Myositis: Causes, Symptoms, and Treatment

Myositis: Causes, Symptoms, and Treatment

กล้ามเนื้ออักเสบคืออะไร?

กล้ามเนื้ออักเสบ (Myositis) คือภาวะที่เนื้อเยื่อกล้ามเนื้อเกิดการอักเสบ ทำให้มีอาการ:

  • ปวด บวม แดง ร้อนบริเวณกล้ามเนื้อ
  • กล้ามเนื้ออ่อนแรง โดยเฉพาะแขนขา
  • เคลื่อนไหวลำบาก เมื่อยล้าง่าย
  • เกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งการใช้งานหนัก การติดเชื้อ และภูมิคุ้มกันผิดปกติ
  • รักษาได้ด้วยการพักผ่อน ประคบ ยาแก้อักเสบ และยาคลายกล้ามเนื้อ
Supatcheree A., Pharmacist

Medically reviewed by

Supatcheree A., Pharmacist | แหล่งข้อมูล: NHS, Mayo Clinic, WHO, PubMed

Last reviewed: 2026-03-01

กล้ามเนื้ออักเสบคืออะไร

กล้ามเนื้ออักเสบ (Myositis) คือภาวะที่เนื้อเยื่อกล้ามเนื้อเกิดการอักเสบ ส่งผลให้รู้สึกปวด บวม อ่อนแรง และเคลื่อนไหวได้ลำบาก อาการอาจเกิดขึ้นเฉพาะจุดหรือกระจายไปหลายส่วนของร่างกาย ขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรง

กล้ามเนื้ออักเสบแบ่งออกได้หลายประเภท ตั้งแต่แบบเฉียบพลันที่เกิดจากการใช้งานหนักหรือบาดเจ็บ ไปจนถึงแบบเรื้อรังที่เกิดจากโรคภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง (Autoimmune) ซึ่งต้องการการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง

ในภาษาอังกฤษ กล้ามเนื้ออักเสบเรียกว่า "Myositis" มาจากรากศัพท์ภาษากรีก "myo" แปลว่ากล้ามเนื้อ และ "itis" แปลว่าการอักเสบ ครอบคลุมทั้งการอักเสบจากการบาดเจ็บทั่วไป ไปจนถึงกลุ่มโรคกล้ามเนื้ออักเสบที่ซับซ้อน เช่น Polymyositis และ Dermatomyositis

สถิติที่ควรรู้เกี่ยวกับกล้ามเนื้ออักเสบ

  • ประมาณ 1.71 พันล้านคน ทั่วโลกมีปัญหาเกี่ยวกับระบบกล้ามเนื้อและกระดูก — WHO
  • โรคกล้ามเนื้อและกระดูกเป็น สาเหตุอันดับ 1 ของความพิการ ทั่วโลก โดยอาการปวดหลังส่วนล่างเป็นสาเหตุหลักใน 160 ประเทศ — WHO
  • ผู้ใหญ่ในสหรัฐอเมริกา 54% รายงานว่ามีปัญหาเกี่ยวกับระบบกล้ามเนื้อและกระดูก คิดเป็นค่าใช้จ่ายประมาณ 874 พันล้านดอลลาร์ต่อปีBMJ Best Practice
  • อาการปวดคอส่งผลกระทบต่อ 203 ล้านคน ทั่วโลกในปี 2020 และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 269 ล้านคน ภายในปี 2050 — The Lancet Rheumatology
  • กลุ่มโรคกล้ามเนื้ออักเสบจากภูมิคุ้มกัน (Inflammatory Myopathies) มีอัตราความชุก 2.4-33.8 ต่อ 100,000 คนNCBI StatPearls

สาเหตุของกล้ามเนื้ออักเสบ

กล้ามเนื้ออักเสบเกิดได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่การใช้งานกล้ามเนื้อมากเกินไปในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงโรคที่ซับซ้อน สาเหตุหลักแบ่งได้ดังนี้

การบาดเจ็บและการใช้งานหนัก

สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือการใช้กล้ามเนื้อหนักเกินไป ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกายหักโหม ยกของหนัก นั่งทำงานท่าเดิมนานๆ หรือเคลื่อนไหวผิดท่า ทำให้เส้นใยกล้ามเนื้อฉีกขาดเล็กน้อยและเกิดการอักเสบตามมา

