ยาคุมฮอร์โมนเดี่ยว (Progestogen-Only Pill) คืออะไร?
- เป็นยาคุมกำเนิดชนิดเม็ดที่มีฮอร์โมนโปรเจสโตเจนเพียงตัวเดียว ไม่มีเอสโตรเจน
- เหมาะกับผู้ที่แพ้เอสโตรเจน ให้นมบุตร หรือมีข้อห้ามใช้ยาคุมฮอร์โมนรวม
- ประสิทธิภาพสูงกว่า 99% หากกินถูกวิธี (ใช้จริงประมาณ 92%)
- ต้องกินตรงเวลาทุกวัน ไม่มีช่วงหยุดพัก
- มีทั้งแบบ 3 ชั่วโมง (Norethisterone) และ 12 ชั่วโมง (Desogestrel)
- ยาคุมฮอร์โมนเดี่ยว คืออะไร?
- ยาคุมฮอร์โมนเดี่ยวมีกี่แบบ?
- ยาคุมฮอร์โมนเดี่ยว ทำงานอย่างไร?
- ยาคุมฮอร์โมนเดี่ยว vs ยาคุมฮอร์โมนรวม
- ข้อดีของยาคุมฮอร์โมนเดี่ยว
- ข้อเสียของยาคุมฮอร์โมนเดี่ยว
- สถิติและข้อมูลสำคัญ
- ยาคุมฮอร์โมนเดี่ยวกับความเสี่ยงมะเร็งเต้านม
- ใครควรใช้ / ใครไม่ควรใช้
- วิธีกินยาคุมฮอร์โมนเดี่ยว
- คำถามที่พบบ่อย
ยาคุมฮอร์โมนเดี่ยว คืออะไร?
ยาคุมฮอร์โมนเดี่ยว หรือที่เรียกกันว่า Mini-Pill เป็นยาคุมกำเนิดชนิดรับประทานที่มีส่วนประกอบของ ฮอร์โมนโปรเจสโตเจน (Progestogen) เพียงอย่างเดียว ไม่มีฮอร์โมนเอสโตรเจนผสมอยู่เลย
ยาคุมชนิดนี้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ไม่สามารถใช้เอสโตรเจนได้ เช่น ผู้ที่มีประวัติไมเกรนชนิดมีออร่า ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อลิ่มเลือดอุดตัน หรือผู้ที่กำลังให้นมบุตร
📖 อ่านเพิ่มเติม: หากยังไม่แน่ใจว่ายาคุมแต่ละชนิดต่างกันยังไง แนะนำให้อ่าน ยาคุมกำเนิด คืออะไร? ทุกเรื่องที่ต้องรู้ก่อนเริ่มกิน ก่อน
ยาคุมฮอร์โมนเดี่ยวมีกี่แบบ?
ปัจจุบันยาคุมฮอร์โมนเดี่ยวแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ตามชนิดของตัวยาสำคัญ:
| ลักษณะ | แบบ Norethisterone | แบบ Desogestrel |
|---|---|---|
| กลไกหลัก | ทำให้มูกปากมดลูกข้นขึ้น | ยับยั้งการตกไข่ได้ถึง 97% |
| ระยะเวลากินช้าได้ | ไม่เกิน 3 ชั่วโมง จากเวลาปกติ | ไม่เกิน 12 ชั่วโมง จากเวลาปกติ |
| ความยืดหยุ่น | ต่ำ — ต้องกินตรงเวลามาก | สูงกว่า — มีหน้าต่างเวลากว้างกว่า |
| ความนิยม | ลดลง | เป็นที่นิยมมากขึ้น |
แบบ Desogestrel ได้รับความนิยมมากกว่าในปัจจุบัน เพราะนอกจากจะมีหน้าต่างเวลาที่กว้างกว่าแล้ว ยังสามารถยับยั้งการตกไข่ได้โดยตรง ทำให้ประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดสูงขึ้น
ยาคุมฮอร์โมนเดี่ยว ทำงานอย่างไร?
