กระเพาะปัสสาวะอักเสบ อาการและสาเหตุ พร้อมวิธีรักษา

กระเพาะปัสสาวะอักเสบ อาการและสาเหตุ พร้อมวิธีรักษา

กระเพาะปัสสาวะอักเสบคืออะไร?

กระเพาะปัสสาวะอักเสบ (Cystitis) คือภาวะติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะส่วนล่าง มักเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย E. coli ที่เข้าสู่ท่อปัสสาวะ

  • พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย 50-60% ของผู้หญิงเคยเป็นอย่างน้อย 1 ครั้งในชีวิต
  • อาการหลัก: ปัสสาวะแสบขัด ปวดท้องน้อย ปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะขุ่นหรือมีเลือดปน
  • รักษาได้ด้วยยาปฏิชีวนะ อาการมักดีขึ้นภายใน 1-3 วัน
  • ป้องกันได้ด้วยการดื่มน้ำเพียงพอ ไม่กลั้นปัสสาวะ และดูแลสุขอนามัยอย่างถูกวิธี
  • สาเหตุหลัก — เชื้อแบคทีเรีย E. coli จากลำไส้ เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด
  • ควรพบแพทย์ทันที หากมีไข้สูงกว่า 38°C ปวดหลังรุนแรง หรืออาการไม่ดีขึ้นภายใน 2-3 วันหลังกินยาปฏิชีวนะ
Supatcheree A., Pharmacist

ตรวจสอบทางการแพทย์โดย

Supatcheree A., Pharmacist | แหล่งข้อมูล: NHS, Mayo Clinic, WHO, PubMed

อัปเดตล่าสุด: 2026-09-24

กระเพาะปัสสาวะอักเสบคืออะไร?

กระเพาะปัสสาวะอักเสบ อาการและสาเหตุหลักเกี่ยวข้องกับการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะส่วนล่าง (Lower Urinary Tract Infection) หรือที่เรียกว่า Cystitis ซึ่งเกิดขึ้นบริเวณกระเพาะปัสสาวะ ส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่เข้าสู่ท่อปัสสาวะและเดินทางขึ้นไปยังกระเพาะปัสสาวะ

ถ้าพูดให้เข้าใจง่าย — กระเพาะปัสสาวะก็เหมือน "ถุงเก็บน้ำปัสสาวะ" ของร่างกาย เมื่อเชื้อแบคทีเรียเข้าไปอยู่ในถุงนี้ ก็จะทำให้เกิดการอักเสบ ระคายเคือง และมีอาการต่าง ๆ ตามมา

ทำไมผู้หญิงถึงเป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบบ่อยกว่าผู้ชาย?

เหตุผลหลักคือ โครงสร้างทางกายวิภาค — ท่อปัสสาวะของผู้หญิงสั้นกว่าผู้ชายมาก (ประมาณ 4 ซม. เทียบกับ 20 ซม.) ทำให้เชื้อแบคทีเรียเดินทางเข้าถึงกระเพาะปัสสาวะได้ง่ายกว่า นอกจากนี้ ปากท่อปัสสาวะของผู้หญิงยังอยู่ใกล้กับทวารหนัก ซึ่งเป็นแหล่งของเชื้อ E. coli ที่เป็นสาเหตุหลักของโรคนี้

📖 อ่านเพิ่มเติม: หากอยากเข้าใจลึกขึ้นว่าทำไมผู้หญิงถึงเสี่ยงมากกว่า และผู้ชายเป็นได้ไหม แนะนำให้อ่าน กระเพาะปัสสาวะอักเสบ ผู้หญิง vs ผู้ชาย ต่างกันยังไง? ประกอบ

สถิติที่ควรรู้เกี่ยวกับกระเพาะปัสสาวะอักเสบ

ก่อนจะไปดูรายละเอียดเรื่องอาการและการรักษา มาดูตัวเลขที่น่าสนใจกันก่อน เพื่อให้เห็นภาพว่าโรคนี้พบบ่อยแค่ไหน

