้หญิงที่กินยาคุมมานานกว่ากลับมีแนวโน้มตั้งครรภ์ได้ดีเท่าๆ กัน
| ระยะเวลาหลังหยุดยาคุม | อัตราการตั้งครรภ์สะสม |
|---|---|
| 3 เดือนแรก | ~50% |
| 6 เดือน | ~70% |
| 12 เดือน | ~83% |
📊 สถิติน่ารู้:
- โอกาสตั้งครรภ์ต่อรอบเดือน ~20-25% (สำหรับผู้หญิงสุขภาพดี)
- ประมาณ 15% ของคู่สมรสทั่วโลกประสบปัญหามีลูกยาก (ไม่เกี่ยวกับยาคุม)
อายุมีผลต่อการตั้งครรภ์หลังหยุดยาคุมไหม?
คำตอบคือ มีผลมาก อายุเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดที่กำหนดความสามารถในการตั้งครรภ์ ไม่ว่าจะเคยใช้ยาคุมหรือไม่ก็ตาม
| ช่วงอายุ | โอกาสตั้งครรภ์ต่อรอบเดือน | โอกาสตั้งครรภ์ภายใน 12 เดือน |
|---|---|---|
| ต่ำกว่า 30 ปี | ~25% | ~85% |
| 30-34 ปี | ~20% | ~80% |
| 35-39 ปี | ~15% | ~70% |
| 40 ปีขึ้นไป | ~10% | ~50% |
เมื่อไหร่ควรปรึกษาแพทย์?
- อายุต่ำกว่า 35 ปี — หากพยายามมีลูกมา 12 เดือนแล้วยังไม่ตั้งครรภ์
- อายุ 35 ปีขึ้นไป — หากพยายามมา 6 เดือนแล้วยังไม่ตั้งครรภ์
- อายุ 40 ปีขึ้นไป — ควรปรึกษาแพทย์ทันทีที่เริ่มวางแผน
ปัจจัยอื่นที่มีผลต่อการตั้งครรภ์หลังหยุดยาคุม
นอกจากชนิดยาคุมและอายุแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นที่ส่งผลต่อการตั้งครรภ์:
สุขภาพและโรคประจำตัว
- PCOS (ถุงน้ำรังไข่หลายใบ) — ทำให้ไข่ตกไม่สม่ำเสมอ
- เยื่อบุมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis) — อาจทำให้ตั้งครรภ์ยากขึ้น
- โรคไทรอยด์ — ส่งผลต่อฮอร์โมนที่ควบคุมรอบเดือน
น้ำหนักตัว
- BMI ที่เหมาะสม (18.5-24.9) ช่วยให้รอบเดือนสม่ำเสมอ
- น้ำหนักมากหรือน้อยเกินไปอาจทำให้ไข่ตกผิดปกติ
ไลฟ์สไตล์
- สูบบุหรี่ — ลดคุณภาพไข่และลดโอกาสตั้งครรภ์
- ดื่มแอลกอฮอล์มาก — ส่งผลต่อฮอร์โมนและการตกไข่
- ความเครียด — ระดับคอร์ติซอลสูงอาจรบกวนการตกไข่
สุขภาพของฝ่ายชาย
อย่าลืมว่าการตั้งครรภ์ต้องอาศัยทั้งสองฝ่าย — ปัญหาเรื่องจำนวนและคุณภาพอสุจิเป็นสาเหตุของภาวะมีลูกยากถึง 1 ใน 3 ของทุกกรณี
เตรียมตัวยังไงก่อนหยุดยาคุมเพื่อตั้งครรภ์?