การติดเชื้อ

เชื้อไวรัส เช่น ไข้หวัดใหญ่ (Influenza) และ COVID-19 สามารถทำให้กล้ามเนื้ออักเสบได้ นอกจากนี้ การติดเชื้อแบคทีเรียหรือปรสิตก็เป็นสาเหตุได้เช่นกัน แม้จะพบได้น้อยกว่า

โรคภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง (Autoimmune)

ระบบภูมิคุ้มกันโจมตีเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อของตัวเอง ทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง ตัวอย่างเช่น Polymyositis, Dermatomyositis และ Inclusion Body Myositis

ยาและสารเคมี

ยาบางชนิด เช่น ยาลดไขมันกลุ่ม Statin สามารถทำให้กล้ามเนื้ออักเสบเป็นผลข้างเคียงได้ รวมถึงแอลกอฮอล์และสารเสพติดบางประเภท

สาเหตุ อาการเด่น ระยะเวลาหาย (โดยประมาณ) ความรุนแรง
ใช้งานหนัก / ออกกำลังกาย ปวดเมื่อย ตึง เจ็บเมื่อกด 3-7 วัน น้อย — ปานกลาง
บาดเจ็บ / เคลื่อนไหวผิดท่า ปวดเฉพาะจุด บวม ช้ำ 1-4 สัปดาห์ ปานกลาง
ติดเชื้อไวรัส (เช่น ไข้หวัดใหญ่) ปวดเมื่อยทั้งตัว มีไข้ร่วม 1-2 สัปดาห์ (หายพร้อมการติดเชื้อ) น้อย — ปานกลาง
โรคภูมิคุ้มกัน (Autoimmune) อ่อนแรงค่อยๆ เป็นมากขึ้น ปวดเรื้อรัง เรื้อรัง — ต้องรักษาต่อเนื่อง ปานกลาง — รุนแรง
ผลข้างเคียงจากยา (เช่น Statin) ปวดเมื่อย อ่อนแรง ตะคริว หายหลังหยุดยา (สัปดาห์ — เดือน) น้อย — ปานกลาง

📖 อยากรู้ว่ากล้ามเนื้ออักเสบ กินยาอะไรได้บ้าง และแต่ละตัวต่างกันยังไง? อ่านต่อได้ที่บทความ กล้ามเนื้ออักเสบ กินยาอะไร ที่รวมข้อมูลยาแก้ปวดและยาคลายกล้ามเนื้อไว้ครบ

อาการกล้ามเนื้ออักเสบ สังเกตยังไง

อาการกล้ามเนื้ออักเสบอาจแตกต่างกันไปตามสาเหตุและตำแหน่งที่เกิด แต่อาการที่พบได้บ่อยมีดังนี้

อาการหลัก

  • ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ — อาจปวดตื้อๆ ตลอดเวลา หรือปวดเฉพาะเวลาเคลื่อนไหว
  • กล้ามเนื้ออ่อนแรง — รู้สึกไม่มีแรง ยกของลำบาก ขึ้นบันไดไม่ไหว
  • บวมแดง — บริเวณที่อักเสบอาจบวม ร้อน หรือแดง
  • ตึงและยึด — กล้ามเนื้อรู้สึกตึง เคลื่อนไหวได้ไม่เต็มที่
  • เจ็บเมื่อกด — กดบริเวณที่อักเสบแล้วรู้สึกเจ็บ

อาการที่ควรระวัง

  • ปวดรุนแรงจนนอนไม่หลับ
  • กล้ามเนื้ออ่อนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ
  • มีไข้ร่วมกับอาการปวดกล้ามเนื้อ
  • ปัสสาวะสีเข้มผิดปกติ (อาจเป็นสัญญาณของ Rhabdomyolysis)
  • อาการไม่ดีขึ้นหลังดูแลตัวเอง 1-2 สัปดาห์

ประเภทของกล้ามเนื้ออักเสบ

กล้ามเนื้ออักเสบแบ่งออกได้หลายประเภทตามสาเหตุและลักษณะการดำเนินโรค

กล้ามเนื้ออักเสบเฉียบพลัน (Acute Myositis)

เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว มักเกิดจากการบาดเจ็บ ออกกำลังกายหนัก หรือติดเชื้อ อาการมักดีขึ้นภายในไม่กี่วันถึงสัปดาห์เมื่อได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม

กล้ามเนื้ออักเสบเรื้อรัง (Chronic Myositis)

อาการค่อยๆ เป็นมากขึ้นและคงอยู่นาน มักเกิดจากโรคภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง ต้องการการรักษาอย่างต่อเนื่อง

Polymyositis

โรคภูมิคุ้มกันที่ทำให้กล้ามเนื้อหลายกลุ่มอ่อนแรง โดยเฉพาะกล้ามเนื้อต้นแขนและต้นขา พบในผู้ใหญ่อายุ 30-60 ปี

Dermatomyositis

คล้าย Polymyositis แต่มีผื่นผิวหนังร่วมด้วย มักเป็นผื่นสีม่วงแดงบริเวณหนังตา ใบหน้า หรือข้อนิ้วมือ

Inclusion Body Myositis (IBM)

พบในผู้สูงอายุมากกว่า 50 ปี อาการค่อยๆ เป็นมากขึ้นช้าๆ มักทำให้กล้ามเนื้อนิ้วมือและต้นขาอ่อนแรง ตอบสนองต่อการรักษาได้ยาก

ประเภท สาเหตุหลัก อาการเด่น กลุ่มเสี่ยง การรักษา
เฉียบพลัน (Acute) บาดเจ็บ ออกกำลังกายหนัก ติดเชื้อ ปวดเฉพาะจุด บวม ทุกวัย พักผ่อน ประคบ ยาแก้ปวด
เรื้อรัง (Chronic) ภูมิคุ้มกัน ใช้งานซ้ำๆ ปวดเรื้อรัง อ่อนแรงค่อยๆ เพิ่ม ผู้ใหญ่ ยากดภูมิ กายภาพบำบัด
Polymyositis ภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง กล้ามเนื้อต้นแขน-ต้นขาอ่อนแรง อายุ 30-60 ปี ยากดภูมิ สเตียรอยด์
Dermatomyositis ภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง อ่อนแรง + ผื่นสีม่วงแดง เด็กและผู้ใหญ่ ยากดภูมิ สเตียรอยด์ ดูแลผิวหนัง
Inclusion Body Myositis ไม่ทราบแน่ชัด (เสื่อม+ภูมิคุ้มกัน) นิ้วมือ-ต้นขาอ่อนแรง ค่อยๆ เป็น อายุ > 50 ปี กายภาพบำบัด (ตอบสนองยาได้น้อย)

💡 กล้ามเนื้ออักเสบแบบเฉียบพลันจากการใช้งานหนักหรือ Office Syndrome รักษาได้ด้วยตัวเอง อ่านวิธีดูแลเบื้องต้นเพิ่มเติมได้ที่บทความ กล้ามเนื้ออักเสบ วิธีรักษา ที่รวมเทคนิคประคบ พัก และบริหารไว้ครบ

กล้ามเนื้ออักเสบ วินิจฉัยอย่างไร

การวินิจฉัยกล้ามเนื้ออักเสบเริ่มจากการซักประวัติและตรวจร่างกาย แพทย์อาจสั่งตรวจเพิ่มเติมดังนี้

การตรวจเลือด

  • Creatine Kinase (CK) — เอนไซม์ที่สูงขึ้นเมื่อกล้ามเนื้อถูกทำลาย เป็นตัวบ่งชี้สำคัญ
  • ESR / CRP — ตรวจระดับการอักเสบในร่างกาย
  • Autoantibodies — ตรวจหาแอนติบอดีที่เกี่ยวข้องกับโรคภูมิคุ้มกัน เช่น Anti-Jo-1

การตรวจอื่นๆ

  • EMG (Electromyography) — ตรวจการทำงานของกล้ามเนื้อด้วยไฟฟ้า
  • MRI — ดูตำแหน่งและขอบเขตของการอักเสบ
  • Muscle Biopsy — ตัดชิ้นเนื้อกล้ามเนื้อไปตรวจ ใช้ในกรณีที่สงสัยโรคภูมิคุ้มกัน

สำหรับกล้ามเนื้ออักเสบจากการใช้งานหนักหรือบาดเจ็บทั่วไป มักไม่จำเป็นต้องตรวจเพิ่มเติม แพทย์สามารถวินิจฉัยได้จากอาการและการตรวจร่างกาย