  • 🌍 ในปี 2019 มีผู้ป่วยกระเพาะปัสสาวะอักเสบและทางเดินปัสสาวะอักเสบทั่วโลกมากกว่า 404 ล้านราย
  • 👩 ผู้หญิง 50-60% เคยเป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบอย่างน้อย 1 ครั้งในชีวิต
  • 🔄 ผู้หญิงที่เคยเป็นแล้ว 27% กลับมาเป็นซ้ำภายใน 6 เดือน
  • 🦠 เชื้อ E. coli เป็นสาเหตุของกระเพาะปัสสาวะอักเสบแบบไม่ซับซ้อนถึง 75% ของทุกเคส
  • 👵 ผู้หญิงอายุ 65 ปีขึ้นไป มีอัตราการเกิดโรคสูงถึง 20% ซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ยเกือบ 2 เท่า
สถิติตัวเลขแหล่งข้อมูล
จำนวนผู้ป่วยทั่วโลก (2019)404.61 ล้านรายFrontiers in Public Health, 2022
Lifetime incidence ในผู้หญิง50-60%PMC, 2019
อัตราการเป็นซ้ำใน 6 เดือน27%PMC, 2019
สาเหตุจาก E. coli75%PMC, 2019
อัตราในผู้หญิง 65+~20%Science Insights, 2024

อาการกระเพาะปัสสาวะอักเสบ สังเกตยังไง?

อาการของกระเพาะปัสสาวะอักเสบมักเกิดขึ้นค่อนข้างเฉียบพลัน และรบกวนชีวิตประจำวันได้มาก อาการที่พบบ่อยที่สุด ได้แก่:

  • ปัสสาวะแสบขัด — รู้สึกแสบร้อนขณะปัสสาวะ เป็นอาการที่พบบ่อยที่สุด
  • ปัสสาวะบ่อยผิดปกติ — รู้สึกปวดปัสสาวะถี่ แต่ปัสสาวะออกทีละน้อย
  • ปวดท้องน้อย — รู้สึกหน่วง ๆ หรือกดเจ็บบริเวณท้องน้อย
  • ปัสสาวะขุ่น — สีเข้มกว่าปกติ หรือมีกลิ่นแรงผิดปกติ
  • ปัสสาวะเป็นเลือด — อาจมีเลือดปนเล็กน้อย (Hematuria)
  • รู้สึกปัสสาวะไม่สุด — เหมือนยังเหลือค้างอยู่ในกระเพาะปัสสาวะ

อาการที่บ่งบอกว่าอาจลุกลามแล้ว

หากมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย อาจหมายความว่าการติดเชื้อลุกลามไปยังไต (Pyelonephritis) ซึ่งต้องพบแพทย์ทันที:

  • ไข้สูง หนาวสั่น
  • ปวดหลังหรือสีข้าง (Flank pain)
  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • อ่อนเพลียมาก

💡 อ่านเพิ่มเติม: อยากรู้รายละเอียดอาการแต่ละแบบ และวิธีแยกว่าเป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบหรือแค่ปัสสาวะแสบขัดธรรมดา อ่านต่อได้ที่ อาการกระเพาะปัสสาวะอักเสบ เช็กลิสต์ครบทุกข้อ

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง

สาเหตุหลัก

กระเพาะปัสสาวะอักเสบส่วนใหญ่เกิดจาก เชื้อแบคทีเรีย โดยเฉพาะ Escherichia coli (E. coli) ซึ่งเป็นเชื้อที่อาศัยอยู่ในลำไส้ตามปกติ แต่เมื่อเข้าสู่ระบบทางเดินปัสสาวะก็จะก่อให้เกิดการติดเชื้อ

นอกจาก E. coli แล้ว ยังมีเชื้ออื่น ๆ ที่พบได้ เช่น Klebsiella, Proteus, Staphylococcus saprophyticus แต่พบน้อยกว่ามาก

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เป็นง่ายขึ้น

ปัจจัยเสี่ยงรายละเอียด
เพศหญิงท่อปัสสาวะสั้น เชื้อเข้าถึงกระเพาะปัสสาวะได้ง่าย
การมีเพศสัมพันธ์เพิ่มโอกาสที่เชื้อจะเข้าสู่ท่อปัสสาวะ (Honeymoon Cystitis)
การกลั้นปัสสาวะทำให้เชื้อมีเวลาเพาะตัวในกระเพาะปัสสาวะนานขึ้น
ดื่มน้ำน้อยปัสสาวะเข้มข้น ไม่ช่วยชะล้างเชื้อออก
วัยหมดประจำเดือนระดับเอสโตรเจนลดลง ทำให้เยื่อบุช่องคลอดและท่อปัสสาวะบางลง
การใช้สายสวนปัสสาวะเพิ่มโอกาสนำเชื้อเข้าสู่ระบบทางเดินปัสสาวะ
โรคเบาหวานภูมิคุ้มกันลดลง น้ำตาลในปัสสาวะเป็นอาหารของเชื้อ
การเช็ดทำความสะอาดผิดวิธีเช็ดจากหลังไปหน้า นำเชื้อจากทวารหนักมาที่ท่อปัสสาวะ

