กล้ามเนื้ออักเสบ กินยาอะไรดี? ยาที่ใช้บ่อยมี 3 กลุ่มหลัก
- ยาแก้ปวดทั่วไป — พาราเซตามอล (Paracetamol) บรรเทาปวดเบื้องต้น แต่ไม่ลดอักเสบ
- ยาแก้ปวดลดอักเสบ NSAIDs — เช่น ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) ลดทั้งปวดและอักเสบ
- ยาคลายกล้ามเนื้อ — เช่น Eperisone, Tolperisone, Orphenadrine คลายเกร็ง ลดตึง
- ควรเลือกยาตามความรุนแรงของอาการ และปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ก่อนใช้
- ยาที่ใช้รักษากล้ามเนื้ออักเสบมีกี่กลุ่ม?
- พาราเซตามอล (Paracetamol) — ยาแก้ปวดพื้นฐาน
- ยาแก้ปวดลดอักเสบ NSAIDs — ลดปวดพร้อมลดบวม
- เปรียบเทียบพาราเซตามอล vs NSAIDs
- ยาคลายกล้ามเนื้อ — คลายเกร็ง ลดตึง
- เปรียบเทียบยาคลายกล้ามเนื้อแต่ละชนิด
- ใช้ยาแก้ปวดร่วมกับยาคลายกล้ามเนื้อได้ไหม?
- เลือกยาอย่างไรให้ตรงอาการ
- ข้อควรระวังในการใช้ยา
- คำถามที่พบบ่อย
ยาที่ใช้รักษากล้ามเนื้ออักเสบมีกี่กลุ่ม?
เวลากล้ามเนื้ออักเสบ หลายคนสงสัยว่าควรกินยาอะไรดี ยาที่ใช้รักษาอาการกล้ามเนื้ออักเสบแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ตามกลไกการออกฤทธิ์
- ยาแก้ปวดทั่วไป (Analgesics) — พาราเซตามอล บรรเทาปวดเบื้องต้น
- ยาแก้ปวดลดอักเสบ NSAIDs — เช่น ไอบูโพรเฟน ลดทั้งปวดและการอักเสบ
- ยาคลายกล้ามเนื้อ (Muscle Relaxants) — คลายกล้ามเนื้อที่เกร็งตึง
แต่ละกลุ่มมีจุดเด่นและข้อจำกัดต่างกัน บางกรณีอาจต้องใช้ร่วมกันเพื่อให้ได้ผลดีที่สุด มาดูรายละเอียดทีละกลุ่มกัน
พาราเซตามอล (Paracetamol) — ยาแก้ปวดพื้นฐาน
พาราเซตามอลเป็นยาแก้ปวดที่คนไทยคุ้นเคยมากที่สุด หาซื้อได้ง่ายตามร้านขายยาทั่วไป
กลไกการออกฤทธิ์
พาราเซตามอลออกฤทธิ์ยับยั้งการสร้างสาร Prostaglandin ในระบบประสาทส่วนกลาง ช่วย ลดปวดและลดไข้ แต่ ไม่มีฤทธิ์ลดการอักเสบ ที่ตัวกล้ามเนื้อโดยตรง
เหมาะกับอาการแบบไหน?
- ปวดกล้ามเนื้อเล็กน้อยถึงปานกลาง
- ปวดเมื่อยทั่วไปที่ไม่มีอาการบวมแดง
- ผู้ที่มีปัญหากระเพาะอาหารหรือแผลในกระเพาะ ไม่สามารถใช้ NSAIDs ได้
ข้อจำกัด
- ไม่ลดอักเสบ — หากกล้ามเนื้อบวมแดงร่วมด้วย พาราเซตามอลอาจไม่เพียงพอ
- ห้ามใช้เกินขนาด — การใช้เกินขนาดอาจทำให้ตับเสียหายรุนแรง
- ห้ามดื่มแอลกอฮอล์ร่วมด้วย เพราะเพิ่มความเสี่ยงต่อตับ
ยาแก้ปวดลดอักเสบ NSAIDs — ลดปวดพร้อมลดบวม
NSAIDs (Non-Steroidal Anti-Inflammatory Drugs) เป็นกลุ่มยาที่ออกฤทธิ์ได้ทั้ง ลดปวด ลดไข้ และลดการอักเสบ จึงเหมาะกับอาการกล้ามเนื้ออักเสบมากกว่าพาราเซตามอล
กลไกการออกฤทธิ์
NSAIDs ยับยั้งเอนไซม์ Cyclooxygenase (COX) ซึ่งเป็นตัวสร้างสาร Prostaglandin ที่ทำให้เกิดอาการปวด บวม และอักเสบ โดยออกฤทธิ์ทั้งในระบบประสาทส่วนกลางและบริเวณที่เกิดการอักเสบโดยตรง
ตัวอย่าง NSAIDs ที่ใช้บ่อย
- ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) — NSAIDs ที่ใช้แพร่หลายที่สุด เหมาะกับอาการปวดเล็กน้อยถึงปานกลางที่มีอาการอักเสบร่วมด้วย สามารถหาซื้อ Gofen (โกเฟน) ซึ่งมีตัวยาไอบูโพรเฟนได้ที่ Intimo Life
- ไดโคลฟีแนค (Diclofenac) — มีทั้งแบบรับประทานและแบบทาเฉพาะที่
- นาพรอกเซน (Naproxen) — ออกฤทธิ์นานกว่าไอบูโพรเฟน
เหมาะกับอาการแบบไหน?
