Skip to content
Intimo LifeIntimo Life
0
หยุดกินยาคุมกี่เดือนท้อง? ทุกเรื่องที่ต้องรู้ก่อนวางแผนมีลูก

หยุดกินยาคุมกี่เดือนท้อง? ทุกเรื่องที่ต้องรู้ก่อนวางแผนมีลูก

หยุดยาคุมแล้วจะท้องได้เมื่อไหร่?

  • ยาคุมชนิดเม็ด (ฮอร์โมนรวม/โปรเจสตินเดี่ยว): ร่างกายปรับตัว 1-3 เดือน ประมาณ 50% ตั้งครรภ์ได้ภายใน 3 เดือนแรก
  • ยาฉีดคุมกำเนิด (Depo-Provera): อาจใช้เวลา 6-18 เดือน
  • ห่วงอนามัย (IUD) / ยาฝัง: กลับมาตั้งครรภ์ได้เร็ว ภายใน 1-2 รอบเดือน
  • แผ่นแปะ / วงแหวน: 1-3 เดือน
  • จากงานวิจัยขนาดใหญ่ 83.1% ของผู้หญิงตั้งครรภ์ได้ภายใน 12 เดือนหลังหยุดคุมกำเนิดทุกชนิด
ทีมเนื้อหา Intimo Life

Medically reviewed by

ทีมเนื้อหา Intimo Life | แหล่งข้อมูล: NHS, Mayo Clinic, WHO, PubMed

Last reviewed: 2026-01-25

หยุดยาคุมแล้วจะท้องได้เมื่อไหร่? ไขข้อสงสัยพร้อมสถิติจริง

สำหรับผู้หญิงที่กินยาคุมมาสักพักแล้วเริ่มอยากมีลูก คำถามแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวมักจะเป็น "หยุดยาคุมแล้วจะท้องได้เมื่อไหร่?" — คำตอบสั้นๆ คือ ขึ้นอยู่กับชนิดของยาคุมที่ใช้ และร่างกายของแต่ละคน แต่ข่าวดีคือ ยาคุมกำเนิดไม่ได้ทำให้เป็นหมันหรือลดความสามารถในการมีลูกในระยะยาว

บทความนี้จะพาไปดูไทม์ไลน์การกลับมาตั้งครรภ์ตามชนิดยาคุมแต่ละแบบ พร้อมสถิติจากงานวิจัย และเคล็ดลับเตรียมตัวก่อนตั้งครรภ์

📖 อ่านเพิ่มเติม: หากยังไม่แน่ใจว่ายาคุมแต่ละชนิดต่างกันยังไง แนะนำให้อ่าน ยาคุมกำเนิดคืออะไร? ทุกเรื่องที่ต้องรู้ก่อนเลือกใช้ ก่อน

หยุดยาคุมแล้วร่างกายเปลี่ยนแปลงยังไง?

เมื่อหยุดกินยาคุม ร่างกายจะเริ่มกลับมาผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนตามธรรมชาติอีกครั้ง ซึ่งหมายความว่า:

  • รังไข่กลับมาทำงาน — เริ่มมีไข่ตกอีกครั้ง
  • เยื่อบุมดลูกกลับมาหนาตัว — พร้อมรองรับการฝังตัวของตัวอ่อน
  • ประจำเดือนกลับมา — โดยทั่วไปจะกลับมาภายใน 2-4 สัปดาห์หลังหยุดยาคุมชนิดเม็ด

สิ่งที่ต้องรู้คือ ประจำเดือนรอบแรกหลังหยุดยาคุมเรียกว่า "withdrawal bleed" ซึ่งเกิดจากการหยุดฮอร์โมนกะทันหัน ไม่ใช่รอบเดือนตามธรรมชาติ รอบเดือนจริงๆ จะเริ่มในเดือนถัดไป

💡 เคล็ดลับ: หากประจำเดือนไม่กลับมาภายใน 3 เดือนหลังหยุดยาคุม ควรปรึกษาแพทย์ เพราะอาจมีปัจจัยอื่นที่ส่งผล เช่น PCOS หรือความผิดปกติของต่อมไทรอยด์