📖 อ่านเพิ่มเติม: อยากรู้ว่าพฤติกรรมไหนเสี่ยงที่สุด และมีวิธีลดความเสี่ยงอย่างไรบ้าง อ่านต่อได้ที่ สาเหตุกระเพาะปัสสาวะอักเสบ และปัจจัยเสี่ยงที่หลายคนมองข้าม

กระเพาะปัสสาวะอักเสบ vs ทางเดินปัสสาวะอักเสบ ต่างกันยังไง?

หลายคนสับสนระหว่าง "กระเพาะปัสสาวะอักเสบ" กับ "ทางเดินปัสสาวะอักเสบ" — จริง ๆ แล้วทั้งสองคำมีความเกี่ยวข้องกัน แต่ไม่ได้หมายความเหมือนกันทั้งหมด

  • ทางเดินปัสสาวะอักเสบ (UTI — Urinary Tract Infection) เป็นคำกว้าง ๆ ที่หมายถึงการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะทุกส่วน ตั้งแต่ท่อปัสสาวะ กระเพาะปัสสาวะ ท่อไต ไปจนถึงไต
  • กระเพาะปัสสาวะอักเสบ (Cystitis) เป็นการติดเชื้อเฉพาะที่กระเพาะปัสสาวะ ซึ่งเป็น ชนิดที่พบบ่อยที่สุด ของ UTI

พูดง่าย ๆ คือ กระเพาะปัสสาวะอักเสบเป็น "ประเภทหนึ่ง" ของทางเดินปัสสาวะอักเสบ

กระเพาะปัสสาวะอักเสบ (Cystitis)กรวยไตอักเสบ (Pyelonephritis)
ตำแหน่งกระเพาะปัสสาวะ (ส่วนล่าง)ไต (ส่วนบน)
อาการหลักปัสสาวะแสบขัด ปวดท้องน้อยไข้สูง ปวดหลัง/สีข้าง คลื่นไส้
ความรุนแรงไม่รุนแรง รักษาได้ง่ายรุนแรงกว่า อาจต้องนอนโรงพยาบาล
ระยะเวลารักษา3-7 วัน7-14 วัน

การวินิจฉัยกระเพาะปัสสาวะอักเสบ

การวินิจฉัยกระเพาะปัสสาวะอักเสบมักไม่ซับซ้อน แพทย์หรือเภสัชกรสามารถประเมินได้จากอาการเป็นหลัก แต่ในบางกรณีอาจต้องตรวจเพิ่มเติม

วิธีการวินิจฉัย

  • ซักประวัติและอาการ — อาการปัสสาวะแสบขัด ปัสสาวะบ่อย ปวดท้องน้อย มักเพียงพอสำหรับการวินิจฉัยเบื้องต้น
  • ตรวจปัสสาวะ (Urinalysis) — ตรวจหาเม็ดเลือดขาว ไนไตรท์ และเลือดในปัสสาวะ
  • เพาะเชื้อปัสสาวะ (Urine Culture) — ระบุชนิดเชื้อแบคทีเรียและทดสอบความไวต่อยา มักทำในกรณีที่เป็นซ้ำบ่อยหรือรักษาแล้วไม่ดีขึ้น
  • อัลตราซาวด์/CT Scan — ในกรณีที่สงสัยว่ามีความผิดปกติทางโครงสร้าง หรือการติดเชื้อลุกลาม

การรักษากระเพาะปัสสาวะอักเสบ

ยาปฏิชีวนะ — การรักษาหลัก

กระเพาะปัสสาวะอักเสบจากเชื้อแบคทีเรียรักษาด้วย ยาปฏิชีวนะ เป็นหลัก ยาที่แพทย์มักสั่งจ่ายขึ้นอยู่กับชนิดของเชื้อ ความรุนแรง และประวัติการใช้ยาของผู้ป่วย