วิธีรักษากล้ามเนื้ออักเสบ

การรักษากล้ามเนื้ออักเสบขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรง สำหรับกรณีทั่วไปที่เกิดจากการใช้งานหนักหรือบาดเจ็บ สามารถดูแลตัวเองได้ดังนี้

หลัก RICE — การดูแลเบื้องต้น

  • Rest (พัก) — หยุดพักกล้ามเนื้อที่อักเสบ หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้ปวดมากขึ้น
  • Ice (ประคบเย็น) — ประคบน้ำแข็งครั้งละ 15-20 นาที ทุก 2-3 ชั่วโมง ใน 48-72 ชั่วโมงแรก
  • Compression (กดรัด) — ใช้ผ้ายืดพันบริเวณที่บวม ช่วยลดอาการบวม
  • Elevation (ยกสูง) — ยกส่วนที่อักเสบให้สูงกว่าระดับหัวใจ ช่วยลดบวม

ยาแก้ปวดและยาต้านการอักเสบ

ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs เช่น Ibuprofen ช่วยลดทั้งอาการปวดและการอักเสบ เหมาะสำหรับกล้ามเนื้ออักเสบเฉียบพลัน ควรรับประทานหลังอาหารเพื่อลดผลข้างเคียงต่อกระเพาะอาหาร

ยาคลายกล้ามเนื้อ

ในกรณีที่กล้ามเนื้อเกร็งตัวมาก แพทย์อาจสั่งยาคลายกล้ามเนื้อร่วมด้วย เช่น Eperisone, Tolperisone หรือ Orphenadrine เพื่อช่วยคลายการเกร็งและลดอาการปวด

กายภาพบำบัด

การทำกายภาพบำบัดช่วยฟื้นฟูความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ เหมาะสำหรับกรณีเรื้อรังหรือหลังจากอาการเฉียบพลันดีขึ้นแล้ว

การรักษาเฉพาะทาง

สำหรับกล้ามเนื้ออักเสบจากโรคภูมิคุ้มกัน แพทย์อาจใช้ยากดภูมิคุ้มกัน (Immunosuppressants) หรือยาสเตียรอยด์ ซึ่งต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด

ยาที่ใช้รักษากล้ามเนื้ออักเสบ

ยาที่ใช้รักษากล้ามเนื้ออักเสบแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก

ยาแก้ปวดและยาต้านการอักเสบ (NSAIDs)

ยากลุ่ม NSAIDs เช่น Ibuprofen ออกฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ COX ลดการสร้างสาร Prostaglandin ที่ทำให้เกิดอาการปวดและอักเสบ เหมาะสำหรับกล้ามเนื้ออักเสบเฉียบพลัน ช่วยได้ทั้งลดปวดและลดบวม

ยาคลายกล้ามเนื้อ (Muscle Relaxants)

ยาคลายกล้ามเนื้อช่วยลดการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อ ทำให้เคลื่อนไหวได้สะดวกขึ้นและลดอาการปวดจากการเกร็ง ตัวอย่างยาที่ใช้บ่อย ได้แก่

  • Eperisone — ออกฤทธิ์คลายกล้ามเนื้อทั้งที่ระดับไขสันหลังและกล้ามเนื้อโดยตรง มีฤทธิ์ขยายหลอดเลือดร่วมด้วย ทำให้เลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อได้ดีขึ้น
  • Tolperisone — ออกฤทธิ์คลายกล้ามเนื้อที่ระดับไขสันหลัง มีผลข้างเคียงง่วงซึมน้อยกว่ายาคลายกล้ามเนื้อตัวอื่น
  • Orphenadrine — ออกฤทธิ์คลายกล้ามเนื้อผ่านระบบประสาทส่วนกลาง มักใช้ร่วมกับ Paracetamol เพื่อเสริมฤทธิ์แก้ปวด

📖 อยากเปรียบเทียบยาคลายกล้ามเนื้อแต่ละตัวแบบละเอียด ว่าตัวไหนเหมาะกับอาการแบบไหน? อ่านต่อได้ที่บทความ ยาคลายกล้ามเนื้อ ยี่ห้อไหนดี ที่เปรียบเทียบให้ครบทุกมิติ