📖 อ่านเพิ่มเติมเรื่อง ผลข้างเคียงของยาคุมกำเนิด

ไทม์ไลน์การตั้งครรภ์หลังหยุดยาคุมแต่ละชนิด

ไม่ใช่ยาคุมทุกชนิดจะมีไทม์ไลน์เหมือนกัน มาดูกันว่าแต่ละแบบใช้เวลานานแค่ไหน:

ยาคุมชนิดเม็ด (ฮอร์โมนรวม)

ยาคุมฮอร์โมนรวม (Combined Oral Contraceptives) ที่มีทั้งเอสโตรเจนและโปรเจสติน เป็นชนิดที่ใช้กันมากที่สุด หลังหยุดกิน ไข่จะกลับมาตกภายใน 1-2 รอบเดือน และประมาณ 50% ของผู้หญิงตั้งครรภ์ได้ภายใน 3 เดือนแรก

ยาคุมชนิดเม็ดโปรเจสตินเดี่ยว (Mini-pill)

Mini-pill ไม่ได้ยับยั้งการตกไข่ในทุกคน (ประมาณ 40% ยังคงมีไข่ตกอยู่) ดังนั้นหลังหยุดกิน ไข่จะกลับมาตกเร็วมาก — ส่วนใหญ่ตั้งครรภ์ได้ภายใน 6 เดือน

ยาฉีดคุมกำเนิด (Depo-Provera)

ยาฉีดเป็นชนิดที่ใช้เวลานานที่สุดในการกลับมาตั้งครรภ์ เพราะตัวยา medroxyprogesterone acetate จะค่อยๆ ถูกขับออกจากร่างกาย — อาจใช้เวลา 6-18 เดือน กว่าประจำเดือนจะกลับมาปกติ

ห่วงอนามัย (IUD)

ทั้งห่วงทองแดงและห่วงฮอร์โมน หลังถอดออกแล้ว ไข่จะกลับมาตกภายใน 1 รอบเดือน ทำให้สามารถตั้งครรภ์ได้เร็วมาก

ยาฝังคุมกำเนิด (Implant)

หลังนำยาฝังออก ไข่จะกลับมาตกภายใน 1-3 เดือน

แผ่นแปะ / วงแหวนคุมกำเนิด

คล้ายกับยาคุมชนิดเม็ด — ไข่กลับมาตกภายใน 1-2 รอบเดือน

ชนิดยาคุม ไข่กลับมาตก ระยะเวลาตั้งครรภ์โดยเฉลี่ย
ยาคุมเม็ดฮอร์โมนรวม 1-2 รอบเดือน 1-3 เดือน
Mini-pill เร็วมาก (ไม่กี่สัปดาห์) ภายใน 6 เดือน
ยาฉีด (Depo-Provera) 6-12 เดือน 6-18 เดือน
ห่วงอนามัย (IUD) 1 รอบเดือน 1-3 เดือน
ยาฝัง (Implant) 1-3 เดือน 1-6 เดือน
แผ่นแปะ / วงแหวน 1-2 รอบเดือน 1-3 เดือน

สถิติจากงานวิจัย: ตั้งครรภ์หลังหยุดยาคุมเร็วแค่ไหน?

งานวิจัยขนาดใหญ่ที่ตีพิมพ์ใน Contraception and Reproductive Medicine (2018) ซึ่งเป็น systematic review และ meta-analysis จากการศึกษา 22 ชิ้น ครอบคลุมผู้หญิง 14,884 คน พบว่า:

