กินยาคุมแล้วอ้วนจริงไหม?
งานวิจัยจาก Cochrane Review ที่รวบรวม 49 การทดลองพบว่า ยาคุมกำเนิดฮอร์โมนรวม (เม็ด แผ่นแปะ แหวน) ไม่ได้ทำให้น้ำหนักขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
- ✅ ยาคุมเม็ดฮอร์โมนรวม → ไม่พบหลักฐานว่าทำให้อ้วน
- ⚠️ ยาคุมฉีด (Depo-Provera) → อาจทำให้น้ำหนักขึ้นเฉลี่ย ~2 กก. ใน 6-12 เดือน
- 💧 ที่รู้สึกว่า "อ้วนขึ้น" ส่วนใหญ่เป็นอาการบวมน้ำชั่วคราว ไม่ใช่ไขมันสะสม
- 💊 ยาคุมที่มี Drospirenone ช่วยลดอาการบวมน้ำได้
ทำไมหลายคนเชื่อว่ากินยาคุมแล้วอ้วน?
"กินยาคุมแล้วอ้วน" เป็นความเชื่อที่ฝังรากลึกมานานหลายสิบปี และต้องยอมรับว่าในอดีตมันก็ไม่ได้ผิดซะทีเดียว
ยาคุมกำเนิดรุ่นแรกๆ ที่ออกมาในช่วงปี 1960s-1970s มีปริมาณเอสโตรเจนสูงมาก — บางสูตรมีเอสโตรเจนสูงถึง 150 ไมโครกรัม ซึ่งเอสโตรเจนในปริมาณขนาดนี้ทำให้ร่างกายกักเก็บน้ำและโซเดียมมากขึ้น ส่งผลให้รู้สึกบวม น้ำหนักขึ้น และอึดอัดตัว
แต่ยาคุมยุคปัจจุบันเปลี่ยนไปมากแล้ว ปริมาณเอสโตรเจนลดลงเหลือเพียง 20-35 ไมโครกรัม — น้อยกว่ายุคเก่าถึง 4-7 เท่า นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาโปรเจสตินรุ่นใหม่ๆ ที่ช่วยลดผลข้างเคียงเรื่องการกักเก็บน้ำได้ดีขึ้นอีกด้วย
ดังนั้น ความเชื่อเรื่อง "ยาคุม = อ้วน" จึงเป็นเรื่องที่ค้างมาจากยุคเก่า แต่ไม่ได้ตรงกับยาคุมที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน
งานวิจัยบอกว่ายังไง?
ถ้าจะตอบคำถามนี้ให้ชัดเจนที่สุด ต้องดูจากงานวิจัยขนาดใหญ่ที่รวบรวมข้อมูลจากหลายๆ การทดลอง
Cochrane Review — 49 การทดลอง
Cochrane Systematic Review ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งข้อมูลทางการแพทย์ที่น่าเชื่อถือที่สุดในโลก ได้ทำการรวบรวมและวิเคราะห์ 49 การทดลองแบบสุ่ม (Randomized Controlled Trials) เกี่ยวกับยาคุมกำเนิดฮอร์โมนรวมกับน้ำหนักตัว ผลสรุปคือ:
- ไม่พบหลักฐานว่ายาคุมเม็ดหรือแผ่นแปะฮอร์โมนรวมทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้น
- ผู้หญิงที่ใช้ยาคุมกับกลุ่มที่ใช้ยาหลอก (placebo) มีน้ำหนักเปลี่ยนแปลงไม่ต่างกัน
- การเปรียบเทียบระหว่างยาคุมสูตรต่างๆ ก็ไม่พบความแตกต่างของน้ำหนักที่มีนัยสำคัญ
งานวิจัยจาก Columbia University / PMC
อีกงานวิจัยหนึ่งที่ตีพิมพ์ใน PMC ศึกษาผลของยาคุมกำเนิดชนิดโปรเจสตินอย่างเดียว (Progestin-only) ในผู้หญิง 11,450 คน พบว่า น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ยใน 6-12 เดือนน้อยกว่า 2 กก. และกลุ่มที่ใช้ยาคุมกับกลุ่มที่ใช้วิธีคุมกำเนิดอื่นมีน้ำหนักเปลี่ยนแปลงไม่ต่างกันมากนัก
ข้อยกเว้น: ยาคุมฉีด (Depo-Provera)
ยาคุมชนิดเดียวที่มีหลักฐานค่อนข้างชัดว่าอาจทำให้น้ำหนักขึ้นคือ ยาคุมฉีด DMPA (Depo-Provera) โดยงานวิจัยพบว่า:
- น้ำหนักเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 2.28 กก. ในปีแรก เมื่อเทียบกับผู้ที่ใช้ห่วงอนามัยทองแดง
- ผู้ที่เริ่มใช้ตั้งแต่อายุน้อยมีแนวโน้มน้ำหนักขึ้นมากกว่า
- น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่เป็น ไขมัน ไม่ใช่น้ำ ซึ่งต่างจากยาคุมเม็ด
| ชนิดยาคุม | ผลต่อน้ำหนัก | หลักฐาน |
|---|---|---|
| ยาคุมเม็ดฮอร์โมนรวม (Combined Pill) | ❌ ไม่พบว่าทำให้อ้วน | Cochrane Review, 49 trials |
| แผ่นแปะ / แหวนคุมกำเนิด | ❌ ไม่พบว่าทำให้อ้วน | Cochrane Review, 49 trials |
| ยาคุมเม็ดโปรเจสตินอย่างเดียว (Mini-pill) | ⚠️ น้ำหนักขึ้นเล็กน้อย (<2 กก./ปี) | Cochrane Review, 22 studies |
| ยาคุมฉีด (Depo-Provera / DMPA) | ⚠️ น้ำหนักขึ้นเฉลี่ย ~2-3 กก./ปี | หลายงานวิจัย |
| ห่วงอนามัยฮอร์โมน (Hormonal IUD) | ⚠️ อาจเพิ่มไขมันเล็กน้อย | หลักฐานจำกัด |
แล้วที่รู้สึกว่าอ้วนขึ้น เกิดจากอะไร?
ถ้างานวิจัยบอกว่ายาคุมเม็ดไม่ได้ทำให้อ้วน แล้วทำไมหลายคนถึงรู้สึกว่าน้ำหนักขึ้นหลังเริ่มกินยาคุม? คำตอบอยู่ที่ 3 ปัจจัยหลัก:
บวมน้ำ (Water Retention) — ไม่ใช่ไขมัน
เอสโตรเจนในยาคุมกระตุ้นระบบ Renin-Angiotensin-Aldosterone (RAAS) ทำให้ร่างกาย กักเก็บโซเดียมและน้ำมากขึ้น ผลคือรู้สึกตัวบวม น้ำหนักขึ้น 1-2 กก. โดยเฉพาะช่วง 1-3 เดือนแรก แต่นี่เป็น น้ำ ไม่ใช่ไขมัน และมักจะดีขึ้นเมื่อร่างกายปรับตัวได้
ความอยากอาหารเพิ่มขึ้น — โปรเจสตินบางชนิด
โปรเจสตินบางตัวอาจมีผลต่อความอยากอาหาร ทำให้กินมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว งานวิจัยจาก University of Texas Medical Branch พบว่าผู้ที่ใช้ยาคุมฉีด DMPA และรายงานว่ามีความอยากอาหารเพิ่มขึ้น มีโอกาสน้ำหนักขึ้นมากกว่า 3 เท่า เมื่อเทียบกับคนที่ไม่มีอาการนี้
ปัจจัยอื่นที่ไม่เกี่ยวกับยาคุม
หลายครั้งที่น้ำหนักขึ้นเกิดจากปัจจัยอื่นที่เปลี่ยนไปพร้อมๆ กับช่วงที่เริ่มกินยาคุม เช่น:
- อายุ — เมตาบอลิซึมลดลงตามธรรมชาติ
- ไลฟ์สไตล์ — ออกกำลังกายน้อยลง กินมากขึ้น
- ความเครียด — คอร์ติซอลสูงทำให้สะสมไขมันง่ายขึ้น
- การนอน — นอนไม่พอทำให้ฮอร์โมนความหิวผิดปกติ
| บวมน้ำ (Water Retention) | อ้วนจริง (Fat Gain) | |
|---|---|---|
| สาเหตุ | เอสโตรเจนกระตุ้นการกักเก็บน้ำ | กินเกิน / เผาผลาญน้อยลง |
| ตำแหน่ง | ทั่วตัว — มือ เท้า หน้า | สะสมที่หน้าท้อง สะโพก ต้นขา |
| ระยะเวลา | ชั่วคราว (1-3 เดือนแรก) | ค่อยๆ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ |
| น้ำหนักที่เพิ่ม | 1-2 กก. | มากกว่า 2 กก. ขึ้นไป |
| วิธีสังเกต | กดผิวแล้วบุ๋ม / แหวนคับขึ้น | เสื้อผ้าคับขึ้นถาวร |
| แก้ไข | ลดเค็ม ดื่มน้ำ รอร่างกายปรับตัว | ปรับอาหาร ออกกำลังกาย |
เลือกยาคุมยังไงให้ไม่กังวลเรื่องน้ำหนัก?