ยาคุมฮอร์โมนเดี่ยวป้องกันการตั้งครรภ์ด้วยกลไก 3 ทาง:
- ทำให้มูกปากมดลูกข้นขึ้น — อสุจิไม่สามารถผ่านเข้าไปปฏิสนธิกับไข่ได้
- ทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกบางลง — ลดโอกาสที่ไข่ที่ปฏิสนธิแล้วจะฝังตัว
- ยับยั้งการตกไข่ (เฉพาะแบบ Desogestrel) — ไข่ไม่ถูกปล่อยออกจากรังไข่
กลไกข้อ 1 และ 2 เป็นกลไกที่ยาคุมฮอร์โมนเดี่ยวทุกชนิดมีเหมือนกัน แต่ข้อ 3 เป็นจุดเด่นของ Desogestrel ที่ทำให้มีประสิทธิภาพใกล้เคียงกับยาคุมฮอร์โมนรวม
ยาคุมฮอร์โมนเดี่ยว vs ยาคุมฮอร์โมนรวม ต่างกันยังไง?
| ลักษณะ | ยาคุมฮอร์โมนเดี่ยว | ยาคุมฮอร์โมนรวม |
|---|---|---|
| ฮอร์โมน | โปรเจสโตเจนอย่างเดียว | เอสโตรเจน + โปรเจสโตเจน |
| การกิน | กินทุกวันไม่หยุด | กิน 21 วัน หยุด 7 วัน (หรือกินยาหลอก) |
| ประสิทธิภาพ (ใช้จริง) | ~92% | ~92% |
| ประสิทธิภาพ (ใช้ถูกต้อง) | >99% | >99% |
| ให้นมบุตร | ใช้ได้ ✅ | ไม่แนะนำ ❌ |
| ความเสี่ยง DVT | ต่ำมาก | สูงกว่า |
| ไมเกรนมีออร่า | ใช้ได้ ✅ | ห้ามใช้ ❌ |
| ช่วยเรื่องประจำเดือนสม่ำเสมอ | ไม่ค่อยช่วย | ช่วยได้ดี |
ทั้งสองชนิดมีประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดใกล้เคียงกัน แต่ข้อแตกต่างหลักอยู่ที่ความเหมาะสมกับสุขภาพของแต่ละคนมากกว่า
📖 อ่านเพิ่มเติม: อยากรู้รายละเอียดเรื่องยาคุมฮอร์โมนรวมเพิ่มเติม อ่านได้ที่ ยาคุมฮอร์โมนรวม เหมาะกับใครบ้าง?
ข้อดีของยาคุมฮอร์โมนเดี่ยว
ใช้ได้ระหว่างให้นมบุตร
เนื่องจากไม่มีเอสโตรเจน จึงไม่ส่งผลต่อปริมาณและคุณภาพน้ำนม สามารถเริ่มกินได้ตั้งแต่หลังคลอด
เหมาะกับผู้ที่มีข้อห้ามใช้เอสโตรเจน
ผู้ที่มีประวัติลิ่มเลือดอุดตัน (DVT) ไมเกรนชนิดมีออร่า ความดันโลหิตสูง หรือสูบบุหรี่และอายุมากกว่า 35 ปี สามารถใช้ยาคุมฮอร์โมนเดี่ยวได้อย่างปลอดภัย
ความเสี่ยงต่อลิ่มเลือดอุดตันต่ำ
ต่างจากยาคุมฮอร์โมนรวมที่มีเอสโตรเจนซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อ DVT ยาคุมฮอร์โมนเดี่ยวแทบไม่เพิ่มความเสี่ยงนี้
อาจช่วยลดอาการปวดประจำเดือน
ผู้ใช้บางรายพบว่าอาการปวดประจำเดือนลดลง และบางรายประจำเดือนหยุดมาเลย ซึ่งไม่เป็นอันตราย
กลับมาตั้งครรภ์ได้เร็วหลังหยุดยา
เมื่อหยุดกินยาคุมฮอร์โมนเดี่ยว ร่างกายจะกลับสู่ภาวะเจริญพันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว
💡 รู้หรือไม่: หลังหยุดยาคุมฮอร์โมนเดี่ยว ไข่จะกลับมาตกเร็วมาก — ส่วนใหญ่ตั้งครรภ์ได้ภายใน 6 เดือน อ่านเพิ่มเติมได้ที่ หยุดยาคุมกี่เดือนท้อง? ทุกเรื่องที่ต้องรู้ก่อนวางแผนมีลูก
ข้อเสียของยาคุมฮอร์โมนเดี่ยว
ต้องกินตรงเวลา
โดยเฉพาะแบบ Norethisterone ที่มีหน้าต่างเวลาแค่ 3 ชั่วโมง หากกินช้ากว่านี้ถือว่าลืมกินและต้องใช้การคุมกำเนิดสำรอง
ประจำเดือนอาจมาไม่สม่ำเสมอ
ผลข้างเคียงที่พบบ่อยที่สุดคือ ประจำเดือนมาไม่ปกติ อาจมากะปริดกะปรอย มาบ่อยขึ้น หรือหยุดมาเลย โดยเฉพาะในช่วง 2-3 เดือนแรก
ไม่ช่วยควบคุมรอบเดือน
ต่างจากยาคุมฮอร์โมนรวมที่ช่วยให้ประจำเดือนมาสม่ำเสมอ ยาคุมฮอร์โมนเดี่ยวไม่มีคุณสมบัตินี้
อาจมีผลข้างเคียงอื่น
- สิว
- คัดตึงเต้านม
- อารมณ์แปรปรวน
- ความต้องการทางเพศเปลี่ยนแปลง
- คลื่นไส้ (มักหายไปหลังใช้ไประยะหนึ่ง)
📖 อ่านเพิ่มเติม: อยากรู้เรื่องผลข้างเคียงของยาคุมทุกชนิดแบบละเอียด อ่านได้ที่ ผลข้างเคียงของยาคุมกำเนิด มีอะไรบ้าง?
สถิติและข้อมูลสำคัญ
- ยาคุมฮอร์โมนเดี่ยวมีประสิทธิภาพ มากกว่า 99% หากกินถูกวิธีทุกวัน (NHS, 2024)
- ในการใช้งานจริง ประสิทธิภาพอยู่ที่ประมาณ 92% เนื่องจากการลืมกินหรือกินไม่ตรงเวลา (NHS, 2024)
- Desogestrel สามารถ ยับยั้งการตกไข่ได้ถึง 97% ของรอบเดือน (PubMed)
- การศึกษาในปี 2023 พบว่ายาคุมฮอร์โมนเดี่ยวมีความเสี่ยงต่อมะเร็งเต้านมเพิ่มขึ้นเล็กน้อย (OR 1.26) ซึ่งใกล้เคียงกับยาคุมฮอร์โมนรวม แต่ ความเสี่ยงสัมบูรณ์ยังคงต่ำมาก โดยเฉพาะในผู้หญิงอายุน้อย (The Lancet, 2023)
ยาคุมฮอร์โมนเดี่ยวกับความเสี่ยงมะเร็งเต้านม
จากการศึกษาขนาดใหญ่ที่ตีพิมพ์ใน The Lancet ปี 2023 พบว่า:
- ยาคุมที่มีฮอร์โมนโปรเจสโตเจนอย่างเดียว เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งเต้านมเล็กน้อย (OR 1.26, 95% CI 1.16–1.37)
- ความเสี่ยงนี้ ใกล้เคียงกับยาคุมฮอร์โมนรวม ซึ่งเคยมีรายงานมาก่อนหน้านี้แล้ว
- ความเสี่ยงสัมบูรณ์ (Absolute Risk) ยังคงต่ำมาก — ในผู้หญิงอายุ 16-20 ปี ที่ใช้ยาคุม 5 ปี จะมีผู้ป่วยมะเร็งเต้านมเพิ่มขึ้นเพียง 0.5 รายต่อ 100,000 คน
- ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นตามอายุ แต่ยังคงอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับประโยชน์ที่ได้รับ