กล้ามเนื้ออักเสบ ประคบร้อนหรือเย็น

หนึ่งในคำถามที่พบบ่อยที่สุดคือ ควรประคบร้อนหรือเย็น คำตอบคือ ขึ้นอยู่กับระยะเวลาของอาการ

ประคบเย็น — ใช้ใน 48-72 ชั่วโมงแรก

ประคบเย็นช่วยลดการไหลเวียนเลือดบริเวณที่อักเสบ ลดบวม ลดปวด เหมาะสำหรับกล้ามเนื้ออักเสบเฉียบพลันที่เพิ่งเกิดขึ้น ประคบครั้งละ 15-20 นาที ห่อผ้าก่อนวางบนผิวหนัง

ประคบร้อน — ใช้หลัง 72 ชั่วโมง

ประคบร้อนช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือด ทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว ลดอาการตึง เหมาะสำหรับกล้ามเนื้ออักเสบที่ผ่านระยะเฉียบพลันไปแล้ว หรืออาการปวดเมื่อยเรื้อรัง

Table 3 — เปรียบเทียบวิธีรักษากล้ามเนื้ออักเสบ

วิธีรักษา เหมาะกับสถานการณ์ ระยะเวลาที่ควรใช้ ข้อควรระวัง
ประคบเย็น อักเสบเฉียบพลัน บวม แดง ร้อน 48-72 ชม. แรก (ครั้งละ 15-20 นาที) ห่อผ้าก่อนวาง ห้ามวางน้ำแข็งบนผิวโดยตรง
ประคบร้อน ปวดเมื่อยเรื้อรัง กล้ามเนื้อตึง เกร็ง หลัง 72 ชม. (ครั้งละ 15-20 นาที) ห้ามใช้ตอนบวมแดง อาจทำให้อักเสบมากขึ้น
ยาแก้ปวด NSAIDs (เช่น Ibuprofen) ปวดปานกลาง มีอาการอักเสบร่วม ตามแพทย์สั่ง (มักไม่เกิน 7-10 วัน) รับประทานหลังอาหาร ระวังผู้มีปัญหากระเพาะ
ยาคลายกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อเกร็งตัวมาก ตึงรุนแรง ตามแพทย์สั่ง (มักใช้ระยะสั้น) อาจง่วงซึม ไม่ควรขับรถ (บางตัว)
กายภาพบำบัด อาการเรื้อรัง ฟื้นฟูหลังบาดเจ็บ ต่อเนื่องตามแผนการรักษา ควรทำภายใต้การดูแลของนักกายภาพ
นวด ปวดเมื่อยทั่วไป กล้ามเนื้อตึง (ไม่อักเสบเฉียบพลัน) เป็นครั้งคราว ห้ามนวดบริเวณที่บวมแดงอักเสบ

กล้ามเนื้ออักเสบ นวดได้ไหม

คำตอบสั้นๆ คือ ขึ้นอยู่กับระยะของอาการ

กรณีที่นวดได้

  • กล้ามเนื้อตึงจากการนั่งทำงานนานๆ หรือ Office Syndrome
  • อาการปวดเมื่อยทั่วไปที่ไม่มีอาการบวมแดง
  • หลังจากอาการอักเสบเฉียบพลันหายดีแล้ว (ผ่าน 72 ชั่วโมง)

กรณีที่ห้ามนวด

  • กล้ามเนื้ออักเสบเฉียบพลันที่ยังบวม แดง ร้อน
  • สงสัยว่ากล้ามเนื้อฉีกขาด
  • มีอาการชา หรืออ่อนแรงร่วมด้วย

การนวดบริเวณที่กำลังอักเสบเฉียบพลันอาจทำให้เนื้อเยื่อเสียหายมากขึ้นและอาการแย่ลง ควรรอให้อาการบวมแดงลดลงก่อน

💡 สงสัยว่ากล้ามเนื้ออักเสบ นวดแบบไหนถึงจะดี และแบบไหนที่ควรเลี่ยง? อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่บทความ กล้ามเนื้ออักเสบ นวดได้ไหม ที่อธิบายไว้ครบทุกกรณี