- กล้ามเนื้ออักเสบที่มีอาการบวม แดง ร้อน
- ปวดจากการเคล็ดขัดยอก กล้ามเนื้อฉีก
- ปวดหลัง ปวดคอบ่าไหล่จากออฟฟิศซินโดรม
ข้อควรระวัง
- ควรรับประทานพร้อมอาหารหรือหลังอาหาร เพื่อลดการระคายเคืองกระเพาะ
- ไม่ควรใช้ติดต่อกันนานเกิน 10 วันโดยไม่ปรึกษาแพทย์
- ผู้ที่มีแผลในกระเพาะ โรคไต โรคหัวใจ หรือตั้งครรภ์ ควรหลีกเลี่ยง
📖 อ่านเพิ่มเติม: กล้ามเนื้ออักเสบ วิธีรักษา — รวมวิธีรักษาทั้งการใช้ยา การประคบ และกายภาพบำบัด
เปรียบเทียบพาราเซตามอล vs NSAIDs
งานวิจัยจาก European Journal of Pain (2015) ที่รวบรวม Systematic Review 16 ฉบับ พบว่า ไอบูโพรเฟนมีประสิทธิภาพในการบรรเทาปวดได้ดีกว่าพาราเซตามอลอย่างสม่ำเสมอ ในหลายภาวะ รวมถึงอาการปวดเฉียบพลันและปวดจากข้อเสื่อม
นอกจากนี้ งานวิจัยจาก PubMed (2021) ยังพบว่าการใช้ไอบูโพรเฟนร่วมกับพาราเซตามอลแบบ Fixed-dose Combination ช่วยลดโอกาสที่อาการปวดกล้ามเนื้อจะเรื้อรังได้ดีกว่าการใช้ยาแก้ปวดชนิดอื่นเพียงตัวเดียว
| คุณสมบัติ | พาราเซตามอล | NSAIDs (ไอบูโพรเฟน) |
|---|---|---|
| ลดปวด | ✅ | ✅ |
| ลดอักเสบ | ❌ | ✅ |
| ลดไข้ | ✅ | ✅ |
| ผลต่อกระเพาะ | น้อยมาก | ระคายเคืองได้ |
| ผลต่อตับ | เสี่ยงหากใช้เกินขนาด | น้อย |
| ผลต่อไต | น้อย | เสี่ยงหากใช้นาน |
| เหมาะกับกล้ามเนื้ออักเสบ | ปวดเล็กน้อย ไม่บวม | ปวด + บวมแดงอักเสบ |
ยาคลายกล้ามเนื้อ — คลายเกร็ง ลดตึง
ยาคลายกล้ามเนื้อ (Muscle Relaxants) เป็นยาที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลาง ช่วยลดอาการเกร็ง ตึง และหดเกร็งของกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นอาการที่มักเกิดร่วมกับกล้ามเนื้ออักเสบ
ทำไมต้องใช้ยาคลายกล้ามเนื้อ?