สิ่งสำคัญคือ ข้อมูลนี้ไม่ได้หมายความว่าไม่ควรใช้ยาคุมฮอร์โมนเดี่ยว แต่ควรพูดคุยกับเภสัชกรหรือแพทย์เพื่อประเมินความเสี่ยงเฉพาะบุคคล
ยาคุมฮอร์โมนเดี่ยวที่มีในประเทศไทย
ในประเทศไทย ยาคุมฮอร์โมนเดี่ยวที่หาซื้อได้มีหลายยี่ห้อ โดยส่วนใหญ่เป็นกลุ่ม Desogestrel ซึ่งเป็นที่นิยมมากกว่า เช่น Cerazette (เซอราเซ็ตต์) เป็นต้น
สามารถปรึกษาเภสัชกรเพื่อเลือกยี่ห้อที่เหมาะสมกับร่างกายและไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน
📖 อ่านเพิ่มเติม: ยังเลือกไม่ถูกว่าจะใช้ยาคุมยี่ห้อไหน? อ่านรีวิวเปรียบเทียบได้ที่ ยาคุมยี่ห้อไหนดี ปี 2026
ใครควรใช้ยาคุมฮอร์โมนเดี่ยว?
ยาคุมฮอร์โมนเดี่ยวเหมาะกับ:
- ผู้ที่กำลัง ให้นมบุตร
- ผู้ที่มีประวัติ ไมเกรนชนิดมีออร่า
- ผู้ที่มีความเสี่ยงหรือประวัติ ลิ่มเลือดอุดตัน (DVT)
- ผู้ที่ สูบบุหรี่และอายุมากกว่า 35 ปี
- ผู้ที่มี ความดันโลหิตสูง
- ผู้ที่ แพ้หรือมีผลข้างเคียงจากเอสโตรเจน
- ผู้ที่ต้องการยาคุมกำเนิดที่ ไม่เพิ่มความเสี่ยง DVT
ใครไม่ควรใช้ยาคุมฮอร์โมนเดี่ยว?
แม้จะมีข้อห้ามน้อยกว่ายาคุมฮอร์โมนรวม แต่ยาคุมฮอร์โมนเดี่ยวอาจไม่เหมาะกับ:
- ผู้ที่มีหรือเคยมี มะเร็งเต้านม
- ผู้ที่มี โรคตับรุนแรง
- ผู้ที่มี เลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด ที่ยังไม่ได้รับการวินิจฉัย
- ผู้ที่ใช้ยาบางชนิดที่อาจลดประสิทธิภาพยาคุม เช่น ยากันชัก ยาต้านวัณโรค
วิธีกินยาคุมฮอร์โมนเดี่ยว
เริ่มกินครั้งแรก
- เริ่มกินเม็ดแรกใน วันที่ 1 ของรอบเดือน จะมีผลคุมกำเนิดทันที
- หากเริ่มกินวันอื่น ต้องใช้การคุมกำเนิดสำรอง (เช่น ถุงยางอนามัย) อย่างน้อย 2 วัน
กินประจำวัน
- กิน 1 เม็ดทุกวัน ตรงเวลาเดิม ไม่มีช่วงหยุดพัก
- เมื่อกินหมดแผง ให้เริ่มแผงใหม่ต่อเลยในวันถัดไป
หากลืมกิน
- แบบ Norethisterone: หากกินช้าเกิน 3 ชั่วโมง ถือว่าลืมกิน
- แบบ Desogestrel: หากกินช้าเกิน 12 ชั่วโมง ถือว่าลืมกิน
- เมื่อลืมกิน ให้กินทันทีที่นึกได้ และใช้การคุมกำเนิดสำรองอย่างน้อย 2 วัน
📖 อ่านเพิ่มเติม: อยากรู้วิธีกินยาคุมแบบละเอียดทุกสถานการณ์ อ่านได้ที่ วิธีกินยาคุมกำเนิดให้ถูกต้อง และหากลืมกินบ่อย อ่าน ลืมกินยาคุม ทำยังไงดี?