กลุ่มยาที่ใช้บ่อยในประเทศไทย ได้แก่:

  • กลุ่ม Fluoroquinolones — เช่น Ciprofloxacin ออกฤทธิ์กว้าง ครอบคลุมเชื้อ E. coli ได้ดี มักใช้ในกรณีกระเพาะปัสสาวะอักเสบแบบไม่ซับซ้อนและซับซ้อน
  • กลุ่ม Penicillin + Beta-lactamase inhibitor — เช่น Amoxicillin + Clavulanic acid เหมาะกับเชื้อที่ดื้อต่อยาปฏิชีวนะทั่วไป

ระยะเวลาการรักษา

  • กระเพาะปัสสาวะอักเสบแบบไม่ซับซ้อน: 3-7 วัน
  • กระเพาะปัสสาวะอักเสบแบบซับซ้อน หรือลุกลามไปไต: 7-14 วัน

สิ่งสำคัญที่ต้องรู้เกี่ยวกับการใช้ยาปฏิชีวนะ

  • ต้องกินยาให้ครบตามที่กำหนด — แม้อาการจะดีขึ้นแล้วก็ห้ามหยุดยาเอง เพราะอาจทำให้เชื้อดื้อยา
  • ดื่มน้ำมาก ๆ — ช่วยชะล้างเชื้อออกจากระบบทางเดินปัสสาวะ
  • หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์และคาเฟอีน — ระหว่างกินยา เพราะอาจระคายเคืองกระเพาะปัสสาวะ

💡 อ่านเพิ่มเติม: อยากรู้รายละเอียดเกี่ยวกับยาแต่ละตัว ข้อดีข้อเสีย และข้อควรระวัง อ่านต่อได้ที่ ยาปฏิชีวนะรักษากระเพาะปัสสาวะอักเสบ มีอะไรบ้าง?

การดูแลตัวเองเบื้องต้นร่วมกับการใช้ยา

  • ดื่มน้ำอย่างน้อย 2-3 ลิตรต่อวัน
  • ประคบอุ่นบริเวณท้องน้อยเพื่อบรรเทาอาการปวด
  • หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน และแอลกอฮอล์
  • ปัสสาวะทันทีเมื่อรู้สึกปวด อย่ากลั้น

วิธีป้องกันกระเพาะปัสสาวะอักเสบ

การป้องกันสำคัญไม่แพ้การรักษา โดยเฉพาะสำหรับคนที่เคยเป็นแล้วและไม่อยากกลับมาเป็นซ้ำ

พฤติกรรมที่ช่วยลดความเสี่ยง

  • ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอ — อย่างน้อย 6-8 แก้วต่อวัน ช่วยชะล้างเชื้อแบคทีเรียออกจากระบบทางเดินปัสสาวะ
  • ไม่กลั้นปัสสาวะ — ปัสสาวะทันทีเมื่อรู้สึกปวด
  • ปัสสาวะหลังมีเพศสัมพันธ์ — ช่วยชะล้างเชื้อที่อาจเข้าสู่ท่อปัสสาวะ
  • เช็ดทำความสะอาดจากหน้าไปหลัง — ป้องกันเชื้อจากทวารหนักเข้าสู่ท่อปัสสาวะ
  • หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำหอม — สบู่ สเปรย์ หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดจุดซ่อนเร้นที่มีสารเคมีรุนแรง
  • สวมชุดชั้นในผ้าฝ้าย — ระบายอากาศได้ดี ลดความชื้นที่เป็นแหล่งเพาะเชื้อ

Cranberry ช่วยป้องกันได้จริงไหม?

มีงานวิจัยบางชิ้นที่ชี้ว่าสาร Proanthocyanidins ใน Cranberry อาจช่วยป้องกันไม่ให้เชื้อ E. coli เกาะติดผนังกระเพาะปัสสาวะ แต่หลักฐานยังไม่ชัดเจนพอที่จะแนะนำเป็นวิธีป้องกันหลัก — NHS ระบุว่า Cranberry juice อาจช่วยได้บ้าง แต่ไม่ควรใช้แทนยาปฏิชีวนะ

📖 อ่านเพิ่มเติม: อยากรู้วิธีป้องกันแบบละเอียด รวมถึงเคล็ดลับสำหรับคนที่เป็นซ้ำบ่อย อ่านต่อได้ที่ วิธีป้องกันกระเพาะปัสสาวะอักเสบ ไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ

เมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์?