เมื่อกล้ามเนื้ออักเสบ ร่างกายจะตอบสนองด้วยการหดเกร็งกล้ามเนื้อบริเวณนั้นเพื่อป้องกันการบาดเจ็บเพิ่ม แต่การเกร็งนี้กลับ กดทับหลอดเลือดเล็กๆ ทำให้เลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อได้น้อยลง เกิดภาวะขาดเลือดเฉพาะที่ ยิ่งทำให้ปวดมากขึ้น กลายเป็น วงจรปวด-เกร็ง-ปวด ที่ไม่จบสิ้น
ยาคลายกล้ามเนื้อช่วยตัดวงจรนี้ ทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว เลือดไหลเวียนดีขึ้น และอาการปวดลดลง
💡 อ่านเพิ่มเติม: กล้ามเนื้ออักเสบ อาการ — รู้จักอาการกล้ามเนื้ออักเสบแต่ละตำแหน่ง เพื่อเลือกยาได้ตรงจุด
ยาคลายกล้ามเนื้อที่มีในประเทศไทย
ยาคลายกล้ามเนื้อในประเทศไทยที่ใช้บ่อยมีหลายชนิด แต่ละตัวมีจุดเด่นต่างกัน
Eperisone (อีเพอริโซน) — ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลาง ลดการเกร็งของกล้ามเนื้อ และมีฤทธิ์ขยายหลอดเลือดช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดไปยังกล้ามเนื้อที่เกร็ง จุดเด่นคือ ง่วงซึมน้อย เหมาะกับคนที่ต้องทำงานระหว่างวัน เช่น Myonal (มัยโอนัล)
Tolperisone (โทลเพอริโซน) — ออกฤทธิ์คล้าย Eperisone โดยยับยั้งการส่งสัญญาณประสาทแบบ mono- และ polysynaptic reflex ในไขสันหลัง มีฤทธิ์คล้ายยาชาเฉพาะที่ (lidocaine-like activity) ช่วยลดปวดได้ด้วย ง่วงซึมน้อยเช่นกัน ไม่ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง เช่น Mydocalm (มายโดคาล์ม) และ Biocalm (ไบโอคาล์ม)
Orphenadrine (ออร์เฟนาดรีน) — ยาคลายกล้ามเนื้อสูตรผสมกับพาราเซตามอล ออกฤทธิ์ทั้งคลายกล้ามเนื้อและบรรเทาปวดในเม็ดเดียว เหมาะกับคนที่ต้องการความสะดวก
เปรียบเทียบยาคลายกล้ามเนื้อแต่ละชนิด
งานวิจัยจาก Asian Spine Journal (2012) พบว่า Tolperisone มีประสิทธิภาพในการรักษาอาการปวดหลังส่วนล่างเฉียบพลันได้ดี โดยลดอาการปวดขณะพักและขณะเคลื่อนไหวได้ดีกว่ากลุ่มเปรียบเทียบอย่างมีนัยสำคัญ (p = 0.0001) และไม่ทำให้ง่วงซึม
ส่วน Eperisone งานวิจัยจาก European Review for Medical and Pharmacological Sciences (2008) พบว่ามีผลข้างเคียงต่อระบบทางเดินอาหารเพียง 5% ซึ่งน้อยกว่ายาคลายกล้ามเนื้อชนิดอื่นอย่างมีนัยสำคัญ
| คุณสมบัติ | Eperisone | Tolperisone | Orphenadrine |
|---|---|---|---|
| กลไกหลัก | กดระบบประสาทส่วนกลาง + ขยายหลอดเลือด | ยับยั้ง mono/polysynaptic reflex + ฤทธิ์คล้ายยาชา | กดระบบประสาทส่วนกลาง + Anticholinergic |
| ฤทธิ์แก้ปวดในตัว | น้อย | มี (lidocaine-like) | มี (ผสมพาราเซตามอล) |
| อาการง่วงซึม | น้อย | น้อย | ปานกลาง |
| เพิ่มการไหลเวียนเลือด | ✅ | ❌ | ❌ |
| สูตรผสมยาแก้ปวด | ❌ | ❌ | ✅ (+ Paracetamol) |
| เหมาะกับ | คนทำงาน ต้องขับรถ | คนทำงาน ปวดร่วมด้วย | ต้องการความสะดวก |
ใช้ยาแก้ปวดร่วมกับยาคลายกล้ามเนื้อได้ไหม?