ถ้ากังวลเรื่องน้ำหนักแต่ยังอยากใช้ยาคุม มีแนวทางเลือกดังนี้:
ยาคุมฮอร์โมนรวมเอสโตรเจนต่ำ (Low-dose Estrogen)
ยาคุมที่มีเอสโตรเจน 20-30 ไมโครกรัม มีผลต่อการกักเก็บน้ำน้อยกว่าสูตรเอสโตรเจนสูง เลือกสูตรที่มีเอสโตรเจนต่ำจะช่วยลดอาการบวมน้ำได้
ยาคุมที่มี Drospirenone
Drospirenone เป็นโปรเจสตินรุ่นที่ 4 ที่มีคุณสมบัติพิเศษคือ ต้านฤทธิ์มิเนอราโลคอร์ติคอยด์ (Antimineralocorticoid) ซึ่งช่วยต้านการกักเก็บโซเดียมและน้ำที่เกิดจากเอสโตรเจน ผลคือ ลดอาการบวม ท้องอืด และน้ำหนักขึ้นจากน้ำได้ดี งานวิจัยพบว่าผู้ที่ใช้ยาคุมสูตร Drospirenone มีน้ำหนักคงที่หรือลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับยาคุมสูตรอื่น
หลีกเลี่ยงยาคุมฉีดถ้ากังวลเรื่องน้ำหนัก
ยาคุมฉีด (DMPA) เป็นชนิดเดียวที่มีหลักฐานค่อนข้างชัดว่าอาจทำให้น้ำหนักขึ้นจากไขมันจริงๆ ถ้าเรื่องน้ำหนักเป็นสิ่งที่กังวล ควรพิจารณาวิธีคุมกำเนิดอื่นแทน
📖 อ่านเพิ่มเติม:
กินยาคุมแล้วรู้สึกบวม ทำยังไงดี?
ถ้าเริ่มกินยาคุมแล้วรู้สึกว่าตัวบวมหรือน้ำหนักขึ้นเล็กน้อย ลองทำตามเคล็ดลับเหล่านี้:
- ลดอาหารเค็ม — โซเดียมทำให้ร่างกายกักเก็บน้ำมากขึ้น ลดอาหารแปรรูป ขนมขบเคี้ยว และอาหารที่ปรุงรสเค็มจัด
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ — ฟังดูย้อนแย้ง แต่การดื่มน้ำมากขึ้นช่วยให้ร่างกายขับน้ำส่วนเกินออกได้ดีขึ้น ตั้งเป้าวันละ 2-2.5 ลิตร
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ — ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดและระบบน้ำเหลือง ลดอาการบวมน้ำได้ดี
- รอให้ร่างกายปรับตัว 2-3 เดือน — อาการบวมน้ำมักเกิดในช่วงแรกและจะดีขึ้นเมื่อร่างกายปรับตัวกับฮอร์โมน
- ปรึกษาเภสัชกร — ถ้าอาการไม่ดีขึ้นหลัง 3 เดือน อาจต้องเปลี่ยนสูตรยาคุมที่เหมาะกับร่างกายมากกว่า เช่น สูตรที่มี Drospirenone
📖 บทความที่เกี่ยวข้อง:
⚠️ ข้อจำกัดความรับผิดชอบ
เนื้อหาในบทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาทดแทนคำแนะนำ การวินิจฉัย หรือการรักษาจากแพทย์หรือเภสัชกรผู้เชี่ยวชาญ หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการหรือการใช้ยา ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ
แหล่งอ้างอิง
- Cochrane Review — Combination contraceptives: effects on weight (Gallo et al., 2014)
- Cochrane Review — Progestin-only contraceptives: effects on weight (Lopez et al., 2016)
- PMC — Drospirenone/ethinyl estradiol: hormonal contraceptive choices (Bachmann & Kopacz, 2009)
- PMC — Early Weight Gain Predicting Later Weight Gain Among DMPA Users (Le et al., 2009)
- PMC — DMPA, weight gain and amenorrhea among obese women (Sims et al., 2020)
- Reproductive Health Access Project — Hormonal Birth Control & Weight Gain (2022)
เป็นสมาชิกกับทางร้านเพื่อรับข่าวสารและส่วนลดต่างๆ