กระเพาะปัสสาวะอักเสบส่วนใหญ่รักษาได้ไม่ยาก แต่มีบางสถานการณ์ที่ ต้องพบแพทย์โดยเร็ว:

  • ❗ มีไข้สูงกว่า 38°C หรือหนาวสั่น
  • ❗ ปวดหลังหรือปวดสีข้างรุนแรง (อาจเป็นสัญญาณของกรวยไตอักเสบ)
  • ❗ ปัสสาวะเป็นเลือดมาก
  • ❗ อาการไม่ดีขึ้นหลังกินยาปฏิชีวนะ 2-3 วัน
  • ❗ เป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบซ้ำมากกว่า 2 ครั้งใน 6 เดือน หรือ 3 ครั้งใน 12 เดือน
  • ❗ ตั้งครรภ์ — การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะระหว่างตั้งครรภ์อาจส่งผลต่อทารก
  • ❗ เป็นผู้ชายที่มีอาการปัสสาวะแสบขัด (เพราะกระเพาะปัสสาวะอักเสบในผู้ชายมักมีสาเหตุซับซ้อนกว่า)

💡 อ่านเพิ่มเติม: สัญญาณอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม และกรณีไหนที่ต้องไปห้องฉุกเฉินทันที อ่านต่อได้ที่ กระเพาะปัสสาวะอักเสบ เมื่อไหร่ต้องพบแพทย์?

ซื้อยารักษากระเพาะปัสสาวะอักเสบได้ที่ไหน?

หากได้รับการวินิจฉัยแล้วว่าเป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบ สามารถสั่งซื้อยาปฏิชีวนะออนไลน์ได้ที่ Intimo Life โดยมียาปฏิชีวนะหลายตัวที่ใช้รักษากระเพาะปัสสาวะอักเสบ เช่น B-Ciprofloxacin, Cifloxin, Cobay-500, Augmentin และ AMK

สมัครสมาชิกเพื่อรับสิทธิพิเศษ และสามารถปรึกษาเภสัชกรก่อนสั่งซื้อได้ เพื่อให้มั่นใจว่าเลือกยาได้ถูกต้องและเหมาะสมกับอาการ

ประสบการณ์จริง: เป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบครั้งแรก

"ตอนแรกแค่รู้สึกปัสสาวะบ่อยผิดปกติ คิดว่าเพราะดื่มน้ำเยอะ แต่พอเริ่มแสบขณะปัสสาวะ ปวดท้องน้อยหน่วง ๆ ถึงรู้ว่าไม่ใช่เรื่องปกติ ไปหาหมอ ได้ยาปฏิชีวนะมากิน 3 วันก็เริ่มดีขึ้น แต่หมอย้ำว่าต้องกินให้ครบ 5 วัน ห้ามหยุดเอง

สิ่งที่เปลี่ยนไปหลังจากนั้นคือ ดื่มน้ำมากขึ้น ไม่กลั้นปัสสาวะ และปัสสาวะทุกครั้งหลังมีเพศสัมพันธ์ ตั้งแต่ปรับพฤติกรรมก็ไม่เคยกลับมาเป็นอีกเลย"

คำเตือนทางการแพทย์

⚠️ Medical Disclaimer: เนื้อหาในบทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาทดแทนคำแนะนำ การวินิจฉัย หรือการรักษาจากแพทย์หรือเภสัชกร หากมีอาการหรือข้อสงสัย ควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ การใช้ยาปฏิชีวนะทุกชนิดควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร ห้ามซื้อยากินเองโดยไม่ได้รับคำปรึกษา

คำถามที่พบบ่อย

หากได้รับยาปฏิชีวนะที่เหมาะสม อาการมักดีขึ้นภายใน 1-2 วัน และหายสนิทภายใน 3-7 วัน ขึ้นอยู่กับความรุนแรงและชนิดของยาที่ใช้ สิ่งสำคัญคือต้อง กินยาให้ครบคอร์ส แม้อาการจะดีขึ้นแล้ว เพื่อป้องกันเชื้อดื้อยา