คำถามที่พบบ่อย
ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ชัดเจนว่ายาคุมฮอร์โมนเดี่ยวทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้น บางรายอาจรู้สึกว่าน้ำหนักเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยในช่วงแรก แต่มักเป็นการกักเก็บน้ำชั่วคราว
📖 อ่านเพิ่มเติม: กินยาคุมแล้วอ้วนจริงไหม?
อาจเป็นได้ในบางราย เนื่องจากโปรเจสโตเจนบางชนิดมีฤทธิ์คล้ายแอนโดรเจน แต่ไม่ใช่ทุกคนจะมีอาการนี้
📖 อ่านเพิ่มเติม: กินยาคุมแล้วเป็นสิว เกิดจากอะไร?
ไม่อันตราย การที่ประจำเดือนหยุดมาเป็นผลข้างเคียงปกติของยาคุมฮอร์โมนเดี่ยว เยื่อบุโพรงมดลูกบางลงจนไม่มีเลือดออก ไม่ได้หมายความว่าเลือดสะสมอยู่ข้างใน
ยาบางชนิดอาจลดประสิทธิภาพยาคุมฮอร์โมนเดี่ยว เช่น ยากันชัก (Phenytoin, Carbamazepine) ยาต้านวัณโรค (Rifampicin) และสมุนไพร St. John's Wort ควรแจ้งเภสัชกรหรือแพทย์ทุกครั้งที่ใช้ยาร่วม
ได้ ร่างกายจะกลับสู่ภาวะเจริญพันธุ์ได้เร็วหลังหยุดยา บางรายอาจตั้งครรภ์ได้ภายในรอบเดือนแรกหลังหยุด
ไม่ได้ ยาคุมทุกชนิดป้องกันได้เฉพาะการตั้งครรภ์เท่านั้น หากต้องการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ต้องใช้ถุงยางอนามัยร่วมด้วย
ปกติ โดยเฉพาะในช่วง 2-3 เดือนแรก ร่างกายต้องใช้เวลาปรับตัว หากเลือดออกไม่หยุดหลังจาก 3 เดือน ควรปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์
เหมาะ ยาคุมฮอร์โมนเดี่ยวสามารถใช้ได้ตั้งแต่เริ่มมีประจำเดือน ไม่มีข้อจำกัดเรื่องอายุขั้นต่ำ
สามารถกินได้ต่อเนื่องตราบเท่าที่ยังต้องการคุมกำเนิดและไม่มีข้อห้ามใช้ ไม่จำเป็นต้องหยุดพักยา
ไม่เหมือนกัน ยาคุมฮอร์โมนเดี่ยวเป็นยาคุมกำเนิดที่กินทุกวันเพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ล่วงหน้า ส่วนยาคุมฉุกเฉินใช้หลังมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน ไม่ควรใช้เป็นประจำ
📖อ่านเพิ่มเติม:ยาคุมกำเนิด vs ยาคุมฉุกเฉิน ต่างกันยังไง?
⚠️ ข้อจำกัดความรับผิดชอบ
เนื้อหาในบทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาทดแทนคำแนะนำ การวินิจฉัย หรือการรักษาจากแพทย์หรือเภสัชกรผู้เชี่ยวชาญ หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการหรือการใช้ยา ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ
แหล่งอ้างอิง
ยาคุมแบบฮอร์โมนเดี่ยวในร้าน
-
Cerazetteยาคุมฮอร์โมนเดี่ยว อ่อนโยน ยืดหยุ่นเวลาทาน 12 ชม.
✓ In stock230.00 ฿ /
เป็นสมาชิกกับทางร้านเพื่อรับข่าวสารและส่วนลดต่างๆ