กล้ามเนื้ออักเสบ ห้ามกินอะไร

อาหารบางชนิดอาจกระตุ้นการอักเสบหรือทำให้อาการแย่ลง ควรหลีกเลี่ยงในช่วงที่มีอาการ

อาหารที่ควรเลี่ยง

  • แอลกอฮอล์ — เพิ่มการอักเสบ ทำให้กล้ามเนื้อขาดน้ำ และรบกวนการฟื้นตัว
  • อาหารแปรรูปสูง — ไส้กรอก เบคอน อาหารกระป๋อง มีสารกระตุ้นการอักเสบ
  • น้ำตาลสูง — ขนมหวาน น้ำอัดลม กระตุ้นการอักเสบในร่างกาย
  • ไขมันทรานส์ — อาหารทอด เบเกอรี่อุตสาหกรรม เพิ่มระดับการอักเสบ
  • เกลือมากเกินไป — ทำให้ร่างกายบวมน้ำ อาการบวมแย่ลง

อาหารที่ควรกิน

  • ปลาที่มีโอเมก้า 3 สูง — ปลาแซลมอน ปลาทูน่า ช่วยลดการอักเสบ
  • ผักผลไม้สีเข้ม — เบอร์รี่ ผักใบเขียว มีสารต้านอนุมูลอิสระ
  • โปรตีนคุณภาพดี — ไข่ อกไก่ ถั่ว ช่วยซ่อมแซมกล้ามเนื้อ
  • น้ำเปล่า — ดื่มน้ำให้เพียงพอ ช่วยให้กล้ามเนื้อฟื้นตัวเร็วขึ้น

📖 อยากรู้รายละเอียดเพิ่มเติมว่ากล้ามเนื้ออักเสบ ห้ามกินอะไรบ้าง และอาหารอะไรช่วยให้หายเร็วขึ้น? อ่านต่อได้ที่บทความ กล้ามเนื้ออักเสบ ห้ามกินอะไร ที่รวมคำแนะนำด้านโภชนาการไว้ครบ

การป้องกันกล้ามเนื้ออักเสบ

การป้องกันดีกว่าการรักษา สามารถลดความเสี่ยงกล้ามเนื้ออักเสบได้ด้วยวิธีเหล่านี้

  • วอร์มอัพก่อนออกกำลังกาย — ยืดเหยียดกล้ามเนื้ออย่างน้อย 5-10 นาทีก่อนเริ่ม
  • เพิ่มความหนักทีละน้อย — ไม่เพิ่มน้ำหนักหรือความเข้มข้นเกิน 10% ต่อสัปดาห์
  • ปรับท่านั่งทำงาน — จอคอมอยู่ระดับสายตา เก้าอี้รองรับหลัง ลุกเดินทุก 1 ชั่วโมง
  • ดื่มน้ำเพียงพอ — ภาวะขาดน้ำทำให้กล้ามเนื้อเกร็งและบาดเจ็บง่ายขึ้น
  • นอนหลับให้เพียงพอ — ร่างกายซ่อมแซมกล้ามเนื้อระหว่างนอนหลับ ควรนอน 7-9 ชั่วโมง
  • กินอาหารที่มีโปรตีนและแมกนีเซียม — ช่วยบำรุงและฟื้นฟูกล้ามเนื้อ

เมื่อไหร่ควรพบแพทย์

กล้ามเนื้ออักเสบส่วนใหญ่ดูแลตัวเองได้ แต่ควรพบแพทย์ทันทีหากมีอาการเหล่านี้

  • ปวดรุนแรงมากจนทนไม่ไหว หรือปวดจนนอนไม่หลับ
  • กล้ามเนื้ออ่อนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ จนทำกิจวัตรประจำวันไม่ได้
  • มีไข้สูงร่วมกับอาการปวดกล้ามเนื้อ
  • ปัสสาวะสีเข้มคล้ายน้ำชา (สัญญาณของ Rhabdomyolysis ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉิน)
  • อาการไม่ดีขึ้นหลังดูแลตัวเอง 1-2 สัปดาห์
  • มีอาการชา หรือรู้สึกเหมือนเข็มทิ่มร่วมด้วย
  • สงสัยว่ากล้ามเนื้อฉีกขาด (ปวดรุนแรงทันที ช้ำ บวมมาก)

ซื้อยารักษากล้ามเนื้ออักเสบออนไลน์ได้ที่ Intimo Life

หากต้องการยาแก้ปวด ยาต้านการอักเสบ หรือยาคลายกล้ามเนื้อ สามารถสั่งซื้อออนไลน์ได้ที่ Intimo Life พร้อมปรึกษาเภสัชกรก่อนสั่งซื้อ จัดส่งแบบมิดชิด สินค้าที่เกี่ยวข้อง ได้แก่