ได้ — และในหลายกรณียังให้ผลดีกว่าการใช้ยาเพียงตัวเดียว
งานวิจัยจาก Pain and Therapy (2019) พบว่าการใช้ยาคลายกล้ามเนื้อร่วมกับ NSAIDs ให้ผลในการบรรเทาปวดได้ดีกว่าการใช้ NSAIDs เพียงอย่างเดียว โดยกลุ่มที่ใช้ยาร่วมกันมีผลลัพธ์ระดับ "ดีถึงดีมาก" ถึง 94.08% เทียบกับ 77.33% ในกลุ่มที่ใช้ยาแก้ปวดเพียงตัวเดียว
นอกจากนี้ Systematic Review ล่าสุดจาก European Spine Journal (2025) ที่รวบรวม 50 การศึกษา (ผู้เข้าร่วม 7,531 คน) ยืนยันว่า การใช้ยาคลายกล้ามเนื้อร่วมกับ NSAIDs ให้ผลดีกว่าการใช้ NSAIDs เพียงอย่างเดียว ในด้าน Global Efficacy (RR: 0.62, p = 0.01)
แนวทางการใช้ยาร่วมกัน
- NSAIDs + ยาคลายกล้ามเนื้อ — เหมาะกับกล้ามเนื้ออักเสบที่มีทั้งอาการปวด บวม และเกร็ง
- พาราเซตามอล + ยาคลายกล้ามเนื้อ — เหมาะกับผู้ที่ไม่สามารถใช้ NSAIDs ได้ (เช่น มีปัญหากระเพาะ)
- Orphenadrine + Paracetamol (สูตรผสม) — อย่าง Norgesic (นอร์จีสิค) ที่รวมยาคลายกล้ามเนื้อและยาแก้ปวดไว้ในเม็ดเดียว ไม่ต้องกินยาหลายตัว
เลือกยาอย่างไรให้ตรงอาการ
| อาการ | ยาที่แนะนำ | เหตุผล |
|---|---|---|
| ปวดเล็กน้อย ไม่บวมแดง | พาราเซตามอล | บรรเทาปวดเบื้องต้น ปลอดภัยต่อกระเพาะ |
| ปวด + บวมแดงอักเสบ | NSAIDs (ไอบูโพรเฟน) | ลดทั้งปวดและอักเสบ |
| ปวด + เกร็งตึง ต้องทำงาน | Eperisone หรือ Tolperisone | คลายเกร็ง ง่วงน้อย |
| ปวด + เกร็ง + อักเสบ | NSAIDs + ยาคลายกล้ามเนื้อ | ครอบคลุมทุกอาการ |
| ต้องการความสะดวก | Orphenadrine + Paracetamol | คลายกล้ามเนื้อ + แก้ปวดในเม็ดเดียว |
| มีปัญหากระเพาะ ใช้ NSAIDs ไม่ได้ | พาราเซตามอล + ยาคลายกล้ามเนื้อ | หลีกเลี่ยงการระคายเคืองกระเพาะ |
💡 อ่านเพิ่มเติม: กล้ามเนื้ออักเสบ กี่วันหาย — ระยะเวลาฟื้นตัวแต่ละระดับ และปัจจัยที่มีผล
ข้อควรระวังในการใช้ยา
ข้อควรระวังสำหรับ NSAIDs
- รับประทานพร้อมอาหารเสมอ เพื่อลดการระคายเคืองกระเพาะ
- ไม่ควรใช้ NSAIDs ติดต่อกันเกิน 10 วันโดยไม่ปรึกษาแพทย์
- หลีกเลี่ยงหากมีประวัติแผลในกระเพาะ โรคไต โรคหัวใจ หรือตั้งครรภ์
- ห้ามใช้ NSAIDs หลายชนิดพร้อมกัน เพราะเพิ่มความเสี่ยงผลข้างเคียง
ข้อควรระวังสำหรับยาคลายกล้ามเนื้อ
- ยาคลายกล้ามเนื้อบางชนิดอาจทำให้ง่วงซึม — ควรระวังหากต้องขับรถหรือทำงานกับเครื่องจักร
- ห้ามดื่มแอลกอฮอล์ร่วมกับยาคลายกล้ามเนื้อ เพราะเพิ่มฤทธิ์กดประสาท
- ควรใช้ในระยะสั้น (ไม่เกิน 2–3 สัปดาห์) ตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร
ข้อควรระวังสำหรับพาราเซตามอล
- ห้ามใช้เกินขนาดที่แนะนำ (ไม่เกิน 4,000 มิลลิกรัมต่อวัน)
- ระวังการใช้ซ้ำซ้อน — ยาหลายชนิดมีพาราเซตามอลผสมอยู่ (เช่น ยาแก้หวัด ยาลดไข้)
- ห้ามดื่มแอลกอฮอล์ร่วมด้วย เพราะเพิ่มความเสี่ยงตับเสียหาย
📖 อ่านเพิ่มเติม: กล้ามเนื้ออักเสบ ประคบร้อนหรือเย็น — เลือกวิธีประคบให้ถูกต้องเพื่อช่วยให้ยาออกฤทธิ์ได้ดีขึ้น
ประสบการณ์ของผู้เขียน
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลทางการแพทย์ที่ผ่านการตรวจสอบ ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อทดแทนคำแนะนำจากแพทย์หรือเภสัชกร หากมีอาการรุนแรงหรือไม่แน่ใจ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ
คำถามที่พบบ่อย
โดยทั่วไปควรใช้ในระยะสั้น ไม่เกิน 2–3 สัปดาห์ หากอาการไม่ดีขึ้นควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุเพิ่มเติม