กระเพาะปัสสาวะอักเสบ ไม่ใช่โรคติดต่อ ไม่สามารถแพร่จากคนหนึ่งไปอีกคนหนึ่งได้โดยตรง อย่างไรก็ตาม การมีเพศสัมพันธ์อาจเพิ่มความเสี่ยงที่แบคทีเรียจะเข้าสู่ท่อปัสสาวะได้ง่ายขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุที่ผู้หญิงมักมีอาการหลังมีเพศสัมพันธ์

ได้ แต่ พบน้อยกว่าผู้หญิงมาก เนื่องจากท่อปัสสาวะของผู้ชายยาวกว่า ทำให้แบคทีเรียเข้าถึงกระเพาะปัสสาวะได้ยากกว่า ผู้ชายที่มีความเสี่ยงสูง ได้แก่ ผู้ที่มีต่อมลูกหมากโต ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่ใส่สายสวนปัสสาวะ

อันตรายได้ หากปล่อยไว้ไม่รักษา เชื้อแบคทีเรียอาจลุกลามขึ้นไปที่ไต ทำให้เกิด กรวยไตอักเสบ (Pyelonephritis) ซึ่งมีอาการรุนแรงกว่ามาก เช่น ไข้สูง ปวดหลังล่าง คลื่นไส้ และในกรณีร้ายแรงอาจนำไปสู่ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด (Sepsis) ได้

การดื่มน้ำมากๆ ช่วยบรรเทาอาการ โดยช่วยเจือจางปัสสาวะและขับแบคทีเรียออกจากทางเดินปัสสาวะเร็วขึ้น แต่ ไม่สามารถทดแทนยาปฏิชีวนะ ในกรณีที่ติดเชื้อแล้ว ควรดื่มน้ำอย่างน้อย 6-8 แก้วต่อวัน ร่วมกับการรักษาตามแพทย์สั่ง

กระเพาะปัสสาวะอักเสบเป็นการติดเชื้อที่ ทางเดินปัสสาวะส่วนล่าง อาการหลักคือปัสสาวะแสบขัด ปวดท้องน้อย ส่วนกรวยไตอักเสบเป็นการติดเชื้อที่ ไต (ส่วนบน) อาการจะรุนแรงกว่า เช่น ไข้สูง หนาวสั่น ปวดหลังล่างหรือสีข้าง และอาจต้องนอนโรงพยาบาล ระยะเวลารักษากรวยไตอักเสบก็นานกว่า คือ 7-14 วัน เทียบกับ 3-7 วัน ของกระเพาะปัสสาวะอักเสบ

กระเพาะปัสสาวะอักเสบขณะตั้งครรภ์ ต้องรักษาทันที เพราะหากปล่อยไว้อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนดและทารกน้ำหนักน้อย ยาปฏิชีวนะบางชนิดปลอดภัยสำหรับคนท้อง เช่น กลุ่ม Penicillin แต่ ห้ามซื้อยากินเอง ต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเสมอเพื่อเลือกยาที่ปลอดภัยต่อทั้งแม่และลูก

การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ (UTI) เป็นคำกว้าง ๆ ที่หมายถึงการติดเชื้อได้ทุกจุดในระบบทางเดินปัสสาวะ ตั้งแต่ท่อปัสสาวะ กระเพาะปัสสาวะ ท่อไต ไปจนถึงไต ส่วนกระเพาะปัสสาวะอักเสบคือการติดเชื้อที่กระเพาะปัสสาวะโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นชนิดที่พบบ่อยที่สุดของ UTI

⚠️ ข้อจำกัดความรับผิดชอบ

เนื้อหาในบทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาทดแทนคำแนะนำ การวินิจฉัย หรือการรักษาจากแพทย์หรือเภสัชกรผู้เชี่ยวชาญ หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการหรือการใช้ยา ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ส่งไว ภายใน 24 ชม.

สั่งวันนี้ จัดส่งเร็ว ไม่ต้องรอนาน สินค้าพร้อมส่งจากในประเทศ

สินค้าเป็นของแท้

คัดเฉพาะสินค้าของแท้ มีมาตรฐาน มั่นใจได้ในคุณภาพทุกชิ้น

ไม่ระบุสินค้ากับผู้ส่ง

แพ็กแนบเนียน ไม่มีระบุชื่อสินค้า เคารพความเป็นส่วนตัวของลูกค้า

ส่งทั่วโลก

ส่งทั่วโลกผ่าน Thailand Post บรรจุมิดชิด

สินค้าที่พึ่งดูมา