  • 83.1% ตั้งครรภ์ได้ภายใน 12 เดือนหลังหยุดคุมกำเนิด
  • ไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ ระหว่างผู้ที่ใช้ยาคุมฮอร์โมนกับห่วงอนามัย
  • ระยะเวลาที่ใช้ยาคุมนานไม่ได้ลดโอกาสตั้งครรภ์ — ผู้หญิงที่กินยาคุมมานานกว่ากลับมีแนวโน้มตั้งครรภ์ได้ดีเท่าๆ กัน
ระยะเวลาหลังหยุดยาคุม อัตราการตั้งครรภ์สะสม
3 เดือนแรก ~50%
6 เดือน ~70%
12 เดือน ~83%

📊 สถิติน่ารู้:

  • โอกาสตั้งครรภ์ต่อรอบเดือน ~20-25% (สำหรับผู้หญิงสุขภาพดี)
  • ประมาณ 15% ของคู่สมรสทั่วโลกประสบปัญหามีลูกยาก (ไม่เกี่ยวกับยาคุม)

อายุมีผลต่อการตั้งครรภ์หลังหยุดยาคุมไหม?

คำตอบคือ มีผลมาก อายุเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดที่กำหนดความสามารถในการตั้งครรภ์ ไม่ว่าจะเคยใช้ยาคุมหรือไม่ก็ตาม

ช่วงอายุ โอกาสตั้งครรภ์ต่อรอบเดือน โอกาสตั้งครรภ์ภายใน 12 เดือน
ต่ำกว่า 30 ปี ~25% ~85%
30-34 ปี ~20% ~80%
35-39 ปี ~15% ~70%
40 ปีขึ้นไป ~10% ~50%

เมื่อไหร่ควรปรึกษาแพทย์?

  • อายุต่ำกว่า 35 ปี — หากพยายามมีลูกมา 12 เดือนแล้วยังไม่ตั้งครรภ์
  • อายุ 35 ปีขึ้นไป — หากพยายามมา 6 เดือนแล้วยังไม่ตั้งครรภ์
  • อายุ 40 ปีขึ้นไป — ควรปรึกษาแพทย์ทันทีที่เริ่มวางแผน

ปัจจัยอื่นที่มีผลต่อการตั้งครรภ์หลังหยุดยาคุม

นอกจากชนิดยาคุมและอายุแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นที่ส่งผลต่อการตั้งครรภ์:

สุขภาพและโรคประจำตัว

  • PCOS (ถุงน้ำรังไข่หลายใบ) — ทำให้ไข่ตกไม่สม่ำเสมอ
  • เยื่อบุมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis) — อาจทำให้ตั้งครรภ์ยากขึ้น
  • โรคไทรอยด์ — ส่งผลต่อฮอร์โมนที่ควบคุมรอบเดือน

น้ำหนักตัว

  • BMI ที่เหมาะสม (18.5-24.9) ช่วยให้รอบเดือนสม่ำเสมอ
  • น้ำหนักมากหรือน้อยเกินไปอาจทำให้ไข่ตกผิดปกติ

ไลฟ์สไตล์

  • สูบบุหรี่ — ลดคุณภาพไข่และลดโอกาสตั้งครรภ์
  • ดื่มแอลกอฮอล์มาก — ส่งผลต่อฮอร์โมนและการตกไข่
  • ความเครียด — ระดับคอร์ติซอลสูงอาจรบกวนการตกไข่

สุขภาพของฝ่ายชาย

อย่าลืมว่าการตั้งครรภ์ต้องอาศัยทั้งสองฝ่าย — ปัญหาเรื่องจำนวนและคุณภาพอสุจิเป็นสาเหตุของภาวะมีลูกยากถึง 1 ใน 3 ของทุกกรณี

เตรียมตัวยังไงก่อนหยุดยาคุมเพื่อตั้งครรภ์?