ทั้งสองตัวเป็นยาคลายกล้ามเนื้อรุ่นใหม่ที่ง่วงน้อย แต่ Eperisone มีฤทธิ์ขยายหลอดเลือดเพิ่มการไหลเวียนเลือดไปยังกล้ามเนื้อ ส่วน Tolperisone มีฤทธิ์แก้ปวดในตัวคล้ายยาชาเฉพาะที่
Norgesic เป็นยาสูตรผสม Orphenadrine + Paracetamol จึงทั้งคลายกล้ามเนื้อและแก้ปวดในเม็ดเดียว ไม่ต้องกินยาหลายตัว แต่อาจทำให้ง่วงมากกว่า Eperisone หรือ Tolperisone
ขึ้นอยู่กับความรุนแรง อาการเล็กน้อยอาจดีขึ้นใน 3–7 วัน อาการปานกลางอาจใช้เวลา 1–2 สัปดาห์ หากไม่ดีขึ้นหลัง 2 สัปดาห์ควรพบแพทย์
หากใช้ยาแล้วอาการไม่ดีขึ้นใน 7–10 วัน ควรพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติม อาจต้องทำกายภาพบำบัดหรือตรวจหาสาเหตุอื่น
ยาคลายกล้ามเนื้อเป็นยาที่ต้องจ่ายโดยเภสัชกร สามารถสั่งซื้อออนไลน์ได้ที่ Intimo Life พร้อมปรึกษาเภสัชกรก่อนสั่งซื้อ และสมัครสมาชิกเพื่อรับสิทธิพิเศษ
⚠️ ข้อจำกัดความรับผิดชอบ
เนื้อหาในบทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาทดแทนคำแนะนำ การวินิจฉัย หรือการรักษาจากแพทย์หรือเภสัชกรผู้เชี่ยวชาญ หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการหรือการใช้ยา ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ
References
- Moore RA et al. (2015) — Overview review: Comparative efficacy of oral ibuprofen and paracetamol across acute and chronic pain conditions. Eur J Pain
- Lapi F et al. (2021) — Effectiveness of ibuprofen plus paracetamol combination on persistence of acute musculoskeletal disorders. Int J Clin Pharm
- Ostojic P et al. (2017) — Ibuprofen plus paracetamol versus ibuprofen in acute low back pain. Acta Reumatol Port
- Tekes K (2014) — Basic Aspects of the Pharmacodynamics of Tolperisone. Open Med Chem J
- Rao R et al. (2012) — Clinical comparative study: efficacy and tolerability of tolperisone and thiocolchicoside. Asian Spine J
- Patel HD et al. (2019) — Efficacy and Safety of Combination of NSAIDs and Muscle Relaxants in Acute Low Back Pain. Pain Ther
- Manca A et al. (2025) — Oral non-benzodiazepine muscle-relaxants for acute and chronic primary low back pain: systematic review with meta-analysis. Eur Spine J
- Chou R et al. (2004) — Comparative efficacy and safety of skeletal muscle relaxants: a systematic review. J Pain Symptom Manage
- Cabitza P, Randelli P (2008) — Efficacy and safety of eperisone in patients with low back pain. Eur Rev Med Pharmacol Sci
- NHS — Ibuprofen for adults
- NHS — Paracetamol for adults
- Mayo Clinic — Muscle pain self-care
สินค้าที่เกี่ยวข้อง
ยารักษาปัสสาวะอักเสบ
-
B-Ciprofloxacin ยาแก้กระเพาะปัสสาวะอักเสบ และกรวยไตอักเสบยาปฏิชีวนะออกฤทธิ์กว้าง รักษาปัสสาวะอักเสบได้ผลดี
✓ In stock50.00 ฿ / -
Cobay-500 ยาแก้กระเพาะปัสสาวะอักเสบ และท้องเสียจากเชื้อยาฆ่าเชื้อประสิทธิภาพสูง รักษาปัสสาวะอักเสบและท้องเสีย
✓ In stock40.00 ฿ / -
Cifloxin ยาแก้กระเพาะปัสสาวะอักเสบ ฆ่าเชื้อหลายชนิดยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย Ciprofloxacin สำหรับทางเดินปัสสาวะ
✓ In stockเริ่มต้น 70.00 ฿ /
เป็นสมาชิกกับทางร้านเพื่อรับข่าวสารและส่วนลดต่างๆ