1. ปรึกษาแพทย์ก่อนหยุดยา
แพทย์จะช่วยประเมินสุขภาพโดยรวม ตรวจเช็คว่ามีปัจจัยเสี่ยงอะไรบ้าง และให้คำแนะนำเฉพาะบุคคล
2. เริ่มกินโฟลิกแอซิด (Folic Acid)
ควรเริ่มกินโฟลิกแอซิดอย่างน้อย 400 ไมโครกรัมต่อวัน ก่อนตั้งครรภ์ 1-3 เดือน เพื่อลดความเสี่ยงของความผิดปกติของระบบประสาทในทารก
3. ติดตามรอบเดือนและการตกไข่
หลังหยุดยาคุม ให้เริ่มจดบันทึกรอบเดือน สังเกตสัญญาณการตกไข่ เช่น:
- มูกปากมดลูกใส ยืดได้ (คล้ายไข่ขาว) — บ่งบอกว่ากำลังอยู่ในช่วงเจริญพันธุ์
- อุณหภูมิร่างกายขณะพักสูงขึ้นเล็กน้อย (0.5-1 องศา)
- ความต้องการทางเพศเพิ่มขึ้น
4. ดูแลสุขภาพโดยรวม
- กินอาหารที่มีประโยชน์ เน้นโฟเลต ธาตุเหล็ก โอเมก้า-3
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
- นอนหลับให้เพียงพอ
- ลดความเครียด
5. หยุดสูบบุหรี่และลดแอลกอฮอล์
ทั้งสองอย่างส่งผลเสียต่อทั้งคุณภาพไข่และอสุจิ
ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับยาคุมกับการตั้งครรภ์
❌ "กินยาคุมนานจะทำให้เป็นหมัน"
ไม่จริง — งานวิจัยยืนยันชัดเจนว่ายาคุมไม่ส่งผลต่อความสามารถในการมีลูกในระยะยาว ไม่ว่าจะกินมานานแค่ไหน
❌ "ต้อง detox ฮอร์โมนก่อนตั้งครรภ์"
ไม่จำเป็น — ร่างกายสามารถขับฮอร์โมนสังเคราะห์ออกได้เองตามธรรมชาติ ไม่ต้องทำ detox พิเศษ
❌ "หยุดยาคุมแล้วท้องทันทีจะทำให้แท้ง"
ไม่จริง — การตั้งครรภ์ทันทีหลังหยุดยาคุมไม่เพิ่มความเสี่ยงในการแท้งหรือความผิดปกติของทารก
📖 อ่านเพิ่มเติม: สนใจเรื่องยาคุมแต่ละชนิดเพิ่มเติม? อ่านได้ที่ วิธีกินยาคุมให้ถูกต้อง และ ยาคุมกำเนิด vs ยาคุมฉุกเฉิน ต่างกันยังไง?
สรุป: หยุดยาคุมแล้วท้องได้เมื่อไหร่?
- ยาคุมเม็ด / แผ่นแปะ / วงแหวน → 1-3 เดือน
- ห่วงอนามัย / ยาฝัง → เร็วมาก ภายใน 1-2 รอบเดือน
- ยาฉีด (Depo-Provera) → 6-18 เดือน
- 83.1% ตั้งครรภ์ได้ภายใน 1 ปี ไม่ว่าจะใช้ยาคุมชนิดไหน
- ยาคุมไม่ทำให้เป็นหมันและไม่ลดโอกาสตั้งครรภ์ในระยะยาว
หากวางแผนจะมีลูก ให้เริ่มกินโฟลิกแอซิดล่วงหน้า 1-3 เดือน ติดตามรอบเดือน และปรึกษาแพทย์หากพยายามมาแล้วไม่สำเร็จตามระยะเวลาที่แนะนำ
⚠️ ข้อจำกัดความรับผิดชอบ
เนื้อหาในบทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาทดแทนคำแนะนำ การวินิจฉัย หรือการรักษาจากแพทย์หรือเภสัชกรผู้เชี่ยวชาญ หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการหรือการใช้ยา ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ
แหล่งอ้างอิง
- Girum T, Wasie A. Return of fertility after discontinuation of contraception: a systematic review and meta-analysis. Contracept Reprod Med. 2018
- NHS — When will my periods come back after I stop taking the pill?
- Mayo Clinic — Getting pregnant after birth control
- ACOG — Fertility Awareness-Based Methods of Family Planning
- WHO — Family Planning/Contraception Methods
- Mikkelsen EM et al. Pre-gravid oral contraceptive use and time to pregnancy. Human Reproduction. 2013
สินค้าที่เกี่ยวข้อง
ยาคุมกำเนิดในร้าน
สูตรอ่อนโยน ดูแลผิว ลดอาการบวมน้ำ
ยาคุมแอนนี่ สูตรเรียบง่าย ใช้งานง่าย
ยาคุมเมโลเดีย สูตรสมดุลเพื่อผิวสวย มั่นใจ ไม่บวมน้ำ
ยาคุม Yaz ตัวช่วยลดสิว ผิวใส
ยาคุมกำเนิดฮอร์โมนรวม ประสิทธิภาพสูง ช่วยดูแลผิวและปรับสมดุล
ยาคุมกำเนิดสูตรฮอร์โมนต่ำ อ่อนโยนต่อร่างกาย ลดผลข้างเคียง
ยาคุมฮอร์โมนเดี่ยว อ่อนโยน ยืดหยุ่นเวลาทาน 12 ชม.
ยาคุมกำเนิดที่ช่วยคุมกำเนิด พร้อมดูแลผิว ลดสิว และลดความมัน
เป็นสมาชิกกับทางร้านเพื่อรับข่าวสารและส่วนลดต่างๆ