1. ปรึกษาแพทย์ก่อนหยุดยา

แพทย์จะช่วยประเมินสุขภาพโดยรวม ตรวจเช็คว่ามีปัจจัยเสี่ยงอะไรบ้าง และให้คำแนะนำเฉพาะบุคคล

2. เริ่มกินโฟลิกแอซิด (Folic Acid)

ควรเริ่มกินโฟลิกแอซิดอย่างน้อย 400 ไมโครกรัมต่อวัน ก่อนตั้งครรภ์ 1-3 เดือน เพื่อลดความเสี่ยงของความผิดปกติของระบบประสาทในทารก

3. ติดตามรอบเดือนและการตกไข่

หลังหยุดยาคุม ให้เริ่มจดบันทึกรอบเดือน สังเกตสัญญาณการตกไข่ เช่น:

  • มูกปากมดลูกใส ยืดได้ (คล้ายไข่ขาว) — บ่งบอกว่ากำลังอยู่ในช่วงเจริญพันธุ์
  • อุณหภูมิร่างกายขณะพักสูงขึ้นเล็กน้อย (0.5-1 องศา)
  • ความต้องการทางเพศเพิ่มขึ้น

4. ดูแลสุขภาพโดยรวม

  • กินอาหารที่มีประโยชน์ เน้นโฟเลต ธาตุเหล็ก โอเมก้า-3
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
  • นอนหลับให้เพียงพอ
  • ลดความเครียด

5. หยุดสูบบุหรี่และลดแอลกอฮอล์

ทั้งสองอย่างส่งผลเสียต่อทั้งคุณภาพไข่และอสุจิ

ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับยาคุมกับการตั้งครรภ์

❌ "กินยาคุมนานจะทำให้เป็นหมัน"

ไม่จริง — งานวิจัยยืนยันชัดเจนว่ายาคุมไม่ส่งผลต่อความสามารถในการมีลูกในระยะยาว ไม่ว่าจะกินมานานแค่ไหน

❌ "ต้อง detox ฮอร์โมนก่อนตั้งครรภ์"

ไม่จำเป็น — ร่างกายสามารถขับฮอร์โมนสังเคราะห์ออกได้เองตามธรรมชาติ ไม่ต้องทำ detox พิเศษ

❌ "หยุดยาคุมแล้วท้องทันทีจะทำให้แท้ง"

ไม่จริง — การตั้งครรภ์ทันทีหลังหยุดยาคุมไม่เพิ่มความเสี่ยงในการแท้งหรือความผิดปกติของทารก

📖 อ่านเพิ่มเติม: สนใจเรื่องยาคุมแต่ละชนิดเพิ่มเติม? อ่านได้ที่ วิธีกินยาคุมให้ถูกต้อง และ ยาคุมกำเนิด vs ยาคุมฉุกเฉิน ต่างกันยังไง?

สรุป: หยุดยาคุมแล้วท้องได้เมื่อไหร่?

  • ยาคุมเม็ด / แผ่นแปะ / วงแหวน → 1-3 เดือน
  • ห่วงอนามัย / ยาฝัง → เร็วมาก ภายใน 1-2 รอบเดือน
  • ยาฉีด (Depo-Provera) → 6-18 เดือน
  • 83.1% ตั้งครรภ์ได้ภายใน 1 ปี ไม่ว่าจะใช้ยาคุมชนิดไหน
  • ยาคุมไม่ทำให้เป็นหมันและไม่ลดโอกาสตั้งครรภ์ในระยะยาว

หากวางแผนจะมีลูก ให้เริ่มกินโฟลิกแอซิดล่วงหน้า 1-3 เดือน ติดตามรอบเดือน และปรึกษาแพทย์หากพยายามมาแล้วไม่สำเร็จตามระยะเวลาที่แนะนำ

⚠️ ข้อจำกัดความรับผิดชอบ

เนื้อหาในบทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาทดแทนคำแนะนำ การวินิจฉัย หรือการรักษาจากแพทย์หรือเภสัชกรผู้เชี่ยวชาญ หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการหรือการใช้ยา ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

Dispatched within 24 hrs

Order today for fast delivery. No long waits—ready to ship locally.

100% Authentic

Handpicked authentic products with certified standards.

Discreet Shipping

Plain packaging, no product names. Your privacy is our priority.

Affordable prices

Fair prices, exceptional value. Quality you can choose.

Cart 0

Your cart is currently empty.

Start Shopping