สมัครสมาชิก Intimo Life เพื่อรับสิทธิพิเศษและปรึกษาเภสัชกรได้ฟรี

Frequently Asked Questions

กล้ามเนื้ออักเสบเฉียบพลันจากการใช้งานหนักมักดีขึ้นใน 3-7 วัน หากเกิดจากการบาดเจ็บอาจใช้เวลา 1-4 สัปดาห์ ส่วนกล้ามเนื้ออักเสบจากโรคภูมิคุ้มกันต้องรักษาต่อเนื่องระยะยาว

กล้ามเนื้ออักเสบคือการอักเสบของเนื้อเยื่อ อาการค่อยๆ เป็น ปวดเมื่อยทั่วไป ส่วนกล้ามเนื้อฉีกขาดคือเส้นใยกล้ามเนื้อขาดจริง มักปวดรุนแรงทันที มีเสียง "ป๊อก" ช้ำ บวมมาก และต้องพบแพทย์

ได้ ความเครียดทำให้กล้ามเนื้อเกร็งตัวเป็นเวลานานโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะบริเวณคอ บ่า ไหล่ ซึ่งนำไปสู่อาการปวดเมื่อยและอักเสบได้

ในช่วงที่อาการเฉียบพลัน ควรพักผ่อนและหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก เมื่ออาการดีขึ้นแล้ว สามารถเริ่มออกกำลังกายเบาๆ เช่น เดิน ยืดเหยียด แล้วค่อยๆ เพิ่มความหนัก

ได้ หลังจากผ่าน 72 ชั่วโมงแรกไปแล้ว การอาบน้ำอุ่นช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดและคลายกล้ามเนื้อ แต่ใน 48-72 ชั่วโมงแรกที่ยังบวมแดง ควรใช้น้ำเย็นหรืออุณหภูมิปกติแทน

ยาทาภายนอกที่มีส่วนผสมของ Diclofenac, Menthol หรือ Methyl Salicylate ช่วยบรรเทาอาการปวดเฉพาะจุดได้ เหมาะสำหรับอาการไม่รุนแรง

หากเป็นซ้ำบ่อยโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน เช่น ไม่ได้ออกกำลังกายหนักหรือบาดเจ็บ ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ อาจเกิดจากโรคภูมิคุ้มกัน ปัญหาท่าทาง หรือภาวะขาดสารอาหารบางชนิด

กล้ามเนื้ออักเสบในภาษาอังกฤษเรียกว่า "Myositis" มาจากรากศัพท์กรีก "myo" (กล้ามเนื้อ) + "itis" (การอักเสบ) ครอบคลุมทั้งการอักเสบจากการบาดเจ็บทั่วไปและกลุ่มโรคภูมิคุ้มกัน

วิตามินและแร่ธาตุที่ช่วยบำรุงกล้ามเนื้อ ได้แก่ แมกนีเซียม (ลดตะคริว), วิตามิน D (บำรุงกล้ามเนื้อและกระดูก), โอเมก้า 3 (ลดการอักเสบ) และโปรตีน (ซ่อมแซมเนื้อเยื่อ) ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทานอาหารเสริม

ใน 48-72 ชั่วโมงแรก ควรประคบเย็น (น้ำแข็งห่อผ้า) ครั้งละ 15-20 นาที หลังจากนั้นเปลี่ยนเป็นประคบร้อน (กระเป๋าน้ำร้อน ผ้าชุบน้ำอุ่น) เพื่อเพิ่มการไหลเวียนเลือดและคลายกล้ามเนื้อ

⚠️ Disclaimer

The information on this page is for general informational purposes only and is not intended to replace professional medical advice, diagnosis, or treatment from a qualified doctor or pharmacist. If you have any questions about your symptoms or medication, always consult a doctor or pharmacist first.

Dispatched within 24 hrs

Order today for fast delivery. No long waits—ready to ship locally.

100% Authentic

Handpicked authentic products with certified standards.

Discreet Shipping

Plain packaging, no product names. Your privacy is our priority.

Affordable prices

Fair prices, exceptional value. Quality you can choose.

Recently viewed products